ทวีปพฤกษา
เวลาพักผ่อนผ่านไปอย่างรวดเร็วก็ถึงเวลาที่พวกฟางเฉินต้องเดินทางไปยังนิกายพฤกษาครามแล้ว ฟางเฉิย เย่เซียน ฉินเย่และหลิงเซี่ยต่างเดินทางกลับพร้อมกับราชาเซียนเต้าจีพร้อม ๆกันหลิงเซี่ยนั้นเป็นศิษย์สายนอกของนิกายพฤกษาครามและนางได้ขอทางนิกายเดินทางกลับมาทวีปฉางลั่วเพื่อพักผ่อน และตัวนางในตอนนี้ก็ได้จัดขาดกับประมุขสำนักเว่ยแล้วด้วยเพราะหลิงเซี่ยเล็งเห็นว่าการเป็นศัตรูกับฟางเฉินไม่ใช่เรื่องที่ดี“ไม่คิดเลยว่าแม่นางหลิงจะเดินทางไปนิกายพร้อมกับเรา” ฉินเย่กล่าวและขยับเข้าไปหาหลิงเซี่ย ในฐานนะชายหนุ่มฉินเย่ย่อมสนใจหลิงเซี่ยอยู่แล้ว หลิงเซี่ยนั้นถือเป็นยอดหญิงงามคนหนึ่งโดยเฉพาะรูปร่างที่ออกจะยั่วยวนนั่นสามารถทำให้ชายหนุ่มหลงใหลได้ แต่สำหรับฟางเฉินความงามของเย่เซียนที่ดูบริสุทธิ์และสูงศักดิ์นั้นเหมาะกับเขามากกว่าแต่หลิงเซี่ยเองก็ไม่ได้สนใจฉินเย่มากนักเห็นได้ชัดว่าพรสวรรค์ของฉินเย่ยังไม่เข้าตาของหลิงเซี่ย“เมื่อพวกเจ้าไปถึง เจ้าก็พาฉินเย่เข้าไปลงทะเบียนเข้าเป็นศิษย์ซะเข้าใจหรือไม่” ราชาเซียนเต้าจีกล่าวกับหลิงเซี่ย“ผู้เยาว์รับทราบ” หลิงเซี่ยกล่าวด้วยความเคารพ“ส่วนฟางเฉินและเย่เซียนข้าจะเป็นคนจัดการเรื่องพวกนี้เอง” ราชาเซียนเต้าจีกล่าว“น่าอิจฉาสหายฟางเฉินจริง ๆ” ฉินเย่กล่าว“ฟางเฉินจงจำไว้ถึงแม้เจ้าจะได้เป็นศิษย์ของข้าแต่เจ้าก็จำเป็นต้องทำตามกฎของนิกายโดยเฉพาะใน 1 เดือนเจ้าจะต้องทำภารกิจให้เสร็จอย่างน้อย 3 ภารกิจ ซึ่งภารกิจแบ่งออกเป็นระดับต่ำ กลาง สูง ถ้าเจ้าทำภารกิจระดับต่ำเจ้าจะต้องทำทั่งหมด 3 ภารกิจต่อเดือน แต่ถ้าภารกิจระดับกลางเจ้าจะต้องทำทั้งหมด 2 ภารกิจต่อเดือน และถ้าเป็นระดับสูงแค่ทำภารกิจเดียวเจ้าก็จะไม่ต้องทำภารกิจในเดือนนั้นอีก” ราชาเซียนเจ้าจีกล่าวอธิบาย“แบบนี้นี่เอง” ฟางเฉินแสดงสีหน้าเข้าใจเพราะถ้าฟางเฉินไม่ได้เป็นศิษย์ของราชาเซียน ฟางเฉินอาจจะต้องทำอะไรมากกว่านี้อย่างเช่นคอยดูแลสมุนไพรหรือเป็นลูกมือให้กับพวกผู้อาวุโสสายนอก“แล้วศิษย์สายนอกจะต้องทำอะไรบ้าง” เย่เซียนหันไปถามหลิงเซี่ย“ศิษย์สายนอกส่วยใหญ่นอกจากทำภารกิจแล้วจะต้องดูแลสมุนไพรและดูแลอสูรของเหล่าผู้อาวุโสและศิษย์หลัก” หลิงเซี่ยกล่าว“แบบนี้ก็เหมือนกับนิกายเราเลยสิ” เย่เซียนหันมาทางฟางเฉิน“นั่นสินะ แต่ว่าสำหรับพวกเราคงไม่จบแค่นั้นแน่ โดยเฉพาะกับข้าละนะ” ฟางเฉินกล่าวและแสดงสีหน้าจริงจัง“แต่เรื่องพวกนั้นพวกเจ้าไม่ต้องทำแล้วเพราะพวกเจ้ากำลังจะได้เป็นศิษย์ของราชาเซียนยังไงละ ฮ่า ฮ่า ฮ่า” ราชาเซียนเต้าจีกล่าว“เอ๋ แม่นางเย่เซียนก็เป็นศิษย์ของราชาเซียนงั้นเหรอ” ฉินเย่แสดงสีหน้าตกใจขณะที่ทั้ง 5 คนกำลังขี่หลังอสูรเหยี่ยวหิมะระดับ 7 อยู่ ซึ่งอสูรตัวนี้เป็นอสูรของราชาเซียนที่เอาไว้ใช้เป็นพาหนะเดินทาง ฟางเฉินเองก็ได้รับกำไลที่เอาเก็บสัตว์อสูรจากราชาเซียนเต้าจีมาเอาไว้เก็บอสูรหมาป่าจันทราอีด้วย“อีกไม่นานก็จะถึงแล้ว จำเอาไว้ถ้ามีผู้อาวุโสฝ่ายคุมกฎเข้ามาถามเหตุการณ์ในทวีปของพวกเจ้าหใบอกตามความจริงว่ากำลังเสริมไม่ได้เดินทางไปช่วยเหลือและข้าเป็นคนไปจัดการปัญหาด้วยตัวเองเข้าใจนะ” ราชาเวียนเต้าจีกล่าว“พวกเราเข้าใจแล้ว” ทั้งสี่คนพยักหน้ารับ“ท่านอาจารย์แล้วฝ่ายใหนบ้างที่พวกเราต้องระวังตัว” ฟางเฉินกล่าว คำถามนี้แม้แต่พวกฉินเย่ยังต้องขมวดคิ้วด้วยความกังวล“นั่นสินะ เมื่อกลายเป็นศิษย์สายในแล้วพวกเจ้าจะถูกบังคับให้เลือกหนึ่งในฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง และฝ่ายที่พวกเจ้าต้อวระวังตัว คือฝ่ายปรุงยา และฝ่ายภารกิจ สองฝ่ายนี้เป็นพวกมีความทะเยอทะยานสูงมากและด้วยทั้งสองเป็นฝ่ายสำคัญทำให้ไม่มีใครอยากจะมีเรื่องด้วย” ราชาเซียนเต้าจีกล่าว“แบบนี้นี่เอง ยุงยากจริง ๆด้วย ทั้งเม็ดยาและภารกิจต่างก็จำเป็นสำหรับพวกเรา” ฟางเฉินกล่าว“แต่ไม่ใช่ว่าเจ้าเป็นนักปรุงยาหรอกเหรอ” เย่เซียนกล่าว“ก็นั่นสินะ ตอนนี้ข้าคงต้องหาเวลาว่างฝึกฝนปรุงยาระดับปฐพีให้ได้ก่อน” ฟางเฉินกล่าว“นี่เจ้าปรุงยาได้จริง ๆงั้นเหรอ” ฉินเย่กล่าวด้วยสีหน้าตื่นตระหนก“ใช่ สำหรับข้าตอนนี้เม็ดยาระดับสูงนั้นไม่ใช่ปัญหาเลย” ฟางเฉินกล่าว“ยอดเยี่ยม สหายในเมื่อเรารู้จักกันดีแล้ว ข้ามีสมุนไพรหลายชุดเจ้าช่วยปรุงมันให้ข้าหน่อยนะ” ฉินเย่กล่าว“แล้วข้าจะได้อะไร” ฟางเฉินกล่าว“ข้าจะแบ่งเม็ดยาที่เจ้าปรุงเสร็จให้กับเจ้าครึ่งนึงเป็นยังไง” ฉินเย่กล่าว“ตกลงตามนั้น แต่ต้องหลังจากที่ข้าปรุงเม็ดยาระดับปฐพีได้แล้วนะ” ฟางเฉินกล่าวมานานหลังจากหลายวัยผ่านไปพวกฟางเฉินก็มาถึงทวีปพฤกษาซึ่งเป็นทวีปขนาดใหญ่ ซึ่งเมื่อฟางเฉินใช้เนตรสวรรค์มองลงไปยังด้านล่างฟางเฉินก็รับรู้ได้ว่าทวีปแห่งนี้กว้างขวางและอุดมสมบูรณ์ไปด้วยปราณสวรรค์อย่างมาก“ในทวีปพฤกษาแห่งนี้มีสี่ตระกูลที่แข็งแกร่งและมี 1 นิกาย ซึ่งก็คือนิกายพฤกษาคราม ตระกูลทั้ง 4 ได้แก่ ฟาง เหวิน เจี่ย อู่ ทั้งสี่ตระกูลมีอำนาจเป็นรองแค่นิกายพฤกษาครามเท่านั้น แต่ในทวีปแห่งนี้เองก็ยังมีอีก 1 ขุมกำลังลึกลับอีกแห่งคือ หอประมูลการค้า ขอประมูลนี้มีของล้ำค่ามาประมูลทุกปี และไม่ใช่แค่นั้นกองกำลังที่พวกเขามีเองทรงพลังอย่างมากและจนถึงตอนนี้ข้าก็ยังไม่รู้เลยว่าคนพวกนี้มาจากใหน” ราชาเซียนเต้าจีกล่าว“ดุเหมือนว่าโลกใบนี้จะกว้างใหญ่อย่างมากและมีกองกำลังลึกลับมากมายซ่อนอยู่” ฟางเฉินแสดงสีหน้าตื่นเต้น“ใช่แล้วละเฉินเอ๋อ อนาคตของเจ้าหนะยังมีสิ่งใหม่ๆรออยู่ถึงแม้สถานการณ์ของพวกเราตอนนี้ยังเป็นรองพวกอสูรอยู่แต่สักวันมนุษย์จะต้องกู้คืนดินแดนที่ถูกพวกอสูรยึดไปกลับมาหได้อย่างแน่นอน” ราชาเซียนเต้าจีกล่าวไม่นานพวกฟางเฉินก็มาถึงนิกายพฤกษาคราม ภายในนิกายพฤกษาครามมีต้นพฤกษาขนาดใหญ่ซึ่งกิ่งก้านและใบของมันแผ่ขยายปกคลุมทั่วทั้งนิกายเลยก็ว่าได้“ไม่น่าเชื่อว่าที่นี่จะมีเศษเสี้ยวของพฤกษาเทพอยู่” ความโลภกล่าว“เจ้าหมายความว่ายังไง” ฟางเฉินแสดงสีหน้าไม่เข้าใจ“ในดินแดนแห่งหนึ่งข้าเคยพบกับพฤกษาเทพต้นหนึ่งพลังของพฤกษาเทพนั้นทรงพลังอย่างมากและต้นพฤกษาในนิกายแห่งนี้เองก็มีเศษเสี้ยวพลังเหมือนกับพฤกษาเทพนั่นถ้าข้าเดาไม่ผิดพฤกษาต้นนี้คงเป็นหนึ่งในเมล็ดที่พฤกษาเทพจงใจหว่านลงมายังดินแดนแห่งนี้ก็ได้” ความโลภกล่าวฟางเฉินแสดงสีหน้าแปลกใจและในตอนนั้นเองฟางเฉินก็ทดลงใช้จิตวิญญาณดวงตาบรรพชนมองไปยังต้นพฤกษาคราม ทันใดนั้นเองฟางเฉินก็ต้องแปลกใจเพราะภายในต้นพฤกษามีมิติขนาดเล็กอยู่และด้านในมิติมีหญิงสาวที่งดงามกำลังนั่งอยู่บนน้ำพุ แต่สิ่งที่ทำให้ฟางเฉินตื่นตระหนกคือหญิงสาวนางนั้นไม่ได้สวมเสื้อผ้า