ตอนที่ 103 QFC เริ่มตอบโต้มา…เราก็โต้กลับไป
การกินเลี้ยงทีมไอทีจบลงแค่นั้น ทุกคนไม่เหลือเรี่ยวแรงที่จะดื่มต่ออีกแล้ว ทุกคนต่างทยอยกันกลับบ้านใครบ้านมัน ด้วยท่าทางเซื่องซึม จะมีก็แต่พีทคนเดียวเท่านั้น ที่ยิ้มและส่งทุกคนนั่งรถแท็กซี่กลับบ้านกันไป
“กลับบ้านดีๆ และพักผ่อนให้เต็มที่นะครับ พรุ่งนี้จะได้ลุยงานกันต่อ” พีทโบกมือส่งแท็กซี่และมอเตอร์ไซต์มากกว่า 10 คันจนกระทั่งทุกคนในทีมได้กลับบ้านกันไปหมดแล้ว ระหว่างนั้นทางด้านของฝ้ายที่นั่งซ้อนท้ายแชมป์อยู่บนรถมอเตอร์ไซต์ก็ตามมารับพีทกลับไป
แม้พีทจะไม่ได้ดื่มของมึนเมา แต่ด้วยความเป็นห่วง ฝ้ายก็เลือกที่จะขับรถให้กับพีทแทน ทั้งสองนั่งพูดคุยกันอยู่บนรถ ต่างคนต่างถามว่าวันนี้เป็นยังไงบ้าง เหนื่อยมากไหม? มันเป็นภาพที่สุดแสนจะธรรมดาหากเปรียบกันนิยายรักโรแมนติก แต่ทว่าสำหรับพีท เพียงแค่สิ่งที่เกิดขึ้นในรถล้วนเป็นสิ่งที่ทำให้เขามีความสุขมากเหลือเกิน
ต่อให้ไม่ได้ต้องพูดอะไรกันเลย แต่ขอเพียงแค่มีฝ้ายอยู่ใกล้ๆ มันก็เพียงพอที่จะทำให้พีทมีความสุขได้แล้ว
“ถ้าฝ้ายไปเรียนต่อแล้ว พีทอย่าทำงานหนักจนเกินไปนะ เข้าใจไหม?” หญิงสาวพูดด้วยความเป็นห่วง แม้ตอนนี้เธอจะย้ายกลับไปนอนหอหญิงของเธอแล้ว แต่เธอก็มักจะนั่งเล่นอยู่ที่ห้องของพีทบนร้านขายไก่ทอดข้างมหาลัยอยู่จนถึงดึก
และมักจะมองชายหนุ่ม แฟนของเธอนั่งเขียนโปรแกรมทำงานจนดึกดื่นอยู่ทุกวัน ดังนั้นเธอจึงกลัวตอนที่เธอไม่อยู่แล้วและไปเรียนต่อที่ต่างประเทศ พีทจะบ้างานจนไม่เป็นอันกินนอน ส่งผลเสียต่อสุขภาพได้
“ไม่เข้าใจหรอก…เวลาของที่นี่กับที่นู่นต่างกัน เกือบครึ่งค่อนวันที่นี่เช้า ที่นู่นมืด ถ้าพีทไม่อยู่ทำงานจนถึงดึกอย่างนั้นจะคุยกับฝ้ายได้ยังไง” พีทพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่น้อยใจฝ้ายเล็กน้อย ประหนึ่งอยากที่จะเอาใจฝ้าย ซึ่งแค่นั้นมันก็เรียกเสียงหัวเราะและรอยยิ้มให้กับฝ้าย ที่มีรอยยิ้มอันเป็นเอกลักษณ์ ที่มีลักยิ้มบนแก้มสีชมพูของเธอ
ทั้งนี้พีทได้ส่งฝ้ายกลับหอหญิงของเธอ ตัวของชายหนุ่มก็ได้กลับมาถึงห้องนอนของเขา พลางเปิดโน้ตบุ๊กขึ้นมาทำงานอีกสักเล็กน้อย
เพื่อตรวจดูยอดขายของร้าน Chicky CPF ที่ตอนนี้เปิดไปแล้วไม่ต่ำกว่า 5 สาขา โดย สามสาขาแรกนั้นอยู่ที่จังหวัดธาราบุรีและสองสาขาที่เปิดใหม่ นั้นอยู่ที่กรุงเทพนั่นเอง
แน่นอนว่ายอดขายของร้านไก่ทอดนั้นเป็นไปในทิศทางที่ดีมาก ยิ่งในจังหวัดธาราบุรี มันถือเป็นร้านไก่ทอดอันดับต้นๆ ที่ตีคู่มากับร้านไก่ทอด QFC จนทำให้ร้าน QFC ในจังหวัดธาราบุรีเริ่มที่จะขาดทุนแล้ว
กระนั้นร้าน QFC ที่ถูกร้านไก่ทอด Chicky CPF มาแย่งชิงตลาดในจังหวัดธาราบุรีไปได้ ก็พยายามที่จะตอบโต้ร้านของพีทอยู่เหมือนกัน เท่าที่พีทสืบทาบมาจากพี่แตงที่เคยเป็นอดีตผู้จัดการร้าน QFC แต่ได้โยกย้ายมาทำงานให้กับร้านของเขา
ซึ่งเธอก็ยังพอที่จะมีเพื่อนที่รู้จักอยู่ในร้าน QFC จากสาขาอื่นๆ อยู่บ้างและได้บอกว่าอีกไม่นานนี้ทางด้าน ร้าน QFC จะออกไก่ทอดสูตรใหม่ขึ้นมาท้าชนกับไก่ทอดร้าน CPF
เมื่อได้ยินเช่นนี้ ตัวของเชฟมินแจกยูและผู้พันแซนเดอรอส ก็ถูมือรอด้วยความตื่นเต้นเช่นเดียวกัน เพราะมันจะถึงคราวที่จะพวกเขาจะได้ออกโรงอีกครั้งแล้ว หลังจากที่ระยะหลังๆ มานี้ พวกเขาแทบจะไม่มีผลงานที่ช่วยเหลือพีทเลย
ภูตผีทั้งสองรู้ดีว่าพีทในตอนนี้กำลังยุ่งอยู่กับแอปขายอาหารและแอปพลิเคชันใหม่ๆ ถึงอย่างนั้นเชฟมินแจกยูและผู้พันแซนเดอรอส ก็ไม่ปล่อยตัวให้ตัวเองว่างๆ พวกเขายังคงทุ่มเทให้กับสูตรไก่ทอดอย่างไม่ลดละ
และจากการร่วมมือของทั้งสองเชฟ มันก็ทำให้ตอนนี้มีสูตรไก่ทอดและของกินเล่น อีกหลายสิบอย่าง ถูกสร้างขึ้นมาและก็พร้อมที่จะลุยตลาดแล้ว
[ถ้าเจ้าพวกนั้นออกสูตรใหม่มาเพื่อที่จะดึงตลาดกลับไปจากพวกเรา งั้นพวกเราก็ต้องไม่อยู่เฉยๆ ให้พวกมันทำตามอำเภอใจเด็ดขาด พวกเราจะพิชิตมันด้วยไก่ทอดที่พวกเราคิดค้นขึ้น] ผู้พันแซนเดอรอส ได้นำไก่ทอดจากในระบบมาให้กับพีทได้ลองทาน โดยในถาดนั้นมีไก่ทอดอยู่ 2-3 ชนิด
ที่ผู้พันแซนเดอรอสและเชฟมินแจกยู เลือกแล้วว่ามันคือหมักน็อกสำหรับใช้จัดการร้าน QFC ในจังหวัดธาราบุรี
[ลองชิมไก่วิงซ์แซ่บก่อนก็ได้ มันเป็นรสชาติดั้งเดิมเดี๋ยวกับสูตรที่แล้ว ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงอะไร] เชฟมินแจกยูเสนอ เมื่อเห็นพีทยื่นมองไก่ที่ส่งควันหอมๆ ลายฟุ้งขึ้นมา
พีทได้หยิบไก่ทอดวิงซ์แซ่บสูตรเดิมขึ้นมาเตรียมที่จะกิน ระหว่างนั้นเชฟมินแจกยูก็ได้ชูถ้วยที่มีของเหลวบางอย่าง ออกมาจากด้านหลังและยื่นให้กับพีทอีกรอบ [กินคู่กับมันดูสิ]
ท่าทางของเชฟมินแจกยูและผู้พันแซนเดอรอส มันเหมือนกับนิทานคลาสสิคของค่าย Disney ไม่มีผิด
ทั้งสองเหมือนแม่มดที่ยื่นผลแอปเปิลให้กับสโนวไวท์เลยก็ว่าได้ เพียงแต่เปลี่ยนจาก Apple Make a wish เป็นชีฟดิป สีส้มที่ดูน่ารับประทานแทน
ชีสดิป คือ ชีสที่ถูกทำมาให้อยู่ในสภาพเป็นของเหลว สามารถจิ้มหรือราดลงไปในอาหารที่ต้องการได้เลย แทนการขูดชีสที่ดูยุ่งยาก โดยวิธีการกินชีสดิปนี้ก็ไม่ได้ยุ่งยาก เพียงนำไก่ทอดจิ้มลงไปในชีสและกินมันพร้อมๆ กัน
มันก็ทำให้ไก่ทอดมีรสชาติที่ทวีคูณความอร่อยได้มากยิ่งขึ้นกว่าเดิม พีทลองทำตามที่ผีทั้งสองตนบอก เขาได้นำไก่วิงซ์แซ่บจิ้มลงไปในชีสดิป ก่อนจะลองชิมดู ซึ่งรสชาติความเปรี้ยว ความเผ็ด อันเป็นเอกลักษณ์ของวิงซ์แซ่บ แต่เดิมมันก็อร่อยถูกปากคนไทยอยู่แล้ว แต่พอได้ชีสที่เข้ามาผสานแม้มันจะทำให้รสชาติของวิงซ์แซ่บดูดรอปลงเล็กน้อย เพราะรสชาติได้ถูกชีสดิปกลบฝังไปบางส่วน
แต่ก็ต้องยอมรับว่าชีสดิปนี้มันให้รสชาติความอร่อยของไก่วิงซ์แซ่บมันแตกต่างไปจากเดิม ไม่น้อยเลยทีเดียวและเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีอีกทางหนึ่ง ดูแล้วน่าจะเหมาะกับคนที่ชอบทานชีส หรือคนต่างประเทศที่ทนรับไก่ทอดวิงซ์แซ่บของไทยไม่ไหว ให้สามารถทานไก่วิงซ์แซ่บได้
กรอฟ~!
[ไม่เลวเลยครับ รสชาติยังครบเครื่องเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือมีตัวเลือกให้กับลูกค้าได้มากขึ้น] พีทพยักหน้ายอมรับด้วยความพอใจ การเพิ่มชีสดิปเข้ามาถือเป็นตัวเลือกที่ดี แต่ถึงอย่างนั้นแค่ชีสดิปเพียงอย่างเดียวมันจะพอกับการเอาชนะร้าน QFC ที่มีแผนก R&D (Reserch and Developer) เป็นของตัวเองได้จริงๆ เหรอ
[ถูกต้อง! ลำพังแค่ชีสดิปอาจจะยังไม่พอให้เอาชนะพวกเขา แต่ถ้าเป็นสิ่งนี้ล่ะ? เธอคิดว่าเอาชนะพวกนั้นได้ไหม พีท?] ผู้พันแซนเดอรอสยิ้มด้วยท่าทางเจ้าเล่ห์อีกครั้ง ก่อนที่คราวนี้จะชูถาดไก่ ที่ครั้งนี้ไม่ใช่ไก่ทอดแบบที่พวกเขาคุ้นเคย
หากแต่เป็นไก่สูตร ‘บัฟฟาโล่วิงซ์’ เพื่อเป็นอีกหนึ่งเมนูใหม่แทน ไก่บัฟฟาโล่วิงซ์นี้ผู้พันแซนเดอรอสได้ใช้สูตรเดี๋ยวกับการทำไก่นุ่มและได้ราดมันด้วยซอสต้นตำรับที่มีรสชาติหวาน เปรี้ยว เผ็ด ไปในเวลาเดียวกัน
ไก่บัฟฟาโล่กับไก่วิงซ์แซ่บของไทย มีรสชาติที่เผ็ดอันเป็นเอกลักษณ์ด้วยกันทั้งคู่ แต่กระนั้นไก่วิงค์แซ่บน่าจะเหมาะกับคนไทยมากกว่า แต่ไก่บัฟฟาโล่นั้นเหมาะกับชาวต่างชาตินั่นเอง
หากจะตีตลาดให้แตก ร้านไก่ทอด Chicky CPF ต้องตีตลาดให้ได้ทุกส่วน ถึงตอนนี้เขาจะทำให้ไก่ทอดของเขาถูกปากคนไทยได้แล้ว แต่ต้องไม่ลืมว่าคนไทยนั้น กินง่ายแต่ก็หน่ายเร็วเช่นเดียวกัน
คงไม่มีใครอยากกินไก่วิงซ์แซ่บทุกวันขนาดนั้น ถึงวันนี้พอได้เห็นไก่วิงซ์แซ่บแล้วน้ำลายไหล แต่ถ้าไก่กินจนหนำใจแล้วพวกเขาก็จะเบื่อกันไปเองและมองหาอาหารใหม่มากินแก้เบื่อ
ดังนั้นถ้าเพิ่มตัวเลือกเป็นไก่บัฟฟาโล่เข้าไปอีกหนึ่งเมนู ผสานด้วยชีสดิป เพียงเท่านี้ก็น่าจะมากพอให้ ผู้คนไม่ลืมที่จะแวะเวียนมาที่ร้าน Chicky CPF ของเขากันมากขึ้น
[ตกลงเอาตามนี้ครับ พรุ่งนี้ผมจะลองนำไก่บัฟฟาโล่และชีสดิปไปเสนอเหล่าพนักงาน เพื่อขอความเห็นดูครับ] ถึงพีทจะมีอำนาจเบ็ดเสร็จในร้านไก่ทอด แต่เขาก็ยังบริหารร้านแบบเป็นกันเอง
ยิ่งโดยเฉพาะ แชมป์ ฝ้าย โอมและน้องลาเต้ ที่เป็นทั้งเพื่อนและพนักงานพาร์ตไทม์คนแรกๆ ของร้าน มันก็ทำให้พีทมักจะเลือกถามถึงความเห็นจาก 4 คนนี้ก่อนอยู่เสมอๆ
อีกทั้งโอมและน้องลาเต้ ตอนนี้ถึงจะอยู่ในสถานะพนักงานพาร์ตไทม์ แต่ด้วยความที่พวกเขาสองคนอยู่กับร้านมาตั้งแต่แรก ทำให้ทั้งสองถือเป็นผู้จัดการสาขาร้านแห่งนี้ไปโดยปริยาย เสมือนเป็นผู้จัดการพาร์ตไทม์ก็ว่าได้
เสร็จจากเรื่องไก่ทอดของเชฟมินแจกยูและผู้พันแซนเดอรอส พีทก็ได้ไปพูดคุยกับน้าผีและสตีเฟ่น จ๊อบส์ที่ดูเหมือนจะงอนๆ กันอยู่ ถึงกระนั้นก็มีเจ้าเอไอ.อัลฟ่าที่เป็นเหมือนกาวใจ ให้ทั้งสองไม่ทะเลาะกันอีกเหมือนที่ผ่านมา
[ไอ้หนูแอป Easy Food ดูท่าจะเป็นไปตามแผนของเราแล้ว ที่เหลือก็อยู่ที่การบริหารงานของแกคนเดียวแล้วนะ ระหว่างนี้ฉันและเอไออัลฟ่าจะเข้าไปช่วยสตีเฟ่น จ๊อบส์อย่างเต็มที่กับแอป Easy Shop แต่แกก็อย่าลืมทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับ จ๊อบส์ด้วยล่ะ] ถึงน้าผีจะตึงๆ กับสตีเฟ่น จ๊อบส์อยู่ แต่พอสตีเฟ่น จ๊อบส์ได้ยินว่าอีกฝ่ายนั้นช่วยพูดถึงความต้องการของตนเองให้ สตีเฟ่น จ๊อบส์ก็แอบหันมายิ้มให้น้าผี คลายบรรยากาศที่อึดอัดลงไปได้ไม่มากก็น้อย
พีทเองก็พยักหน้ารับปาก ก่อนที่ตัวเขาจะนอนหลับไปเพื่อพักผ่อน...เช้าวันใหม่เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง พีทและรดา ยังคงไปช่วยฝึกอบรมพนักงานสำหรับแอป Easy Food อย่างต่อเนื่องและก็ดูเหมือนพนักงานจะเริ่มให้ความร่วมมือกันอย่างเต็มที่
อนึ่งด้วยสวัสดิการที่พีทได้มอบให้ ไม่ว่าจะเป็นห้องนั่งเล่น ที่มีกาแฟและขนมให้กินฟรีแบบไม่อั้น สวัสดิการสั่งอาหารจากแอป Easy Food คนละ 1000 บาท/ต่อเดือน มันก็ทำให้พนักงานเดิมจากบริษัท Victory ที่ไม่เคยได้รับสวัสดิการดีๆ จากประธานวรชัย พากันทำงานกันอย่างถวายหัวกันเลยทีเดียว
อย่างไรก็ตามไม่ใช่แค่บริษัท Easy Shop เท่านั้นที่ยุ่งมากๆ อีกฟากหนึ่งของจังหวัดธาราบุรี ทางด้านบริษัท Easy Food ที่มีตึกสำนักงานใหม่เป็นของตัวเอง ก็ยุ่งไม่แพ้กัน
“คุณแพรครับ วันนี้คุณแพรมีนัดสัมภาษณ์พ่อค้าแม่ค้าที่เข้ามาสมัครใช้งานแอปในตอนเช้า 20 ร้านครับและในช่วงบ่ายมีประชุมกับทางร้าน Pizza ที่ได้ส่งตัวแทนขอเข้ามาร่วมเป็นพาร์ตเนอร์ให้กับแอปของเราครับ” พนักงานชายคนหนึ่งเข้ามารายงานตารางงานในวันนี้ให้กับพี่แพร พี่สาวของพีทได้ฟัง
“20 ร้านเลยเหรอ?! ตกลง…หากร้านค้าพวกนั้นรับฟังการอบรมเสร็จแล้ว ก็จัดคิวมาพบฉันได้เลย” พี่แพรได้ขึ้นลิฟต์ไปยังชั้นห้องทำงานของเธอ ก่อนที่ระหว่างนั้นเมื่อลิฟต์เปิดออก เธอจะสวนกับนาราที่เดินออกมา
นารา หอบข้าวของพะรุงพะรัง แต่ก็ยังคงรักษาภาพลักษณ์ของพนักงานสาวไว้เป็นอย่างดี
“นาราวันนี้เธอต้องคัดเลือกไรเดอร์ที่เข้ามาสมัครทดสอบการขับขี่ตลอดทั้งวันเลยใช่ไหม? คิดว่าทำไว้ไหม ถ้าไม่ไหวให้บอกฉันทันที ฉันจะได้จัดคนไปช่วยเธอ” จริงๆ แล้ว นาราต้องเข้ามาช่วยเหลืองานพี่แพร ในตำแหน่งเลขา
แต่ด้วยในระยะนี้แอป Easy Food นั้นเติบโตและก้าวหน้าเร็วมาก ประกอบกับพีทเองก็เป็นฝ่ายเร่งให้ทุกอย่างมัน เป็นระบบระเบียบที่มากขึ้น ทำให้พี่แพรและนาราต้องภาระงานในบริษัท Easy Food นี้หนักที่สุด
ไม่ว่าจะเป็นการคัดเลือกร้านค้าที่เหมาะสม รวมไปถึงไรเดอร์ ที่ตอนนี้มีคนมาสมัครทำอาชีพนี้ นับร้อย นับพันคนเข้าไปแล้ว
อย่างวันนี้ก็มีไรเดอร์กว่าร้อยชีวิต ที่ส่วนใหญ่เป็นวินมอเตอร์ไซต์รับจ้างราวๆ 70 เปอร์เซ็นต์ ส่วนที่เหลืออีก 30% ล้วนคือคนธรรมดา ทั่วไป ที่อยากจะหางานเสริมทำด้วยการเป็นไรเดอร์ส่งอาหารนั่นเอง
“ไหวค่ะ สบายมาก” นารายิ้มให้กับพี่แพรและเดินจากไป แม้เธอจะงานหนักแต่เธอก็ไม่รู้สึกเหนื่อยเลยสักนิด การได้มาทำงานที่นี่แม้จะเหนื่อยแต่มันคุ้มค่า ไม่ว่าจะเป็นเงินเดือน สวัสดิการ ทุกอย่างล้วนดีกว่าที่ทำงานเก่า อย่างห้างสรรพสินค้าธาราบุรีที่เธอเคยทำ
ที่นี่เปิดโอกาสให้เธอ แสดงศักยภาพได้อย่างเต็มที่ อีกทั้งยังมอบอำนาจในการตัดสินใจให้กับเธอได้ตัดสินใจด้วยตนเอง
นาราได้เดินไปยังตึกอาคารด้านหลัง ที่มีมอเตอร์ไซต์กว่าหลายร้อยคนจอดอย่างเป็นระเบียบ ส่วนทางด้านเจ้าของรถมอเตอร์ไซต์เหล่านั้น ก็กำลังนั่งฟังการบรรยายและการใช้งานแอป Easy Food อยู่
เพราะในอีกชั่วประเดี๋ยวหลังจากการบรรยายผ่านวิดีโอของบริษัทจบลง พวกเขาจะต้องเขารับการทดสอบจากบริษัทอีกที ที่มีทั้งการสอบข้อสอบและข้อปฏิบัติอย่างการขับขี่นั่นเอง
โดยการสอบนั้น ข้อสอบล้วนเป็นข้อสอบแบบสุ่มที่จัดทำโดยเอไอ.อัลฟ่าที่ทั้งหมดมีการอธิบายอย่างละเอียดผ่านวิดีโอการบรรยายทั้งหมดแล้ว หากผู้เข้าสอบตั้งใจฟังรับรองว่าจะสามารถสอบผ่านได้อย่างแน่นอน
ส่วนการสอบนั้นผู้เข้าสอบจะต้องเข้าสอบผ่านเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ตั้งแยกกันและมีการป้องกันไม่ให้หลอกหรือพูดคุยกันและเมื่อสอบเสร็จ คอมพิวเตอร์จะประมวลผล ผลสอบให้ทันที โดยหากคะแนนไม่ถึง 80% ก็กลับบ้านได้เลย อีกหนึ่งเดือนข้างหน้าถึงจะมาขอเข้าสอบได้ใหม่อีกครั้ง
แต่ถ้าหากใครสอบผ่านก็จะเข้ารับการทดสอบภาคปฏิบัติ ที่ทางนาราจะเป็นคนคุมสอบ โดยมีการเชิญอดีตตำรวจจราจร ที่เกษียณแล้วมาช่วยประเมินผู้เข้าสอบอีกทีและนี้คือการรับสมัครพนักงานไรเดอร์ของบริษัท Easy Food นั่นเอง
...โปรดติดตามตอนต่อไป...
นิยายลงทุกวันเวลา 18.00 นะครับ
สามารถติดตามผู้แต่งเพื่อติดต่อสอบถามได้ที่แฟนเพจเลยนะครับ
www.facebook.com/WritelazyV2
นามปากกา.Writelazy