ตอนที่ 4
เมื่อเสียงประตูที่ถูกทุบเงียบลง จึงกลับมาสงบอีกครั้ง แม่เลี้ยงคงโมโหมากทีเดียว ที่ทำอะไรไม่ได้และสิ่งที่้าก็ไม่ได้เช่นกัน ไม่เป็เหมือนกับทุกครั้งที่ผ่านมา จะให้ทำอย่างไรได้ เธอไม่อยากเป็เหมือนเดิมอีกแล้ว ที่ยอมทุกคนจนตัวเองต้องลำบาก
เมื่อมีเวลาอยู่กับตัวเองทำให้มาคิดว่าจะทำอย่างไรต่อไปดี เธอจึงดูของ ของแม่ที่เธอเก็บเอาไว้ไม่ให้ใคร และหนึ่งอย่างก็เป็สร้อยที่มีจี้รูปดาว ที่แม่ให้ไว้ั้แ่ยังเด็ก และเป็ของสิ่งเดียวที่เธอใส่ไว้ตอนตายจาก แต่เธอกลับหยิบโดนของมีคมที่เก็บไว้ด้วยกัน ทำให้เืออกนิดหนึ่ง แต่ไม่เป็ไรแค่นิดเดียวเอง จึงหยิบจี้และสร้อยมาใส่อีกครั้งโดยไม่ได้สนใจเืเล็กน้อยที่ออกมา จะโดนจี้หรือเปล่า และหลับตานึกถึงผู้เป็แม่ ด้วยความคิดถึง
แต่เมื่อลืมตาขึ้นมา กลับพบว่ามาอยู่ที่ไหนไม่รู้ เราอยู่ที่ไหนกันนะ เธอมองสถานที่ ที่แปลกหูแปลกตานี้ ด้วยความงุนงง ว่ามาอยู่ที่ไหน และมาได้อย่างไร จึงได้เดินสำรวจเผื่อว่าจะเจอใครบ้าง
เมื่อเดินดูพบว่ามีบ่อน้ำเล็กๆ อยู่หนึ่งบ่อ น้ำใสมาก มีพื้นที่ว่างเปล่าอยู่กว้างมากเหมือนกัน และมีบ้านหลังเล็ก เป็บ้านของใครล่ะเนี่ย เธอเลยลองเรียกดู ถ้าเจอใครจะได้ถามได้
"มีใครอยู่ไหมคะ" เงียบไม่มีคนตอบ เธอจึงเรียกอีกหลายครั้ง แต่ก็ไม่มีคนตอบเหมือนเดิม จึงได้เปิดประตูเข้าไป สำรวจดูด้านในบ้าน มีห้องนอน 2 ห้องมีห้องน้ำอยู่ด้วย มีห้องครัวเล็ก 1 ห้อง แล้วเป็บ้านของใครกันนะ เรามาได้อย่างไรกัน ไม่เห็นมีใครสักคน
เมื่อเดินสำรวจภายในบ้านแล้วจึงออกมาเดินด้านนอกอีกครั้ง เมื่อเดินมากเข้า จึงรู้สึกหิวน้ำ จึงได้กินน้ำที่บ่อเล็กไปเล็กน้อย ไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือเปล่าว่าทำให้รู้สึกหายเหนื่อย และสดชื่นเป็อย่างมาก ทำให้รู้สึกดีขึ้น
"แล้วเราจะกลับยังไง ตอนมายังไม่รู้ว่ามาอย่างไรเลย หรือว่าต้องติดอยู่ที่นี่เลยหรือ"
"ฉันอยากออกไปจากที่นี่"
พอพูดว่าอยากออกเท่านั้น เธอก็กลับมาอยู่ที่ในห้องนอนเหมือนเดิม กลับมาได้อย่างไรล่ะทีนี้ ยิ่งคิดก็ยิ่งให้งงเป็อย่างมาก หรือว่าเป็มิติที่เคยได้ยินมา แต่มันเป็เพียงเื่เล่าไม่ใช่หรือ เป็ความฝันก็คงไม่ใช่ เพราะเรายังไม่ได้หลับ
"มันจะเกินจริงไปแล้ว แล้วถ้าเราจะเข้าไป"
พอพูดคำว่าเข้าไปจบเท่านั้นก็เข้าไปในที่แปลกใหม่ในทันที
"แสดงว่า ถ้าเรา้าเข้ามาต้องพูดว่าเข้ามา และถ้าจะกลับไปต้องทำอย่างไรนะ ลองดูแล้วกัน"
"ออกไป" ออกมาจริงๆ ด้วย มันวิเศษมากเลย แต่เรามีมิติได้อย่างไรกันนะ หรือว่าเืที่โดนจี้ จะเป็ตัวกลางในการเปิดมิติ แต่อะไรก็แล้วแต่ มันเป็อะไรที่ไม่อยากจะเชื่อจริงๆ อาจจะมาพร้อมกับการที่เราได้ย้อนกลับมาก็เป็ไปได้ แล้วมันทำอะไรได้บ้างนะ เก็บของได้หรือเปล่า ต้องลอง เธอจึงเอาของที่เกี่ยวกับแม่ รวมทั้งโฉนดของบ้านนี้ด้วย เก็บไว้ในกล่องอย่างดีแล้ว
"เก็บ"
"มันเก็บได้จริงด้วยๆ ช่างวิเศษเกินไปแล้ว ทีนี้ไม่ต้องกลัวว่าอะไรจะหายอีก และไม่มีใครสามารถหาเจออีกด้วย"
เธอรู้สึกถึงความปลอดภัยขึ้นมาในทันที และอะไรที่สำคัญและจำเป็เธอจึงค่อยๆ รวบรวมอย่างเป็ระเบียบ เพื่อง่ายต่อการหา เมื่อเก็บของไป ก็ยิ้มอย่างมีความสุข จะไม่ให้มีความสุขได้อย่างไรกัน นี่มันมิติเลยนะ ใครจะเคยมีกันบ้าง
เมื่อเก็บของที่้าเสร็จแล้ว จึงลองดูเงินที่เหลืออยู่มีเพียง 10 หยวนเท่านั้น จึงเก็บไว้ในมิติ เพราะไม่รู้จะมีคนมารื้อห้องหรือเปล่า เพราะไม่ได้เงินกัน ปลอดภัยไว้
แล้วน้ำในบ่อคงเป็น้ำวิเศษแน่เลย เพราะกินแล้วรู้สึกดีมาก ทั้งความเหนื่อยล้า หายไป และเหมือนร่างกายมีเรี่ยวแรงขึ้นมาก แต่ตรงพื้นที่ว่างๆ ทำอะไรได้บ้างนะ แต่ถ้าเราเอาผักและผลไม้เข้าไปปลูกจะได้หรือเปล่า ต้องลองดู ถ้าทำได้ เราก็ไปอยู่ที่ชนบท โดยไม่ต้องกลัวอดตายแล้ว อย่างน้อยก็มีทั้งผักและผลไม้กิน แค่คิดก็มีความสุขแล้ว
ทางด้าน จงเหมยอิง รู้สึกมีความสุขในการค้นพบมิติวิเศษ แต่อีกสามคน แม่ลูก กลับรู้สึกเป็ทุกข์เป็อย่างมาก ที่สิ่งที่้ากลับไม่ได้ อย่างที่้า
"แม่ครับ เหมยอิง เป็อะไรไปแล้ว ทำไมผมขอเงินใช้บ้าง วันนี้ถึงไม่ได้ และยังให้ผมไปทำงานหาเงินเองอีก เป็น้องที่ใช้ไม่ได้เลย"
"ไม่ใช่แค่พี่ที่ไม่ได้นะคะ หนูก็ไม่ได้เหมือนกัน และยังมาว่าหนูอีก" คิดแล้วยังแค้นใจไม่หาย ที่โดนน้องสาวว่าเอาได้ คนที่เคยถูกตามใจเสมอ และไม่เคยถูกน้องสาวขัดใจเลย ยังไม่สามารถรับได้กับสิ่งที่น้องสาวทำกับเธอในวันนี้
"แม่ไปพูดแล้ว มันก็ไม่ยอมและไม่ทำให้ทุกคนแล้ว บอกให้ทุกคนทำกันเอง และอยากมีเงินใช้ก็ให้หางานทำเอง" สิ่งที่ลูกเลี้ยงทำกับเธอในวันนี้ทำให้เธอมานั่งแค้นใจ และโกรธมากอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ถ้าเป็ตอนเด็กเธอคงแอบตีไปแล้ว แต่นี่โตแล้วจะทำเหมือนตอนเด็กก็ไม่ได้ แต่ก็ยังเกิดความไม่ยินยอมอยู่
"จริงหรือคะแม่ ขนาดแม่ที่มันเคยทำตามทุกอย่างยังไม่ได้เลย เกิดอะไรขึ้นกันแน่ ไม่อยากจะเชื่อเลย"
" เป็ไปแล้ว แม่ก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน จากเด็กหัวอ่อน ทำไมถึงหัวแข็งและไม่ยอมคนขนาดนี้กันนะ"
"แม่ครับ แล้วเราต้องทำอย่างไรดี ผมเคยได้เงินเกือบทุกวัน แต่นี่ไม่ให้ผมเลย ผมไม่อยากทำงาน แม่ก็รู้ เหนื่อยจะตาย"
เธอมองลูกชายที่เธอรักที่สุด ไม่ว่าอยากได้อะไร จะหามาให้เสมอ จนเป็ความเคยชิน
"ตอนนี้ยังไม่ต้องทำอะไรรอดูไปก่อน มันไม่น่าจะเปลี่ยนนิสัยได้เร็วแบบนี้ พรุ่งนี้อาจเป็เหมือนเดิมก็ได้"
"ถ้าอย่างนั้น ผมขอเงินใช้บ้างนะครับ ไม่มีใช้เลย" เขาใช้ลูกอ้อนแบบนี้แม่ไม่เคยที่จะไม่ให้เขาเลยสักครั้ง เพราะแม่รักและตามใจเขาเป็อย่างมาก
"หนูก็ขอบ้างนะคะ พี่ใหญ่ได้หนูก็ต้องได้" ทำไมจะต้องเสียเปรียบ อย่างไรเธอก็ต้องได้เงินจากแม่เหมือนกัน
"พวกแกนี่มันจริงๆ เลย วันๆ เอาแต่ใช้เงิน" ว่าให้ลูกทั้งสองคนแต่มือก็หยิบเงินออกมาให้ลูกเหมือนเช่นทุกครั้ง
"ใช้ให้มันประหยัดๆ หน่อย ดีที่พ่อแกไม่รู้ถ้ารู้ว่าใช้เงินกันไม่ประหยัดแบบนี้ แม่ต้องถูกว่าแน่นอนเลย"
"แม่ก็อย่าให้พ่อรู้สิครับ" ในเมื่อพ่อรู้แล้วจะบ่น ก็อย่าให้รู้ก็สิ้นเื่ พูดอย่างคนที่เห็นแก่ตัวออกมา
"ใช่ค่ะ พี่ใหญ่พูดถูก" เธอเองก็คิดเช่นเดียวกับพี่ใหญ่ ทำไมต้องให้รู้ด้วย พ่อมีหน้าที่ทำงานหาเงินให้ทุกคนในครอบครัวใช้ไม่ใช่หรือ
"อืม แม่จะกลับห้องแล้ว เดี๋ยวพ่อสงสัยว่าหายไปไหน จะลงมาตามเสียก่อน" หลังจากนั้นจึงได้เดินขึ้นห้องไป
แต่ทุกคนไม่รู้เลย ว่าคนที่ไม่อยากให้รู้ตอนนี้รู้แล้ว จงเว่ยซา ที่อาบน้ำเสร็จแล้ว ไม่เห็นเมียเขาอยู่ในห้อง จึงได้เดินออกมาจากห้อง และได้ยินสิ่งที่ทุกคนคุยกันหมดทุกอย่าง นี่แม้แต่เงินที่ลูกสาวไปทำงานมา ทุกคนยังไปเบียดเบียนกันอีกหรือ ทั้งที่เขาทำงานเงินทุกหยวน เขาไม่เคยเก็บเอาไว้ เขาให้เมียเขาเป็คนจัดการทุกอย่างในบ้าน เขาไม่เคยรู้อะไรเลย เขาควรต้องทำอย่างไรดี เขาเป็พ่อที่แย่มากใช่ไหม
( ฝากติดตามด้วยนะคะ )