D.W.O. 7 การ์ดราชันย์ครองพิภพ

    ปีกที่โบยบิน

             

     บทที่ 6

    ปีกที่โบยบิน

     

     

            “พวกนายสะกดคำว่ารอไม่เป็นรึไง!จะเร่งไปไหนเนี่ย!”

     

            เสียงของเรนดังขึ้นเมื่อแทนและเอ็ดเวิร์ดเร่งให้เธอรีบตรวจดูว่าเตาพลังงานที่ได้มาสามารถสร้างยานบินแบบใดได้ชายสองคนที่ว่าจ้องตาเป็นมันว่ายานบินที่ว่าจะเป็นแบบไหนและที่ไม่น้อยหน้าไปกว่าสองคนที่ว่าก็คือลินที่อยากรู้เต็มแก่ว่ายานบินที่จะปรากฏออกมามีรูปร่างหน้าตาเป็นอย่างไร

            ตอนนี้ทุกคนอยู่ที่ห้องวิจัยยานบินในกิลด์สาขาของทเวลฟ์วิงก์ในเมืองดัสท์วัลเลย์เรนนั่งอยู่ที่โต๊ะสีขาวตัวใหญ่ซึ่งมีกองเอกสารแบบแปลนต่างๆ กระจายเต็มไปหมดมิร่ากำลังคุยรายละเอียดสำหรับงานแข่งที่จะเริ่มขึ้นส่วนพวกแทนทั้งเจ็ดคนตอนนี้อยู่ในห้องวิจัยยานบินของเรนกันหมดสามคนเกาะติดการหาข้อมูลของเรนส่วนอีกสี่คนนั่งจิบน้ำหวานอยู่ที่ชุดโซฟาสีดำสลับขาวที่อยู่มุมห้อง

            “โอดินรีดีมเมอร์...ไม่ใช่ดาร์คไลท์ไชนิงซัน...นี่ก็ไม่ได้ใช้เตานี่ เดอะวันเดอร์วอล...ก็ไม่ใช่” เรนที่ตอนนี้สวมแว่นตาอยู่แล้วกำลังเปลี่ยนหน้าจอรายละเอียดยานบินระดับโกลด์ไปมาในระดับโกลด์นี้ถึงจะมีระดับสูงกว่าซิลเวอร์แต่กลับมีรายละเอียดและจำนวนชนิดมากกว่าซิลเวอร์ถึง3 เท่า แยกตามแต่ละความสามารถความเร็ว การบรรทุก เพดานบิน อาวุธ เกราะ และความสามารถพิเศษอื่นๆเพราะในระดับโกลด์นั้นจุดเด่นของแต่ละลำแตกต่างกันไปจึงทำให้มีจำนวนชนิดมากกว่าซิลเวอร์ที่ความสามารถต่างๆเฉลี่ยกันไป ต่างกันแค่ขนาดการบรรทุก

            แต่การจะได้พบเห็นสักลำนั้นน้อยมาก...บางแบบยังไม่มีปรากฏเลยด้วยซ้ำ

            “ลาสท์รีสอร์ท...นี่ก็ไม่ใช่” เรนเลื่อนหน้าจอไปเรื่อยๆเพื่อหายานลำที่ใช้เตาพลังงานอินฟินิตี้กราวิตรอน “งืมๆๆ...ไหงเยอะอย่างนี้นะ” เธอบ่นขณะเลื่อนดูไปเรื่อยๆ

            “อืม...มิคกี้เวย์สตาร์ใช้เตาพลังงานอินฟินิตี้กราวิตรอนเหรอ เอ่อ...แล้วลำต่อไปนี่มันอะไรล่ะซลฟ์วิสเปอร์ริง...” รินพูดคนเดียวต่อไป แต่เมื่อเธอนึกถึงบางอย่างได้ก็ต้องทำตาโตเลิกคิ้วสูงก่อนจะรีบเลื่อนกลับไปที่รายละเอียดยานบินลำก่อนหน้านี้

            “เจอแล้ว! เจอแล้ว! ลำนี้ไง!” เรนตะโกนเสียงดังเธอเรียกทุกคนให้มาดูรายละเอียดที่ปรากฏบนหน้าจอมันเป็นยานบินสีขาวที่ขลิบด้วยสีแดง รูปทรงโฉบเฉี่ยว ส่วนหน้าของยานแหลมยาวคล้ายส่วนหัวของของมังกรปีกสีเงินทำมุมลู่ไปด้านหลัง ส่วนหางมีลักษณะเป็นครีบคล้ายครีบของปลาส่วนครึ่งลำด้านหน้าเป็นวัสดุโปร่งใส ในขณะที่ส่วนอื่นๆ เป็นโลหะสีขาวขลิบแดง

            “โคตรเท่ห์! สุดยอด!” แทนตะโกนเสียงดังทำเอาอีกสี่คนที่นั่งอยู่บนโซฟาต้องลุกขึ้นมาดู

            “ลินว่าระดับโกลดนี่ดูเท่ห์ทุกลำเลยนะคะแต่ลำนี้สวยจัดเลยจริงๆ หลงรักเลยค่ะ” ลินมองดูรูปยานิบนสามมิติที่ปรากฏบนจอภาพ

            “มิลกี้เวย์สตาร์...” เสียงเรนพูดออกมา

            “มิลกี้เวย์สตาร์?” นิกกี้ที่เพิ่งเดินเข้ามาถึงหน้าจอทวนคำ

            “ชื่อรุ่นของยานบินลำนี้ไงล่ะ” เรนตอบ

            “ตกลงเลยเอาลำนี้...ไฮเวย์สตาร์ของพวกเรา!” แทนพูดเสียงดัง

            “เดี๋ยว...ยานนี่มันรุ่นมิลกี้เวย์สตาร์นะ” บลานซ์ขัดขึ้น

            “มันยานบินของพวกเราจะตั้งชื่ออะไรก็ขึ้นอยู่กับพวกเรานะแล้วอีกอย่างชื่อมิลกี้เวย์สตาร์มันก็ดูไม่ถูกใจจอร์จเลยน่ะสรุปว่าฉันจะตั้งชื่อมันว่าไฮเวย์สตาร์...ฟังดูซิ่งกว่าเยอะ” แทนกอดอกพูดเสียงเข้ม

            คนอื่นๆหันมองหน้ากันเมื่อได้ฟังเหตุผลและเมื่อใช้ความคิดอยู่ครู่หนึ่งนิกกี้ก็พูดขึ้นมาก่อนใคร “จริงของเจ้าแทนเราตั้งชื่อเองมันจะได้ไม่ซ้ำกับชื่อยานคนอื่นด้วยเผื่อมีคนสร้างยานบินแบบนี้ได้อีกจะได้ชื่อไม่มาซ้ำของพวกเรา” เธอสนับสนุน

            “ลินชอบชื่อไฮเวย์สตาร์ค่า...เฟี้ยวดีๆ” ลินชูมือขึ้นเหนือหัวแสดงความเห็นด้วยสุดตัว

            “พี่ก็ชอบนะ...แว๊นบอยมากๆ” เอ็ดเวิร์ดสนับสนุนอีกเสียง

            “ฉันด้วย” บลานซ์พูดขณะที่แทนพยักหน้าอย่างภูมิใจ

            “พวกเราแล้วแต่เลย” อายะพูดแทนทากะและตัวเธอเอง

            “นี่พวกนายลืมอะไรกันไปรึเปล่า” เรนหันมาขมวดคิ้วมอง

            “ลืม? ลืมอะไร” แทนถามออกไป

            คนถามถอนหายใจยาว“ลืมไปว่า...ยัง ไม่ ได้ สร้าง ยานบิน ไง ล่ะ” เธอเน้นคำพูดที่พูดออกมาทีละพยางค์

            แทนทำตาโตก่อนจะพูดเสียงสูง“เออ...จริงด้วยแฮะ” เขาว่า “แล้วมันต้องใช้อะไรบ้างล่ะ” แทนถามออกไป

            “เชิญดูเองเลย...แต่ขอบอกว่า พวกนายหนักแน่ๆแต่ละอย่าง โหดสุดๆ บางชิ้นฉันแทบไม่รู้จักมาก่อนเลย พวกนายจะเอาจริงๆ รึแถมที่แย่ที่สุดก็คือมันนั่งได้แค่สี่คนเองนะ กิลด์นายมีตั้งเจ็ดถ้าสร้างสกายแซฟไฟร์เออร์ในระดับซิลเวอร์น้ำหนักบรรทุกคือสิบคนเชียวนะ” เรนพูดพร้อมกับขยายหน้าจอภาพที่เธอมองอยู่ไปกลางวง




     

               

            “แค่ผลึกแห่งใจสองร้อยชิ้นฉันว่าก็ลากเลือดแล้วแถมยังต้องเสียการ์ดแอเรีย 1 ใบตามด้วยพวกเครื่องรางมิติขนาน แล้วพวกชิ้นส่วนเดมิกอสอะไรนี่อีกฉันว่าน่าจะสร้างไม่ได้แน่ๆ” เรนพูดขึ้นหลังจากหันหน้าจอไปที่พวกแทน

    “การ์ดแอเรียก็เดี๋ยวเราเลือกดูก็แล้วกันว่าจะเอาใบไหนใส่ถึงยังไงก็ได้แอเรียเพิ่มมา 2ใบจากพวกที่เราจัดการไป” บลานซ์ที่ยืนกอดอกอยู่พูดออกมา

            “ทองคำ โลหะไร้น้ำหนัก ใบพัดโปร่งใสของพวกนี้มีขาย” เอ็ดเวิร์ดพูดออกมา

            “คันเกียร์แห่งสายลมพวกเราก็รู้วิธีได้มาคงบอกพวกนายได้ถ้าหัวหน้ามิร่าอนุญาต” เรนนั่งหมุนเก้าอี้ไปมา

            “พาให้เราเดจาวูชัดๆ” แทนซึ่งเงียบตั้งแต่เห็นรายละเอียดสิ่งของแต่ละอย่างพูดขึ้น

            “อะไรของนาย” เรนขมวดคิ้วถามคนพูด

            “มิน่าทำไมฉันคุ้นๆฉันว่ายานลำนี้อาจจะเอื้อให้พวกทำเควสสายที่เราผ่านมาก็ได้นะ” นิกกี้พูดออกมา

            “มีอะไรบอกฉันด้วยเซ่!” เรนโบกไม้โบกมือให้ทุกคนสนใจ

            “ก็ไอ้ของที่ต้องใช้น่ะพวกเรารู้ว่าอยู่ที่ไหนแล้วเราก็มีแล้วหลายชิ้นด้วย” แทนพูดขึ้น “แต่มันคงไม่พอที่จะสร้าง แถมผลึกแห่งใจอีกเรายังไม่มีของมากขนาดนั้น”

            “ตกลเอายังไงดีคะพี่แทน” ลินหันไปถามหัวหน้ากิลด์ของเธอ

            “สร้างซิลเวอร์ก็แล้วกัน” แทนตอบออกมา

            “อืม...ก็เข้าท่า สร้างซิลเวอร์ก็สร้างได้เลยม่ะ...ไปหา Npc กันดีกว่า” เรนลุกขึ้นยืนในขณะที่คนอื่นๆยังไม่ขยับไปไหนเพราะรู้จักหัวหน้ากิลด์ของตัวเองดี

            “สร้างซิลเวอร์...พร้อมๆ กับโกลด์ไม่มีใครห้ามเราสร้างสองลำนี่น่า” แทนพูดพร้อมแตะยิ้มที่ริมฝีปากและเมื่อทุกคนในกิลด์ไอเซนเกอร์ได้ยินก็พยักหน้าเห็นด้วยจะมีบ้างที่หลุดหัวเราะออกมา

            “ว่าแล้วนายต้องว่าอย่างนี้ แหม...กิลด์เจ็ดคนมียานบินสองลำเจิดจริงๆ” เอ็ดเวิร์ดว่า

            “เยี่ยมเลยพี่!” ลินยกมือมากำหมัดสองข้างระดับอก

            “ฉันว่าละ” นิกกี้ส่ายหัวไปมาแต่ใบหน้าก็แต้มด้วยรอยยิ้ม

            “เดี๋ยววววว!” เรนยกมือขึ้นห้าม“พวกนายไม่เข้าใจหรือว่ามันต้องใช้ของมากแถมผลึกแห่งใจก็ต้องใช้อีกตั้งร้อยกว่าชิ้น คันเกียร์แห่งสายลมกับเฟืองดำอีกล่ะเอาเป็นว่าสองอย่างหลังพวกนายเอาผลึกแห่งใจมาแลกพวกนายก็ขาดผลึกแห่งใจตั้งเท่าไรหลายพันล้านเลยนะนั่น!” หญิงสาวพูดเสียงดัง

            “รู้น่ะ ครั้งนี้พวกเราน่าจะเหนื่อยกันหน่อย” แทนพูดยิ้มๆ

            “ต้องลงไปจัดการเดมิกอสนั่นอีกครั้งเหนื่อยแน่อยู่แล้วแถมยังต้องรอนายขึ้นไปบนลาพิวต้าไอโซเลชั่นอีก อย่าใส่การ์ดแอเรียผิดใบล่ะ” นิกกี้พูดขึ้น

            “ถ้าอย่างนั้นเราคงต้องไปคัลเดียก่อน ให้นายลองวิธีขึ้นไปลาพิวต้าไอโซเลชั่นว่าได้หรือเปล่าถ้าได้นายไปกับพี่เอ็ดแล้วก็นิกกี้ก็แล้วกัน ฉัน อายะ ทากะแล้วก็ลินจะไปวิหารเทพสมุทรเอง อาจจะต้องไปกันหลายรอบกว่าจะได้ของครบ” บลานซ์พูดขึ้น

            “แทน...ตอนนายได้ผลึกแห่งใจมารอบแรกใช้เวลาเท่าไร” นิกกี้ถาม

            “เกือบสิบชั่วโมงนั่นล่ะ” แทนว่า

            “แต่เราต้องการมากกว่านั้นเยอะเลยนะ” เสียงนิกกี้ถามอีกครั้ง

            “เออน่า...ยังไงเต็มที่ฉันไม่หลับไม่นอนก็วันสองวันน่าเดี๋ยวจัดการให้ ดีเหมือนกัน คราวก่อนไอ้ตัวที่เป็นบอสมันไม่ดรอปการ์ดให้ฉันจะขอขึ้นไปฆ่ามันอีกทีก็กลัวเธอเบิร์ดกะโหลก” แทนบ่นออกมา

            “ได้ทีแล้วนี่เอาให้เต็มที่เลยนะ” นิกกี้ว่า

            “เดี๋ยวๆ...พวกนายคุยอะไรกัน” เรนขมวดคิ้วมองพวกแทนคุยกัน

            “ไม่มีอะไรมากหรอก” บลานซ์พูดออกมาขณะที่เรนหันมามองหาคำตอบ“พวกเราจะรวบรวมผลึกแห่งใจแล้วก็ของจำเป็นที่จะใช้สร้างระดับโกลด์แล้วจะให้แทนหาผลึกแห่งใจให้มากพอที่เราจะขายเอาเงินมาทำทุนด้วย”

            คนฟังขมวดคิ้วเข้าไปใหญ่“มันไม่ได้ตกง่ายๆ น่ะไอเทมพวกนี้น่ะแล้วพวกนายจะหากันมาสักกี่ชิ้นกัน” เธอถามอย่างสงสัย

            “มันมีวิธีหาได้นน่ะ” บลานซ์ตอบ

            “สักสี่ห้าร้อยชิ้น” แทนตอบด้วยความมั่นใจ

            “หะ...” เรนทำหน้าตกใจ

            “อีกสองวันเจอกันก็แล้วกันยังไงเราก็ต้องการยานบินมาทดลองขับก่อนการแข่งขันอยู่แล้วถึงตอนนั้นวานด้วยก็แล้วกันนะ” แทนพูดยิ้มๆก่อนจะหันไปหาเพื่อนๆ ของเขา “งานหนักหน่อยนะพวกเราคราวนี้คงต้องหาของกันยาวเลยทีเดียว”

            เพื่อนๆของเขาพยักหน้ารับในขณะที่อายะและทากะเดินออกไปนอกห้องก่อนใครแทนโบกมือลาเรนพร้อมกันเดินออกจากประตูไปอย่างรวดเร็วไม่ถึงสองนาทีห้องทำงานของเรนก็เงียบสงบพร้อมกับอาการตกตะลึงของหัวหน้ากิลด์วาขาและเป็นหนึ่งในหน่วยยานบินของกิลด์ทเวลฟ์วิงก์ 1 ใน 4 กิลด์ขนาดใหญ่ในตอนนี้…

     

            ยิ่งใกล้วันแข่งขันจำนวนคนที่มายังเมืองลอยฟ้าดัสวัลเลย์ก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้นเป็นทวีคูณและยิ่งใกล้วันที่การแข่งขันจะเริ่มขึ้นสิ้นค้าเกี่ยวกับยานบินในตลาดก็ถีบตัวสูงขึ้นในขณะที่บางชนิดเมื่อจำนวนเริ่มล้นตลาดราคาก็ปรับลดลงกิลด์เซเวนวิงก์เองก็กำลังเตรียมยานเข้าแข่ง เนื่องจากงานครั้งนี้ไม่ได้จำกัดจำนวนยานที่เข้าแข่งต่อกิลด์เรียกได้ว่าใครมียานบินกี่ลำก็ส่งเข้าแข่งได้ทั้งหมด

            พวกของแทนหายไปได้สองวันเต็มๆมิร่ากำลังอยู่ที่ท่าเทียบยานบินกับเรนและพี่สาวของเรนที่ชื่อสโนว์หญิงสาวผมแดงอีกคนแต่เธอคนนี้สวมแว่นตาและผมยาวกว่าเรน แต่หน้าตาและรูปร่างเหมือนกันอย่างกับแกะเธอคือพี่สาวฝาแฝดของเรนที่เป็นหัวหน้าหน่วยยานบินของทเวลฟ์วิงก์

            สายลมกรรโชกแรงพัดมาพร้อมกับเสียงยานบินที่บินไปมาเมืองดัสท์วัลเลย์ในขณะนี้เต็มไปด้วยผู้คนหลังจากเสียยานบินไปจำนวนหนึ่งในการล่าการ์ดระดับ A ที่ทะเลสาบกลางหาวทั้งกิลด์ก็พยายามสร้างกองยานขึ้นมาใหม่ให้เร็วที่สุดด้วยจำนวนคนที่มีไม่น้อยจึงทำให้ทเวลฟ์วิงก์มียานบินที่จะเข้ารวมงานครั้งนี้เป็นจำนวน8 ลำ ยานบินระดับคอปเปอร์ 3 ลำ ระดับซิลเวอร์ 4 ลำและโกลด์อีก 1 ลำ

            “พวกนั้นจะกลับมาทันหรือเปล่าเนี่ย” เรนพูดขึ้นจณะตรวจสอบยานบินของทวเลฟ์วิงที่จอดเทียบท่าอยู่และยังไม่ทันจะขาดคำ เสียงตะโกนคุ้นหูก็ดังมาจากบนพื้น

            “เรน!” เสียงของแทนและพวกที่กลับมาถึงในสภาพอิดโรยสุดๆดังขึ้น

            เรนหันไปมองเมื่อรู้ว่าเป็นแทนก็เดินเข้าไปหามิร่าและสโนว์ที่อยู่ใกล้ๆ ก็เดินเข้าไปหาพวกเขาเช่นกัน “ว่าไงล่ะพวกนาย” เรนถามออกไปสภาพคนทั้งเจ็ดดูทรุดโทรมกว่าครั้งสุดท้ายที่เธอเห็นมาก

            “ไม่ไหว...” แทนพูดพร้อมส่ายหัวไปมา“คงทำไม่ไหวจริงๆ” เขาพูดต่อ

            “ฉันบอกแล้วว่ายากนายก็ยังดื้อ” เรนกอดอกพร้อมกับส่ายหัวไปมา

            “ที่ว่าไม่ไหวน่ะหมายถึงว่าระหว่างทางพวกฉันอยากจะทำระดับซิลเวอร์อีกสักลำแต่น่าจะไม่ทันเลยเอาแค่นี้ก่อน...ซิลเวอร์หนึ่งลำโกลด์หนึ่งลำ...รีบพาพวกเราไปทักทายกับไฮเวย์สตาร์ของพวกเราหน่อยสิ” แทนพูดพร้อมรอยยิ้มก่อนจะนำไอเทมต่างๆที่ต้องการในการสร้างยานบินออกมาให้เรนดู หลังจากนั้นทั้งเจ็ดคนก็ทรุดตัวลงนั่งกับพื้นรวมกับมองดูแล้วราวกับกองอะไรสักอย่างมาสุมรวมกัน

            “ผลึกแห่งใจสี่ร้อยชิ้น!พวกนายไปทำยังไงถึงได้ของพวกนี้มาเนี่ย!” เสียงเรนโหวกเหวกจนทำให้สโนว์พี่สาวของเธอต้องหันมาสนใจ

            “เกิดอะไรขึ้น” เสียงเข้มๆถามขึ้นจากหญิงสาวผมแดงหน้าตาเหมือนกันเรนถามออกมา

            “คุณเซบาสเตียน...” มิร่าพูดพร้อมกับมองไปที่เอ็ดเวิร์ด

            “หัวหน้า...พี่สโนว์...” เรนหันไปหันทั้งสองคน “พันธมิตรเราที่เคยเล่าให้ฟังเมื่อวันก่อนไงสรุปแล้วเจ้าพวกนี้ไปหาของสร้างยานระดับโกลด์มาจนได้น่ะสิ”

            “หืม...หามาได้ครบเร็วแบบนี้น่ะนะ ทำได้ยังไงกัน” สโนว์พูดเสียงเรียบถึงเธอและเรนจะเป็นพี่น้องฝาแฝดกันแต่ดูเหมือนนิสัยและท่าทางจะผิดกันอยู่ไม่น้อย

            “ยัง...ยังไม่ครบ...” แทนที่นั่งอยู่บนพื้นยกมือขัดขึ้น

            “หมายความว่ายังไงที่ว่ายังไม่ครบ” เรนขมวดคิ้วถาม

            “คันเกียร์แห่งสายลมแล้วก็ฟันเฟืองดำพวกเรายังไม่มีก็กะจะมาถามว่าพวกเธอมีพอหรือเปล่าน่ะสิ” แทนบอกออกไป

            “หมายความว่ายังไงกันพวกนี้จะเอาคันเกียร์แห่งสายลมกับฟันเฟืองสีดำของเราไปง่ายๆ ได้ยังไง” สโนว์พี่สาวฝาแฝดของเรนพูดเสียงเข้ม

            “เรามีผลึกแห่งใจ ขอแลกกับของพวกนั้นจะเอาเท่าไรล่ะ” แทนตอบออกไป

            “จริงๆ แล้วถ้าเป็นของเราคนเดียวเราให้เฉยๆเลยก็ได้นะ แต่นี่มันเป็นของกิลด์เลยต้องแล้วแต่หัวหน้าฝ่ายยานบินอย่าสโนว์” มิร่าพูดด้วยสีหน้าไม่ค่อยสบายใจนัก

            “ไม่เป็นไรหรอกมิร่าถึงยังไงเราก็อยากแลกเอาอยู่แล้ว” นิกกี้ตอบออกมา

            “เป็นพันธมิตรของเราถ้าอย่างนั้นเอามาร้อยชิ้นก็แล้วกัน” สโนว์ตอบออกไป

            แทนรีบจัดการเอาผลึกแห่งใจยื่นให้เธอทันทีหลังจากนั้นเขาก็ได้คันเกียร์แห่งสายลม 4ชิ้นและฟันเฟืองดำแห่งความมืดอีก 5ชิ้นเพื่อสร้างยานบิน 2 ลำ

            “ครบแล้วเว้ยยยยย!” แทนตะโกนลากเสียงยาวพร้อมกับสีหน้าดีใจเรนที่ยืนอยู่ใกล้ๆ ส่ายหัวเมื่อเห็นท่าทางของผู้ชายตรงหน้าเธอหัวเราะทำเสียงขึ้นจมูกก่อนที่จะพูดออกมา

            “ไปกันเถอะ” เธอสะบัดหน้าเรียกพวกแทน

            “ไปไหน?” แทนถามออกมา

            “สร้างยานบินไงล่ะ Npc อยู่ไม่ไกลจากที่นี่เท่าไร” เรนตอบยิ้มๆ

            แทนทำตาโตแล้วหันไปมองเพื่อนๆของเขาทั้งเจ็ดคนที่ตอนแรกทำท่าหมดแรงลุกขึ้นยืนทันทีราวกับพลังฟื้นคืนมาอย่างรวดเร็ว

            “นำไปโลด!” แทนที่ยืนขึ้นแล้วพูดออกมา

            เรนส่ายหัวไปมาอีกครั้งก่อนจะเดินนำพวกเขาไปโดยมีมิร่าและสโนว์เดินไปด้วย

            “เราไปดูด้วยดีกว่า” มิร่าว่า

            “น่าสนใจ...ยานระดับโกลด์ที่บรรทุกได้แค่สี่คน” สโนว์ผู้รับผิดชอบกองบินทเวลฟ์วิงก์พูดขึ้นพร้อมกับเดินตามคู่แฝดของเธอไป

            “แทนๆ รอเดี๋ยว” เอ็ดเวิร์ดที่เดินตามหลังแทนเรียก

            “มีอะไรพี่” แทนหันมาขมวดคิ้ว

            “เอาการ์ดที่นายฝากไว้คืนไปก่อนแยกกันหลังจากจัดการที่วิหารเทพสมุทรแล้วฉันก็ลืมไปเลยการ์ดแอเรียที่นายฝากไว้ก่อนจะขึ้นไปที่ปราสาทลอยฟ้าพร้อมกับเจ้าบลานซ์แล้วก็หนูลินไง” เอ็ดเวิร์ดพูดขึ้นพร้อมกับยื่นการ์ดใบหนึ่งให้แทน

            “อ้อ...การ์ดแอเรียป้อมหน้าปราสาทลาพิวต้าลืมไปเลยพี่...ตอนนั้นฝากพี่ไว้ไม่งั้นปาร์ตี้ที่มีผมอยู่จะจัดการมอนสเตอร์ที่อยู่ในนั้นไม่ได้แหม...ถ้าคิดออกตั้งแต่ปราสาทไอเซนเกอร์ผมเข้าไปจัดการมังกรมิตินั่นเองแล้วล่ะไม่ต้องไปวานยัยนิกกี้ให้เสียเวลา” แทนพูดออกไป

            “ฉันว่าไอ้คนที่เสียเวลาน่ะมันฉันมากกว่าเสียเวลาที่ต้องเข้าไปเอาการ์ดนั่นมาให้นายแล้วฟังปากมอมๆ พูดอยู่แบบนี้” นิกกี้ที่เดินอยู่ใกล้ๆ ขัดขึ้นมาหลังจากนั้นทั้งหมดก็เดินมุ่งหน้าไปสู่ทางตะวันออกของดัสวัลเลย์ซึ่งเป็นลานกว้างติดกับท่าจอดยานบิน...

             

    คล้ายกับเรื่องD.W.O. 7 การ์ดราชันย์ครองพิภพ ที่คุณอ่าน