ตอนที่สามสิบเก้า ต่างเกิดร่วมรากเหง้า
ดังนั้นผมแค่ต้องย้อนวิธีการกลับไปนิดหนึ่งเพื่อให้สามารถเข้าใจแนวทางของเคล็ดวิชาในโลกนี้มากขึ้น
ว่ามันคือการให้เหตุผลทางนิรนัยและปรัชญาต่างๆ
ปรัชญาแนวคิดการมองเป็นระบบ ม่ใช่แนวคิดที่ว่าทุกอย่างต้องวัดได้และพิสูจน์ได้แบบสมัยใหม่
แต่อย่างที่ผมกล่าว
ต่างเกิดมาจากรากเหง้าเดียวกัน ไม่ได้มีความแตกต่างกันมากมายขนาดนั้น
มีอสูรผมแดงที่บอกว่า ผิดหวังมากที่เหลาจื้อเป็นแค่นักปรัชญาธรรมดา ไม่ใช่เซียนที่สามารถต่อยภูเขาให้หายไปได้ทั้งลูก
แต่แนวความคิดของเหลาจื้อไม่ใช่แนวคิดที่อสูรผมแดงไม่เข้าใจ
แนวความคิดของปรัชญาธรรมชาติและวิทยาศาสตร์สมัยใหม่มาจากแหล่งเดียวกันอย่างที่เดคิสึงิบอกกับโนบิตะไว้นั่นล่ะ
อย่างวิชานรลักษณ์กลายมาเป็นวิชาในอาชญากรรมวิทยาในการระบุรูปพรรณสัณฐานของคนร้ายและกระบวนการสืบสวนสอบสวนในโลกปัจจุบัน
อริสโตเติลนักปราชญ์ของอสูรผมแดง ก็เป็นคนที่ริเริ่มตำราดูโหงวเฮ้ง ว่าคนที่หน้าตา จมูก ปากเช่นนี้จะมีนิสัยอย่างไร
ต่างเกิดร่วมรากเหง้า ไยต้องมารังเกียจเดียดฉันท์กัน?
แน่นอน นักวิทยาศาสตร์จะตอบว่า
“เพราะพวกเอ็งไม่มีระเบียบวิธีและการวัดค่าที่แน่นอนน่ะสิ”
ซึ่งก็ถูกต้อง
ตอนนี้ผมก็เหมือนกับย้อนโปรแกรมการทำงานของคอมพิวเตอร์รุ่นใหม่ล่าสุดให้ย้อนกลับไปสักสองพันปี เพื่อให้แนวคิดนั้นเข้ากันได้กับการตีความเคล็ดวิชา
นิรนัย อุปมาอุปไม แนวทางตรรกะการให้เหตุผลต่างๆก่อนแนวทางของวิทยาศาสตร์ในปัจจุบัน
ตรรกศาสตร์ก็ยังใช้อยู่ได้เช่นกันในโลกนี้
“ละความยึดติด หวนคืนสู่จุดกำเนิด”
นั่นคือแนวทางของผม
งัดกระบวนการวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ออกไปก่อน และงัดวิชาปรัชญาและตรรกศาสตร์ขึ้นมาใช้แทน
“ม้าสีขาว ไม่ใช่ม้า” “ใกล้ชาดเป็นสีแดง” การเปรียบเปรยแบบตรรกศาสตร์อุปมาอุปไม
ที่จริงแล้วคือรากฐานของวิทยาศษสตร์นั่นล่ะ
แต่สมัยหลังเป็นตจ้นมาอย่างกาลิเลโอมองว่า พวกเอ็งจะตีขลุมเกินไปแล้วนะ
ใช้แนวทางที่วัดได้แน่นอนสิ
ดังนั้นวิทยาศศาตร์สมัยหลังมาจึงเน้นเรื่องการพิสูจน์ได้เป็นอย่างมาก
ระบบ peer review ตรวจสอบโดยเพื่อนในวงการ ป้องกันวิทยานิพนธ์ต่างๆที่ตนเองเสนอขึ้นมาจากผู้เชี่ยวชาญสาจาต่างๆก็เกิดขึ้นเพราะเหตุนี้นั่นเอง
น่าเสียดายที่โลกนี้ ไม่คิดว่าวิธีนั้นดีเท่าไรนัก
ว่าคนฝึกยุทธต้องเชื่อมั่นในหนทางของตนเอง
ผมจะใช้วิธีสร้างความมั่นใจในหนทางของตนเองโดยการทดลองวิทยาศาสตร์ไปเรื่อยๆละกัน
มนุษย์ทุกคนต้องตาย
ขงจื้อคือ คน
ขงจื้อต้องตาย
Logos หลักตรรกะของการที่ตามหลักเหตุผล สรรพสิ่งในธรรมชาติต้องยึดถือกฎเกณฑ์นี้
เป็นที่มาของวิทยาศาสตร์กระบวนการต่างๆในปัจจุบัน
หรณนัย คือแนวทางอีกแนวหนึ่งที่ค้นหาความน่าจะเป็นมากที่สุด ใช้ในกระบวนการสร้างปัญญาประดิษฐ์ต่างๆหรือคำกล่าวของเชอล็อคโฮล์ม
“แค่ตัดสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ออกไป สิ่งที่เหลือแม้ไม่น่าเชื่อแค่ไหนก็คือความจริง”
เป็นประโยชน์ต่อแนวคิดอาชญาวิทยาในปัจจุบันเช่นกัน แบบเดียวกับโหราศาสตร์ นรลักษณ์ โหงวเฮ้ง ที่พัฒนากลายเป็นวิชาระบุรูปพรรณสัณฐานต่างๆ เก็บลายนิ้วมือในปัจจุบันนั่นเอง
ต่างเกิดร่วมรากเหง้ามาจากการที่นักปราชญ์ต้องการแสวงหาความเข้าใจธรรมชาติ
เพลงกระบี่ของผมสั่นพลิ้วไหวอีกครั้ง ลมปราณต่างๆไหลเวียนดีขึ้นมากกว่าเดิม เคลื่อนไหวตามความรู้สึกและสัญชาติญาณ
กระบี่หยินหยางคือ กระบวนท่าประจำตัวของนักพรตคิ้วขาวที่ถ่ายทอดให้กับผม
มีหยินหยาง อ่อนแข็งสัลบกันไปมา
นับเป็นแนวทางที่เพียบพร้อมทั้งรกุรับสมกับเป็นแนวทางมาตรฐานฝ่ายธรรมะ
แต่ก่อนหน้านี้อี้จิงที่ผมฝึกซ้อมด้วยนั่นแก้ไขได้อย่างสบาย
แต่วันนี้หลังจากที่พวกเราซ้อมมือกัน เพราะผมต้องหาข้ออ้างอย่างอื่นในการที่ให้ร่างกายของผมได้พักคืนสภาพจากการทานยาเดินลมปราณ
ข้ออ้างของผมคือ ศึกษาวิชาปรับพื้นฐานรอบด้านให้กับอี้จิง
ที่นักพรตคิ้วขาวสอนวิชาให้ผม
ผมก็กะจะใช้วิชานั้นกับอี้จิงให้ชี้แนะจุดบกพร่องของวิชาให้ผมแทนนักพรตคิ้วขาวที่เวลาที่จะมาชี้แนะผมนั้นน้อยกว่าอี้จิงที่คอบรับใช้ผมอยู่ข้างตลอด
อี้จิงก็ถือกระบี่ขนาดเล็ก
กระบี่แฝงความเย็นและความอ่อนหยุ่นคลี่คลายกระบี่หยินหยางของผมได้อย่างง่ายดาย
ผมตั้งสมาธิถึงแนวทางนามธรรม
ตีความการเคลื่อนไหวของอี้จิงตามแนวทางเคล็ดวิชาหยางที่สะกดข่มธาตุหยินของอี้จิง
เปรี๊ยะๆ
จากที่กระบี่ปะทะกันแบบไม่มีเสียง
เพลงกระบี่ของผมสร้างเสียงปะทะได้เป็นครั้งแรก แต่ในพริบตาเดียว
กระบี่ของอี้จิงก็จ่ออยู่ที่คอของผมอีกครั้ง
“เยี่ยมเลยค่ะ ท่านพี่ เพลงกระบี่อะไรคะนั่น น้องเกือบจะเอาจริงขึ้นมาแวบหนึ่งเลยค่ะ”
โอ้ คำชมอย่างมากเลยนะนั่นน่ะ
สำหรับคนทั่วไป คำพูดของอี้จิงเหมือนกับคำดูถูก แต่สำหรับผมที่รู้ฝีมือของพระเอกนางเอกนั้นรู้สึกภูมิใจอย่างมาก
เหมือนกับกิลกาเมธที่พูดใส่ใครว่าเจ้าพวกสวะ มองมาทางผมและพูดว่า” หึ แทบจะไม่ผ่าน”นั่นล่ะ
คำชมอย่างมากหากมาจากกิลกาเมธ