THE ONE

    ตอนที่ 150 บุกหุบเขาอสูร


            เมื่อทราบเป้าหมายแล้ว เทียนคงก็ไม่รอช้าเขาจัดเตรียมเครื่องไม้เครื่องมือ โดยเขาได้พาเอวันและสมุนอีกห้าตนไปด้วยเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับเหตุฉุกเฉินที่อาจจะเกิดขึ้นได้การมีผู้ช่วยย่อมดีกว่าเทียนคงเพียงคนเดียวแน่นอนอยู่แล้ว

                 

            เทียนคงใช้เวลาเตรียมตัวไม่นานนักหลังจากพูดคุยกับสามพี่น้องเรียบร้อยแต่ก่อนที่เทียนคงจะออกเดินทาง วิคทอเรียก็เดินเข้ามาแล้วกล่าวว่า

                 

            “ให้ข้าไปด้วยเถอะ... อย่างน้อยข้าก็ชำนาญเส้นทางที่นั่นมากกว่าเจ้าและยังสามารถช่วยเจ้าระบุตัวตนของผู้คนได้อย่างแม่นยำด้วย”

                 

            “....”เทียนคงไม่ได้กล่าวอะไรในทีแรก และตั้งใจจะปฏิเสธ แต่เมื่อตระหนักได้ว่า วิคทอเรียมีความสามารถอย่างหนึ่งที่เหนือกว่าเขามาก นั่นคือการรับรู้และแยกแยะกลิ่นซึ่งมีประโยชน์กับเขามาก ในภารกิจครั้งนี้ เขาจึงพยักหน้าให้ แล้วดึงชุดเกราะรุ่น 4.0 ขึ้นมา

                 

            “วือออ ... ฟุบๆ ... ฟิ้วว ..... ว้ายยยยยย !!!”

                 

            เหตุการณ์เกิดขึ้นเร็วมากชุดเกราะรุ่น 4.0ในรูปแบบวัตถุทรงกลมได้กระจายออกเป็นอนูเล็ก ๆ แล้วพุ่งเข้าหา วิคทอเรีย ที่สวมใส่ชุดเกราะรุ่น 3.0 อยู่ก่อนหน้า

                 

            โดยชุดเกราะรุ่น3.0 ที่สวมอยู่ก็กระจายออกเป็นอนูเล็กด้วยเช่นกันแต่มันไม่ได้พุ่งออกมารวมตัวกันเป็นทรงกลม แต่กลืนเข้าไปกับชุดเกราะรุ่น 4.0 เพื่อเป็นชุดสำรอง หากรุ่น 4.0 เสียหาย ก็สามารถใช้รุ่น 3.0 เป็นอะไหล่ทดแทนได้ในทันที

                 

            แต่ระหว่างกระบวนการนี้มันทำให้ร่างของวิคทอเรีย ที่แม้จะส่วมใส่ชุดนาโนสูทอยู่พลันปรากฏต่อสายตาเทียนคงแม้จะไม่นาน และใช่ว่าเทียนคงจะไม่เคยเห็น แต่นี่มันก็น่าอายอยู่ดีซ้ำยังเกิดขึ้นอย่างกระทันหัน ทำให้วิคทอเรียส่งเสียงร้องออกมาด้วยความตกใจจากนั้นใบหน้าก็แดงระเรื่อขึ้นม

                 

            “จะ เจ้า ....ไอลามก ... เลวทราม .... ฉวยโอกาส ..... เป็นอย่างที่เซียนอินบอกไว้จริง ๆ ....เห็นนิ่ง ๆเช่นนี้ แต่เจ้านี่มัน เป็นไอโรคจิต วิตถารชัด ๆ ... บลา ๆๆๆ”แม้กระบวนการจะเรียบร้อยไปนานแล้ว แต่วิคทอเรียยังคงต่อว่าต่อไปอีกหลายนาที

                 

            “....”เทียนคงไม่ตอบโต้อะไร เพราะเหตุการณ์เช่นนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดขึ้นเขาถอนหายใจเล็กน้อย แล้วหันกายเดินออกไป โดยมีวิคทอเรียตามโวยวายไม่หยุด

                 

            ณพื้นที่หลังเนินเขา โรงหลอมอาวุธ เทียนคงและวิคทอเรียในชุดเกราะสีดำ เอวัน โครงร่างยังคงเดิมแต่ได้ชิ้นส่วนเสริมของชุดเกราะรุ่น4.0 จึงมีรูปร่างภายนอกเหมือนเทียนคงทุกประการในตอนนี้และนายกองทั้งห้า พร้อมแล้วที่จะบุกไปยังหุบเขาอสูรร่างเกราะเหล็กของเทียนคงระเบิดพลัง พุ่งไปข้างหน้าเป็นคนแรกตามมาด้วยวิคทอเรียและหกแอนดรอยน์

                 

            เทียนคงใช้เวลาราวครึ่งวันก็มาถึงเขตชายแดนหุบเขาอสูร ที่ตอนนี้ช่างเงียบสงบ ต่างจากคราก่อนที่เคยมาเพราะอย่างน้อยจะต้องเห็นทหารที่ลาดตระเวนตามจุดต่าง ๆ ตั้งแต่เขตชายแดนแต่นี่ไม่มีให้เห็นเลย

                 

            และเมื่อเดินทางเข้าใกล้เขตชุมชน“.... เทียนคง หยุดก่อน .....”

                 

            “ท่านสัมผัสอะไรได้งั้นหรือ..” เทียนคงหยุดทันทีที่วิคทอเรียเอ่ยทัก

                 

            “ตรงกันข้ามเลยต่างหาก... ข้าสัมผัสพลังของผู้คนไม่ได้เลย ...” วิคทอเรียเอ่ยตอบด้วยสีหน้าเป็นกังวล

                 

            เทียนคงได้ยินดังนี้ก็วิเคราะห์สถานการณ์ครู่หนึ่ง ก่อนปล่อยจิ๋วหลิวออกมาหลายสิบตัว ให้ล่วงหน้าไปก่อนเพื่อสำรวจเส้นทางและคอยเฝ้าระวังเพราะแม้จะมั่นใจว่าตนเองสามารถรับมือกับผู้ใช้พลังระดับสูงของมนุษย์สายเลือดอสูรได้แต่มันก็อาจมีเหตุการณ์ไม่คาดฝันนอกเหนือที่คาดการณ์ไว้ก็เป็นได้ ดังนั้นการไม่ประมาทย่อมเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด

                 

            เพราะสัมผัสของวิคทอเรียนั้นไม่ธรรมดาเลยจากที่เขาเคยซักถามและร่วมทดลองความสามารถของวิคทอเรีย ก็พบว่า นางสามารถรับกลิ่นได้ไกลถึงสามกิโลเมตรแม้สารตั้งต้นจะเบาบางมาก ๆ ซ้ำยังแยกแยะความต่างได้ว่าเป็นสัตว์หรือสิ่งของและแม้แต่กลิ่นอายของพลังงานมืด จึงไม่แปลกเลย ที่ในคราที่เจอกันครั้งแรกนางถึงจับสัมผัสเทียนคงได้อย่างง่ายดาย ทั้งที่เทียนคงเปิดระบบพลางตัวเต็มรูปแบบแล้วก็ตาม

                 

            โดยระหว่างรอ ผลการลาดตระเวนล่วงหน้าของจิ๋วหลิวสิ่งที่วิคทอเรียเห็น คือเทียนคงทำเพียงนั่งลงเฉย ๆและไม่พูดไม่จาใด ๆ นางคิดอยากพูดคุยแต่กลับเกิดความรู้สึกประหม่าขึ้นมาจนได้แต่กลืนคำพูดต่าง ๆลงคอไป แล้วเหล่ตามองเขาเป็นระยะโดยหารู้ไม่ว่า ที่เทียนคงเงียบเช่นนี้ ไม่ใช่ว่าเขาไม่อยากพูดกับนางแต่เขากำลังร่วมลาดตระเวนไปกับจิ๋วหลิวทั้งหลายอยู่ต่างหาก และมันต้องใช้ทั้งสมาธิและพลังงานสูงมากในการรับรู้สิ่งที่จิ๋วหลิวหลายสิบตัวกำลังเห็นอยู่แบบทันทีทันใด

                 

            หลังจากผ่านไปราวหนึ่งชั่วโมง“.... หรือว่าสัตว์อสูรเหล่านั้นก็คือ ...” เทียนคงเมื่อเห็นสภาพหมู่บ้านก็พอคาดเดาสถานการณ์ที่เคยสงสัยได้แล้วนั่นก็คือทัพสัตว์อสูรที่บุกโจมตีมนุษย์สายเลือดปีกสวรรค์นั่นเอง

                 

            ก่อนหน้านี้เทียนคงเคยสงสัยว่ามนุษย์สายเลือดอสูรทำได้อย่างไร ในการควบคุมสัตว์อสูรจำนวนมาก จนได้อ่านความทรงจำของหัวหน้าหน่วยบรู้ก จึงได้เข้าใจว่าพวกเขาใช้วิธีการอย่างไรซึ่งก็คือการใช้พันธะเลือดนั่นเอง

                 

            แต่มันก็ยังมีจุดให้สงสัยคือพวกเขาทำอย่างไร ในการสร้างพันธะเลือดกับสัตว์อสูรจำนวนขนาดนั้นในเวลาเพียงไม่กี่เดือนเพราะในความทรงจำของหัวหน้าหน่วยบรู้กไม่มีข้อมูลเหล่านี้เทียนคงจึงได้แต่คาดเดาไปต่าง ๆนา ๆ

                 

            จนวันนี้เทียนคงค่อนข้างมั่นใจแล้ว ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนั้น มีที่มาที่ไปอย่างไรเขาสามารถปะติดปะต่อเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดได้แล้ว แม้จะยังมีข้อสงสัยอื่น ๆอีกแต่ก็เป็นส่วนประกอบรองเท่านั้น

                 

            “เป็นอย่างไรบ้างสถานการณ์ข้างหน้าเป็นอย่างไร” วิคทอเรียเอ่ยถาม เมื่อเห็นว่าเทียนคงเปิดหน้ากากออกมา

                 

            “ไม่มีอันตรายอะไร...... แต่ข้าว่า ท่านควรกลับไปนะ”

                 

            “... ไม่ ...ข้าไม่กลับ ... ไม่ว่าจะเป็นอะไร ข้าพร้อมรับมัน ... เราไปต่อกันเถอะ”

                 

            เทียนคงเห็นความแน่วแน่ของวิคทอเรียก็ไม่พูดสิ่งใดต่อ ปิดหน้ากากแล้วพุ่งตัวนำออกไป

                 

            “....เกิดอะไรขึ้นที่นี่กัน” วิคทอเรียเมื่อเห็นสภาพหมู่บ้านที่เละเทะ บ้านเรือนเกือบทุกหลังเสียหายย่อยยับพร้อมกับคราบเลือดที่แห้งติดเศษซากผนังและพื้น แทบจะทุกที่ที่เดินผ่านไป

                 

            “ข้าคาดเดาว่า ทัพสัตว์อสูรที่บุกจู่โจมมนุษย์สายเลือดปีกสวรรค์จะเป็นร่างแปลงอสูรของพวกเขา”

                 

            “จะเจ้าว่าอย่างไรนะ .... เป็นไปไม่ได้ ... ร่างอสูรไม่สามารถอยู่ได้ตลอดเวลา มันจะสูบพลังของพวกเราจนหมดตัวและคืนร่างเดิมในที่สุด ข้าเองยังสามารถคงสภาพอสูรได้ราวสามวัน แต่กับชาวบ้านพวกนี้อย่างมากคงแค่ไม่กี่ชั่วโมง แล้วจะไปเป็นทัพสัตว์อสูรได้อย่างไร ...”

                 

            “มันอาจเป็นวิธีการบางอย่างที่สามารถทำเช่นนั้นได้”

                 

            “....”วิคทอเรียพูดไม่ออก เพราะไม่อาจคาดเดาได้ ว่ามันจะมีวิธีการเช่นนั้นอยู่ด้วย

                 

            “วางใจเถอะเดี๋ยวพวกเราก็จะทราบเร็ว ๆนี้แล้วล่ะ ...”

                 

            “อืมมม ... ไปต่อกันเถอะ”

                 

            หุบเขาอสูรมีสภาพภูมิประเทศแนวเขาสูง ซึ่งมนุษย์สายเลือดอสูรจะอาศัยอยู่ตามตีนเขาที่เป็นพื้นที่ราบ กระจายตัวไปหลายเขารอบนอกเป็นวงกลมหลายสิบชั้นและมีศูนย์กลางอยู่ที่ใจกลางของหุบเขา โดยหมู่บ้านที่เทียนคงและวิคทอเรียพบเห็นว่าไร้ซึ่งผู้คนเป็นหมู่บ้านที่อยู่รอบนอกสุดติดกับชายแดน

            

            เทียนคง ต้องผ่านไปถึง ห้าชั้นหมู่บ้านถึงจะพบหมู่บ้านที่มีผู้คนอาศัยอยู่ จากตรงนี้ เทียนคงจึงสั่งการให้เอวันและสมุนกระจายไปตามขอบหมู่บ้าน เพื่อเฝ้าระวังและรอคำสั่ง จากนั้นเทียนคงและวิคทอเรียจึงเข้าไปที่หมู่บ้านกันสองคน

            

            แม้จะทราบแล้วว่าในหมู่บ้านนี้มีผู้คนอาศัยอยู่ แต่ก็ดูเหมือนไม่มีผู้คน เพราะบนถนนหนทาง ไม่มีใครเดินอยู่เลย มีแต่เพียงทหารที่ยืนประจำตามจุดต่างๆ

            

            นี่จึงทำให้ เทียนคงและวิคทอเรีย สามารถเดินทางไปยังจุดหมายได้ง่ายดายขึ้นและไม่นาน พวกเขาก็มาถึงยังจุดหมาย เรือนของอาวุโสที่หนึ่ง วอลเลซ

            

            แม้จะบอกว่าเป็นถึงเรือนของอาวุโสที่หนึ่งแต่มันก็ดูไม่ต่างจากบ้านของชาวบ้านทั่วไปเท่าไหร่ จะแตกต่างกันมากก็แต่ จำนวนทหารที่เฝ้าระวังอยู่ตามจุดต่างๆ ตั้งแต่ถนนด้านหน้าจนประตูทางเข้านับห้าสิบนาย

            

            และระหว่างลอบเล้นผ่านทหารนั่นเองเสียงพูดคุยของพวกเขาก็ทำให้เทียนคงชะงักแล้วหยุดฟังด้วยความสนใจ

            

            “เจ้าว่าท่านอาวุโสที่หนึ่ง จะรอดไหม”

            

            “ดูจากสภาพบาดแผลแล้ว ข้าว่ายาก ....แต่ข้าก็หวังให้ท่านรอดนะ ไม่เช่นนั้นแล้ว พวกเราคงได้กลายเป็นซากสัตว์อสูรเดินได้กันจนหมดแน่ๆ”

            

            “แต่ต่อให้รอดมาได้ แล้วพลังสูงขึ้น เจ้าคิดว่าท่านอาวุโสหนึ่งจะสู้สัตว์ประหลาดเยี่ยงนั้นได้งั้นหรือ...”

            

            “มันก็ไม่แน่หรอก ...ตอนนี้ขอเพียงให้ท่านรอดก่อนดีกว่า”

            

            “อืมมม ... จริงของเจ้า”

            

            บทสนทนาของทหารเฝ้าระวังจบเพียงเท่านี้เทียนคงจึงมุ่งหน้าเข้าไปยังบ้านพัก โดยใช้จิ๋วหลิวลอบเข้าไปก่อน แล้วเปิดประตูมิติจากภายใน

            

            “วืออออ .... ฟุบ ๆ .... เคร้งงงงงง”เสียงการทำงานของจิ๋วหลิวในการสร้างประตูมิติสร้างความตื่นตกใจให้กับผู้คนที่อยู่ในบ้านให้หันมาอย่างพร้อมเพรียง โดยหนึ่งในนั้น พุ่งตัวเข้าไปยังตำแหน่งประตูมิติแทบจะในทันที

            

            เทียนคงที่เดินนำเข้ามาก่อนยกมือขึ้นมารับเขากระทิงที่งอกออกมาจากหลังมือของบุคคลดังกล่าวที่พุ่งมันเข้าใส่

            

            “เจ้าเป็นใคร ... ต้องการอะไร”

            

            “ข้ามาเพื่อช่วยเหลือ ......ลดอาวุธลงก่อนดีหรือไม่”เทียนคงเอ่ยตอบพร้อมกับมืออีกข้างที่กำดาบเงินจ่อที่คอหอยฝ่ายตรงข้าม

            

            “.....” แม้จะไม่ต้องการแต่จากการประเมินคู่ต่อสู้ มนุษย์สายเลือดอสูรคนนี้ก็ทราบดีว่า เทียนคง ไม่ธรรมดาจึงต้องจำยอม และคลายเขากระทิงที่หลังมือออก เทียนคงเองก็เก็บดาบเข้าอุปกรณ์มิติ

            

            วิคทอเรียที่เดินตามเข้ามาติด ๆเห็นเหตุการณ์นี้เต็มสองตานางรู้จักกับบุคคลผู้นี้ดี เขาคือ เทอรรี่ อาวุโสที่สามของเผ่าและระดับพลังของเทอรรี่ก็ไม่ใช่ไก่กา แต่อยู่ถึงระดับตำนานขั้นหนึ่งเป็นหนึ่งในสามอาวุโสของเผ่า ที่มีระดับพลังในปัจจุบันถึงระดับตำนาน แต่นี่เทียนคงรับมือเขาได้อย่างง่ายดายซ้ำยังสวนกลับและชนะในการดวลซึ่งหน้าในกระบวนท่าแรกอีกด้วย ทำให้วิคทอเรียคาดเดาไม่ออกว่าเทียนคงในปัจจุบันเก่งกาจไปถึงไหนแล้วนับจากที่รู้จักกันครั้งแรก

            

            “อาการหนักเอาเรื่องอย่างที่พวกนั้นพูดจริงๆ ... เกิดอะไรขึ้นงั้นหรือ” เทียนคงมองดูร่างวอลเลซ ที่นอนอยู่บนเตียงไม่ไกลจากจุดปะทะมากนักโดยวอลเลซ ถูกพันด้วยผ้าพันแผลทั่วทั้งร่างกายในสภาพที่เลือดยังคงไหลซึมออกมาไม่หยุด

            

            “พูดจาบ้าบออะไร ... บอกมาว่าเจ้าเป็นใคร” เทอรรี่กล่าวถามพร้อม ถอยออกไปตั้งหลักเล็กน้อย และพร้อมที่จะจู่โจมอีกครั้งแล้ว

            

            “ท่านอาวุโสสาม ช้าก่อน ...เขามาเพื่อช่วยจริง ๆ ...” วิคทอเรียที่ทราบดีว่าเทอรรี่เองก็ใจร้อนไม่ต่างกับคนอื่นๆในเผ่า จึงรีบพุ่งออกมาข้างหน้า พร้อมกับเปิดหน้ากากออกมาให้เทอรรี่เห็น

            

            “ช่วย ??? .... ข้ายังไม่รู้เลยว่าพวกเจ้าเป็นใครจะให้ข้าเชื่องั้นรึ”

            

            “..... เจ้า .. ช่วยข้าหน่อย ข้าจะกลายร่าง”วิคทอเรียไม่ทราบว่าจะยืนยันตัวตนอย่างไรนอกจากวิธีดังกล่าว จึงคิดจะเปลี่ยนร่างแต่ตอนนี้นางอยู่ในชุดเกราะ จึงไม่สามารถทำได้ แต่หากจะถอดชุดเกราะตอนนี้นางก็จะอยู่ในชุดรัดรูปโพลิเมอร์ ซึ่งมันน่าอายเกินไป

            

            แต่เจ้ากรรมเทียนคงกลับไม่ทราบจุดประสงค์นี้เขาเอียงคอมองวิคทอเรียด้วยความสงสัย ว่าวิคทอเรียจะให้เขาช่วยอะไร ในเมื่อนางก็ปลดชุดเกราะได้ด้วยตัวเอง

            

            “แก๊งงงงงง .....” เสียงกำปั้นเหล็กกระทบกับศรีษะเหล็กของเทียนคงพร้อมกับวิคทอเรียที่ยื่นหน้าเข้าไปกระซิบกระซาบ จนเทียนคงเข้าใจในที่สุดพร้อมกับยื่นฝ่ามือไปด้านหน้าแล้วบอกเทอรรี่ว่า “เอ่ออ ... ท่านอาวุโสรบกวนหันหน้าไปทางอื่นสักครู่ได้ไหม พอดีนางขี้อายนิดหน่อยน่ะ”

            

            “แก๊งงงงงงง .....”เสียงนี้ดังขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับวิคทอเรียที่หมดความอดทนแล้วตะคอกใส่ว่า “เจ้าทึ่มเอ้ยยย... ข้าต้องการให้เจ้ากางม่านพลัง ไม่ได้ต้องการให้ท่านอาวุโสหันหลัง ....”

            

            “วืออออ ...” เทียนคงเปิดระบบพลางตัวให้วิคทอเรียในที่สุดสร้างความประหลาดใจและงงงวยให้กับเทอรรี่อย่างที่สุด จนอดคิดในใจไม่ได้ว่า

            

            “นี่พวกเจ้ากำลังเล่นตลกอะไรกันอยู่” = =””””

    คล้ายกับเรื่องTHE ONE ที่คุณอ่าน

    ข้าจะเป็นเศรษฐีแห่งราชวงศ์หมิง

    ข้าจะเป็นเศรษฐีแห่งราชวงศ์หมิง

    นิยาย แฟนตาซี
    81K 280
    Cosmic God System ข้านี่ล่ะผู้ยิ่งใหญ่ (จบ)

    Cosmic God System ข้านี่ล่ะผู้ยิ่งใหญ่ (จบ)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    401K 613
    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    นิยาย แฟนตาซี
    4.85M 1262
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    สุสานเทพผนึกมาร 【จบแล้ว】

    สุสานเทพผนึกมาร 【จบแล้ว】

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.08M 2015
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    จิตวิญญาณเทพยุทธ์สยบเทวะ【จบ】

    จิตวิญญาณเทพยุทธ์สยบเทวะ【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    2.76M 3640
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

    ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    781K 869