“จะผิดถูกไปบ้างพวกเ้าก็ไม่ต้องกังวล คนเราผิดพลาดกันได้ ข้าสัญญาว่าจะไม่ตำหนิพวกเ้าเด็ดขาด อีกอย่างต่อให้ซื้อผิด ก็ใช่ว่าจะเสียหายไปที่ใด เดี๋ยวพวกเราก็นำมาใช้จนหมดเองนั่นล่ะ เ้าดูข้าสิ ข้าจะหัดทำซาลาเปาเป็ครั้งแรกข้ายังไม่กลัวเลย” หญิงสาวให้กำลังใจเจียวจ้านและเด็กชายอีกสามคนที่ยังมีท่าทางกังวลใจ
“พี่สาวหลิงหลิง ท่านอย่าพูดอีกเลยเ้าค่ะ” หลิ่วจีสะกิดฉู่หลิงยิกๆ เมื่อเห็นฉู่หลิงกำลังจะทำเสียเื่ไปเปล่า เห็นทีว่าพรุ่งนี้เช้าตอนที่พี่เจียวจ้านไปซื้อของในเมือง นางคงต้องชักชวนไป๋ซุนกับเจินถงไปถามวิธีการทำซาลาเปาจากท่านยายเฉินล่วงหน้าเอาไว้ก่อน น่าจะเหมาะกว่า
เช้าวันรุ่งขึ้น
หลังจากกินอาหารเช้าและแบ่งงานให้เด็กๆ ออกไปจับปลาและหาผักป่าเรียบร้อย ฉู่หลิงกับตงเหม่ยและหลิ่วจี ก็ช่วยกันขนเอาเครื่องครัวที่จำเป็สำหรับการผลิตซาลาเปาออกมาล้างทำความสะอาดอีกรอบ
เจียวจ้าน ฝานเจิ้ง อู๋ฉีและอู๋ซิน ก็ออกไปยืนรอเกวียนที่จะมารับที่หน้าประตูหอหงไถ
“พวกเ้าจะเข้าเมืองกันเช่นนั้นหรือ?” ทหารที่มายืนเฝ้าอยู่บริเวณหน้าหอหงไถกวักมือเรียกเด็กชายทั้งสี่ให้ไปยืนรวมกลุ่มกับพวกตน
“ขอรับพี่ชาย พวกเราเก็บเงินค่าปลาเอาไว้ซื้อแป้งและเกลือ ไม่แน่ว่าอีกไม่นานก็อาจจะฝึกทำการค้าเล็กๆ น้อยๆ ไว้เป็อาชีพบ้าง”
“ดีแล้ว อีกหน่อยพวกเ้าก็ต้องเติบโต หอหงไถจะถูกจัดการไปอย่างไรก็ไม่รู้ หัดคิดทำมาหากินเป็เื่ประเสริฐนัก!” กลุ่มทหารรู้สึกยินดีไปกับเด็กๆ พวกเขาเองก็เฝ้าคิดกันอยู่ทุกวันว่าอนาคตของเด็กเหล่านี้จะเป็อย่างไรต่อไป ไม่คิดว่าเด็กๆ กลับมีหัวคิดดีและยังคิดทำมาหากินอย่างสุจริตอีกด้วย
“แล้วจะไปกันอย่างไรเล่า รู้ทางหรือ?” ทหารอีกคนถามขึ้นมาด้วยความเป็ห่วง
“ท่านยายเฉินที่มีที่ดินติดกับหอหงไถทางด้านหลัง นางติดต่อว่าจ้างเกวียนไว้ให้พวกเราแล้วขอรับ”
ได้ยินเช่นนี้กลุ่มทหารลาดตระเวนก็หายสงสัย เด็กเหล่านี้ไม่เคยติดต่อกับผู้ใด การนำเอาปลามาขายหน้าหอหงไถอยู่ไม่กี่วันไม่ก็มีเพียงพวกตนที่สลับกันช่วยซื้อ พวกเขาย่อมไม่รู้จักผู้ใด แต่หากเป็นางเฉินที่อยู่ด้านหลัง พวกเขาพอจะรู้จักสตรีสูงวัยผู้นั้นอยู่บ้าง สองฝ่ายเป็เพื่อนบ้านใกล้ชิดกันช่วยเหลือกันเล็กน้อยเช่นนี้ย่อมไม่แปลก
“นั่นเกวียนของพวกเ้ามารับแล้วกระมัง” นายทหารคนเดิมที่ถามคำถามเมื่อครู่ ชี้มือไปทางเกวียนเล่มเล็กเทียมด้วยแม่ลาตัวโต กำลังเดินมุ่งหน้ามาที่หอหงไถอย่างไม่เร่งรีบ
พอเกวียนมาถึงเด็กสี่คนก็ตื่นเต้นจนเหงื่อแตกท่วม พวกเขาะโขึ้นเกวียนด้วยความช่วยเหลือของทหาร ทั้งรู้สึกสนุกและรู้สึกกังวลใจไปพร้อมกัน
“นี่เ้า พอจะผ่านเข้าประตูเมือง ก็บอกกับทหารที่เฝ้ายามหน้าประตูได้เลยว่าเด็กเหล่านี้มาจากหอหงไถ ข้าฉีฟ่งรับรองพวกเขาเอง จำได้หรือไม่” นายทหารวัยกลางคนเอ่ยปากกำชับกับหวังหยวนคนขับเกวียน เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกให้กับเด็กๆ ที่ไม่น่าจะมีเงินสักเท่าไร
“ขอบคุณนายท่าน ข้าจำได้ขึ้นใจแล้วขอรับ” หวังหยวนก้มหัวขอบคุณพัลวัน ปกติการเข้าเมืองจะมีค่าผ่านทางคนละ 1 อีแปะ ตนเองถูกท่านยายเฉินเกลี้ยกล่อมต่อรองจนแทบจะขูดรีดเนื้อเข้าไปถึงกระดูกสันหลัง จนยอมรับค่าจ้างมาเพียง 10 อีแปะเท่านั้น หากต้องเสียเงินค่าผ่านประตูสำหรับคน 5 คน เขาก็จะเหลือเงินเพียง 5 อีแปะ
แต่หากนายท่านฉีฟ่งเมื่อครู่ให้การรับรอง นั่นหมายความว่าตนอาจจะไม่เสียค่าผ่านทาง ได้รับเงินค่าจ้าง 10 อีแปะครบถ้วนดังเดิม คนบังคับเกวียนจำต้องหันมามองเด็กชายทั้งสี่จากหอหงไถอีกรอบ ที่พวกเขาได้รับการสนับสนุนเป็อย่างดีจากเ้าหน้าที่ทางการ
เมื่อถึงประตูเมืองสือเจีย หลังจากได้ยินชื่อและคำบอกเล่าจากท่านอาหวังหยวน ทหารหน้าประตูก็ปล่อยให้เด็กๆ และเกวียนผ่านเข้าไปโดยไม่เสียเงินตามคาด อีกทั้งทหารกลุ่มนี้ก็ยังชื่นชมเด็กๆ ที่สามารถสร้างรายได้จนเริ่มหาซื้อของจำเป็สำหรับตนเองกันได้แล้วอีกด้วย
“แป้งสาลี เกลือ ต้นหอม เนื้อหมูติดมัน กระเทียม ถั่วเขียว น้ำตาล ข้าวสาร ไข่” เด็กสี่คนท่องสิ่งที่พวกตนต้องซื้อให้คนขับเกวียนฟัง เพื่อให้เขาพาไปยังร้านที่มีวัตถุดิบเ่าั้ขาย
“ไอหยา! พวกเ้าไปร่ำรวยมาจากไหนกันนี่ ซื้อข้าวของได้ทีละมากๆ ถึงเพียงนี้เลยเชียวหรือ” หวังหยวนใไม่น้อยหลังจากได้ยินรายการที่เด็กๆ บอก
“ร่ำรวยที่ใดกันท่านอา พวกเรากว่าจะเก็บเงินก้อนแรกนี้ได้ก็ผ่านไปสามปีแล้วนะขอรับ ท่านรู้หรือไม่ว่าพวกเราออกไปจับปลามาขาย กว่าจะจับปลาได้แต่ละตัวก็เหนื่อยยากกันไม่น้อยเลยทีเดียว” เจียวจ้านตอบคำถามตามที่ฉู่หลิงสอนเอาไว้
เด็กชายทั้งสี่ลอบสบตากันด้วยความเลื่อมใสในตัวพี่สาวคนงามยิ่งนัก นางบอกว่าจะมีคนถามคำถามเช่นนี้ แล้วก็มีจริงๆ
“อีกอย่าง พวกเราก็ไม่ได้ซื้อเยอะอย่างที่ท่านเข้าใจ เราจำเป็ต้องจ้างเกวียนเพราะยังไม่รู้ทาง ไม่ได้เอามาขนของหรอกขอรับ”
“อ้อ! เป็เช่นนั้นเอง ก็จริงของพวกเ้า นี่เป็ครั้งแรกในรอบสามปีที่พวกเ้าได้ใช้เงินน่ะสินะ มาข้าจะพาไปร้านค้าที่ยุติธรรมและราคาถูกเอง พวกเ้าจดจำเส้นทางไว้ให้ดีเล่า ต่อไปจะได้มากันเองได้”
หวังหยวนแนะนำให้เด็กๆ ได้รู้จักร้านค้ามากมาย แม้ว่าจะเป็ร้านที่ไม่ได้อยู่ในรายการสินค้าที่พวกเขา้าก็ตาม
เด็กชายทั้งสี่ไม่ได้ซื้อของจำนวนมากจริงๆ อย่างที่พวกเขากล่าว ฉู่หลิงรู้ราคาข้าวของมาจากท่านยายเฉินบ้างแล้ว แต่นางยังไม่รีบใช้จ่ายเงินให้หมดไปในคราวเดียว จึงสั่งซื้อวัตถุดิบแต่ละรายการมาแค่พอใช้เท่านั้นและให้เงินมาค่อนข้างจะพอดีกับรายการที่สั่งซื้อเพราะเกรงว่าเด็กๆ จะพลั้งพลาดทำเงินหาย พอได้ของครบทุกคนก็ขึ้นเกวียนเตรียมเดินทางกลับกันทันที
“พวกเ้ามีเงินเหลืออยู่บ้างไม่ใช่หรือไม่อยากได้ขนมกินเล่นกลับไปบ้างหรือไร” หวังหยวนเอี้ยวตัวตัวหันกลับมาถามเด็กชายด้านหลัง
“ข้าเหลืออยู่ 8 อีแปะ ท่านอาแวะร้านขนมข้างหน้านี้ให้พวกเราสักครู่เถิดขอรับ” เจียวจ้านตัดสินใจ
หากเงินเหลือ พี่สาวฉู่หลิงอนุญาตให้พวกเขาใช้เงินซื้อขนมที่้าได้ แต่ห้ามเด็ดขาดว่าไม่ให้ซื้อซาลาเปา เพราะนาง้าให้ทุกคนได้ลิ้มลองซาลาเปาที่นางทำขึ้นมาเป็ครั้งแรกเท่านั้น
ร้านขนมที่หวังหยวนพาเด็กๆ เข้าไปดูมีขนมสีสันสดใสหน้าตาน่ากินหลากหลายจนทำให้เด็กชายทั้งสี่ต้องลอบกลืนน้ำลายอยู่หลายครั้ง เดินวนอยู่หลายรอบในที่สุดเจียวจ้านก็เลือกเป้าหมายที่้าได้
“ขนมนั้นขายอย่างไรหรือขอรับท่านป้า” เจียวจ้านชี้มือไปที่ถาดขนมใบใหญ่ มีก้อนสีน้ำตาลแดงส่งกลิ่นหอมฟุ้งลอยเข้ามากระทบจมูกเรียกความสนใจจากเด็กชายทั้งสี่มากที่สุด
“เค้กถั่วแดง ชิ้นละ 2 อีแปะ” สตรีวัยกลางคนเ้าของร้านเดินมาตอบ
“เอาสองชิ้นขอรับ ท่านป้าช่วยใส่กล่องให้เราได้หรือไม่” เจียวจ้านเม้มปากด้วยความลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจสั่งซื้อ
“ได้อยู่แล้ว ว่าแต่เ้ามากันสี่คน เหตุใดจึงซื้อเพียงแค่สองชิ้นเล่า?” สตรีเ้าของร้านเคยเห็นหวังหยวนมาก่อน รู้ว่าเขาเป็เ้าของเกวียนรับจ้าง ฉะนั้นลูกค้าของตนยามนี้จึงมีเพียงเด็กชายตรงหน้าสี่คนเท่านั้น
“ข้าไม่ได้ซื้อเค้กถั่วแดงสำหรับพวกเราขอรับ ท่านอาหวังนี่เป็ของท่านต่างหาก"
ตลอดเส้นทางที่ผ่านมา เจียวจ้านเห็นว่ามีร้านขายซาลาเปาอยู่สองร้าน พวกมันถูกนึ่งอยู่บนเตามีควันลอยฟุ้งออกมาร้อนๆ ส่งกลิ่นหอมน่ากินเป็อย่างยิ่ง
เขาคิดในใจว่าหากต้องขายซาลาเปาจริงๆ พวกเขาจำเป็ต้องจ้างเกวียนเข้ามาไม่เช่นนั้นซาลาเปาจะเย็นชืดไปหมด ท่านอาหวังหยวนผู้นี้มีน้ำใจ ช่วยถือของและแนะนำต่อรองราคาข้าวของให้พวกตน เจียวจ้านจึงคิดอยากตอบแทนน้ำใจและผูกมิตรกับท่านอาหวังหยวนเอาไว้ก่อน
“เพ่ย! ได้อย่างไรกัน พวกเ้าจ่ายค่าจ้างข้าแล้ว ยังจะมาซื้อของให้อีกหรือ น้องๆ ที่หอหงไถของเ้ามีตั้งหลายคนเก็บเงินไว้ซื้อขนมให้พวกเขาจะดีกว่ากระมัง” หวังหยวนรีบโบกมือปฏิเสธ เขางุนงงสับสนพอๆ กันกับหญิงเ้าของร้านและเด็กชายอีกสามคนที่เหลือ