ตอนที่21 ของเล่นของเต่านิรันดร์
“จริงหรือ? นั่นคือสัตว์ที่แข็งแกร่งเป็อันดับสามของดาวดวงนี้”ชายชราถามอย่างไม่เชื่อคำพูดของหลิวเย่
ทำให้เขาอึกอักครู่หนึ่งก่อนเลี่ยงไปพูดเื่ซอมบี้แทน“พวกท่านอยู่รอดชีวิตจากพวกซอมบี้ได้ยังไงกัน?”
“ซอมบี้?” ชายชราทวนคำพูดของหลิวเย่อย่างงุนงง
“อ้อ ผีดิบน่ะ”หลิวเย่นึกขึ้นได้ว่าพวกเขาคงไม่ได้เรียกเช่นนี้จึงเปลี่ยนคำใหม่
“พวกเราเกือบไม่รอดเหมือนกันเดิมทีพวกเราอาศัยอยู่บนแผ่นดินใหญ่มานานหลายชั่วอายุคนแล้วแต่จู่ๆมีพวกสัตว์
ประหลาดเข้ามาเข่นฆ่าพวกเราแล้วทดลองใช้สารประหลาดจนทำให้ผู้คนจำนวนมากกลายเป็ผีดิบแต่ที่พวกเรารอดมา
ได้เพราะได้รับความช่วยเหลือจากคนผู้หนึ่งที่ผ่านทางมาพอดี”
ชายชราเห็นว่าหลิวเย่ไม่มีเจตนาร้ายใดๆทำให้เขายอมพูดความจริงเกี่ยวกับดาวเคราะห์ดวงนี้
“ใครกันที่มีน้ำใจช่วยพวกท่าน?” หลิวเย่ถามด้วยความสงสัย
“เขาเป็ชายวัยกลางคนชื่อว่าจักรพรรดิะหลิวเย่ พวกเราเก็บภาพวาดของเขาไว้ที่คลังสมบัติของเรา”
ชายชราตอบพลางมีสีหน้ารำลึกถึงความหลังด้วยความซาบซึ้งใจ
“หือ! จักรพรรดิะหลิวเย่งั้นหรือ?”
หลิวเย่ส่งเสียงตื่นเต้นดีใจที่พบว่าอาจารย์ตนเองเป็คนช่วยเหลือชาวเมืองเหล่านี้ไว้
น้ำเสียงของหลิวเย่เรียกความสนใจจากชายชราและผู้คนบริเวณนั้นให้จ้องมองเขาด้วยความประหลาดใจมากขึ้น
“เ้ารู้จักท่านอย่างนั้นหรือ?” ชายชราถามหลิวเย่ด้วยความงุนงง
“ใช่นั่นน่ะคืออาจารย์ของข้าเอง และตัวข้าก็มีชื่อว่าหลิวเย่เหมือนกัน”
หลิวเย่ตอบชายชราตามจริงด้วยความสบายใจ
“เช่นนั้นเ้าก็จะออกเดินทางไปจากที่นี่แล้วใช่ไหม?”
ชายชราถามอย่างมีความหวังที่จะพาผู้คนเผ่ามาร์คัสอพยพไปจากดาวดวงนี้
เพราะว่าที่นี่ล้วนเต็มไปด้วยสัตว์ประหลาดที่ทรงพลังแข็งแกร่งและพวกผีดิบที่โหดร้าย
“เอ่อข้าต้องรออีกสองวันถึงจะเดินทางไปที่อื่นได้น่ะ” หลิวเย่เกาหัวตอบอย่างเขินอายเล็กน้อย
เขาคิดว่าอาจจะช่วยเหลือพาพวกเขาทั้งหลายไปที่อยู่ที่ดาวดวงอื่นได้โดยให้พวกเขาเข้าไปอยู่ในมิติพื้นที่ของตนเอง
แต่ทว่าเขาต้องรอเวลาบัฟเฟอร์ให้สิ้นสุดก่อน
ซึ่งต้องรออีกสองวันจึงจะเดินทางไปยังพิกัดที่ปรากฏบนท้องแขนของเขาได้
แต่อีกใจหนึ่งหลิวเย่ยังกังวลอยู่ลึกๆเพราะไม่มั่นใจว่าพิกัดที่กระพริบวาบอยู่เวลานี้จะพาเขาไปยังดาวดวงไหน
หลิวเย่ไม่คิดว่าคำตอบของเขาจะทำให้ชายชราและผู้คนทั้งหลายตื่นเต้นดีใจยิ่งกว่าเดิม
ชายชราตอบหลิวเย่ตามตรงว่า“แค่สองวันมากพอถมเถแล้ว ข้านึกว่าจะนานเป็เดือน นั่นเสี่ยงอันตรายเกินไป”
“แต่ข้ารับปากไม่ได้หรอกนะว่าจะพาพวกท่านไปยังดาวดวงไหนกัน?เพราะข้าไม่สามารถระบุจุดหมายได้”
หลิวเย่เอ่ยเตือนชายชราและผู้คนทั้งหลายตามจริง
“ขอให้ออกจากที่นี่ได้ก็พอแล้ว”แอคลิส ชายวัยกลางคนที่ทำหน้าที่เป็ผู้ปกป้องเผ่าบอกกับหลิวเย่ตามจริง
“ได้ เมื่อพวกท่านยืนยันเช่นนี้ข้าก็รับปากว่าจะพาพวกท่านไปทั้งหมด”
หลิวเย่ยืนยันที่จะช่วยเหลือพวกเขาให้รอดพ้นจากสถานที่อันตรายเช่นนี้
จากนั้นเขาไปพักผ่อนที่บ้านของชายชราไพรแอมซึ่งเป็หัวหน้าเผ่ามาร์คัส เผ่าดั้งเดิมของดาวเคราะห์ดวงนี้
หลิวเย่รับรู้ข้อมูลจากชายชราว่าอาจารย์ของตนเองเดินทางผ่านมาแค่ไม่กี่วันก่อนจากไป
แต่ก่อนที่จะจากไปนั้นอาจารย์ได้มอบสมบัติชิ้นหนึ่งไว้ปกป้องชาวเมืองที่เหลือรอดในเวลานั้นร้อยกว่าคน
ผ่านกาลเวลามานานเกือบหนึ่งร้อยปีแล้ว
เวลานี้มีชาวเมืองเผ่ามาร์คัสเหลือชีวิตรอดแค่98 คนและอาศัยอยู่บนเกาะที่มีค่ายกลซึ่งอาจารย์ของหลิวเย่ร่ายไว้
กลายเป็ว่าระยะเวลาค่ายกลมีอายุแค่หนึ่งร้อยปีซึ่งจะครบกำหนดในเดือนหน้าพอดี
ทำให้ผู้คนทั้งหลายบนเกาะอยู่กันอย่างหวาดผวาและพยายามคิดหาหนทางหนีเพื่อเอาชีวิตรอดให้ได้
โชคดีที่พวกเขาได้พบกับหลิวย่ทำให้ทุกคนมีความหวังขึ้นมาอีกครั้ง
“ท่านบอกว่าเวลานั้นอาจารย์ข้าาเ็ด้วยหรือ?”
หลิวเย่ถามอย่างแปลกใจกับข้อความที่ชายชราไพรแอมเล่าให้เขาฟังถึงที่มาของอาจารย์
“ใช่เขามีแผลยาวที่กลางหลังเหมือนถูกอาวุธที่ทรงพลังทำร้ายเข้า แต่เขายังมีพลังและเรี่ยวแรงมากกว่าพวกเราในเวลา
นั้น”ไพรแอมพูดบอกหลิวเย่พลางถอนหายใจเล็กน้อยที่ไม่สามารถช่วยเหลืออาจารย์ของหลิวเย่ได้
หลิวเย่คิดว่าตนเองยังไม่แข็งแกร่งมากพอที่จะรับรู้ว่าใครเป็ผู้ทำร้ายอาจารย์ตนเอง
เขาจึงถามเื่ที่ตนเองสงสัยแทน“สมบัติใดที่อาจารย์มอบไว้เพื่อช่วยพวกท่านกันล่ะ?”
“นั่นคือ แมลงปีกทองคำมันแข็งแกร่งขนาดที่ทำให้แม้แต่วาฬเพชฌฆาตและพวกผีดิบหวาดกลัวได้เลยทีเดียว”
ชายชราไพรแอมพูดอย่างชื่นชมพร้อมกับโบกมือนำแมลงปีกทองคำออกมาให้หลิวเย่ดูบนฝ่ามือของเขาโดยตรง
“อ๊ะ! นั่นเ้าอี้เตียนนี่” ทันใดนั้นหลิวเย่ได้ยินเสียงของเต่านิรันดร์ที่ตื่นขึ้นกะทันหันและส่งเสียงบอกหลิวเย่โดยตรง
หลิวเย่หยิบเต่านิรันดร์ออกมาจากมิติพื้นที่ของตนเองทันที
เพื่อทดสอบว่าเป็เสียงเรียกของมันเมื่อเห็นแมลงปีกทองคำจริงหรือไม่?
ปรากฏว่าทันทีที่เต่านิรันดร์ปรากฏกายบนฝ่ามือของหลิวเย่
แมลงปีกทองคำพลันขยับตัวดิ้นดุกดิกบนฝ่ามือของไพรแอมเหมือนกับว่ามันตื่นเต้นยินดีที่ได้เห็นเต่านิรันดร์
“พรึ่บ”ทันใดนั้นแมลงปีกทองคำบินมาเกาะอยู่บนหลังกระดองเต่าของเต่านิรันดร์ทันที
พวกมันส่งเสียงแหลมเล็กทักทายกันอย่างคุ้นเคย
สร้างความแปลกประหลาดใจให้กับไพรแอมและหลิวเย่เป็อย่างยิ่ง
“พวกมันเหมือนคุ้นเคยกันเลยนะท่านหลิวเย่”ชายชราไพรแอมบอกกับหลิวเย่ด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดใจ
“ใช่ ข้าก็ว่างั้นแหละ”หลิวเย่ตอบรับอย่างงุนงง
ครู่หนึ่งเหมือนกับว่าเต่านิรันดร์พูดคุยกับแมลงปีกทองคำเสร็จเรียบร้อยแล้ว
มันหันหน้าไปมองชายชราไพรแอมแล้วบอกกับเขาตามตรงว่า
“เฮ้! เ้าแก่ นี่คือของเล่นของข้า มันจะไปอยู่กับข้าแล้วเ้าจะว่ายังไง?”
ไพรแอมตาโตใที่เห็นว่าเต่าสีทองตัวน้อยสามารถพูดจาภาษาของพวกเขาได้อย่างชัดเจน
ทำให้เขาตื่นตะลึงครู่หนึ่งก่อนตอบตรงไปตรงมาว่า
“มันเป็สมบัติที่ช่วยชีวิตพวกเราให้รอดพ้นจากพวกผีดิบที่โเี้นั่นแต่หากพวกเราได้ออกจากโลกนี้ไปแล้ว ข้าไม่
ขัดข้องหากมันเป็ของเล่นของท่านจริงๆ”
ไพรแอมพูดกับเต่านิรันดร์อย่างสุภาพเพราะเขาััได้ถึงความแข็งแกร่งของเต่าตัวน้อยที่อยู่บนฝ่ามือหลิวเย่
ทำให้เขาไม่กล้าขัดใจแต่บอกถึงเหตุผลความจำเป็ที่ต้องมีแมลงปีกทอง
“ไม่มีปัญหาก็แค่พวกมนุษย์ทดลองของสมาพันธ์แห่งดวงดาวแค่นั้นเอง” เต่านิรันดร์พูดอย่างสบายใจ
คำตอบของเต่านิรันดร์ทำให้หลิวเย่และชายชราสบตากันอย่างมีความหมาย
หลิวเย่เข้าใจได้ทันทีว่าเต่านิรันดร์มีความสำคัญที่จะช่วยตนเองตามหาอาจารย์ได้อย่างแน่นอน
ส่วนไพรแอมรับรู้ได้ทันทีว่าเต่านิรันดร์มีวิธีจัดการกับผีดิบและสัตว์ประหลาดทรงพลังอื่นๆ
ทำให้เขาคลายความกังวลใจได้ส่วนหนึ่ง
“ตกลงเช่นนั้นข้าไม่มีอะไรต้องกังวลแล้ว ท่านสามารถนำแมลงปีกทองไปเป็ของเล่นของท่านได้”
ไพรแอมบอกกับเต่านิรันดร์โดยตรง
เมื่อแมลงปีกทองรู้ตัวว่าจะได้อยู่ใกล้ชิดกับเต่านิรันดร์ต่อไป
มันพลันขยับปีกบินไปมาเหมือนมีความสุข
ปรากฏภาพแปลกประหลาดสำหรับหลิวเย่และชายชรา
นั่นคือเต่านิรันดร์และแมลงปีกทองที่มันเรียกว่าอี้เตียน
มันสองตัวต่างบินหยอกล้อไปมาอย่างสนุกสนานทั่วบริเวณบ้านของชายชราไพรแอมและบินออกไปนอกบ้านอย่าง
เพลิดเพลิน
“เราไม่ต้องกังวลกับพวกเขาใช่ไหมท่านหลิวเย่?” ไพรแอมถามหลิวเย่อย่างไม่มั่นใจ
“ปล่อยพวกมันไปเถอะ”หลิวเย่ลอบถอนหายใจเล็กน้อยกับท่าทางยินดีของเต่านิรันดร์กับแมลงปีกทองนั่น
..........
เวลานี้มีเสียงส่งผ่านตามอากาศดังก้องขึ้นเหนือหัวของเหล่าซอมบี้ทั้งหลายที่เฝ้าสังเกตอยู่ริมชายฝั่งทะเล
“วาฬเพชฌฆาตตายแล้วไม่ใช่หรือ? เ้าหนุ่มนั่นโผล่ขึ้นมาหรือยัง?”
“ยังเลยขอรับนายท่าน”ซอมบี้ตัวหนึ่งซึ่งเป็หัวหน้ากลุ่มพูดตอบเสียงลึกลับนั่นโดยตรง
“ไม่ได้เื่ลองไปค้นหาที่เกาะผู้รอดชีวิตดูสิ มันอาจไปโผล่ที่นั่นก็ได้”
เสียงลึกลับสั่งการเหล่าซอมบี้ทั้งหลายด้วยความไม่พอใจ
“ขอรับ” ซอมบี้มีท่าทางหวาดกลัวแต่ไม่กล้าขัดคำสั่งของนายท่าน
พวกมันต่างพากันมุ่งหน้าไปทิศทางที่มีแผ่นดินส่วนหนึ่งยื่นเข้าไปใกล้กับเกาะเล็กของกลุ่มผู้รอดชีวิตนั้นทันที
หนึ่งชั่วโมงต่อมา
หลังจากที่เต่านิรันดร์บินเล่นกับอี้เตียนของมันพักหนึ่งและมันเริ่มง่วงนอนอีกครั้ง
มันบินกลับมาหาหลิวเย่ด้วยท่าทางอ่อนเพลียพร้อมกับตาปรือเหมือนจะหลับอยู่ตลอดเวลา
“เฮ้! เ้าจะหลับอีกแล้วหรือ?” หลิวเย่ส่งเสียงถามมันอย่างหงุดหงิด
“ข้ายังเด็กอยู่ถึงเวลากินก็ต้องกิน ถึงเวลานอนก็ต้องนอนสิ” เต่านิรันดร์ตอบหลิวเย่ด้วยน้ำเสียงงัวเงีย
ทันใดนั้นมันพลันลุกตื่นขึ้นทันทีทันใดพร้อมกับส่งเสียงบอกของเล่นมันทันทีว่า
“เฮ้ย! อี้เตียนเ้าไปจัดการพวกที่มารบกวนเวลานอนของข้าทีสิ”
มีเสียงแหลมเล็กดังขึ้นก่อนที่แมลงปีกทองจะบินตรงออกจากบ้านไพรแอม
มันบินมุ่งหน้าไปยังพื้นที่ของเกาะด้านที่ใกล้กับแผ่นดินใหญ่ทันที
แอคลิสและภรรยาของเขาเอดอน วิ่งเข้ามาบอกกับไพรแอมอย่างตื่นกลัวว่า
“ท่านผู้เฒ่าพวกผีดิบมันพากันบุกมาที่เกาะของพวกเราแล้วขอรับ”
“ไม่ต้องกังวลไปหรอกแมลงปีกทองบินไปจัดการพวกมันแล้ว” ไพรแอมบอกกับสองสามีภรรยาตามจริง
หลิวเย่้าดูว่าของเล่นของเต่านิรันดร์จะทรงพลังแค่ไหน?
เขาจึงเดินออกไปดูกับชายชราและผู้คนของเผ่ามาร์คัสที่ลุกขึ้นมาจับอาวุธเตรียมพร้อมต่อสู้
ไม่เว้นแม้กระทั่งเด็กชายหญิงทั้งหลายที่จับอาวุธเคียงคู่พ่อแม่ตนเอง
ปรากฏว่าภาพที่หลิวเย่และชนเผ่ามาร์คัสมองเห็นคือ
ภาพการทำลายล้างแค่ฝ่ายเดียวของแมลงปีกทองซึ่งมันแค่พ่นใยเหนียวเส้นเล็กๆเข้าใส่เหล่าผีดิบ
แต่ทว่าเส้นใยนั้นทำให้ร่างของผีดิบทั้งหลายย่อยสลายไปเหมือนกับถูกกรดชนิดรุนแรงกัดกร่อนจนเกิดเสียงดังฟู่
“นี่คืออานุภาพทำลายล้างของแมลงปีกทองงั้นหรือ?!”
หลิวเย่อุทานอย่างตื่นใกับภาพของแมลงตัวเล็กแต่สามารถพ่นเส้นใยออกมาได้จำนวนมหาศาล
ร่างของผีดิบที่ดาหน้าเข้ามาเริ่มหดหายลงไปเรื่อยๆ
แต่พวกผีดิบยังคงบุกเข้ามาอย่างต่อเนื่อง
ปรากฏว่ามีผีดิบบางส่วนที่รับรู้ว่าทะเลไม่มีวาฬเพชฌฆาตที่เป็ศัตรูตัวฉกาจของพวกมันแล้ว
มันจึงว่ายน้ำและบินตรงมุ่งหน้ามายังเกาะเล็กรอบทิศทาง
ชนเผ่าทุกคนจับอาวุธเตรียมต่อสู้กันอย่างพร้อมเพรียง
หลิวเย่กำลังจะใช้อัสนีแปดพิเคราะห์เข้าจัดการพวกมัน
ทันใดนั้นเต่านิรันดร์พูดขึ้นมาเหมือนกับรำคาญกับเหตุการณ์รบกวนตรงหน้ามันเต็มที
“อุวะ! ไอ้พวกนี้ บังอาจมารบกวนเวลานอนของข้าให้มันรู้เสียบ้างว่าใครเป็ใคร?”
คำพูดโอ้อวดของมันสมดังคำกล่าวอ้างอย่างแท้จริง
เพราะหลังจากสิ้นเสียงพูดแล้วเต่านิรันดร์บินขึ้นเหนือกลางอากาศแล้วส่งพลังลึกลับที่ไม่มีแสงสีใดๆ
แต่ทุกคนรับรู้ได้ถึงพลังอันแข็งแกร่งเหลือคณานับ
จนทำให้หลิวเย่ ไพรแอมและผู้คนทั้งหลายต้องคุกเข่าลงเพราะทนแรงกดดันไม่ได้
“พรึ่บ” พลังทำลายล้างแค่ครั้งเดียวที่ถูกส่งออกจากตัวเต่านิรันดร์
ทำให้เหล่าซอมบี้ทั้งหลายที่กำลังกรูเข้ามาในเกาะเล็กและที่อยู่ในทะเลกลางอากาศ
รวมถึงซอมบี้ที่อยู่ห่างไกลออกไปนับร้อยกิโลเมตรพลันหายสาบสูญไปอย่างไร้ร่องรอย
“เอื๊อก!” เสียงกลืนน้ำลายลงคออย่างหวาดกลัวดังขึ้นจากหลายคนพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย
หลิวเย่ตื่นตะลึงด้วยความหวาดกลัวเพราะเขาไม่คิดว่าเต่านิรันดร์จะทรงพลังได้มากขนาดนี้
“เฮ้อ! แค่ออกกำลังกายนิดหน่อยเอง หายไปไหนหมดแล้วล่ะ?”
มันถอนหายใจเล็กน้อยพลางคุยโอ้อวดอย่างไม่แยแสใคร
แต่ทว่าไม่มีใครกล้าท้วงติงมันแม้แต่น้อยเพราะว่าพลังของเต่านิรันดร์แข็งแกร่งอย่างแท้จริง
อย่างไรก็ตามหลิวเย่ไม่รู้เลยว่าพลังทำลายล้างของเต่านิรันดร์ทำให้หัวหน้าเหล่าซอมบี้ทั้งหลายนั้นกระอักเื
พร้อมกับมีสีหน้าอย่างไม่เชื่อและพึมพำขึ้นมาเบาๆกับตัวเอง“ไม่จริง! มันตื่นแล้วหรือ?”
ไม่มีใครรู้ว่าหัวหน้าซอมบี้ได้รับาเ็
มันปิดเงียบและเริ่มฝึกฝนรักษาตัวอย่างเร่งด่วน
……….
ทางด้านเต่านิรันดร์
เวลานี้มันหาวนอนและเรียกให้อี้เตียนมาเกาะหลังมันก่อนส่งเสียงบอกหลิวเย่โดยตรงว่า
“ต่อไปเ้าดูแลตัวเองก็แล้วกันข้าง่วงนอนแล้ว”
จากนั้นมันก็หลับตาและห้อยคอพร้อมกับแขนขาออกจากกระดองอย่างสบายใจ
“ก็ได้หวังว่าพวกมันจะไม่กลับมาจนกว่าข้าจะออกไปจากโลกนี้แล้วนะ”
หลิวเย่พึมพำด้วยความหวาดกลัวพลางเก็บเต่านิรันดร์เข้ามิติพื้นที่ของตนเองทันที
โชคดีของหลิวเย่และผู้คนเผ่ามาร์คัส
เนื่องจากพลังทำลายล้างของเต่านิรันดร์ทำให้หัวหน้าซอมบี้ได้รับาเ็
ทำให้เขาอยู่รอดปลอดภัยร่วมกับผู้คนในเผ่ามาร์คัสจนกระทั่งระยะเวลาบัฟเฟอร์สิ้นสุดลง
ก่อนระยะเวลาบัฟเฟอร์สิ้นสุดเขาได้ส่งสัญญาณบอกกับชายชราไพรแอมไว้ก่อนแล้ว
นั่นคือให้ผู้คนเก็บข้าวของที่สำคัญและจำเป็สำหรับพวกเขาเพื่อพร้อมเดินทางภายในวันพรุ่งนี้
รุ่งเช้าทุกคนมายืนอยู่ต่อหน้าหลิวเย่พร้อมด้วยสัมภาระและอาหารสำรองทั้งหมดที่พวกเขาเก็บสะสมไว้
“ทุกคนพร้อมเดินทางแล้วใช่ไหม?” หลิวเย่ถามย้ำพวกเขาอีกครั้ง
“ใช่”ทุกคนพยักหน้ายืนยันที่จะออกเดินทางไปยังดาวดวงใหม่