Age of war

    ตอนที่ 59 จ่าฝูงทั้งแปดของชาวปักษา (บทที่ 4 ยุคแห่งการล่าอาณานิคม)

    วันที่ 48 ของเกมส์แห่งสงคราม ช่วงเวลาเที่ยง

    ***อัศวินสีแดง [โซเดียม]

    “ให้ตายสิ โดนทรยศจนได้”

    เราบ่นกับตัวเองด้วยน้ำเสียงที่เศร้าโศก

    แต่ไปโทษเผ่าสองแขนคงไม่ได้ เพราะว่าเป็นฝ่ายเราที่คิดแผนทรยศพวกเขาก่อน

    ว่าแต่พวกสองแขนมันใช้วิธีไหนในการส่งข่าวสารกันนะ?

    หากคำนวณเวลาการลอบโจมตีรังหลวงของพวกสองแขนแล้ว มันก็น่าจะผ่านไปไม่ถึงวันเองมิใช่หรือ?

    “... ไปถามสถานการณ์จากท่านพญาแห่งปักษา [ออกเซอร์] ดีกว่า”

    ว่าแล้วก็กางปีกบินออกมาจากห้องโถงคริสตัลแห่งชีวิต---

    “เดียว… มีอะไรบางอย่างแปลกไป? ”

    ในตอนนั้นเองที่เรารู้สึกได้ถึงบางสิ่งที่ผิดปกติ

    “ทะ---ทำไมมีพวกสองแขนอยู่ที่นี่!? แล้วเจ้าเครื่องจักรเหนือคริสตัลนั้นคืออะไร.!? แล้วทำไมสภาพรังของพวกเราถึงได้!? ”

    เรากรีดเสียงร้องออกมาอย่างตื่นตกใจ

    รังหลวงของพวกเรากำลังงอยู่ในสภาพที่ไม่เคยพบเคยเห็นมาก่อน

    รังที่สร้างจากท่อนไม้ซึ่งเรียงตัวสวยงานแทรกตามป่าและขุนเขา ได้กลายเป็นที่ราบพร้อมกลิ่นเขม่าควัน

    ร่องรอยสีดำและไอความร้อนแผ่พุ่งขึ้นท้องฟ้าไปทั่ว

    ไร่สวนนาถูกแผดเผาจนเป็นขี้เถ้า

    แนวปราการธรรมชาติที่เคยสร้างเพื่อป้องกันเมือง ถูกพังทลายลงจนไม่เหลือซาก

    ที่โถงคริสตัลแห่งชีวิต ซึ่งใช้บอลลูนพืชแขวนกับแท่งคริสตัลเอาไว้ ได้ถูกนำกลับมาวางลงบนพื้น

    มีร่องรอยการต่อสู้กระจายไปทั่วห้องโถง แต่หากดูจากจำนวนศพและเผ่าที่ถูกฆ่า ก็จะทราบได้ทันทีว่ามันเป็นการไล่ฆ่าเพียงฝ่ายเดียว

    ส่วนสภาพของตัวคริสตัลแห่งชีวิตนั้น มันอยู่ในสถานที่อันตรายพร้อมจะพังลงมาได้ทุกเวลา

    มันแตกร้าวจนแทบปริแตก หากว่ามีใครกระแทกมันแรง ๆ สักครั้ง คงได้พังทลายลงมาจนหมดสิ้น

    และที่เหนือแท่งคริสตัลนั้น มีอสูรเครื่องจักรเกาะติดแนบอยู่

    คีมที่ดูน่ากลัวนั้น มันกำลังบีบส่วนหัวของคริสตัลเอาไว้ พร้อมกับพวกเผ่าสองแขนจำนวนหนึ่งที่ยืนเฝ้าอยู่รายรอบ

    [นี่คือตัวประกัน] คงคิดได้แค่นั้น

    ซ้ำร้าย ต้นไม้ขนาดใหญ่ [อิกดราซิล] ที่โตแทงยอดทะลุท้องฟ้านั้น ยังถูกดัดแปลงตัวลำต้นที่หนาทึบไปส่วนหนึ่งเป็นฐานบัญชาการของพวกมันอีกด้วย

    รังอันสวยงามที่เคยรู้จักของพวกเรานั้น ไม่มีหลงเหลืออยู่อีกต่อไปแล้ว

    “จะบอกว่าถูกพวกสองแขนบุกยึดภายในคืนเดียวอย่างงั้นเรอะ…”

    คงตีความได้แต่เพียงเท่านี้

    “โซเดียมและฝูงของโซเดียม อย่าพึ่งวู่วามทำอะไรนะคะ”

    ในตอนนั้นเองที่มีเสียงหนึ่งดังขึ้น

    ปักษาแห่งการพยากรณ์ [คาร์เนต] สตรีศักดิ์สิทธิ์ผู้นำคำพยากรณ์แห่งเทพท้องฟ้าได้กรีดเสียงดังขึ้นมา

    ขนสีเงินและหางที่เรียวยาวนั้น ช่างงดงามยิ่งนัก

    แต่ใบหน้าอันสงบนิ่งที่งดงามของเธอ กลับดูเหนื่อยล้าจนหมดซึ่งความสวยงามนั้นไป

    “ช่วยมาตรงนี้ทีค่ะท่านโซเดียม พวกเรากำลังจะจัดประชุมลับของจ่าฝูงกัน เดียวฉันจะอธิบายเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้ฟังเองค่ะ”

    “อืม..”

    เราหันกลับไปมองที่คริสตัลแห่งชีวิต

    ท่ามกลางแสงที่ส่องประกายพร้อมกับชีวิตจุติของผู้ตายในสงครามนั้น ไม่มีเงาของเปอร์ไซด์รวมอยู่ด้วย

    เปอร์ไซด์ เมื่อไหรเจ้าจะกลับมาหาพวกเราเสียทีนะ?



    ***ปักษาผู้เป็นไท [เปอร์ไซด์]

    “มืด มืด มีแต่ความมืดมิด~”

    “ปี ปี่ ปี้~”

    “เศร้าหมองก็ใช่เรื่อง ร่าเริงไว้ดีกว่า~”

    “ปี ปี้~”

    “ถ้าหิว เดียวกินเจ้าหนูนี้เอา~”

    “ปี้… ปิปี้!? ”

    เจ้าหนูออกไซด์ส่งเสียงตกใจพร้อมกับหอตัวเล็กลงด้วยความหวาดกลัว

    น่ารักงะ~

    “แม่ล้อเล่น~”

    หนูพูดหยอกเจ้าตัวเล็กด้วยน้ำเสียงที่ร่าเริง

    ปัจจุบันนี้ทั้งหนูและเจ้าตัวเล็ก พวกเราทั้งคู่ยังคงติดอยู่ในเส้นทางใต้ดินอยู่เลยค่ะ

    ไม่น่าพลัดหลงกับคุณตัวประกอบ A เลย ดูสิเนี่ย เลยหาทางออกไม่ได้เลยเห็นมั้ยตัวฉัน.!

    “...”

    หืม? เสียงอะไรนะ?

    “ได้ยิน…”

    ใครนะ?

    “ได้ยินเสียงนี้มั้ย!? ”

    เสียงนั้นดังขึ้นมาภายในสมองของหนู

    ตรงหน้าไม่มีคน ข้างหลังมีแค่เจ้าตัวจิ๋ว บนกับล่างก็มีแต่ดินและดิน

    หรือว่าตัวตนของเสียงนั้นคือ…

    “กรี๊ด!? ผีหลอกเจ้าค่ะ! ”

    “ไม่ใช่ผีเฟ้ย! ”

    เจ้าเสียงนั้นตบมุขกลับอย่างรวดเร็ว

    “พวกเรานั้นมิใช่ฝีหรอกนะ”

    “แต่หากมีคำถาม พวกเราจักขอแถลงไข”

    “เพื่อปกป้องโลกจากสัตว์ร้ายที่ทำลายระบบนิเวศน์”

    “เพื่อปกปักรักษาโลกจากเบื้องหลัง”

    “มิตรแห่งความรักและความยุติธรรม”

    “พวกเราคือ…”

    “คือ? ”

    “พวกเราคือชาวโพรแคริโอต! ”

    บรึ้มมม!? เสียงระเบิดได้ดังก้องขึ้นมาภายในสมองพร้อมภาพของกลุ่มควันที่ไม่มีอยู่จริง

    เกิดบ้าอะไรขึ้นกับหนูกันเนี่ยคะ?

    “เอาละ ก่อนจะพาออกทะเล มาเข้าเรื่องกันก่อนดีกว่า”

    “เออ...ก่อนจะเข้าเรื่อง รบกวนช่วยบอกก่อนได้หรือเปล่าค่ะว่าพวกคุณคือใคร? แล้วนี่พูดมาจากที่ไหนคะ? ”

    “ข้างในร่างเธอไง”

    “ข้างใน ข้างใน”

    ข้างในตัวหนูเนี่ยนะ? งงไปหมดแล้วค่ะ!

    “จำได้มั้ย ที่เธอเคยไปเกาะแท่งประหลาดช่วงไม่กี่วันก่อนหน้านี้ แล้วเผลอทำแตกไปนะ? ”

    “แตก? ”

    ในตอนนั้นเองที่หนูนึกบางอย่างขึ้นมาได้

    ภาพของแท่งประหลาดสีเขียวที่สูงสิบเมตร ซึ่งหนูเคยไปเกาะนอนพักผ่อน แล้วพอบินออกมา มันก็แตกกระจุยไปเลย

    “จำได้ แล้วมันเกี่ยวข้องยังไงหรือคะ? ”

    “เกี่ยวสิ เกี่ยวสิ”

    “ก็นั่นคือคริสตัลแห่งชีวิตของพวกเรา เผ่าโพรแคริโอตยังไงละ”

    “เอ๊~!? ”

    หนูส่งเสียงออกมาด้วยความตื่นตกใจ

    จะบอกว่ามีเผ่าที่ถูกนำมาเกิดในโลกนี้ไม่ใชห้า แต่มีหกอย่างงั้นหรือเนี่ย!?

    แล้วหนูก็ดันเผลอไปทำลายคริสตัลลงได้แล้วเผ่าหนึ่งเนี่ยนะ!?

    “ช่าย~ เพราะงั้นพวกเราเลยต้องมาสิงสู่อยู่ในร่างเธอยังไงละ”

    “พวกเราไม่สามารถอาศัยอยู่ที่สภาพแวดล้อมข้างนอกได้นานหลายวันนัก เลยต้องหาร่างอาศัย”

    “และเมื่อไม่มีคริสตัลแห่งชีวิต หากพวกเราตาย ก็จะไม่มีการเกิดใหม่”

    “ดังนั้นพวกเราจึงมาสิงร่างเธอ เพื่อใช้เป็นบ้านใหม่ยังไงละ”

    “บ้านใหม่ บ้านใหม่”

    แบบนี้… มันให้ความรู้สึกราวกับกำลังถูกผีสิงเลยไม่ใช่หรือยังไงค่ะ!?

    ไม่เอาอ๊ะ มันน่ากลัวออก

    “ออกไปเลยนะ! น่ากลัว เค้าไม่เอา เดียวฆ่าตัวตายให้ดูเลย! ”

    “อย่าพึ่งคิดสั้นน่ะคุณเปอร์ไซด์สุดสวย!? ”

    “พวกเราไม่ได้ทำตัวเป็นเชื้อโรคอีกแล้ว อย่าไล่เราไปเลยนะคุณบ้านใหม่! ”

    “พวกเราสัญญาว่าจะสร้างคุณประโยชน์ให้กับเธอ อย่าทิ้งพวกเราไปเลยนะ! ”

    “คุณประโยชน์? ”

    “ช่าย ๆ ”

    น่าสงสัย…

    คงไม่ได้หวังจะมายึดร่างกายของหนูไปภายหลังหรอกใช่มั้ยค่ะคุณวิญญาณร้าย?

    “ก็บอกว่าไม่ใช่วิญญาณไง! ”

    “พวกเราเป็นสัตว์เซลล์เดียวที่มีความนึกคิด และเป็นสุดยอดวิศวกรรมชีวภาพ นอกจากสร้างพิษและโรคภัยให้ร่างกายของเจ้าของร่างได้แล้ว พวกยังสามารถดัดแปลง---”

    “กรี๊ดดด!? สร้างโรคภัย!? คำสาป!? ออกไปจากร่างของหนูน้า!! ”

    “---ฟังให้จบก่อนดิเฮ้ย! ”

    “ช่วยไม่ได้ แสดงให้ดูเลยง่ายกว่า รบกวนคุณเจ้าของร่างลองดีดตัวสุดแรงเกิดดูสิ กำลังหลงทางอยู่ไม่ใช่เรอะ? ”

    “กระโดด? ทำแบบนั้นหัวได้โขกเพดานถ้ำกันพอดี”

    “ลองเลย ลองเลย”

    “...ก็ดะ~”

    เนื่องจากทนแรงยุไม่ไหว หนูเลยคิดจะลองทำตามที่เสียงของคุณวิญญาณพูดดู

    และเมื่อหนูถีบตัวขึ้นไปสุดแรงเกิด หนูก็พบว่าตัวเองนั้น---



    ***อัศวินสีแดง [โซเดียม]

    “สรุปมันเกิดอะไรขึ้นเมื่อวานกันแน่!? ออกเซอร์ เจ้าต้องมีคำตอบให้พวกข้า! ”

    รองจ่าฝูงสูงสุด [ชายผู้ร้อนแรง ฮีเลียม] กล่าวด้วยความโกรธจนเส้นเลือดแทบปริแตก

    โต๊ะที่สานจากฟางแห้งถึงกับสั่นอย่างรุนแรงด้วยการกระพือปีกของเขา

    ขนที่ฟูฟ่องสีส้มดั่งอัคคีนั้น เริ่มดูลุกโชนขึ้นราวกับถูกเปลวไฟแผดเผา

    “คุณฮีเลียมค่ะ”

    ปักษาแห่งการพยากรณ์ [คาร์เนต] พูดแทรกขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ

    “หางของท่านกำลังถูกคบเพลิงเผาอยู่ค่ะ”

    “เฮ้ย!? ดับไฟ ใครก็ได้ดับไฟที!? ”

    ฮีเลียมวิ่งพล่านไปทั่วห้องประชุมขนาดเล็กซึ่งซ่อนอยู่ในโพรงต้นไม้โลก [อิกดราซิล] อย่างร้อนรน

    ไฟลุกท่วมจริง ๆ ด้วยแฮะ

    ขณะนี้พวกเราเผ่าปักษากำลังจัดประชุมผู้นำสูงสุดกันอย่างลับ ๆ

    ประชุมสุดยอด [จ่าฝูงทั้งแปด] แห่งเผ่าปักษา

    ผู้นำจ่าฝูงสูงสุด พญาแห่งปักษา [ออกเซอร์] บุรุษที่มากด้วยประสบการณ์และทักษะการล่าเหยือ

    รองผู้นำจ่าฝูงสูงสุด ชายผู้ร้อนแรง [ฮีเลียม] บุรุษสมองกล้ามที่มีดีแค่แรง

    จ่าฝูงทั่วไป นก [ไฮเจน] บุรุษนักล่าที่ใช้ธนูอันเก่งกาจ แต่สมองกล้ามเช่นกัน

    จ่าฝูงทั่วไป บุรุษกระดูก [แคลเซียม] ชายขี้โรคประจำเผ่า ขนดำและผอมหุ้มกระดูก อ่อนแอมากจนไม่รู้ว่าถูกเลือกมาเป็นจ่าฝูงได้เช่นไร

    จ่าฝูงทั่วไป สายล่อฟ้า [คอบเปอร์] มีขนสีทองแดง บุรุษที่ถูกฟ้าผ่าตายมาแล้วถึงสิบรอบ ถึงจะฉลาด แต่ดวงซวงชิบ

    จ่าฝูงทั่วไป สตรีแห่งความสะอาด [คลอรีน] ผู้รับหน้าที่ดูแลความสะอาดของรัง สตรีที่ถือว่างามอันดับหนึ่งของเผ่า มีขนสีน้ำเงินทะเลงาม เรียบมันวาวสวยงาม

    จ่าฝูงทั่วไป ตลกบริโภค [ฟอสฟอรัส] ชายซึ่งรับหน้าที่ดูแลเสบียงอาหารของเผ่า มีขนสีเทาอ้วนฉุจนไม่รู้ว่าบินขึ้นท้องฟ้าได้ยังไง ว่ากันว่าเขาชอบขโมยอาหารมากินเองบ่อยครั้ง

    และตัวเรา จ่าฝูงทั่วไป อัศวินสีแดง [โซเดียม] ที่เข้ามารับตำแหน่งคนล่าสุด ในฐานะหน่วยรบระยะประชิด

    การประชุมสุดยอดเผ่าปักษานี้ มีผู้ดำรงตำแหน่งควบคุมพวกบ้าทั้งแปด ปักษาแห่งการพยากรณ์ [คาร์เนต] เป็นผู้ดำเนินรายการ

    หากยังจำได้ รังของพวกเรานั้นได้ถูกแบ่งออกเป็นสองรังใหญ่ ๆ คือรังหลวงบนยอดเขาที่ตั้งอยู่ช่วงใจกลางทวีป กับรังย่อยสำรองที่อยู่สุดขอบทวีปทางตะวันตก

    ซึ่งในช่วงเวลาที่พวกเรารบกันนั้น จ่าฝูงสูงสุดออกเซอร์ได้สั่งให้จ่าฝูงคนอื่นยกเว้นเรากับไฮเจน ออกไปประจำการและทำภารกิจอยู่ที่รังย่อยกัน

    “นี่คือความผิดของแกเจ้าออกเซอร์! ถ้าให้ฝูงของข้าดูแลการโจมตี รังหลวงก็คงไม่ถูกโจมตีสวนกลับจนพินาจแบบนี้หรอก! ”

    ฝูงของฮีเลี่ยมนั้นประกอบด้วยชาวปักษาร่างใหญ่ที่สูงกว่าร้อยห้าสิบเซนติเมตร และเน้นพวกที่มีกล้ามเนื้อออกล่าด้วยปีกที่ทรงพลัง

    จะว่าไป ความสูงเฉลี่ยเผ่าเราอยู่ที่ร้อยห้าสิบเซนติเมตรนี่นะ พวกเขาจึงเป็นฝูงที่ทะนงตนยิ่งกว่าฝูงของไฮเจนเสียอีก

    “คลอรีน เปอร์ไซด์ ฮือ… ทำไมต้องเป็นพวกเธอ… ทำไมฝูงหลักถึงอ่อนแอเยี่ยงนี้… ฮือ…”

    เจ้าแคลเซียมร้องไห้โฮออกมา

    เขากำลังกอดภาพวาดเสมือนของสาวสวยประจำเผาเอาไว้ทั้งน้ำตา

    “ท่านแคลเซียมค่ะ จริงอยู่ว่ามีสตรีถูกจับตัวไปเป็นทาสบำเรอของพวกสองแขนจำนวนมาก แต่เปอร์ไซด์นั้นหายตัวไปอย่างลึกลับเอง ส่วนท่านคลอรีนยังไม่ได้ตัด [ตรงนั้น] ออกจากพิธีเลือกเพศ ดังนั้นคงไม่น่าเป็นห่วงค่ะ”

    “โฮ่! … จริง ๆ นะ!? ”

    “ค่ะ! ”

    สีหน้าของเจ้าแคลเซียมดูดีขึ้นมาในทันที

    แต่ก็ยังซีดจางน่าเป็นห่วงอยู่ดีนั่นละ

    “ตอนนี้ก็มากันได้ห้าคนแล้ว ยังไงช่วยทนรอจนกว่าจะมา---”

    “รายงานด่วน ท่านคอปเปอร์ถูกฟ้าผ่าตายในระหว่างการเดินทางมาที่นี่ครับ! ”

    “---รอท่านอื่นมาครบ… ตามนั้นละคะ แบบนี้คนร่วมประชุมที่มาไม่ได้ก็จะเป็นสอง---”

    “รายงานด่วนครับ! จ่าฝูงฟอสฟอรัสไม่สามารถมาร่วมประชุมได้ เพราะว่า… เผลอกินอาหารบูดจนท้องเสียครับท่าน… ”

    คิ้วและรอยยิ้มของสตรีศักดิ์สิทธิ์ได้ชักกระตุกขึ้นมาทันใด

    “โอเค… ดี… ดีมากเลยค่ะ งั้นมาเปิดประชุมกัน---”

    “เดียวก่อน”

    “มีอะไรอีกหรือค่ะท่านโซเดียม? ”

    น้ำเสียงราบเรียบเปี่ยมด้วยร้อยยิ้มสดใสของเธอนั้น ช่างดูน่ากลัวยิ่งนัก...

    “ฮีเลียมหายตัวไปไหนก็ไม่รู้ครับ”

    “ค่ะ!? ”

    เธอหันหัวไปที่นั่งของทั้งเขาในทันที

    ที่นั่งหญ้าฟางซึ่งควรมีเงาของบุรุษผู้ยิ่งใหญ่นั่งอยู่ตรงนั้น กลับว่างเปล่าอย่างไร้ร่องรอย

    และในตอนที่กำลังเกิดข้อกังขาขึ้นมาในเวลานั้นเอง

    “ข้าจะเป็นคนกอบกู้เผ่าให้ดู ฝูงฮีเลียมตามข้ามา! ”

    ก็มีเสียงที่คุ้นหูเช่นนั้นดังขึ้นมาจากข้างนอก

    และตามด้วยเสียงระเบิดรัวต่อเนื่องยาวนานสามนาที

    “แว้กกกก!? ท่านฮีเลียมเละเทะกลายเป็นเต้าหู้ไปแล้ว!? ”

    “ทำไมไม่มีใครไปเตือนมันวะ ว่าอย่าไปต่อต้านพวกสองแขนนะ! ”

    “ท่านเผ่าสองแขน อย่าพึ่ง ได้โปรดอย่าพึ่งทำลายคริสตัล หยุดก่อนคราบบบ! ”

    และตามมาด้วยเสียงดังโวยวายเช่นนั้น

    “... ดิฉันขอตัวสักครู่ค่ะ”

    สตรีศักดิ์สิทธิ์ได้เดินออกไปจากที่ประชุม

    เธอคงออกไปดับไฟโกรธของพวกเผ่าสองแขนแน่นอน…



    หลังจากนั้นครึ่งชั่วโมง

    “ให้ตายสิ ต้องใช้สาว ๆ ไปขอโทษเกือบยกเผ่า กว่าจะยอมความให้ได้ พวกสองแขนนี่ช่างดื้อด้านจริง”

    เธอกลับมาด้วยสภาพที่ผมเผ้ายุ่งเหยิง และมีสีหน้าเศร้าโศก

    นี่เธอคงจะไม่ได้…

    “ไม่ต้องห่วงค่ะ เพื่อเผ่าแล้ว ดิฉันยอมสละร่างกายนี้ให้บริการแก่พวกมันค่ะ”

    เธอช่างแข็งแกร่งยิ่งนัก…

    แต่ภายในใจของเรากลับเริ่มคุกรุ่นด้วยความมืดมิด

    “นี่… เธอไม่ต้องฝืนใจขนาดนั้นก็ได้นะ”

    “? แค่ไปเสริฟชาให้ดื่ม มันไม่ได้เสียหายอะไรมากหรอกนะคะ”

    “อย่าพูดกำกวมแบบนั้นเซ่! ”

    เรา.. คิดว่าตัวเองเริ่มชักจะปวดหัวแล้วสิ…

    “เอาละคะ งั้นมาเริ่มประ--- ท่านแคลเซียมหายไปไหนกันค่ะนั่น? ”

    “... เมื่อกี้มันไอออกมาเป็นเลือด เลยพาไปพบแพทย์แล้วนะครับ”

    “...”

    “...”

    เกิดความเงียบชวนอึดอัดขึ้นมาทันใด

    “โซเดียม ไฮเจน”

    “ครับท่าน? ”

    ในตอนนั้นเองที่พญาปักษาออกเซอร์ทำลายความสงบลง

    “เข้าใจหรือยังว่าทำไมข้าถึงใช้แค่เจ้าสองคนออกรบเท่านั้น”

    เข้าใจชัดเจนแจ่มแจ้งเลยครับท่าน…



    ***ปักษาผู้เป็นไท [เปอร์ไซด์]

    “นี่มันสุด---ยอด---ไป---เลย---! ”

    หนูกำลังทะยานขึ้นท้องฟ้าด้วยความเร็วที่บ้าคลั่ง

    เบื้องล่างคือภาพของเจ้าจิ๋วออกไซด์ ที่กำลังยืนมองขึ้นมาด้วยดวงตาใสแป๋วและอ้าปากค้างอย่างตกตะลึง

    ที่ด้านข้างของเจ้าหนูตัวนั้น มีหลุมกว้างปรากฏอยู่บนทุ่งหญ้าที่กว้างไกล

    “พวกเราทำการปรับโครงสร้างให้กล้ามเนื้อเจ้าแข็งแรงขึ้น สุดขีดความสามารถที่เผ่าเจ้าจะทำได้”

    “โอ้ววว!? นี่มันอะไรกัน ความเร็วที่บินแทรกไปกับอากาศได้ขนาดนี้คืออะไรกันค่ะเนี่ย!? ”

    หนูลองกระพือปีกแล้วพุ่งตัวออกไป

    รู้สึกได้ว่าสรีระและบนปีกมีแรงเสียนทานอากาศน้อยลอง แถมยังมีรูปทรงที่ช่วยในการเพิ่มความเร็ว

    เท่านั้นไม่พอ ยังรู้สึกได้ว่าขนทั่วร่างนั้น กำลังขับกระแสลมบางอย่างออกมา จนทำให้เกิดแรงพุ่งตัวอันน่าเหลือเชื่อ

    เกิดเสียงอากาศดัง “ปุ้ง! ” ขึ้นรอบตัว แล้วร่างของหนูก็พุ่งทะยานตัดขอบฟ้าไปอย่างรวดเร็ว

    “พวกเราช่วยปรับโครงสร้างปีกเธอด้วย”

    “แถมยังปรับเปลี่ยนให้ขนปีกสามารถสร้างแก๊สขับดันธรรมชาติออกมาเพื่อเพิ่มความเร็วอีกด้วย”

    “ฟังดูเหมือนตดเลยนะคะ? ”

    “ก็… จะว่าแบบนั้นก็ไม่ผิดหรอก”

    “เอาจริงดิ!? ”

    หนูชะลอความเร็วลงในทันที

    นี่คงไม่ถือว่าเป็นการก่อมลพิษให้ธรรมชาติหรอกใช่มั้ย?

    “แก๊สธรรมชาติ สะอาด ไร้กลิ่น ปลอดภัยหายห่วง”

    “บินได้ปลอดภัย สบายใจได้เน้อ~”

    เอาเถอะ… จะยอมเชื่อที่เจ้าพวกนี้พูดก็ได้

    “แล้ว… ถ้าหากว่าหนูตาย จะเกิดอะไรขึ้นหรือ? ”

    หนูลองแหย่ถามคุณวิญญาณดู

    “กลับไปเป็นเหมือนเดิม”

    “ส่วนพวกเราคงเดี้ยงยกเผ่า”

    “เพราะงั้นอย่าคิดตายเลยนะ”

    “ไม่เอา อย่าคิดสั้นเลยนะ”

    “พวกเราทำให้ร่างกายเธอแข็งแรงระดับโดนยิงด้วยลูกปืนไม่เข้าแล้ว อย่าคิดตายง่าย ๆ เลยนะ”

    “ลูกปืน… คืออะไรคะ? ”

    “อาวุธของเผ่ามนุษย์...เผ่าที่พวกเธอเรียกว่าสองแขนนะ น่ากลัวมากเลยละ”

    “น่ากลัว น่ากลัว”

    “แต่ไม่ต้องกลัวแล้ว พวกเราปรับโครงสร้างกล้ามเนื้อและผิวของเธอให้แข็งแกร่งแล้ว”

    “ถ้าไม่เจอลูกปืนใหญ่เต็ม ๆ ยังไงก็ไม่มีทางยิงเข้าได้”

    “เพราะงั้น อย่าคิดฆ่าตัวตายเลยนะ”

    “อย่าเลย อย่าเลย”

    ลูกปืนใหญ่? ลูกปืน? ไม่เห็นรู้จักเลยค่า~

    “ไม่เป็นไร เอาเป็นรู้แค่ว่าเธอคือ [สิ่งมีชีวิตที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก] ไปแล้วก็พอ”

    เอาจริงดิ? จะเชื่อดีมั้ยเนี่ย?

    แต่มาลองนั่งคิดดูแล้ว...บินเร็ว ร่างกายแข็งขึ้นระดับทะลวงดินหนาออกมาได้ แล้วยังมีปีกที่พ่นลมตดได้

    มันก็ไม่เลวแฮะ…

    “ได้ หนูไม่คิดตายหรอก แถมต้องรับผิดชอบชีวิตพวกคุณวิญญาณด้วยค่ะ”

    “เย่! ขอบคุณมากนางฟ้าของพวกเรา! ”

    “นางฟ้า นางฟ้า”

    รู้สึกจั๊กจี้ที่ถูกชมว่าเป็นนางฟ้าจัง

    “จริงสิ ทำให้หนูพ่นไฟได้หรือเปล่า? ”

    ถ้าพ่นไฟได้เหมือนหนูออกไซด์คงจะดูเท่ไม่เลวเลยค่ะ

    “ไม่ไหวงะ”

    “ขาดอวัยวะจำเป็น ทำไม่ได้หรอก”

    น่าเสียดายจังแฮะ…

    อ๊ะ จริงสิ ให้พวกเขาช่วยเรื่องนี้แทนดีกว่า

    “นี่ พวกเธอแม่นเรื่องทิศทางหรือเปล่า? ”

    “แม่นยิ่งกว่าแช่แป้ง! ว่าแต่ทำไมหรือ? ”

    เยี่ยมไปเลยค่ะ!

    “งั้นช่วยพาเค้ากลับบ้านทีสิ”

    แบบว่าจากบ้านมานานแล้ว ป่านนี้ทุกคนคงเป็นห่วงแย่เลย

    เอาละ ได้เวลาที่หนูเปอร์ไซด์กับออกไซด์จะกลับบ้านแล้วค่ะ

    น้ำชาที่ชงทิ้งเอาไว้ในบ้าน จะยังดื่มได้อยู่หรือเปล่าน้า~