เลือดยังไม่แห้งดี
แต่เมืองไม่สนใจว่าใครเจ็บ
ฟรอสต์ลีนตื่นขึ้นในเช้าที่เสียงรองเท้าทหารยามดังถี่กว่าปกติ ไม่ใช่เพราะมีคำสั่งใหม่
แต่เพราะเมื่อคืน มีคน “ขยับเกินตำแหน่ง”
และใครบางคนไม่ต้องการให้มันลาม
ทรัซพันผ้ารอบน่องแน่นขึ้นอีกชั้น
ผ้าเปียกเลือดจนแข็ง
ทุกก้าวที่เหยียบลงพื้นหินเหมือนมีเข็มทิ่มจากด้านใน แต่เขาเดิน เพราะถ้าเขาหยุด
อีกฝ่ายจะไม่หยุดแทน
> “พวกมันจะมาเร็ว” เรกัลป์กล่าว
“ไม่ใช่เพื่อเก็บงานเมื่อคืน แต่เพื่อย้ำว่า แกนกลางยังควบคุมได้”
เสียงโลหะกระทบกันดังขึ้นจากปลายซอย
ไม่ใช่มีด ไม่ใช่ดาบ แต่เป็นไม้กระบองหุ้มเหล็ก
อาวุธของคนที่ตั้งใจทำให้เจ็บ
ไม่ใช่ฆ่า
ทรัซหยุด
ไม่ใช่เพราะกลัว แต่เพราะพื้นที่ตรงหน้า
แคบเกินจะถอย
ชายห้าคนก้าวออกมา
ไม่ใช่ชุดเดียวกับ “ฝ่ายควบคุม” เมื่อคืน
แต่เป็นระดับถัดลงมา
เสื้อคลุมหนา แขนเสื้อเสริมแผ่นหนัง
ดวงตาไม่แข็ง แต่ดูไม่ลังเล
“ขาเจ็บ” คนหนึ่งพูด
ไม่ใช่คำถาม
“อย่าให้เขาหนีได้” อีกคนสั่ง
พวกมันไม่กระจาย ไม่ล้อม
แต่เดินเข้ามาพร้อมกัน
เหมือนผนังขยับ
ทรัซขยับก่อน โดยเหวี่ยงตัวเข้าด้านข้าง
ใช้กำแพงเป็นจุดพักแรง
ไม้กระบองฟาดผ่านหน้าอก
แรงสะเทือนกระแทกซี่โครงจนหายใจสะดุด
เขาสวนด้วยศอกเข้าที่คอ ทำให้ชายคนนั้นล้มลง
ไม่หมดสติแต่ลมหายใจขาดจังหวะ
อีกสองคนเข้ามาพร้อมกัน
หนึ่งฟาดสูง
หนึ่งฟาดต่ำ
ทรัซเลือกใช้งานต่ำ ยกขาที่เจ็บขึ้นครึ่งเดียว
ปล่อยให้ไม้กระบองกระแทกผ้าพันแผล
ความเจ็บแล่นขึ้นสมองจนภาพสั่น
แต่เขาใช้จังหวะนั้น พุ่งเข้าใส่คนฟาดสูง
หัวไหล่ชนเข้าหน้าอก แรงไม่มากทำให้เสียสมดุล
เขาเหยียบเท้าอีกฝ่ายแล้วดึงแขน
เสียงข้อไหล่ดังกรอบ ร่างนั้นล้มลงกองกับพื้น
“อย่าหยุด!” เสียงตะโกนดังจากด้านหลัง
ไม้กระบองอีกอันฟาดเข้าหลัง
ทรัซล้มคุกเข่า ฝุ่นฟุ้ง รสเลือดขึ้นคอ
> “ตอนนี้” เรกัลป์เตือน
“พวกมันคิดว่าเจ้าเริ่มช้าลง”
ทรัซใช้มือยันพื้น
เหยียบขาที่ดี ดันตัวขึ้นทั้งที่ขาสั่น
แล้วพุ่งไม่เข้าหาคนถืออาวุธ
แต่เข้าหาคนที่ “คิดว่าปลอดภัยที่สุด”
เป็นชายด้านหลังสุด คนที่ยืนคุมทางหนี
หมัดกระแทกเข้าจมูก เสียงกระดูกแตกชัด
เลือดสาด ชายคนนั้นล้ม
เหลืออีกสองคน
หนึ่งลังเล
หนึ่งโกรธ
คนโกรธพุ่งเข้ามาเร็ว ฟาดไม่ยั้ง
ทรัซรับหนึ่ง หลบหนึ่ง
แต่ขาของเค้าเจ็บ จึงช้าเกินไปครึ่งจังหวะ
ไม้กระบองฟาดเข้าที่ต้นขา แรงจนขาทรุด
ทรัซล้มลง ขาอีกข้างยันพื้น
ไม่ปล่อยให้ตัวเองนอนลงไปกับพื้น
เขาดึงข้อเท้าคู่ต่อสู้ กระชากให้เสียหลัก
แล้วใช้เข่ากระแทกซ้ำเข้าลำตัว
เสียงอากาศหลุดจากปอดดังชัด
คนสุดท้ายถอยหละงเตรียมหนี ไม่ใช่เพราะกลัว
แต่เพราะเห็นว่า งานนี้ไม่คุ้ม
เขาหันหลัง
วิ่ง
ทรัซไม่ตาม เขายืนหอบ มือสั่น
เหงื่อผสมเลือดไหลลงคาง
> “เห็นหรือยัง” เรกัลป์กล่าว
“พวกมันไม่รอให้เจ้าแข็งแรง”
ทรัซพิงกำแพง
หายใจลึก
ทุกส่วนของร่างกายประท้วง
แต่สายตายังนิ่ง
“ข้ารู้” เขาพูด
“และนั่นแหละ คือเหตุผลที่ข้ายังต้องยืนอยู่”
เสียงฝีเท้าจากที่ไกล
ไม่ใช่พวกนี้ ไม่ใช่ฝ่ายควบคุม
แต่เป็นคนของเมือง
คนที่เห็น คนที่ได้ยิน คนที่เริ่มรู้ว่า ความเงียบ
ไม่ปลอดภัยกว่าเสียงอีกต่อไป
ทรัซดันตัวเองให้ยืนตรง
แม้ขาจะไม่อยากรับน้ำหนัก
เพราะถ้าเขาล้มตอนนี้
เมืองจะเรียนรู้สิ่งผิดอีกครั้ง
และคืนนี้
เงารู้แล้วว่า ต่อให้คนเจ็บ เขาก็ยังไม่หยุด
เกมไม่ได้รอ และทรัซก็เช่นกัน