ตอนที่เก้าสิบเจ็ดถวายคืนตราหยก 3
“ยามนั้นท่านตั๋งฮวงมีรัศมีเจ็ดสีดั่งสวรรค์ประทานพรแม้มีสายฟ้ารายล้อมรอบตัวแต่กลับไม่สามารถทำอันตายท่านได้ประดุจผู้ทรงธรรมแม้ฟ้าถล่มกลับมิหวั่นไหว ”
บันทึกเรื่องประหลาดและตำนานปลายราชวงศ์ฮั่น(แก้ไขและจัดพิมพ์โดยตั๋งฮวง)
แสงสีม่วงรัศมีราชันย์ มีพลังแต่มันประสงค์ร้าย
ตำนานของสัตว์ทั้งสี่ที่หากจักรพรรดิเหลืองที่อยู่ตรงกลางอ่อนแอลงก็จะโดนทำร้ายเสียเอง
แต่ท่าทางคนทั่วไปจะไม่ค่อยเชือ่ถือหรือได้ยินตำนานนี้
ชอบฟังแต่ตำนานที่ฟังแล้วลื่นหู
คำเตือนที่ซื่อสัตย์มักขัดหู
เป้นเช่นนั้นเอง
เราควรจะสงสัยมาตั้งแต่แรกแล้วว่า
ไอ้ตราหยกที่มาจากหินที่คนถวายให้ฉู่อ๋องโดนตัดขานี่ มันไม่นำพาความซวยมาให้คนครอบครองจริงๆหรือ?
หรือควรจะสงสัยว่าทำไมฉู่อ๋องมันไม่ได้รับมอบจากมังกรด้วยตนเองมังกรต้องมอบให้ชาวบ้านก่อนด้วย?
เป็นไปได้ไหมที่เราแปลเจตนาของสวรรค์และมังกรผิดพลาด?
หยกที่มีรัศมีสีม่วงสั่นไหวที่เขาพยายามเอามันไปเดินรอบๆราชวังเพื่อดูดรัศมีราชันย์(ความซวย)รอบๆราชวังต้องห้าม
และตามพิธีกรรมเราต้องมอบพลังราชันย์(ความซวย)ให้กับคนโง่เขลาอย่างหองจูเปียนนี่ล่ะเหมาะมาก
คำกล่าวว่า
พระเจ้ารักเด็กและคนเขลา
ว่าเป็นคนเขลาจะมีชีวิตได้อย่างมีความสุขกว่า
เปรี้ยง
ผมเบนกระแสไฟฟ้าออกจากตราหยกไปที่หมู่ขุนนางที่มามุงกันเล็กน้อย
ทำให้ขุนนางหลายคนผงะล้มเป็นลมกันหลายคน
รู้สึกถึงสายลมและแรงปะทะที่มาจากพลังของราชันย์(ความซวย)ในตราหยกที่ผมรวบรวมเอาไว้ปะทุออกมา
ผมหยกตราหยกเหนือหัว
เปรี้ยง
ฟ้าผ่ามาจากท้องฟ้าที่ไม่มีเมฆมาตรงตราหยกที่ผมถืออยู่
แต่โชคดีที่ผมเอาเท้าตัวเองให้ลอยเหนือพื้นไว้เล็กน้อยและถ่ายทอดสายฟ้าไปให้กับคนที่อยู่รอบข้างแทน
นี่คือตำราของเม่ยกั๋ว
ทำให้ชาวบ้านของเราอยู่ดีกินดีนั้นมันยาก ทำให้คนอื่นลำบากกว่าชาวบ้านจะคิดว่าเราเก่ง
ว่าในบรรดาขุนนางหากคนอื่นล้มลงเพราะถูกฟ้าผ่าหรือไฟช็อต
ผมที่ยืนอยู่เฉยๆจะดูดีขึ้นทันตาเห็น