จุติเทพอสูรสยบบรรพกาล【จบ】

    เล่มที่ 5 ตอนที่ 130 หลี่โหย่วฉาย

            เมื่อมองดูเงาร่างภูตผีที่กำลังมุ่งไปยังรอยวิถีทำลายล้างที่รวมตัวกันอยู่ตรงเบื้องหน้า

            ฉินอวี่ก็ไม่อาจสงบใจอยู่ได้เป็นเวลานาน

            เขาไม่เคยคิดแม้แต่จะฝันว่าจะได้พบกับหนึ่งในเก้าวิชาลับแห่งจูเทียน

            “รวบรวมเก้าวิชาลับแห่งจูเทียน ก็เท่ากับได้คัมภีร์จูเทียน!” ฉินอวี่พึมพำแต่ก็ไม่อาจระงับความตื่นเต้นนี้ได้เลย

            คัมภีร์จูเทียนหนึ่งในสามยอดคัมภีร์แห่งหงหวง

            ร่ำลือกันว่าสามยอดคัมภีร์ที่ว่านี้ รับสืบทอดมาจากหงเหมิง เป็นตำราที่แข็งแกร่งที่สุดของไท่ชู

            ในอดีตสำนักจูเทียนเต้าจะยึดพื้นฐานมาจากคัมภีร์จูเทียนแต่น่าเสียดายที่ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดคัมภีร์จูเทียนจึงถูกแบ่งออกเป็นวิชาลับทั้งเก้าแห่งจูเทียนไปเสียได้และเมื่อเวลาผ่านไป วิชาลับก็สูญหายไปสามวิชา

            ในตอนนั้นที่สำนักจูเทียนเต้าถูกทำลายหลงเหลือวิชาลับที่ถูกรักษาไว้ได้หกวิชาซึ่งวิชาลับทั้งหกนั้นได้ให้กำเนิดหกธรรมบาล! หลังจากสำนักจูเทียนเต้าถูกทำลายไปก็มีคนเคยพูดกันว่า หากวิชาลับทั้งเก้าแห่งจูเทียนครบสมบูรณ์เกรงว่าทั่วทั้งแดนเซียนอู่คงไม่มีผู้ใดสามารถทำลายสำนักจูเทียนเต้าได้อีก

            ฉินอวี่มีความอยากรู้เกี่ยวกับสำนักจูเทียนเต้าเป็นอย่างยิ่งเขาพยายามอ่านตำราโบราณเป็นจำนวนมากเพื่อจะค้นหาสาเหตุในการล่มสลายของสำนักจูเทียนเต้าแต่เมื่อลองมองไปมองมาแล้วฉินอวี่ก็พอจะคาดเดาได้ว่าสำนักจูเทียนเต้าน่าจะถูกทำลายเพราะสาเหตุจากคัมภีร์จูเทียน!

            และในตอนนี้เมื่อเงาร่างของธรรมบาลซึ่งเป็นหนึ่งในความลับทั้งเก้าของสำนักจูเทียนเต้าที่แข็งแกร่งในอดีตได้ปรากฏตัวขึ้นมาจะไม่ให้ฉินอวี่ตกใจได้อย่างไร

            เขาไม่เคยนึกมาก่อนเลยว่าในเหวลึกแห่งนี้จะมีความลับเช่นนี้ซ่อนอยู่จริงๆ

            “ไม่รู้ว่าคนผู้นี้เป็นใครกันหากสามารถเรียนรู้หนึ่งในเก้าความลับแห่งจูเทียนได้เกรงว่าสถานะในอดีตคงจะไม่ธรรมดาแน่นอน เพียงแต่...ในตอนที่สำนักจูเทียนเต้าถูกทำลายเป็นยุคสมัยไท่ชู หรือชายชราที่น่ากลัวคนนั้นจะเป็นคนในยุคสมัยไท่ชู?เป็นไปไม่ได้! ไม่มีทางเป็นไปได้!” ฉินอวี่สรุปไว้ในใจ

            แม้จะเป็นจุดสูงสุดของขั้นเขตแดนเต๋าก็ไม่มีทางจะมีชีวิตอยู่มาถึงตอนนี้ได้นอกเสียจากชายชราคนนั้นจะเข้าถึงเขตแดนเซียน ไม่เช่นนั้นก็ไม่มีทางจะมีชีวิตอยู่ได้ถึงทุกวันนี้

            “หรือว่า เขาจะเป็นผู้แข็งแกร่งขั้นเขตแดนเซียน?” เมื่อความคิดเช่นนี้ปรากฏขึ้นทำให้ฉินอวี่ต้องตกตะลึง

            “แม้แต่แดนเซียนอู่ในยุคไท่ชูก็ไม่มีคนขั้นเขตแดนเซียนปรากฏขึ้นยิ่งไม่ต้องพูดถึงในตอนนี้เลย” ฉินอวี่คาดคะเน แม้จะรู้สึกว่าชายคนนี้ดูน่ากลัวแต่ก็น่าจะต้องเป็นผู้แข็งแกร่งขั้นเขตแดนเซียนไม่เช่นนั้นจะมีชีวิตอยู่ถึงทุกวันนี้ได้อย่างไร? และคงได้ล้างแค้นให้กับสำนักจูเทียนเต้าไปนานแล้ว

            “ชายชราคนนี้ดูเหมือนจะเสียสติไปแล้ว แบบนี้คงต้องไปจากที่นี่ก่อนจะดีกว่า”ฉินอวี่พึมพำกับตนเอง จากนั้นจึงหันหลังกลับและเหาะไปทางสุสานร้าง

            หลังจากผ่านไปครึ่งชั่วยามฉินอวี่ก็กลับมาถึงสุสานร้าง จากนั้นจึงใช้มโนจิตสาดส่องไปในรัศมีรอบด้านและเมื่อมโนจิตส่องไปถึงระยะห้าสิบลี้ ฉินอวี่ก็ต้องละสายตากลับมาทันทีสีหน้าของเขาดูเอาแน่เอานอนไม่ได้ หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่ง เขาจึงค่อยๆลงไปยืนบนพื้นดิน หยิบดินกำมือหนึ่งมาทาไว้บนใบหน้าจากนั้นจึงนำดินป้ายไปบนเสื้อผ้าของเขา และฉีกเสื้อผ้าไปตามอารมณ์หลังจากที่ทำให้ตนเองดูมอมแมมแล้ว เขาจึงรีบเหาะไปทางหนึ่งอย่างรวดเร็ว

            “ทำอะไรต้องว่องไวขึ้นหน่อย หากเจอชายชราร้องไห้คนนั้นคงจบเห่แน่นอน”

            “ข้าก็คิดแบบนั้น แต่ตามกฎในการขุดของสุสานแห่งนี้อย่างน้อยก็ต้องใช้เวลาหนึ่งชั่วยาม หรือพวกเราจะระเบิดหลุมขึ้นสักหลุม?”

            “เจ้ายังรู้สึกชีวิตวุ่นวายไม่พอหรือ นี่เป็นระดับท่านผู้อาวุโสเชียวนะหลังจากสามปีนี้ก็น่าจะต้องถูกพาตัวไปแล้ว แต่หากถูกพวกเขาพบหลุมเข้าและไม่ทำตามกฎพวกเราจะมีชีวิตรอดได้หรือ? ไม่ต้องพูดมากแล้ว รีบขุดเถอะ”

            เด็กหนุ่มชุดเทาสองคนกำลังตั้งหน้าตั้งตาขุดหลุมบนพื้นอย่างบ้าคลั่งและด้านข้างกายเขานั้น ได้พบศพหัวขาดที่สวมชุดเกราะสีดำสนิท

            “หวังจง เจ้าได้ยินอะไรหรือไม่?” ชายหนุ่มรูปร่างเตี้ยหยุดลงอย่างกะทันหันและตัวสั่นสะท้าน

            “ได้ยินอะไรกัน? มีอะไรที่ไหน? ตื่นตูมไปได้หลิวเจ๋อเจ้าทำอะไรให้มันไวหน่อย อย่าคิดอู้”ชายหนุ่มที่ชื่อหวังจงพูดอย่างโกรธเกรี้ยว แม้ว่าจะตำหนิอยู่ แต่ความเร็วในการขุดกลับไม่ลดลง

            “หรือข้าจะได้ยินผิดไป?” หลิวเจ๋อมองไปรอบด้าน

            “ทั้งสองท่าน...” ในขณะนี้ เสียงขอความช่วยเหลือก็ดังขึ้นเบาๆหลิวเจ๋อและหวังจงตัวสั่นสะท้าน หันมาสบตากันและกันโยนพลั่วที่อยู่ในมือออกด้วยความตกใจ และรีบวิ่งไปทางด้านหนึ่งอย่างบ้าคลั่ง

            ฉินอวี่ที่กำลังเหาะมาอย่างรวดเร็วต้องตกตะลึงไปทันทีก่อนหน้านี้เขาได้ตรวจพบคนผู้ฝึกตนขั้นสมานญาณทั้งสองคนมาก่อนแล้วเดิมคิดว่าจะปลอมตัวเข้าไป แต่กลับนึกไม่ถึงว่าทั้งสองคนจะตกใจกลัวถึงขนาดนี้จนวิ่งหนีหายไป

            “หรือว่า พวกเขาก็รู้จักชายชราคนนั้น? และพวกเขาก็คิดว่าข้าคือชายชราคนนั้น?”ฉินอวี่กลอกตาไปมา ดวงตาเปล่งประกายเล็กน้อย และรีบเพิ่มความเร็ว

            หลังจากนั้นไม่นานฉินอวี่ก็ตรงไปยังเบื้องหน้าของทั้งสองคน และพูดขึ้น “ช้าก่อน!”

            เมื่อทั้งสองคนที่กำลังหวาดกลัวได้พบกับฉินอวี่เขาก็พูดขึ้นอย่างโกรธเคืองในเวลาเดียวกัน “ยังจะรออะไรอีก ชายชราร้องไห้มาถึงแล้วยังไม่หนีอีก!”

            “เป็นข้าเอง...” ฉินอวี่ส่ายหน้าอย่างขมขื่น และแอบมีแผนการรับมืออยู่ในใจ

            “อะไร? เจ้าหรือ?” ชายหนุ่มที่ชื่อหวังจงมีสติขึ้นมาและจ้องไปยังฉินอวี่เป็นเวลานานโดยไม่พูดอะไรหน้าอกที่สั่นกระเพื่อมอย่างรุนแรงเริ่มสงบลง จากนั้นจึงเหลือบมองทางด้านหลังและพูดอย่างแปลกใจ “ก่อนหน้านี้คือเสียงโหยหวนของเจ้าหรือ?”

            ใบหน้าของฉินอวี่กระตุกโหยหวน?ตนเองส่งเสียงโหยหวนที่ไหนกัน? ทันใดนั้นเขาก็แสร้งทำเยาะเย้ยไปทันที “ใช่ พวกเจ้าสองคนก็ขวัญอ่อนเกินไป”

            “ใครขวัญอ่อน เจ้านะสิขี้ขลาดขวัญอ่อน แล้วเจ้าเป็นใครกันทำไมจึงมาอยู่ในสุสานร้าง? พวกเราเหมือนไม่เคยเห็นเจ้ามาก่อน?”เมื่อถูกฉินอวี่พูดเช่นนี้ หลิวเจ๋อก็โกรธมากและอดไม่ได้ที่จะพูดไปอย่างโกรธเคือง

            “พูดตามตรง ข้าก็เพิ่งหนีชายชราร้องไห้คนนั้นมา” ฉินอวี่พูดออกไปด้วยอารมณ์

            “อะไรนะ? เจ้าบอกว่าเจ้าหนีชายชราร้องไห้คนนั้นมาหรือ?เจ้าพบกับชายชราคนนั้นแต่ไม่ตายหรือ?” หวังจงและหลิงเจ๋อตาเบิกโพลงกวาดสายตามองฉินอวี่อย่างเหลือเชื่อ

            ใบหน้าของฉินอวี่เผยให้เห็นความกลัวอย่างต่อเนื่องและพูดว่า “ก่อนหน้านี้ข้าถูกชายชราร้องไห้จับตัวไปเพิ่งหนีออกมาได้ไม่กี่วันนี้เอง”

            “เจ้า... เจ้าคือหลี่โหย่วฉายที่เพิ่งเข้ามาใหม่หรือ?” หลิวเจ๋อมองไปยังฉินอวี่อย่างละเอียด ก่อนจะถามอย่างไม่แน่ใจ

            ใบหน้าของฉินอวี่กระตุกเล็กน้อยทุกสิ่งเป็นไปตามคาดราวกับสวรรค์จัดสรรก่อนหน้านี้เขาก็กำลังคิดว่าจะหลอกทั้งสองคนได้อย่างไร แต่กลับนึกไม่ถึงว่าจะมีคนมอบตัวตนใหม่ให้กับเขาเช่นนี้

            “ผู้น้อยเอง” ฉินอวี่พูดพลางแสดงความเคารพ

            “ไม่ใช่สิ เจ้าไม่ได้อยู่ขั้นเทียนชุ่ยหรอกหรือ? เวลาแค่ครึ่งเดือนทำไมจึงอยู่ขั้นกุมารทิพย์ล่ะ?หรือว่า... ชายชราที่ร้องไห้คนนั้นจะชี้แนะอะไรกับเจ้า?” พลังจินตนาการของหลิวเจ๋อนั้นช่างเลิศล้ำจริงๆ เขาจึงพึมพำด้วยความประหลาดใจ

            แต่หวังจงดูจะมีนิสัยที่นิ่งขรึมกว่าหลิวเจ๋อหลังจากจ้องมองฉินอวี่อยู่ครู่หนึ่ง ก็พูดขึ้นอย่างเคร่งขรึม“และรอยผนึกปีศาจของเจ้าล่ะ?”

            ฉินอวี่ตกตะลึงก่อนจะกลั้นหายใจ และยื่นมือขวาออกไป ถ่ายเทแก่นปราณลงไป จนเกิดเป็นผนึกสีทองแดงรอยหนึ่งจากนั้นจึงเก็บมือกลับไป

            “เจ้าเป็นใครกันแน่!เป็นไปไม่ได้ที่คนที่เปิดรอยผนึกฝ่ามือจะถูกส่งมาที่แห่งนี้”หวังจงเรียกอาวุธวิญญาณออกมา และจ้องตรงไปทางฉินอวี่ พลางตะโกนอย่างรุนแรงส่วนหลิวเจ๋อก็เรียกอาวุธวิญญาณออกมาเช่นกัน และเป็นกระบี่สีครามเล่มหนึ่ง

            ฉินอวี่ถอนหายใจอย่างโล่งอกหรี่ตาลงมองหวังจง และเยาะเย้ยอยู่ในใจสำหรับเขาแล้วการลองใจเพียงแค่นี้เป็นสิ่งที่น้อยนิดนักหากพวกเขาแน่ใจว่าตนเองไม่ใช่หลี่โหย่วฉาย ก็คงจะลงมือไปนานแล้ว

            “หรือข้าต้องบอกเจ้าด้วยว่าข้าไปล่วงเกินผู้ใดมา? และต้องบอกพวกเจ้าด้วยหรือว่าชายชราร้องไห้คนนั้นแนะนำข้าหรือมอบของดีอะไรให้ข้า? อย่างที่รู้กันว่ายิ่งรู้น้อยเท่าไร ชีวิตก็ยิ่งยืนยาว?” ฉินอวี่ตะคอกกลับไปด้วยเสียงอันดุร้าย

            “เจ้า...” ดวงตาของหวังจงเต็มไปด้วยความสงสัยและตื่นตระหนกและเริ่มเชื่อขึ้นมาแล้วในใจ เขาจึงกัดฟันพูดออกไป“ในเมื่อเจ้าได้คำชี้แนะจากชายชราร้องไห้นั่นมาแล้วแล้วทำไมเจ้าถึงต้องหนีออกมาอีกเล่า?”

            “เจ้าคงไม่รู้ว่าชายชราคนนั้นเสียสติไปแล้ว บางเวลาก็ปกติดี บางเวลาก็บ้า?หากตอนนี้ยังไม่หนีออกมา จะปล่อยให้เขาเสียสติจนจะฆ่าข้าก่อนแล้วค่อยหนีออกมาหรือ?”ฉินอวี่พูดอย่างเยือกเย็น

            “หลี่โหย่วฉาย เจ้าทำได้อย่างไรกัน? เจ้าได้พบกับชายชราร้องไห้คนนั้นแต่ยังไม่ตายเจ้าไม่รู้หรือว่าชายชราคนนั้นน่ากลัวแค่ไหนเขาพบกับใครก็ตามจะต้องถามคำถามกับคนผู้นั้นหนึ่งถาม หากไม่ตอบคำถามเขาล้วนต้องถูกฆ่าตายทั้งสิ้นหลายปีมานี้มีคนในสุสานร้างตายด้วยน้ำมือของชายชราคนนั้นมากเท่าไรแล้วก็ไม่อาจรู้ได้”หลิวเจ๋อเชื่อฉินอวี่อย่างสนิทใจแล้ว จึงได้แต่ถามไปด้วยความสงสัย

            หวังจงมองไปทางฉินอวี่สายตาของเขาเต็มไปด้วยความอยากรู้ ในฐานะเป็นคนขุดหลุมศพ ย่อมมีโอกาสมากที่จะต้องพบเจอชายชราร้องไห้คนนั้นแต่ในเมื่อหลี่โหย่วฉายยังมีชีวิตรอดจึงต้องการคำตอบจากเขา หากได้คำตอบมาจากเขาก็ไม่ต้องกังวลว่าจะถูกสังหารอีกเมื่อต้องพบกับชายชราคนนั้นในอนาคต

            หลิวเจ๋อชำเลืองมองหวังจงในใจของหวังจงกำลังสับสนอยู่เป็นเวลานาน ก่อนจะพูดขึ้น “หลี่โหย่วฉาย ข้าผิดเองถึงอย่างไรเจ้าก็อยู่ในเขตหลุมศพแห่งนี้แล้วนอกจากพวกข้าที่เป็นคนขุดหลุมแล้วก็มีน้อยคนนักที่จะเข้ามา...”

            ฉินอวี่หันศีรษะไปอย่างสบายๆและพูดอย่างเยือกเย็น “ดังนั้นเจ้าจึงคิดว่าข้าคือคนนอก? หากข้าเป็นคนนอกที่เข้ามา ด้วยระดับการฝึกฝนของข้าการเข้ามาที่นี่ไม่เท่ากับมารนหาที่ตายหรือ?”

            ใบหน้าของหวังจงแดงก่ำฉินอวี่ได้คาดเดาความคิดในใจของตนเองได้ถูกต้องแต่คำพูดของฉินอวี่ก็ทำให้เขาคัดค้านไม่ได้ ความสงสัยในใจจึงค่อยๆ จางหายไปใช่แล้ว หากเป็นคนนอกเข้ามา ด้วยระดับฝึกฝนเช่นนี้ ก็เท่ากับรนหาที่ตายหรือพูดได้อีกอย่างหนึ่งว่า คนนอกที่เข้ามาจะมีรอยผนึกฝ่ามือได้อย่างไร?

            “พี่หลี่ เจ้าเป็นผู้ใหญ่มากกำลัง โปรดอภัยให้หวังจงด้วยเขาเป็นคนหัวโบราณไปสักหน่อย แต่จิตใจดี” เมื่อหลิวเจ๋อเห็นฉินอวี่พูดอย่างเย็นชาเขาก็อดจะตระหนกไม่ได้ หากไม่ได้รับคำตอบ ครั้งต่อไปเมื่อต้องพบกับชายชราร้องไห้ถ้าตอบอะไรไม่ได้ก็มีหวังจบเห่แน่นอน

            ฉินอวี่ยังคงวางตัวเพราะตัวตนของเขายังจำเป็นต้องมีสองคนนี้คอยช่วยเหลือจะปล่อยให้ความสัมพันธ์ที่มีแข็งกระด้างไปได้อย่างไร? เมื่อเห็นความไม่สบายใจและท่าทางที่ละอายของหวังจง ฉินอวี่ก็โบกมือขึ้น“ช่างเถอะๆ เมื่อครู่นี้พวกเจ้าทำอะไรกันอยู่หรือ?”

            “ขุดหลุมศพ พวกข้าเป็นคนขุดหลุมศพก็กำลังขุดหลุมศพกับขุดศพมิใช่หรือ?”เมื่อหวังจงเห็นฉินอวี่อภัยให้ตนเอง เขาก็ถอนหายใจอย่างโล่งอกอยู่ในใจและรีบตอบกลับไป เขาเองก็ต้องการคำตอบของชายชราร้องไห้ไม่เช่นนั้นก็ต้องมาคอยระวังตัวอยู่ตลอดเวลา

            “ขุดหลุมศพ? ขุดศพ?” ฉินอวี่สงสัยเมื่อนึกถึงหลุมศพที่ว่างเปล่าแล้ว เขาก็อดจะสงสัยไม่ได้

            “เจ้าคงไม่รู้สินะ เฮ้อ สิ่งที่พวกข้าทำคือฝังคน การขุดหลุมขุดเสร็จก็นำคนตายลงไปฝัง รอให้พ้นเวลาสามปีก็ขุดศพเหล่านี้ขึ้นมาส่งไปยังเจ้าเมืองของเขตปีศาจ” หวังจงรีบชิงตอบก่อนหลิวเจ๋อเพราะยังกังวลว่าฉินอวี่อาจเกลียดตนเอง

            “ฝังคน ขุดหลุมศพ? ฝังไว้ใต้ดินเป็นเวลาสามปี?”ฉินอวี่รู้สึกประหลาดใจขึ้นมาทันที

    คล้ายกับเรื่องจุติเทพอสูรสยบบรรพกาล【จบ】 ที่คุณอ่าน