ตอนที่ 116 เพชฌฆาต
เสียงหอบหายใจของนิทานดังก้องไปทั่วถ้ำ ร่างของเขาเวลานี้ปรากฏรอยไหม้จาง ๆ มากมายบนผิว ศพของโจรสลัดหญิงทับร่างของเขาจนมิด กลิ่นเนื้อไหม้และเสียงเนื้อมนุษย์แตกปริทำให้เขารู้สึกสะอิดสะเอียน
นิทานผลักร่างของโจรสลัดผู้นั้นออก ลุกขึ้นจากพื้นด้วยขาสั่นเทา แผลไหม้บนร่างสร้างความปวดแสบปวดร้อนให้แก่เขา ในขณะที่เขาซวนเซเงาร่างสีส้มอ่อนก็ทะยานมาถึงข้างกาย รับร่างของเขาที่จวนเจียนจะล้มลงไว้ได้ทันท่วงที
“…ขอบใจ..นะคีตา” นิทานพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
แม้ตัวเขาจะไม่ได้รับการโจมตีจากวัชระดาวตก แต่การที่เขาจับร่างของโจรสลัดหญิงผู้นั้นไว้มั่นและประกายสายฟ้าที่เฉียดมาโดนก็มากพอจะทำให้ร่างของเขาได้รับแผลไหม้ หากชุดของเขาไม่ใช่ฉนวนกันไฟฟ้าเขาต้องได้รับบาดเจ็บอีกหลายเท่าอย่างไม่ต้องสงสัย
ท่านี้โคตรโหดเลย รู้สึกผิดหน่อย ๆ ที่ใช้กับคนอื่นแล้วเนี่ย นิทานยิงฟันด้วยความเจ็บปวด เขาบ่นพึมพำเมื่อแผลไหม้ทั่วร่างของเขาสร้างความปวดร้อนให้เขาไปทั้งร่าง
เขาหันไปมองร่างของโจรสลัดหญิงผู้นั้นที่มีรูโหว่ขนาดใหญ่กลางหน้าอก สองตาเบิกโพลงอย่างไม่ยินยอม เขาคิดจะตรวจสอบว่าบนร่างของเธอมีสมบัติใด ๆ หรือไม่ แต่เขาคิดว่าเขาไม่มีเวลามากพอ
คิดถูกจริง ๆ ที่ซื้อพิษหอยเม่นแบนราบมาจากร้านสมบัติวิเศษของเฮมดัล พอมาทาที่มีดแล้วถึงจะแสดงผลช้าหน่อย แต่อย่างน้อยก็มากพอให้ยัยนั่นอ่อนแอลงล่ะนะ นิทานฉีกยิ้ม หากความเจ็บปวดก็ทำให้เขาแยกเขี้ยว
ในจังหวะที่นิทานใช้มีดเชือดคอ มีดสั้นธรรมดา ๆ เล่มนั้นอาบไว้ด้วยยาพิษ แต่เพราะระดับของยาพิษชนิดนี้ไม่ได้สูงอะไรนัก ผลของมันจึงออกค่อนข้างช้าและไม่มากนัก นี่เป็นอีกเหตุผลที่นิทานเลือกโจมตีที่คอ เพื่อให้พิษเข้าสู่เส้นเลือดโดยไวที่สุด
แม้จะไม่มากนัก แต่ก็มากพอจะสร้างจังหวะฉวยโอกาสให้แก่นิทาน การที่ร่างชาไปเล็กน้อยหรืออ่อนแอลงในระหว่างต่อสู้เป็นตายไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ เลยแม้แต่น้อย
และผลลัพธ์ของขาข้างที่เสียหาย พิษที่กัดกร่อนภายในร่าง และการเสริมพลังขั้นสุดเพื่อตรึงขาของเธอไว้ด้วยร่างของเขาทั้งร่างก็เป็นการเปิดโอกาสให้คีตาแอบเตรียมวัชระดาวตกหลังร่มปกปักหทัยอันใหญ่โต
แม้จะเสี่ยงมาก แต่สุดท้ายผลลัพธ์ก็ออกมาได้ด้วยดี หากการต่อสู้ยื้อต่อไปเขาก็ไม่มั่นใจแล้วว่าร่างที่นอนอยู่นั้นจะกลายเป็นเขาเองหรือไม่
“ฉันพอไหวอยู่ รีบไปพาเด็ก ๆ ออกมาก่อนที่พวกที่เหลือจะกลับมาดีกว่า” นิทานรีบพูดขึ้น เขาเมินร่างของโจรสลัดหญิงไปโดยสิ้นเชิง สมบัติบนตัวเธอสมควรไม่มากพอแบกรับความเสี่ยงเรื่องเวลาของเขา
“หัวหน้า!” เสียงเอะอะโวยวายดังขึ้นทันควันจากทางหน้าถ้ำ เป็นเสียงที่เขาไม่ต้องการได้ยินที่สุด
อะไรวะ! ไหงรีบกลับมานัก! แม้จะคำรามอยู่ในคอหากนิทานก็ตัดสินใจรวดเร็ว มือข้างที่ไม่หักถูกเสริมพลังเท่าที่ทำได้ ขว้างร่มปกปักหทัยเข้าปักลำคอของโจรสลัดคนหนึ่งที่เซ่อซ่าวิ่งเข้ามา ส่วนตัวเขาเองถอยร่างกลับอย่างรวดเร็วไปบดบังหน้ากรงของเด็ก ๆ
“วิล ถอย! ข้างในมีศัตรู!” เสียงตะโกนอีกเสียงหนึ่งดังขึ้นเมื่อเห็นร่างของสหายของตนล้มลงไปต่อหน้า
พลังระดับนักสลักเอกแผ่พุ่งออกมาจากทางหน้าถ้ำอย่างรุนแรง นิทานขมวดคิ้วเรียกร่มปกปักหทัยให้กลับมาข้างกาย
ต้องไม่ให้พวกมันรู้ว่าเราบาดเจ็บหนัก เขาวิเคราะห์สถานการณ์ หากใช้ความคิดดี ๆ แล้ว พวกนั้นไม่เห็นสภาพของเขาในตอนนี้ หากเขาหลบเลี่ยงดี ๆ อาจมากพอจะขู่ขวัญหรือหาจังหวะสังหารพวกที่เหลือได้
มันน่าจะระวังตัวระดับหนึ่ง ถ้ามีศัตรูเข้ามาแบบนี้ ก็หมายความว่าหัวหน้าตายแล้ว หัวหน้าที่แข็งแกร่งกว่ามันยังตาย มันต้องไม่กล้าบุกแน่! นิทานกัดฟันคิด เขาส่งสัญญาณให้คีตาซุ่มตัว เขาพูดเบา ๆ แก่เด็ก ๆ ทั้งหลายให้ถอยไปบริเวณหลังถ้ำเพื่อซ่อนตัว
เด็ก ๆ เหล่านั้นแม้จะมีท่าทีหวาดกลัว แต่ก็อุดปากของกันและกันเป็นอย่างดี ใครที่มีท่าทีสะอื้นก็จะโดนเพื่อน ๆ ช่วยกันกอด แม้แต่โอไรออนที่ร่างเต็มไปด้วยบาดแผลก็ถูกยกขึ้นหลังโดยเด็กชายเผ่ารูเบียส
ผ่านไปสักพักหนึ่ง เงาร่างหน้าถ้ำจึงค่อย ๆ เคลื่อนไหวเข้ามาภายใน นิทานที่จับจ้องอยู่จึงได้เห็นผ่านภาพที่คีตาส่งมาให้ เขาพลังจิตวิญญาณเหลือน้อยเต็มที ไม่ต้องการใช้พลังอาณาเขตเองให้เปลืองสมาธิเพิ่ม
นักสลักเอก 1 ผู้เรียนรู้ 1 นิทานคิด โจรสลัดชายทั้งสองที่เขาเห็นนั้นดูไม่ได้แข็งแกร่งอะไรนัก หากสบโอกาสเขาคิดว่าคีตาตัวเดียวก็สมควรจัดการไหว แต่ปัญหาหลักคือคีตาล้ามากแล้ว แม้จะชนะได้แต่ก็อาจโดนพลิกเกมได้เช่นกัน
คำแห่งพลังคืออะไร คีตา ช่วยมองหาหน่อย นิทานสั่งผ่านห้วงจิต คำแห่งพลังคือปัจจัยที่สำคัญที่สุดที่เขาต้องทราบ แม้อีกฝั่งจะอ่อนแอ แต่หากคำแห่งพลังของอีกฝั่งอันตรายหรือเหมาะสมพวกเขาก็อาจพ่ายแพ้ได้โดยง่าย ยิ่งในสภาวะอ่อนแอแบบนี้ด้วยแล้ว
คีตาตอบรับโดยการส่งภาพนัยน์ตาข้างหนึ่งของโจรสลัดคนหนึ่งที่เรืองแสงสว่างวาบ ด้วยขนาดดวงตาที่เล็กทำให้ยากแก่การมอง นิทานพยายามเพ่งดู จังหวะเดียวกันกับที่โจรสลัดผู้นั้นมองจ้องตรงมาทางเขาผ่านกำแพงและเศษหินมากมาย มันแสยะยิ้มอย่างชั่วร้ายเมื่อสายตาของทั้งคู่ประสานกัน
มองทะลุ
แย่ล่ะ! นิทานรีบดีดตัวออกจากที่กำบัง ขึ้นขี่หลังของคีตาพุ่งเข้าจู่โจมอย่างรวดเร็ว ในมือปรากฏเม็ดโอสถ 4เม็ด เป็นโอสถฟื้นจิตที่ได้รับมาจากอริยะแปลงเพลิง! เวลานี้เขาไม่คิดจะประหยัดใด ๆ อีกแล้ว เขาและคีตากินคนละเม็ดอย่างรวดเร็ว
เมื่อโอสถถูกกลืนลงคอ แม้มันจะไม่สามารถรักษาบาดแผลและอาการเหนื่อยล้าจากสมาธิได้ แต่ก็มากพอจะฟื้นฟูพลังจิตวิญญาณของพวกเขาได้ระดับหนึ่ง
“วิล สนับสนุนข้า! มันเป็นแค่ผู้เรียนรู้ที่บาดเจ็บ ระวังสมบัติวิเศษด้วย มันถึงกับฆ่าหัวหน้าได้!” นักสลักเอกผู้นั้นสั่งการอย่างคล่องแคล่ว สนับมือของมันกลายเป็นสีทองเข้ม พุ่งเข้าปะทะกับร่มปกปักหทัยที่ฟาดลงมา
ขณะนี้แม้นิทานจะเสริมพลังแล้วแต่ก็ยังโดนหมัดนั้นปัดร่มออกอย่างง่ายดาย หากคีตาไม่ยันไว้ร่างของเขาย่อมไม่มีทางต้านรับคนเดียวไหว
คีตาเตรียมกระโจนออกด้านข้าง หากบริเวณขาของมันกลับถูกแช่แข็งติดกับพื้นเป็นระยะเวลาสั้น ๆ เมื่อมันกระชากเท้าออกมาได้นักสลักเอกคนนั้นก็ประชิดตัวแล้ว ยังนับว่าโชกโชนที่นิทานกางร่มปกปักหทัยตั้งรับไว้ทัน
มือทั้งสองของโจรสลัดผู้เรียนรู้ทางด้านหลังปรากฏประกายสีฟ้าอ่อน รอยยิ้มเหี้ยมจ้องมองมาที่พวกเขา คราวนี้บริเวณมือของนิทานเริ่มมีร่องรอยเกล็ดน้ำแข็งผุดขึ้นมาแทนบริเวณขาของคีตา
ประสานงานกันดีนักนะ นิทานกัดฟัน เพียงแค่ขยับเขาก็ปวดแสบปวดร้าวไปทั้งร่างแล้ว คีตาที่เขาขี่อยู่ก็หอบหนักอย่างชัดเจน แม้จะรวมพลังกันแต่ก็ไม่อาจสู้แรงของนักสลักเอกตรงหน้าได้เลย ดูเหมือนว่าโชคจะไม่อยู่ข้างพวกเขา นักสลักเอกคนนี้สมควรมีคำแห่งพลังประเภทเสริมกายยามเป็นผู้เรียนรู้
เขาพยายามพุ่งตัวออกไปหาผู้เรียนรู้ทางด้านหลังเพื่อตัดตอนการประสานงานหากนักสลักเอกผู้นั้นก็ไม่โง่ มันพุ่งมาขวางทางไว้ ใช้ร่างกายอันแข็งแกร่งเข้าปะทะกับพวกเขาทั้งคู่อย่างดุดัน
คีตาฟาดกรงเล็บแหลมคมของมันเข้าใส่ ยามที่หมัดกำลังจะปัดป้อง กรงเล็บนั้นก็ถูกเบนทิศทางจากการเชื่อมโยงกรงเล็บและลำคอ บิดออกจากวิถีเดิมมุ่งตรงไปยังลำคอของมัน วินาทีนั้นนัยน์ตาข้างขวาของมันก็สว่างวาบ มันพลันยกมืออีกข้างมาบังลำคอไว้ได้อย่างทันท่วงที
นิทานอาศัยจังหวะนั้นเพิ่มน้ำหนักขาของมันพลางเสือกแทงร่มปกปักหทัยออกไป หากมันราวกับเห็นเหตุการณ์ล่วงหน้า ขาหลังย่อลงเป็นที่ตั้งหลัก รับร่มปกปักหทัยไว้ได้อย่างแข็งแกร่ง
มองทะลุการโจมตี? น่ารำคาญ! นิทานสบถอย่างหงุดหงิดเมื่อโจรสลัดผู้นั้นเผยใบหน้ายิ้มเหี้ยม มันต่อยสวนเข้าใส่ลำตัวของคีตาเต็มแรง คีตาพยายามหลบหากร่างของมันเกิดหนาวเย็นขึ้นอีกครั้งจนเสียจังหวะ แม้ร่างของคีตาจะถูกเสริมด้วยปราการแต่พลังจิตวิญญาณที่ร่อยหรอของทั้งคู่ก็ทำให้ผลของพลังแสดงออกได้น้อยกว่าที่ควร
ร่างของคีตากระเด็นออกไปโดยง่าย ต่างกับคีตาผู้แข็งแกร่งที่ตั้งรับการโจมตีระดับนักสลักโทเมื่อครู่ นิทานสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าผลของพลังไล่ตามกำลังจะหมดลงแล้ว การเสริมพลังกำลังจะสิ้นสุด
โอสถฟื้นจิตแม้จะฟื้นฟูพลังจิตวิญญาณของเขาจนเต็มได้ในครั้งนั้นแต่ก็ต้องควบคู่ไปกับการคุมพลังของโอสถควบคู่ไปด้วย หากยามต่อสู้เช่นนี้เขาไม่อาจแบ่งสมาธิไปได้เช่นนั้น ผลของยาจึงเหลือเพียงไม่ถึงครึ่ง
แขนของนิทานข้างหนึ่งหัก แม้จะเริ่มฟื้นฟูช้า ๆ จากผลของโอสถแต่เขายังคงไม่อาจใช้เต็มแรงได้ทั้งโจมตีและป้องกัน
เขาได้แต่โทษตัวเองและหงุดหงิดกับความประมาทของตน เขาสมควรกินโอสถฟื้นจิตตั้งแต่ที่ชนะการต่อสู้กับหัวหน้าโจรสลัดแล้ว ไม่ใช่ตอนนี้!
หากเขาไร้ซึ่งการเสริมพลัง ร่างที่อ่อนแอของเขาตอนนี้ย่อมกลายเป็นตัวถ่วง และคีตาแม้จะมีพลังกายพื้นฐานพอต่อกรกับนักสลักได้แต่มันเหนื่อยล้าเกินไป!
เสี้ยวสุดท้ายก่อนจะกระเด็นออกมา นิทานฉวยจังหวะโจมตีสวนไปได้ แต่ก็เป็นเพียงรอยถลอกเล็กน้อยที่ไม่ควรค่าแก่การพูดถึงใด ๆ
นักสลักเอกผู้นั้นเลียโลหิตที่ไหลย้อยออกมาจากแขนของมันพร้อมหัวเราะเสียงเบา
“สมบัติหมดแล้วล่ะสิ แต่ฆ่าหัวหน้าได้ก็ไม่เลวเลยนี่ งั้นสมบัติทั้งของแกกับหัวหน้าขอข้าเลยละกันนะ!” นักสลักเอกผู้นั้นพุ่งตัวเข้าไปโจมตีใส่นิทานที่บาดเจ็บหนักกว่าบนหลังของคีตา นิทานพยายามยกแขนของตนขึ้นกางร่ม หากน้ำแข็งนรกนั่นกลับปรากฏขึ้นบนแขนของเขาอีกครั้ง
น้ำแข็งระดับผู้เรียนรู้แค่นี้ตามปกติแล้วย่อมยากจะส่งผลกับพวกเขา หากในเวลาที่พลังของพวกเขาเหือดแห้งเช่นนี้ แค่แขนของเขาชาไปครู่เดียวก็มากพอจะพลิกทั้งกระดาน
ในขณะที่หมัดหนักกำลังจะกระแทกเข้าร่างของเขา กลับเป็นคีตาที่สะบัดนิทานบนหลังออก ใช้ร่างของตนรับการโจมตีนั้นไว้
นิทานที่ลอยละลิ่วเห็นร่างของคีตาที่กระอักเลือดอย่างรุนแรงพลางปลิวไปกระแทกกับผนัง ภาพทุกอย่างช้าลง เขาเห็นได้อย่างชัดเจนว่าหยดเลือดที่กระเด็นออกมาเป็นสีเข้มเพียงไหน เขาเห็นชัดเจนว่าแววตาของคีตาที่แม้เจ็บปวดเพียงไรก็ยังคงจับจ้องมาที่เขา
ไม่! เราจะแยกกันไม่ได้! ความปรารถนาอันแข็งแกร่งก่อตัวขึ้นในใจของนิทาน แรงสั่นสะเทือนสายหนึ่งกระแทกเข้าใส่นภาทิศตะวันออกในห้วงจิตของนิทาน กลางนภาผืนนั้น คำแห่งพลังที่ถูกรัดโยงไปด้วยโซ่เริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง
เชื่อมโยง!
ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น พวกเราก็ต้องแบ่งเบากัน เชื่อมโยงกันและกันเสมอสิ! ความปรารถนาอีกสายแล่นเข้าสู่ห้วงนภานั้นจนปรากฏรอยร้าวมากมายแผ่กระจาย
ฉับพลันนั้นเองที่ร่างของนิทานที่สมควรกระเด็นไปคนละทิศละทางกับคีตากลับปรากฏขึ้นบนหลังของคีตาอีกครั้ง นิทานสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดที่ลำตัว รอยช้ำรูปหมัดแดงหนักปรากฏขึ้นบนร่างในขณะที่บาดแผลรูปหมัดของคีตาจางลงเล็กน้อย
เชื่อมโยงอาการบาดเจ็บ!
นภาทิศตะวันออกในห้วงจิตของนิทานแม้จะยังไม่แตกสลายแต่ยามนี้ก็เกิดรอยปริร้าวมากมาย เขายังคงห่างจากการเรียนรู้คำอย่างถ่องแท้อีกก้าวหนึ่ง
แม้จะไม่สมบูรณ์แต่ก็มากพอจะให้เขาใช้ความสามารถเชื่อมโยงผ่านการตีความรูปแบบใหม่ คีตางงงวยกับอาการบาดเจ็บที่ลดลงไปกว่าครึ่งและเห็นนิทานที่กลับมาอยู่บนหลังของมันได้อย่างไรไม่ทราบ
ขาข้างหนึ่งของมันบวมขึ้นน้อย ๆ ตามขนปรากฏรอยไหม้ที่ไม่หนักหนาอะไร หากความชำนาญศึกก็สั่งให้ร่างของมันพุ่งตัวสวนเข้าหานักสลักเอกผู้นั้นอีกครั้ง
ไม่จำเป็นต้องอธิบาย พวกเขาไว้ใจกันและกันเสมอมา!
นักสลักเอกผู้นั้นไม่ทันเตรียมตัว ร่างที่ปางตายและกระเด็นไปราวกับเศษขยะของทั้งสองนั้นกลับพุ่งเข้ามาอีกครั้ง ฝั่งผู้หญิงดูบาดเจ็บหนักกว่าที่เคยแต่พยัคฆ์ตัวนั้นกลับดูแข็งแรงขึ้นเสียอย่างนั้น!
มีดสีเขียวมรกตโผล่ขึ้นมาในปากของพยัคฆ์สนธยาอีกครั้ง เมื่อมันตั้งหลักได้คมมีดนั้นก็จ่อแทงมาที่อกของมันแล้ว มันพยายามหลบแต่ร่างของมันกลับสั่นสะท้านขึ้นในจังหวะนั้น
พิษ! นักสลักเอกผู้นั้นสีหน้าดุร้ายเมื่อทราบว่าตนถูกพิษ ร่างของมันเสียจังหวะเกินกว่าจะหลบแล้ว สิ่งเดียวที่มันตอบสนองทันคือการใช้ยันต์ป้องกันตัวแปะเข้าที่ร่างของมันอย่างรวดเร็ว
ตูม!
เสียงระเบิดสนั่นหวั่นไหว ทัณฑ์สีขจีไม่อาจเติมพลังจนเต็มได้ทันแต่ก็สมควรมากพอจะคร่าชีวิตนักสลักเอกผู้หนึ่ง อย่างไรการโจมตีนั้นก็เข้าอกเต็ม ๆ
ตายทีเถอะ! ตาย! นิทานภาวนาอย่างดุร้ายในขณะที่ร่างของพวกเขาทั้งสองกระโดดถอยออกมาหลบหนามน้ำแข็งบนพื้น พวกเขาแทบไม่เหลือกำลังใด ๆ แล้ว เหลือเพียงสมบัติป้องกันเล็กน้อยเท่านั้น
ท่ามกลางฝุ่นควัน นิทานไม่ได้ยินเสียงใด ๆ ดังออกมา เขาเป่าปากอย่างโล่งอก หากยังมีเสียงคร่ำครวญย่อมหมายความว่ามันยังไม่ตาย
ผู้เรียนรู้คนเดียว ไหวน่า ฮึดไว้! นิทานพูดย้ำสติทั้งตัวเองและคีตา พวกเขาทั้งสองยืนขึ้นด้วยขาที่สั่นเทา เสียงหอบหนักและนัยน์ตาที่เริ่มเลื่อนลอยของทั้งคู่อยู่ในสภาวะอันตรายแล้ว แม้จะอ่อนล้าถึงเพียงนี้หากในดวงตาของทั้งคู่ยังคงลุกโชติช่วงไปด้วยทิฐิและความไม่ยินยอม
นิทานรีบยัดโอสถฟื้นจิตและยาฟื้นฟูระดับต่ำเท่าที่เขามีให้แก่คีตา เขาจะไม่ทำผิดพลาดซ้ำสอง เมื่อได้โอกาสต้องรีบฟื้นฟูตน และคีตาเพียงตัวเดียวก็มากพอจะจัดการผู้เรียนรู้คนนั้น
หากคมมีดหนึ่งกลับซัดเข้ามาทางเขาอย่างรวดเร็ว นิทานใช้พลังจิตวิญญาณเฮือกสุดท้ายเพิ่มน้ำหนักมีดและเบี่ยงวิถีของมันด้วยพลังเชื่อมโยงแต่การโจมตีต่อไปก็ตามมาอย่างรวดเร็ว เกล็ดน้ำแข็งแช่ท่อนแขนของเขา โอสถในมือไม่อาจมอบให้คีตาได้อีกต่อไป
เสียงตะโกนกู่ร้องบาดเจ็บดังขึ้นจากร่างของนักสลักเอกผู้นั้นที่สมควรตายไปแล้ว นิทานสีหน้าซีดเผือดเมื่อเห็นว่าข่ายอาคมป้องกันจากยันต์นั้นช่วยชีวิตของมันไว้ได้อย่างเฉียดฉิว
แม้มันจะอยู่ในสภาพดูไม่จืดนัก ที่อกมีรอยแผลใหญ่เหวอะหวะแต่มันก็ยังไม่ตายและยังยืนไหวอีกด้วย! นัยน์ตานั้นมีเพียงความแค้นที่จ้องมองมาทางพวกเขา
“เก่งมากวิล อย่าให้มันฟื้นฟู ยัยนี่ต้องโดนข้าปิดฉากเอง แสบนัก!” นักสลักเอกผู้นั้นคำรามอย่างโกรธเกรี้ยว ส่วนผู้เรียนรู้ทางด้านหลังที่ปัดป้องการใช้โอสถได้อย่างถนัดถนี่ก็เผยรอยยิ้มภูมิใจ
นิทานกัดฟันแน่น เขากำตราของอริยะแปลงเพลิงแน่นเตรียมส่งสัญญาณ แม้ร่างกายแทบจะไม่ไหวแล้วแต่ผลของโอสถฟื้นจิตชุดแรกยังคงทำงาน เสริมด้วยสมบัติสายป้องกันพวกนั้นพวกเขาสมควรเอาชีวิตรอดได้จนกว่าอริยะแปลงเพลิงจะมาถึง
3นาที คีตา อดทนกันหน่อยล่ะ! นิทานกัดฟันแน่น
เมื่อพลังจิตวิญญาณเริ่มไหลเข้าสู่ตรา ร่างของนักสลักเอกที่บาดแผลเหวอะหวะผู้นั้นก็หยุดเคลื่อนไหวลง โลหิตสายเล็กไหลลงมาจากลำคอ นัยน์ตาของมันเบิกกว้างเมื่อศีรษะของมันเลื่อนหลุดออกจากบ่าด้วยรอยแผลเนียนกริบ
ทางด้านหลังคือชายหนุ่มรูปงามคนหนึ่ง เขาแต่งกายด้วยชุดราชปะแตนตัวยาวพอดีตัว สีแดงของชุดเข้าคู่กันกับกางเกงยาวสีแดงอ่อน ที่อกกลัดไว้ด้วยตราสัญลักษณ์รูปกองไฟขนาดเล็กและถ่านที่ร้อนระอุอยู่ด้านล่าง
หน่วยเชื้อไฟ
หน่วยพิเศษที่ขึ้นตรงต่อราชวงศ์