วันที่ 48 ของเกมส์แห่งสงคราม ช่วงเวลาเที่ยง
***อัศวินสีแดง [โซเดียม]
“ให้ตายสิ โดนทรยศจนได้”
เราบ่นกับตัวเองด้วยน้ำเสียงที่เศร้าโศก
แต่ไปโทษเผ่าสองแขนคงไม่ได้ เพราะว่าเป็นฝ่ายเราที่คิดแผนทรยศพวกเขาก่อน
ว่าแต่พวกสองแขนมันใช้วิธีไหนในการส่งข่าวสารกันนะ?
หากคำนวณเวลาการลอบโจมตีรังหลวงของพวกสองแขนแล้ว มันก็น่าจะผ่านไปไม่ถึงวันเองมิใช่หรือ?
“... ไปถามสถานการณ์จากท่านพญาแห่งปักษา [ออกเซอร์] ดีกว่า”
ว่าแล้วก็กางปีกบินออกมาจากห้องโถงคริสตัลแห่งชีวิต---
“เดียว… มีอะไรบางอย่างแปลกไป? ”
ในตอนนั้นเองที่เรารู้สึกได้ถึงบางสิ่งที่ผิดปกติ
“ทะ---ทำไมมีพวกสองแขนอยู่ที่นี่!? แล้วเจ้าเครื่องจักรเหนือคริสตัลนั้นคืออะไร.!? แล้วทำไมสภาพรังของพวกเราถึงได้!? ”
เรากรีดเสียงร้องออกมาอย่างตื่นตกใจ
รังหลวงของพวกเรากำลังงอยู่ในสภาพที่ไม่เคยพบเคยเห็นมาก่อน
รังที่สร้างจากท่อนไม้ซึ่งเรียงตัวสวยงานแทรกตามป่าและขุนเขา ได้กลายเป็นที่ราบพร้อมกลิ่นเขม่าควัน
ร่องรอยสีดำและไอความร้อนแผ่พุ่งขึ้นท้องฟ้าไปทั่ว
ไร่สวนนาถูกแผดเผาจนเป็นขี้เถ้า
แนวปราการธรรมชาติที่เคยสร้างเพื่อป้องกันเมือง ถูกพังทลายลงจนไม่เหลือซาก
ที่โถงคริสตัลแห่งชีวิต ซึ่งใช้บอลลูนพืชแขวนกับแท่งคริสตัลเอาไว้ ได้ถูกนำกลับมาวางลงบนพื้น
มีร่องรอยการต่อสู้กระจายไปทั่วห้องโถง แต่หากดูจากจำนวนศพและเผ่าที่ถูกฆ่า ก็จะทราบได้ทันทีว่ามันเป็นการไล่ฆ่าเพียงฝ่ายเดียว
ส่วนสภาพของตัวคริสตัลแห่งชีวิตนั้น มันอยู่ในสถานที่อันตรายพร้อมจะพังลงมาได้ทุกเวลา
มันแตกร้าวจนแทบปริแตก หากว่ามีใครกระแทกมันแรง ๆ สักครั้ง คงได้พังทลายลงมาจนหมดสิ้น
และที่เหนือแท่งคริสตัลนั้น มีอสูรเครื่องจักรเกาะติดแนบอยู่
คีมที่ดูน่ากลัวนั้น มันกำลังบีบส่วนหัวของคริสตัลเอาไว้ พร้อมกับพวกเผ่าสองแขนจำนวนหนึ่งที่ยืนเฝ้าอยู่รายรอบ
[นี่คือตัวประกัน] คงคิดได้แค่นั้น
ซ้ำร้าย ต้นไม้ขนาดใหญ่ [อิกดราซิล] ที่โตแทงยอดทะลุท้องฟ้านั้น ยังถูกดัดแปลงตัวลำต้นที่หนาทึบไปส่วนหนึ่งเป็นฐานบัญชาการของพวกมันอีกด้วย
รังอันสวยงามที่เคยรู้จักของพวกเรานั้น ไม่มีหลงเหลืออยู่อีกต่อไปแล้ว
“จะบอกว่าถูกพวกสองแขนบุกยึดภายในคืนเดียวอย่างงั้นเรอะ…”
คงตีความได้แต่เพียงเท่านี้
“โซเดียมและฝูงของโซเดียม อย่าพึ่งวู่วามทำอะไรนะคะ”
ในตอนนั้นเองที่มีเสียงหนึ่งดังขึ้น
ปักษาแห่งการพยากรณ์ [คาร์เนต] สตรีศักดิ์สิทธิ์ผู้นำคำพยากรณ์แห่งเทพท้องฟ้าได้กรีดเสียงดังขึ้นมา
ขนสีเงินและหางที่เรียวยาวนั้น ช่างงดงามยิ่งนัก
แต่ใบหน้าอันสงบนิ่งที่งดงามของเธอ กลับดูเหนื่อยล้าจนหมดซึ่งความสวยงามนั้นไป
“ช่วยมาตรงนี้ทีค่ะท่านโซเดียม พวกเรากำลังจะจัดประชุมลับของจ่าฝูงกัน เดียวฉันจะอธิบายเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้ฟังเองค่ะ”
“อืม..”
เราหันกลับไปมองที่คริสตัลแห่งชีวิต
ท่ามกลางแสงที่ส่องประกายพร้อมกับชีวิตจุติของผู้ตายในสงครามนั้น ไม่มีเงาของเปอร์ไซด์รวมอยู่ด้วย
เปอร์ไซด์ เมื่อไหรเจ้าจะกลับมาหาพวกเราเสียทีนะ?
***ปักษาผู้เป็นไท [เปอร์ไซด์]
“มืด มืด มีแต่ความมืดมิด~”
“ปี ปี่ ปี้~”
“เศร้าหมองก็ใช่เรื่อง ร่าเริงไว้ดีกว่า~”
“ปี ปี้~”
“ถ้าหิว เดียวกินเจ้าหนูนี้เอา~”
“ปี้… ปิปี้!? ”
เจ้าหนูออกไซด์ส่งเสียงตกใจพร้อมกับหอตัวเล็กลงด้วยความหวาดกลัว
น่ารักงะ~
“แม่ล้อเล่น~”
หนูพูดหยอกเจ้าตัวเล็กด้วยน้ำเสียงที่ร่าเริง
ปัจจุบันนี้ทั้งหนูและเจ้าตัวเล็ก พวกเราทั้งคู่ยังคงติดอยู่ในเส้นทางใต้ดินอยู่เลยค่ะ
ไม่น่าพลัดหลงกับคุณตัวประกอบ A เลย ดูสิเนี่ย เลยหาทางออกไม่ได้เลยเห็นมั้ยตัวฉัน.!
“...”
หืม? เสียงอะไรนะ?
“ได้ยิน…”
ใครนะ?
“ได้ยินเสียงนี้มั้ย!? ”
เสียงนั้นดังขึ้นมาภายในสมองของหนู
ตรงหน้าไม่มีคน ข้างหลังมีแค่เจ้าตัวจิ๋ว บนกับล่างก็มีแต่ดินและดิน
หรือว่าตัวตนของเสียงนั้นคือ…
“กรี๊ด!? ผีหลอกเจ้าค่ะ! ”
“ไม่ใช่ผีเฟ้ย! ”
เจ้าเสียงนั้นตบมุขกลับอย่างรวดเร็ว
“พวกเรานั้นมิใช่ฝีหรอกนะ”
“แต่หากมีคำถาม พวกเราจักขอแถลงไข”
“เพื่อปกป้องโลกจากสัตว์ร้ายที่ทำลายระบบนิเวศน์”
“เพื่อปกปักรักษาโลกจากเบื้องหลัง”
“มิตรแห่งความรักและความยุติธรรม”
“พวกเราคือ…”
“คือ? ”
“พวกเราคือชาวโพรแคริโอต! ”
บรึ้มมม!? เสียงระเบิดได้ดังก้องขึ้นมาภายในสมองพร้อมภาพของกลุ่มควันที่ไม่มีอยู่จริง
เกิดบ้าอะไรขึ้นกับหนูกันเนี่ยคะ?
“เอาละ ก่อนจะพาออกทะเล มาเข้าเรื่องกันก่อนดีกว่า”
“เออ...ก่อนจะเข้าเรื่อง รบกวนช่วยบอกก่อนได้หรือเปล่าค่ะว่าพวกคุณคือใคร? แล้วนี่พูดมาจากที่ไหนคะ? ”
“ข้างในร่างเธอไง”
“ข้างใน ข้างใน”
ข้างในตัวหนูเนี่ยนะ? งงไปหมดแล้วค่ะ!
“จำได้มั้ย ที่เธอเคยไปเกาะแท่งประหลาดช่วงไม่กี่วันก่อนหน้านี้ แล้วเผลอทำแตกไปนะ? ”
“แตก? ”
ในตอนนั้นเองที่หนูนึกบางอย่างขึ้นมาได้
ภาพของแท่งประหลาดสีเขียวที่สูงสิบเมตร ซึ่งหนูเคยไปเกาะนอนพักผ่อน แล้วพอบินออกมา มันก็แตกกระจุยไปเลย
“จำได้ แล้วมันเกี่ยวข้องยังไงหรือคะ? ”
“เกี่ยวสิ เกี่ยวสิ”
“ก็นั่นคือคริสตัลแห่งชีวิตของพวกเรา เผ่าโพรแคริโอตยังไงละ”
“เอ๊~!? ”
หนูส่งเสียงออกมาด้วยความตื่นตกใจ
จะบอกว่ามีเผ่าที่ถูกนำมาเกิดในโลกนี้ไม่ใชห้า แต่มีหกอย่างงั้นหรือเนี่ย!?
แล้วหนูก็ดันเผลอไปทำลายคริสตัลลงได้แล้วเผ่าหนึ่งเนี่ยนะ!?
“ช่าย~ เพราะงั้นพวกเราเลยต้องมาสิงสู่อยู่ในร่างเธอยังไงละ”
“พวกเราไม่สามารถอาศัยอยู่ที่สภาพแวดล้อมข้างนอกได้นานหลายวันนัก เลยต้องหาร่างอาศัย”
“และเมื่อไม่มีคริสตัลแห่งชีวิต หากพวกเราตาย ก็จะไม่มีการเกิดใหม่”
“ดังนั้นพวกเราจึงมาสิงร่างเธอ เพื่อใช้เป็นบ้านใหม่ยังไงละ”
“บ้านใหม่ บ้านใหม่”
แบบนี้… มันให้ความรู้สึกราวกับกำลังถูกผีสิงเลยไม่ใช่หรือยังไงค่ะ!?
ไม่เอาอ๊ะ มันน่ากลัวออก
“ออกไปเลยนะ! น่ากลัว เค้าไม่เอา เดียวฆ่าตัวตายให้ดูเลย! ”
“อย่าพึ่งคิดสั้นน่ะคุณเปอร์ไซด์สุดสวย!? ”
“พวกเราไม่ได้ทำตัวเป็นเชื้อโรคอีกแล้ว อย่าไล่เราไปเลยนะคุณบ้านใหม่! ”
“พวกเราสัญญาว่าจะสร้างคุณประโยชน์ให้กับเธอ อย่าทิ้งพวกเราไปเลยนะ! ”
“คุณประโยชน์? ”
“ช่าย ๆ ”
น่าสงสัย…
คงไม่ได้หวังจะมายึดร่างกายของหนูไปภายหลังหรอกใช่มั้ยค่ะคุณวิญญาณร้าย?
“ก็บอกว่าไม่ใช่วิญญาณไง! ”
“พวกเราเป็นสัตว์เซลล์เดียวที่มีความนึกคิด และเป็นสุดยอดวิศวกรรมชีวภาพ นอกจากสร้างพิษและโรคภัยให้ร่างกายของเจ้าของร่างได้แล้ว พวกยังสามารถดัดแปลง---”
“กรี๊ดดด!? สร้างโรคภัย!? คำสาป!? ออกไปจากร่างของหนูน้า!! ”
“---ฟังให้จบก่อนดิเฮ้ย! ”
“ช่วยไม่ได้ แสดงให้ดูเลยง่ายกว่า รบกวนคุณเจ้าของร่างลองดีดตัวสุดแรงเกิดดูสิ กำลังหลงทางอยู่ไม่ใช่เรอะ? ”
“กระโดด? ทำแบบนั้นหัวได้โขกเพดานถ้ำกันพอดี”
“ลองเลย ลองเลย”
“...ก็ดะ~”
เนื่องจากทนแรงยุไม่ไหว หนูเลยคิดจะลองทำตามที่เสียงของคุณวิญญาณพูดดู
และเมื่อหนูถีบตัวขึ้นไปสุดแรงเกิด หนูก็พบว่าตัวเองนั้น---
***อัศวินสีแดง [โซเดียม]
“สรุปมันเกิดอะไรขึ้นเมื่อวานกันแน่!? ออกเซอร์ เจ้าต้องมีคำตอบให้พวกข้า! ”
รองจ่าฝูงสูงสุด [ชายผู้ร้อนแรง ฮีเลียม] กล่าวด้วยความโกรธจนเส้นเลือดแทบปริแตก
โต๊ะที่สานจากฟางแห้งถึงกับสั่นอย่างรุนแรงด้วยการกระพือปีกของเขา
ขนที่ฟูฟ่องสีส้มดั่งอัคคีนั้น เริ่มดูลุกโชนขึ้นราวกับถูกเปลวไฟแผดเผา
“คุณฮีเลียมค่ะ”
ปักษาแห่งการพยากรณ์ [คาร์เนต] พูดแทรกขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ
“หางของท่านกำลังถูกคบเพลิงเผาอยู่ค่ะ”
“เฮ้ย!? ดับไฟ ใครก็ได้ดับไฟที!? ”
ฮีเลียมวิ่งพล่านไปทั่วห้องประชุมขนาดเล็กซึ่งซ่อนอยู่ในโพรงต้นไม้โลก [อิกดราซิล] อย่างร้อนรน
ไฟลุกท่วมจริง ๆ ด้วยแฮะ
ขณะนี้พวกเราเผ่าปักษากำลังจัดประชุมผู้นำสูงสุดกันอย่างลับ ๆ
ประชุมสุดยอด [จ่าฝูงทั้งแปด] แห่งเผ่าปักษา
ผู้นำจ่าฝูงสูงสุด พญาแห่งปักษา [ออกเซอร์] บุรุษที่มากด้วยประสบการณ์และทักษะการล่าเหยือ
รองผู้นำจ่าฝูงสูงสุด ชายผู้ร้อนแรง [ฮีเลียม] บุรุษสมองกล้ามที่มีดีแค่แรง
จ่าฝูงทั่วไป นก [ไฮเจน] บุรุษนักล่าที่ใช้ธนูอันเก่งกาจ แต่สมองกล้ามเช่นกัน
จ่าฝูงทั่วไป บุรุษกระดูก [แคลเซียม] ชายขี้โรคประจำเผ่า ขนดำและผอมหุ้มกระดูก อ่อนแอมากจนไม่รู้ว่าถูกเลือกมาเป็นจ่าฝูงได้เช่นไร
จ่าฝูงทั่วไป สายล่อฟ้า [คอบเปอร์] มีขนสีทองแดง บุรุษที่ถูกฟ้าผ่าตายมาแล้วถึงสิบรอบ ถึงจะฉลาด แต่ดวงซวงชิบ
จ่าฝูงทั่วไป สตรีแห่งความสะอาด [คลอรีน] ผู้รับหน้าที่ดูแลความสะอาดของรัง สตรีที่ถือว่างามอันดับหนึ่งของเผ่า มีขนสีน้ำเงินทะเลงาม เรียบมันวาวสวยงาม
จ่าฝูงทั่วไป ตลกบริโภค [ฟอสฟอรัส] ชายซึ่งรับหน้าที่ดูแลเสบียงอาหารของเผ่า มีขนสีเทาอ้วนฉุจนไม่รู้ว่าบินขึ้นท้องฟ้าได้ยังไง ว่ากันว่าเขาชอบขโมยอาหารมากินเองบ่อยครั้ง
และตัวเรา จ่าฝูงทั่วไป อัศวินสีแดง [โซเดียม] ที่เข้ามารับตำแหน่งคนล่าสุด ในฐานะหน่วยรบระยะประชิด
การประชุมสุดยอดเผ่าปักษานี้ มีผู้ดำรงตำแหน่งควบคุมพวกบ้าทั้งแปด ปักษาแห่งการพยากรณ์ [คาร์เนต] เป็นผู้ดำเนินรายการ
หากยังจำได้ รังของพวกเรานั้นได้ถูกแบ่งออกเป็นสองรังใหญ่ ๆ คือรังหลวงบนยอดเขาที่ตั้งอยู่ช่วงใจกลางทวีป กับรังย่อยสำรองที่อยู่สุดขอบทวีปทางตะวันตก
ซึ่งในช่วงเวลาที่พวกเรารบกันนั้น จ่าฝูงสูงสุดออกเซอร์ได้สั่งให้จ่าฝูงคนอื่นยกเว้นเรากับไฮเจน ออกไปประจำการและทำภารกิจอยู่ที่รังย่อยกัน
“นี่คือความผิดของแกเจ้าออกเซอร์! ถ้าให้ฝูงของข้าดูแลการโจมตี รังหลวงก็คงไม่ถูกโจมตีสวนกลับจนพินาจแบบนี้หรอก! ”
ฝูงของฮีเลี่ยมนั้นประกอบด้วยชาวปักษาร่างใหญ่ที่สูงกว่าร้อยห้าสิบเซนติเมตร และเน้นพวกที่มีกล้ามเนื้อออกล่าด้วยปีกที่ทรงพลัง
จะว่าไป ความสูงเฉลี่ยเผ่าเราอยู่ที่ร้อยห้าสิบเซนติเมตรนี่นะ พวกเขาจึงเป็นฝูงที่ทะนงตนยิ่งกว่าฝูงของไฮเจนเสียอีก
“คลอรีน เปอร์ไซด์ ฮือ… ทำไมต้องเป็นพวกเธอ… ทำไมฝูงหลักถึงอ่อนแอเยี่ยงนี้… ฮือ…”
เจ้าแคลเซียมร้องไห้โฮออกมา
เขากำลังกอดภาพวาดเสมือนของสาวสวยประจำเผาเอาไว้ทั้งน้ำตา
“ท่านแคลเซียมค่ะ จริงอยู่ว่ามีสตรีถูกจับตัวไปเป็นทาสบำเรอของพวกสองแขนจำนวนมาก แต่เปอร์ไซด์นั้นหายตัวไปอย่างลึกลับเอง ส่วนท่านคลอรีนยังไม่ได้ตัด [ตรงนั้น] ออกจากพิธีเลือกเพศ ดังนั้นคงไม่น่าเป็นห่วงค่ะ”
“โฮ่! … จริง ๆ นะ!? ”
“ค่ะ! ”
สีหน้าของเจ้าแคลเซียมดูดีขึ้นมาในทันที
แต่ก็ยังซีดจางน่าเป็นห่วงอยู่ดีนั่นละ
“ตอนนี้ก็มากันได้ห้าคนแล้ว ยังไงช่วยทนรอจนกว่าจะมา---”
“รายงานด่วน ท่านคอปเปอร์ถูกฟ้าผ่าตายในระหว่างการเดินทางมาที่นี่ครับ! ”
“---รอท่านอื่นมาครบ… ตามนั้นละคะ แบบนี้คนร่วมประชุมที่มาไม่ได้ก็จะเป็นสอง---”
“รายงานด่วนครับ! จ่าฝูงฟอสฟอรัสไม่สามารถมาร่วมประชุมได้ เพราะว่า… เผลอกินอาหารบูดจนท้องเสียครับท่าน… ”
คิ้วและรอยยิ้มของสตรีศักดิ์สิทธิ์ได้ชักกระตุกขึ้นมาทันใด
“โอเค… ดี… ดีมากเลยค่ะ งั้นมาเปิดประชุมกัน---”
“เดียวก่อน”
“มีอะไรอีกหรือค่ะท่านโซเดียม? ”
น้ำเสียงราบเรียบเปี่ยมด้วยร้อยยิ้มสดใสของเธอนั้น ช่างดูน่ากลัวยิ่งนัก...
“ฮีเลียมหายตัวไปไหนก็ไม่รู้ครับ”
“ค่ะ!? ”
เธอหันหัวไปที่นั่งของทั้งเขาในทันที
ที่นั่งหญ้าฟางซึ่งควรมีเงาของบุรุษผู้ยิ่งใหญ่นั่งอยู่ตรงนั้น กลับว่างเปล่าอย่างไร้ร่องรอย
และในตอนที่กำลังเกิดข้อกังขาขึ้นมาในเวลานั้นเอง
“ข้าจะเป็นคนกอบกู้เผ่าให้ดู ฝูงฮีเลียมตามข้ามา! ”
ก็มีเสียงที่คุ้นหูเช่นนั้นดังขึ้นมาจากข้างนอก
และตามด้วยเสียงระเบิดรัวต่อเนื่องยาวนานสามนาที
“แว้กกกก!? ท่านฮีเลียมเละเทะกลายเป็นเต้าหู้ไปแล้ว!? ”
“ทำไมไม่มีใครไปเตือนมันวะ ว่าอย่าไปต่อต้านพวกสองแขนนะ! ”
“ท่านเผ่าสองแขน อย่าพึ่ง ได้โปรดอย่าพึ่งทำลายคริสตัล หยุดก่อนคราบบบ! ”
และตามมาด้วยเสียงดังโวยวายเช่นนั้น
“... ดิฉันขอตัวสักครู่ค่ะ”
สตรีศักดิ์สิทธิ์ได้เดินออกไปจากที่ประชุม
เธอคงออกไปดับไฟโกรธของพวกเผ่าสองแขนแน่นอน…
หลังจากนั้นครึ่งชั่วโมง
“ให้ตายสิ ต้องใช้สาว ๆ ไปขอโทษเกือบยกเผ่า กว่าจะยอมความให้ได้ พวกสองแขนนี่ช่างดื้อด้านจริง”
เธอกลับมาด้วยสภาพที่ผมเผ้ายุ่งเหยิง และมีสีหน้าเศร้าโศก
นี่เธอคงจะไม่ได้…
“ไม่ต้องห่วงค่ะ เพื่อเผ่าแล้ว ดิฉันยอมสละร่างกายนี้ให้บริการแก่พวกมันค่ะ”
เธอช่างแข็งแกร่งยิ่งนัก…
แต่ภายในใจของเรากลับเริ่มคุกรุ่นด้วยความมืดมิด
“นี่… เธอไม่ต้องฝืนใจขนาดนั้นก็ได้นะ”
“? แค่ไปเสริฟชาให้ดื่ม มันไม่ได้เสียหายอะไรมากหรอกนะคะ”
“อย่าพูดกำกวมแบบนั้นเซ่! ”
เรา.. คิดว่าตัวเองเริ่มชักจะปวดหัวแล้วสิ…
“เอาละคะ งั้นมาเริ่มประ--- ท่านแคลเซียมหายไปไหนกันค่ะนั่น? ”
“... เมื่อกี้มันไอออกมาเป็นเลือด เลยพาไปพบแพทย์แล้วนะครับ”
“...”
“...”
เกิดความเงียบชวนอึดอัดขึ้นมาทันใด
“โซเดียม ไฮเจน”
“ครับท่าน? ”
ในตอนนั้นเองที่พญาปักษาออกเซอร์ทำลายความสงบลง
“เข้าใจหรือยังว่าทำไมข้าถึงใช้แค่เจ้าสองคนออกรบเท่านั้น”
เข้าใจชัดเจนแจ่มแจ้งเลยครับท่าน…
***ปักษาผู้เป็นไท [เปอร์ไซด์]
“นี่มันสุด---ยอด---ไป---เลย---! ”
หนูกำลังทะยานขึ้นท้องฟ้าด้วยความเร็วที่บ้าคลั่ง
เบื้องล่างคือภาพของเจ้าจิ๋วออกไซด์ ที่กำลังยืนมองขึ้นมาด้วยดวงตาใสแป๋วและอ้าปากค้างอย่างตกตะลึง
ที่ด้านข้างของเจ้าหนูตัวนั้น มีหลุมกว้างปรากฏอยู่บนทุ่งหญ้าที่กว้างไกล
“พวกเราทำการปรับโครงสร้างให้กล้ามเนื้อเจ้าแข็งแรงขึ้น สุดขีดความสามารถที่เผ่าเจ้าจะทำได้”
“โอ้ววว!? นี่มันอะไรกัน ความเร็วที่บินแทรกไปกับอากาศได้ขนาดนี้คืออะไรกันค่ะเนี่ย!? ”
หนูลองกระพือปีกแล้วพุ่งตัวออกไป
รู้สึกได้ว่าสรีระและบนปีกมีแรงเสียนทานอากาศน้อยลอง แถมยังมีรูปทรงที่ช่วยในการเพิ่มความเร็ว
เท่านั้นไม่พอ ยังรู้สึกได้ว่าขนทั่วร่างนั้น กำลังขับกระแสลมบางอย่างออกมา จนทำให้เกิดแรงพุ่งตัวอันน่าเหลือเชื่อ
เกิดเสียงอากาศดัง “ปุ้ง! ” ขึ้นรอบตัว แล้วร่างของหนูก็พุ่งทะยานตัดขอบฟ้าไปอย่างรวดเร็ว
“พวกเราช่วยปรับโครงสร้างปีกเธอด้วย”
“แถมยังปรับเปลี่ยนให้ขนปีกสามารถสร้างแก๊สขับดันธรรมชาติออกมาเพื่อเพิ่มความเร็วอีกด้วย”
“ฟังดูเหมือนตดเลยนะคะ? ”
“ก็… จะว่าแบบนั้นก็ไม่ผิดหรอก”
“เอาจริงดิ!? ”
หนูชะลอความเร็วลงในทันที
นี่คงไม่ถือว่าเป็นการก่อมลพิษให้ธรรมชาติหรอกใช่มั้ย?
“แก๊สธรรมชาติ สะอาด ไร้กลิ่น ปลอดภัยหายห่วง”
“บินได้ปลอดภัย สบายใจได้เน้อ~”
เอาเถอะ… จะยอมเชื่อที่เจ้าพวกนี้พูดก็ได้
“แล้ว… ถ้าหากว่าหนูตาย จะเกิดอะไรขึ้นหรือ? ”
หนูลองแหย่ถามคุณวิญญาณดู
“กลับไปเป็นเหมือนเดิม”
“ส่วนพวกเราคงเดี้ยงยกเผ่า”
“เพราะงั้นอย่าคิดตายเลยนะ”
“ไม่เอา อย่าคิดสั้นเลยนะ”
“พวกเราทำให้ร่างกายเธอแข็งแรงระดับโดนยิงด้วยลูกปืนไม่เข้าแล้ว อย่าคิดตายง่าย ๆ เลยนะ”
“ลูกปืน… คืออะไรคะ? ”
“อาวุธของเผ่ามนุษย์...เผ่าที่พวกเธอเรียกว่าสองแขนนะ น่ากลัวมากเลยละ”
“น่ากลัว น่ากลัว”
“แต่ไม่ต้องกลัวแล้ว พวกเราปรับโครงสร้างกล้ามเนื้อและผิวของเธอให้แข็งแกร่งแล้ว”
“ถ้าไม่เจอลูกปืนใหญ่เต็ม ๆ ยังไงก็ไม่มีทางยิงเข้าได้”
“เพราะงั้น อย่าคิดฆ่าตัวตายเลยนะ”
“อย่าเลย อย่าเลย”
ลูกปืนใหญ่? ลูกปืน? ไม่เห็นรู้จักเลยค่า~
“ไม่เป็นไร เอาเป็นรู้แค่ว่าเธอคือ [สิ่งมีชีวิตที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก] ไปแล้วก็พอ”
เอาจริงดิ? จะเชื่อดีมั้ยเนี่ย?
แต่มาลองนั่งคิดดูแล้ว...บินเร็ว ร่างกายแข็งขึ้นระดับทะลวงดินหนาออกมาได้ แล้วยังมีปีกที่พ่นลมตดได้
มันก็ไม่เลวแฮะ…
“ได้ หนูไม่คิดตายหรอก แถมต้องรับผิดชอบชีวิตพวกคุณวิญญาณด้วยค่ะ”
“เย่! ขอบคุณมากนางฟ้าของพวกเรา! ”
“นางฟ้า นางฟ้า”
รู้สึกจั๊กจี้ที่ถูกชมว่าเป็นนางฟ้าจัง
“จริงสิ ทำให้หนูพ่นไฟได้หรือเปล่า? ”
ถ้าพ่นไฟได้เหมือนหนูออกไซด์คงจะดูเท่ไม่เลวเลยค่ะ
“ไม่ไหวงะ”
“ขาดอวัยวะจำเป็น ทำไม่ได้หรอก”
น่าเสียดายจังแฮะ…
อ๊ะ จริงสิ ให้พวกเขาช่วยเรื่องนี้แทนดีกว่า
“นี่ พวกเธอแม่นเรื่องทิศทางหรือเปล่า? ”
“แม่นยิ่งกว่าแช่แป้ง! ว่าแต่ทำไมหรือ? ”
เยี่ยมไปเลยค่ะ!
“งั้นช่วยพาเค้ากลับบ้านทีสิ”
แบบว่าจากบ้านมานานแล้ว ป่านนี้ทุกคนคงเป็นห่วงแย่เลย
เอาละ ได้เวลาที่หนูเปอร์ไซด์กับออกไซด์จะกลับบ้านแล้วค่ะ
น้ำชาที่ชงทิ้งเอาไว้ในบ้าน จะยังดื่มได้อยู่หรือเปล่าน้า~