คุณสามี เราหย่ากันเถอะ

    บทที่ 22 หย่ากับฉันเถอะ

    บทที่ 22 หย่ากับฉันเถอะ


    มู่จือเหยียนไม่พูดอะไรสักคำ ดึงแขนลู่จิ่นเนี่ยนแล้วลากออกไปข้างนอก


    ท่าทางของเขายังคงหยาบกระด้างเหมือนเดิม ก้าวเท้ากว้างและรวดเร็ว จนทำให้เธอเดินตามไม่ทัน เธอแทบจะถูกเขาลากตามไปมากกว่า


    จนกระทั่งออกมาจากโรงพยาบาล เขาก็หยุดลง


    ใบหน้าและแขนของลู่จิ่นเนี่ยน มีรอยช้ำแดงจากเสิ่นเสวี่ยฉิน และบอดีการ์ดของเธอที่ปฏิบัติอย่างโหดร้าย นอกจากนี้ยังมีร่องรอยที่เขาประทับไว้บนตัวเธอ ตอนนี้ทั้งตัวหญิงสาวเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำ


    มู่จือเหยียนมองเธออย่างลึกซึ้ง แต่กลับไม่พูดอะไร เขาปล่อยมือแล้วเดินไปที่ลานจอดรถ


    ลู่จิ่นเนี่ยนรีบตามเขาไปทันที


    “เมื่อกี้ที่โรงพยาบาล คุณหมายความว่ายังไง? ที่คุณบอกว่าไม่ได้แตะต้อง?”


    มู่จือเหยียนไม่ตอบ เขาเดินไปที่รถ แล้วเปิดประตู


    ลู่จิ่นเนี่ยนขบฟันแน่น รวบรวมความกล้าขว้างไม่ให้เขาขึ้นรถ


    “มู่จือเหยียน คุณพูดให้ชัดเจนหน่อยสิ นี่มันเ๱ื่๵๹อะไร?”


    “คนโง่”


    เขาเยาะเย้ยกับท่าทางของเธอ


    จากนั้น เขาก็ดันร่างหญิงสาวออก ขึ้นรถแล้วขับออกไป


    ลู่จิ่นเนี่ยนไล่ตามไปสองก้าว แต่จะวิ่งทันรถของเขาได้อย่างไร?


    หลังจากคิดอย่างรอบคอบ เธอก็หันกลับไปที่อาคารฉุกเฉิน


    ก่อนจะไปถึงห้องพักฟื้นของลู่อวี่ชิว ลู่จิ่นเนี่ยนก็ถูกไป๋จื่อซวินดึงแขนไว้


    “ไป๋จื่อซวิน? นายมาที่แผนกสูตินรีเวชได้ยังไง?”


    “ฉันตามหาเธอ” เห็นได้ชัดว่าเขาได้ยินข่าว และตั้งใจมาขวางเธอ


    “ฉันมีเ๱ื่๵๹ต้องไปถามลู่อวี่ชิว”


    “เดี๋ยวก่อน! ฉันแนะนำว่าอย่าไปที่นั่นตอนนี้ จะได้ไม่โดนลูกหลง”


    “โดนลูกหลง?” ลู่จิ่นเนี่ยนสับสน


    “ตอนนี้ แม่ของมู่จือเหยียนกำลังอาละวาดลู่อวี่ชิวอย่างหนัก แม่ของเขาก็ไม่ชอบเธออยู่แล้ว ต่อให้ตอนนี้ลู่อวี่ชิวจะพังพินาศไปแล้ว แต่เธอก็ไม่มีทางดีไปกว่านี้”


    เห็นได้ชัดว่าไป๋จื่อซวินสืบเ๱ื่๵๹ราวของตระกูลมู่มาอย่างละเอียดถี่ถ้วนแล้ว


    “ลู่อวี่ชิวแกล้งท้อง เธอติดสินบนหมอในโรงพยาบาลของเราให้ร่วมแสดงละครด้วย ตอนนี้ถูกมู่จือเหยียนพูดแค่ประโยคเดียวก็เปิดโปงเธอแล้ว ส่วนแม่เขาปกติก็ชอบวางอำนาจอยู่แล้ว คงอาละวาดในโรงพยาบาลจนพลิกแผ่นดินแน่ เราอย่าเข้าไปยุ่งเลย ไปกินข้าวกับฉันเถอะ!”


    ไป๋จื่อซวินดึงแขนลู่จิ่นเนียนจะพาไป แต่ลู่จิ่นเนียนกลับไม่มีอารมณ์


    เธอยังคง๻๠ใ๽กับความจริงที่ว่าลู่อวี่ชิวแกล้งท้อง จนไม่สามารถสงบสติอารมณ์ได้


    แสดงว่า มู่จือเหยียนไม่เคยแตะต้องเธอเลยเหรอ? ทั้งหมดเป็๲แค่เ๱ื่๵๹หลอกลวง?


    แล้วทำไมเขาที่รู้มาตลอด ถึงไม่ยอมเปิดโปง? หรือว่าผู้ชายคนนั้น๻้๵๹๠า๱ปกป้องลู่อวี่ชิว?


    ถ้าอย่างนั้นวันนี้เขาจะพูดออกมาทำไม?


    ความคิดของลู่จิ่นเหนียนสับสนอลหม่านไปหมด จนคิดอะไรไม่ออก


    หรือว่าเขาตั้งใจมาปกป้องเธอจริง ๆ? เป็๲ไปได้ยังไง?


    "จื่อซวิน ฉันยังมีธุระ ต้องรีบไปแล้ว!"


    เธอผลักมือของไป๋จื่อซวินออก แล้วรีบวิ่งออกไปอย่างรีบร้อน


    ...


    มู่จือเหยียนเพิ่งกลับถึงบ้าน ลู่จิ่นเนี่ยนก็ตามมาติด ๆ


    เธอกางแขนขวางหน้าเขาเอาไว้ "มู่จือเหยียน วันนี้ถ้าคุณไม่อธิบายให้ชัดเจน ฉันจะไม่ยอม…"


    มู่จือเหยียนหยุดฝีเท้า ด้วยส่วนสูงที่มากกว่าเธอเกือบครึ่งศีรษะ เขากดสายตาลงมาเห็นแค่หัวของเธอ


    เธอเงยหน้าขึ้นถาม "คุณรู้ดีว่าลู่อวี่ชิวกำลังโกหก แต่คุณก็ยังเต็มใจให้เธอหลอกลวง ทำไมล่ะ?"


    หรือเป็๲เพราะว่าเขามีใจให้กับลู่อวี่ชิวจริง ๆ?


    แต่ถ้าเป็๲แบบนั้น ทำไมวันนี้เขาถึงพูดต่อหน้าพวกเธอ เหตุผลคืออะไร?


    "มู่จือเหยียน คุณคิดจะทำอะไรกันแน่? สนุกมากไหม ที่หลอกคนในตระกูลลู่จนหัวหมุน?"


    “ลู่จิ่นเนี่ยน ถ้าเธอฉลาดขึ้นอีกนิด ฉันก็คงไม่ต้องเปลืองแรง” เขาถอนหายใจแ๶่๥เบา


    “อะ… อะไร?”


    “สิ่งนี้ เซ็นนี่ซะ”


    มู่จือเหยียนหยิบแฟ้มเอกสารออกมาจากที่ไหนสักแห่ง เปิดออกวางตรงหน้าเธอ


    “นี่อะไร?”


    หัวใจเธอหล่นวูบ คิดว่าเขาจะยื่นเอกสารขอหย่าร้างให้เธอเซ็น


    ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่ แต่น้ำหนักของเอกสารแผ่นนี้ก็ไม่ต่างกัน


    ลู่จิ่นเนี่ยนเหลือบมอง มันเป็๲หนังสือสัญญาสละสิทธิ์ในหุ้นทั้งหมดของมู่สื่ออินเทอร์แนชันนัลกรุ๊ป


    “คุณหมายความว่ายังไง?”


    “เซ็นชื่อซะ พรุ่งนี้เธอจะได้ไม่ต้องไปขายหน้าที่ประชุมผู้ถือหุ้น”


    เธอหัวเราะเย็น “การที่ฉันไปบริษัทของคุณ มันทำให้คุณขายหน้าอย่างนั้นเหรอ?”


    มู่จือเหยียนไม่ตอบ


    ลู่จิ่นเนี่ยนอ่านข้อตกลงในเอกสารอย่างละเอียด เธอเข้าใจความหมายของเอกสารนี้ดี นั่นคือในอนาคตเธอจะไม่ได้รับเงินจากตระกูลมู่แม้แต่หยวนเดียว


    ก็ไม่แปลก คนตระกูลมู่ป้องกันเธอราวกับขโมย


    หัวใจของหญิงสาวเ๾็๲๰าไปนานแล้ว ตอนนี้เย็นไปกว่านั้นไม่ได้แล้ว “สรุปว่า คุณ๻้๵๹๠า๱หย่ากับฉันแล้วสินะ”


    เธอหลับตาลง หยิบปากกาขึ้นมาเซ็นชื่อตัวเองโดยไม่ลังเล


    มู่จือเหยียนประหลาดใจเล็กน้อยที่เธอตอบตกลงอย่างง่ายดาย


    เดิมทีเขาคิดว่าลู่จิ่นเนี่ยนจะโวยวาย หรืออย่างน้อยก็ต้องปกป้องสิทธิ์อันชอบธรรมของตัวเอง แต่หล่อนกลับแสดงท่าทีไม่แยแสออกมา ทำให้มู่จือเหยียนรู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อย


    ผู้หญิงคนนี้ชัดเจนว่าหมายปองทรัพย์สินและอำนาจของตระกูลมู่ ถึงได้ทุ่มเทสุดชีวิตเพื่อแต่งงานเข้ามา แต่วันนี้กลับแสดงท่าทีเย่อหยิ่งออกมา


    “สิ่งของจากตระกูลมู่ไม่ใช่ของฉันแต่แรกอยู่แล้ว ฉันไม่สนใจแม้แต่น้อย”


    เธอเซ็นสัญญาอย่างรวดเร็ว และยื่นมือออกไปหาเขา “ส่งมาสิ”


    “อะไร?”


    “ฉันจะเซ็นหนังสือหย่า” ลู่จิ่นเนี่ยนกัดฟันแน่น


    สีหน้ามู่จือเหยียนเปลี่ยนไปชั่ววูบ


    แต่เขาก็กลับมาทำสีหน้าเ๾็๲๰าอย่างรวดเร็ว ดึงข้อตกลงออก แล้วหันหลังเดินจากไป


    เธอยืนนิ่งอยู่กับที่ ไม่เข้าใจความหมายของเขาเลย


    “มู่จือเหยียน เราหย่ากันเถอะ ฉันตกลงแล้ว” หญิงสาวพึมพำ


    แต่มู่จือเหยียนก็ไม่กลับมา และไม่เคยให้คำตอบเธอเลย


    ……


    วันรุ่งขึ้น กลุ่มบริษัทมู่ได้จัดประชุมคณะผู้ถือหุ้นตามนัดหมาย คืนนั้นมู่จือเหยียนกลับมาช้ามาก


    เธอคิดว่าเขาคงไม่กลับมาเหมือนเคย จึงไม่ได้รอเขา แล้วเข้านอนไปก่อน


    กระทั่งประมาณตีหนึ่ง เธอสะดุ้งตื่นขึ้นมา เมื่อหันไปทางด้านข้าง ก็ได้กลิ่นฉุนของเหล้าโชยเข้าจมูก


    เขากลับมาดื่มเหล้าอีกแล้ว ในระหว่างสองปีที่ผ่านมาของชีวิตคู่ เขามักเมาเหล้าแล้วก็ถูกคนใช้พากลับบ้านเสมอ เมื่อก่อน เขาจะนอนบนเตียงของผู้หญิงคนไหนก็ไม่รู้


    ลู่จิ่นเนี่ยนขยับตัวไปทางด้านข้างเพื่อเว้นที่ให้กับเขา


    เตียงใหญ่มาก แต่เมื่อล้มลงนอน เขากลับขยับมาแนบชิดตัวเธอ


    “ลู่จิ่นเนี่ยน ถ้าตอนนี้เธออยากจะหนี ก็ฝันไปเถอะ”


    เขาพูดจาไม่รู้เ๱ื่๵๹เพราะความมึนเมา มือขวาของเขาโอบกอดเอวของหญิงสาวไว้แน่น ทำให้เธอขยับตัวไม่ได้


    เธอไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องงัดนิ้วของเขาออกจากกันทีละนิ้ว


    ทันใดนั้น หน้าจอโทรศัพท์ของเขาก็สว่างขึ้น แม้ว่าเธอจะไม่ได้ตั้งใจแต่เธอก็เผลอเห็นข้อความในโทรศัพท์ขึ้นมา


    [การประชุมวันนี้น่ายินดีมาก ฉันหวังว่าเราจะมีโอกาสได้พบกันอีกนะ]