ย้อนเวลาพลิกฟ้าคว่ำดิน

    41 มอบหมายงานให้นอมินี

                   “ เป็นพระกรุณา ขอจงทรงพระเจริญหมื่นปี หมื่น ๆ ปีพ่ะย่ะค่ะ”               เสียมหลอหลงคุกเข่าลงรับพระราชโองการ พร้อมทั้งถวายพระพร ก่อนที่พระองค์จะรับสั่งให้เขาลุกขึ้น               “ ตำแหน่งขุนนางขั้น 3 ของท่าน ฝากไว้ที่เราก่อนก็แล้วกัน แต่อีกไม่นาน รอท่านสร้างผลงานกลบเสียงวิจารณ์เหล่าขุนนางที่คัดค้านได้แล้ว เราจะคืนมันให้กับท่านเอง”                หยางไท่จงรับสั่งกับกุนซือหนุ่มคู่พระทัย  ในขณะที่ขุนนางคนอื่นกลับพากันรู้สึกแปลกใจ ที่ที่ปรึกษาหนุ่มคนนี้กลับร้องขอเพียงแค่ตำแหน่งนายอำเภอเล็ก ๆ เท่านั้น                “ ท่านมีสิ่งใดจะร้องขอเพิ่มเติมหรือไม่ ท่านกุนซือ?”              ฮ่องเต้ต้าหยางตรัสถามอีกฝ่าย ก่อนที่เขาจะทูลขออนุญาตทำการทดลองปฏิรูปแบบชิมลางในระดับท้องถิ่น  โดยขอให้เขามีอำนาจสิทธิ์ขาดในการจัดการและปฏิรูประบบขุนนางและตำแหน่งต่าง ๆ ในอำเภอเพื่อให้สอดคล้องกับแผนการในการปูทางสู่การเป็นมหาราชของพระองค์             “ ถ้าพระองค์พระราชทานราชานุญาต หม่อมฉันจะสร้างอำเภอหลงซานแห่งนี้ ให้กลายเป็นอำเภอในฝัน ซึ่งจะเป็นอำเภอต้นแบบสำหรับท้องที่อื่น ๆ ต่อไปพ่ะย่ะค่ะ”              “ ข้าอนุญาตตามที่ขอ ท่านสามารถกระทำการได้อย่างเต็มที่ ป้ายอาญาสิทธิ์ ข้าก็ประทานให้กับท่านแล้ว เพียงแต่ท่านมั่นใจหรือว่าจะสามารถปฏิรูปอำเภอหลงซานได้ในเวลาแค่ครึ่งปี?”             องค์ไท่จงรับสั่งอนุญาตตามที่เขาร้องขอ พร้อมทั้งให้เขาเลือกทหารคนสนิทเป็นองครักษ์ติดตามไปด้วยหนึ่งคน   ก่อนที่ใต้เท้าหลิวว่านซาน เจ้าเมืองเทียนหยาง จะเสนอชื่อหวังฮั่น คนสนิทที่ตนเองไว้ใจให้เป็นผู้ติดตาม ซึ่งอาหลงตอบรับด้วยความยินดีและสำนึกในความห่วงใยที่พี่ชายคนนี้มีให้กับตน             “ ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ข้าขอเลิกการประชุมเพียงเท่านี้ ขอให้ขุนนางทุกคนกลับไปปฏิบัติหน้าที่ของตนให้ดี”            โอรสสวรรค์รับสั่งให้เลิกประชุมได้ ก่อนที่เหล่าขุนนางจะถวายพระพรและกราบทูลลา จากนั้นจึงจับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์เรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้         “ เสียมหลอหลงผู้นี้ เป็นใครมาจากไหน ถึงได้รับการโปรดปรานจากฝ่าบาทถึงเพียงนี้?”         ขุนนางขั้น 5 ผู้หนึ่งเอ่ยขึ้นมากลางวงสนทนา ก่อนที่ขุนนางอีกผู้หนึ่งจะเล่าให้อีกฝ่ายฟังว่า คนผู้นี้เพิ่งเดินทางมาถึงเมืองเทียนหยางได้ไม่นาน และได้เป็นที่ปรึกษาให้กับเจ้าเมืองเทียนหยาง ก่อนที่จะมาเป็นที่ปรึกษาพิเศษของฝ่าบาท รวมทั้งเขายังเป็นผู้อยู่เบื้องหลังความคิดแยกสอบระหว่างฝ่ายตะวันออกและฝ่ายตะวันตกอีกด้วย          “ ข้าเดาว่าผลงานการใช้สีส้มเพื่อแก้ปัญหาเรื่องสีเหลืองกับสีแดงของสำนักศึกษาก็คงมาจากคนผู้นี้เช่นกัน”           ขุนนางชั้นสี่อีกรายแสดงความคิดเห็นส่วนตัวของตนออกมา ซึ่งนับว่าเขาเดาได้อย่างแม่นยำเลยทีเดียว             “ พวกท่านคิดว่า เขาจะทำการปฏิรูปอำเภอหลงซานที่แสนทุรกันดารให้เป็นอำเภอในฝันอย่างที่เขาอวดอ้างได้หรือไม่?”             “ ข้าว่าคงจะเป็นไปได้ยาก เพราะข้าได้ยินมาว่าอำเภอแห่งนี้เต็มไปด้วยผู้มีอิทธิพลท้องถิ่น และไม่ว่าใครไปรับตำแหน่งที่นั่นล้วนแต่มีอันเป็นไป และประสบเคราะห์มากกว่าวาสนา หรือดีหน่อยก็ขอย้ายตัวเองไปที่อื่นซะก่อน ถ้าเป็นเช่นนั้น เกรงว่าเสียมหลอหลงอาจจะไม่มีชีวิตอยู่ถึงวันที่ต้องเป็นทูตไปต้าหมิงก็เป็นได้”            เหล่าขุนนางกลุ่มนี้พากันวิพากษ์วิจารณ์เสียมหลอหลงอย่างเมามัน ก่อนจะรีบพากันสลายตัว เมื่อเห็นเสียมหลอหลงเดินออกมาจากท้องพระโรงพร้อมกับเจ้าเมืองเทียนหยาง                “ น้องหลง เจ้าแน่ใจนะว่าต้องการจะไปเป็นนายอำเภอที่อำเภอหลงซานจริง ๆ  ที่นั่นอาจจะไม่ค่อยปลอดภัยสำหรับเจ้า พี่เป็นห่วงเจ้าจริง ๆ ชิงเอ๋อก็คงจะเป็นห่วงเจ้าไม่น้อย”        หลิวว่านซานกล่าวกับชายหนุ่มด้วยความเป็นห่วงจากใจจริง และอยากจะให้เขาทบทวนและเปลี่ยนความคิดเสียใหม่       “ ขอบคุณพี่หลิวที่เป็นห่วง แต่นี่ถือเป็นโอกาสและบททดสอบที่สำคัญของผู้น้อง ถ้าแค่อำเภอเล็ก ๆ แห่งนี้ น้องยังไม่สามารถที่จะเปลี่ยนแปลงและปฏิรูปให้ดีขึ้นได้ แล้วน้องยังจะคิดหวังการใหญ่เรื่องพลิกฟ้าคว่ำดินได้อีกหรือ ท่านว่าใช่หรือไม่?”       อาหลงขอบคุณอีกฝ่ายด้วยความตื้นตันใจ ก่อนจะอธิบายและยืนยันถึงความตั้งใจของตนกับอีกฝ่าย      “ เอาล่ะ ในเมื่อเจ้าตัดสินใจดีแล้ว พี่ก็คงจะไม่เซ้าซี้เจ้าอีก เพียงแค่ขอให้เจ้าระวังตัวให้มากก็แล้วกันนะน้องชายพี่”       “ ว่าแต่เลิกประชุมแล้ว เจ้าจะไปไหนต่อ ถ้าไม่มีธุระอันใด เจ้าก็ไปเยี่ยมท่านแม่กับชิงเอ๋อกับข้าสิ พวกนางคงดีใจมาก ๆ แน่ ๆ”        เจ้าเมืองเทียนหยางเอ่ยปากชวนน้องชายของตนให้ไปที่จวน เพื่อเป็นการเปิดโอกาสให้บุตรีของตนได้พบหน้าชายในดวงใจของนาง เพราะว่าอีกไม่นานคนทั้งคู่ก็จะไม่ได้พบหน้ากันอีกเป็นเวลาถึงครึ่งปีเลยทีเดียว       “ ขอบคุณท่านพี่  แต่ว่าข้ายังมีธุระที่ต้องรีบไปจัดการ ก่อนที่จะต้องออกเดินทางไปรับตำแหน่งนายอำเภอในอีก 2 สัปดาห์ข้างหน้า”      “ เอาไว้ข้าจะหาเวลาไปเยี่ยมและทานข้าวกับท่านยายและชิงเอ๋อในเร็ว ๆ นี้ ก่อนที่ข้าจะออกเดินทาง รบกวนท่านช่วยบอกพวกนางด้วย”       เสียมหลอหลงบอกปฏิเสธอีกฝ่ายอย่างนิ่มนวล พร้อมทั้งบอกเหตุผลและรับปากว่าจะไปหาพวกนางในเร็ว ๆ นี้อย่างแน่นอน       “ ถ้าเช่นนั้น เจ้าก็อย่าได้ลืมที่รับปากไว้ก็แล้วกัน  อ้อ เดี๋ยวพี่จะให้หวังฮั่นค้นหาข้อมูลที่จำเป็นของอำเภอหลงซานไว้สำหรับเจ้า เจ้าจะได้ศึกษาและเรียนรู้จักมันก่อนที่จะเดินทางไปรับตำแหน่งที่นั่น”      “ ถึงยังไง อำเภอนี้ก็ขึ้นตรงต่อเมืองเทียนหยาง ถึงแม้จะอยู่ชายขอบ แต่ก็อยู่ในการดูแลของพี่ ถ้าติดขัดเรื่องอะไรเจ้าก็ส่งคนแจ้งข่าวมาหาพี่ได้เลย ไม่ต้องเกรงใจ จากหลงซานมาถึงเมืองหลวงใช้เวลาเดินทางเพียงแค่ 3 ชั่วยาม( 6 ชั่วโมง)เท่านั้น”        ใต้เท้าหลิวเอ่ยกับชายหนุ่มตรงหน้าอย่างห่วงใยและใส่ใจ ก่อนที่เขาจะคำนับขอบคุณพี่ชายที่แสนจะใจดีผู้นี้ พร้อมทั้งขอตัวไปทำธุระส่วนตัวของตนต่อ          “ นายท่าน ท่านจะไปที่ใดก่อนดี ข้าจะได้บอกอาห่าวให้นำทางท่านไป?”        ฮวยเซ็งเอ่ยถามเจ้านายของตนที่นั่งอยู่บนรถม้าคันเดียวกัน โดยมีอาห่าวทำหน้าที่สารถี ก่อนที่เขาจะบอกให้อาห่าวมุ่งหน้าไปที่สำนักม่อเทียนเพื่อไปพบกับพ่อบุญธรรมของตน             “ อะไรนะ ลูกชายข้า  เจ้าจะไปรับตำแหน่งนายอำเภอเช่นนั้นรึ ว่าแต่เจ้าจะออกเดินทางเมื่อใด?”       เจ้าสำนักม่อเทียนที่ออกมาต้อนรับเสียมหลอหลงถึงหน้าประตูสำนัก เอ่ยกับลูกชายบุญธรรมของตนด้วยความยินดีที่อีกฝ่ายก้าวหน้าและได้รับความสำเร็จในหน้าที่การงาน         “ ขอรับท่านพ่อ  ลูกจะออกเดินทางไปรับตำแหน่งในอีกสองสัปดาห์ข้างหน้า หลังจากที่เสร็จสิ้นภารกิจสำคัญที่ฝ่าบาททรงมอบหมายขอรับ”         อาหลงตอบท่านผู้เฒ่าพร้อมกับประคองอีกฝ่ายเดินเข้าไปยังห้องรับรองด้านใน  ในขณะที่ฮวยเซ็งและอาห่าวต่างก็รอเจ้านายของพวกตนอยู่ในรถม้าด้านหน้าสำนัก      “ ดีดี ถือว่าเจ้าไม่ทำให้พ่อต้องผิดหวัง เจ้าจะต้องช่วยเหลือราษฎรที่นั่นให้พ้นจากความทุกข์ยาก และมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นให้ได้ พ่อจะคอยเอาใจช่วย และรอดูความสำเร็จของเจ้าอยู่ที่นี่”         เจ้าสำนักม่อจื่อกล่าวด้วยความปลื้มปิติเป็นยิ่งนัก เมื่อเห็นว่าบุตรบุญธรรมของตนคนนี้มีโอกาสที่จะสร้างผลงานและช่วยเหลือราษฎรให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นในอนาคต      “ ลูกน้อมรับคำสอนของท่านพ่อ  อยู่ทางนี้ท่านต้องดูแลรักษาสุขภาพให้ดีด้วยนะขอรับ ลูกจะได้ไม่ต้องเป็นห่วงเมื่อต้องออกเดินทางไปรับตำแหน่ง”       อาหลงรับปากกับท่านผู้เฒ่าอย่างเป็นมั่นเป็นเหมาะ พร้อมทั้งกำชับให้อีกฝ่ายดูแลสุขภาพตนเองให้ดี       “ เจ้ามาได้จังหวะพอดี พ่อกำลังจะทานข้าวเที่ยง เจ้ามากินเป็นเพื่อนพ่อหน่อยสิ เราสองคนพ่อลูกยังไม่เคยได้มีโอกาสได้กินข้าวด้วยกันเลยสักครั้ง”        “ ขอรับท่านพ่อ ท่านต้องทานเยอะ ๆ นะขอรับ สุขภาพจะได้แข็งแรง และอยู่เป็นเสาหลักให้ต้าหยางเราไปอีกนาน ๆ ร้อยปี ร้อย ๆ ปีนะขอรับ”         ชายหนุ่มเอ่ยกับพ่อบุญธรรมของตนอย่างเอาอกเอาใจ ทำให้ท่านผู้เฒ่าเจริญอาหารและทานอาหารได้มากกว่าปกติ       “ ท่านอาจารย์ไม่เคยทานข้าวเยอะขนาดนี้มาก่อนเลยนะขอรับคุณชาย  เป็นเพราะการมาของคุณชาย ทำให้ท่านอาหารเจริญอาหารเป็นพิเศษ”       ศิษย์คนโตของม่อเทียน เอ่ยกับเสียมหลอหลงอย่างนอบน้อม พร้อมทั้งตักข้าวเติมให้กับอาจารย์ของตนเพิ่มอีก  ในขณะที่สองคนพ่อลูกก็ทานข้าวไปพลาง คุยไปพลาง ด้วยบรรยากาศที่ชื่นมื่นและมีความสุขยิ่งนัก                                   “ นายท่านเราจะไปไหนกันต่อดีขอรับ?”         ฮวยเซ็งเอ่ยถามชายหนุ่มตรงหน้า ก่อนที่เขาจะสั่งให้อาห่าวพาตนไปที่บ้านของกันครึ่งเมือง เพื่อแจ้งข่าวเรื่องที่ตนจะต้องไปรับตำแหน่งนายอำเภอในเร็ว ๆ นี้        “ ยินดีด้วยท่านนายอำเภอ ถือว่าเป็นวาสนาของชาวบ้านในอำเภอหลงซานที่จะได้เจ้าไปเป็นนายอำเภอที่นั่น”           กันซื่อหยงเอ่ยกับหลานชายของตนอย่างหยอกเย้า  พร้อมทั้งมอบตั๋วแลกเงิน 5,000 ตำลึง เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการเดินทางครั้งนี้            “ หลานขอขอบคุณท่านลุงและท่านป้ามาก ๆ ขอรับ ว่าแต่หนี่เอ๋อและพี่ซื่อหยางไปไหนแล้วขอรับ  แล้วแม่นางหลินนางเดินทางกลับบ้านเกิดนางแล้วหรือยังขอรับ”           เสียมหลอหลงคำนับท่านลุงกับท่านป้า ก่อนจะเอ่ยถามถึงสองพี่น้อง รวมทั้งแม่นางหลินที่เขาเคยช่วยชีวิตไว้อีกด้วย           “ อ้อ  หยางเอ๋อพาหนี่เอ๋อและเฟินเอ๋อไปติดต่อการค้าที่เมืองใกล้ ๆ กับต้าหยางเรานี่แหละ  รวมทั้งถือโอกาสท่องเที่ยวไปด้วยในตัว พรุ่งนี้ก็คงพากันเดินทางกลับมาแล้วล่ะ”            ท่านป้ากันตอบคำถามชายหนุ่มอย่างอารมณ์ดี พร้อมทั้งกำชับเขาว่าอย่าลืมนำถุงผ้านำโชครุ่นพิเศษมาให้พวกตนตามที่สั่งไว้ด้วย          “ ท่านป้ากับท่านลุงไม่ต้องเป็นห่วงขอรับ  ยังไงหลานไม่มีทางลืมแน่นอน และจะนำมันมามอบให้พวกท่านก่อนที่จะออกเดินทางไปอำเภอหลงซานแน่นอนขอรับ”          อาหลงรับปากกับอีกฝ่ายเป็นมั่นเป็นเหมาะ ก่อนที่จะขอตัวเพื่อไปทำธุระของตนต่อ ในขณะที่สองสามีภรรยาทวงสัญญากับหลานชายของตนว่าเมื่อไหร่จะมาทานข้าวด้วยตามสัญญาสักที         “ เอาไว้ก่อนที่หลานจะออกเดินทางไปรับตำแหน่ง หลานจะมาทานมื้อเที่ยงเป็นเพื่อนท่านลุงท่านป้าดีมั้ยขอรับ?”         ชายหนุ่มกล่าวกับคนทั้งคู่อย่างเอาใจ ซึ่งสร้างความพึงพอใจให้กับเถ้าแก่และฮูหยินกันเป็นอันมาก ดังนั้นจึงยอมปล่อยตัวเขาไปทำธุระต่อ                        “ ท่านอาจารย์ ท่านจะไปไหนต่อดีขอรับ?”          อาห่าวเอ่ยถามท่านอาจารย์ที่พ่วงตำแหน่งเจ้านายของตน ก่อนที่อีกฝ่ายจะบอกให้พาเขาไปชมโรงงานผลิตสินค้าที่เขาเช่าสถานที่ พร้อมทั้งจ้างชาวบ้านแถวนี้มาเป็นคนงาน เป็นการส่งเสริมให้ชาวบ้านได้มีงานทำอีกด้วย          “ อาฮวย เจ้าคิดว่าสินค้าของเราน่าจะผลิตเสร็จทันตามกำหนดที่จะนำไปให้ลูกค้าทดลองและชิม พร้อมวันที่จำหน่ายถุงนำโชคในอีก 2 วันข้างหน้าหรือไม่?”        เสียมหลอหลงเอ่ยถามเลขาคู่ใจ ก่อนที่อีกฝ่ายจะให้คำตอบที่ทำให้เขาอุ่นใจว่าสินค้าจะผลิตทันตามกำหนดอย่างแน่นอน          “ สินค้าพวกผงปรุงรส น้ำหอม สบู่ ยาสีฟัน แปรงสีฟัน ยารักษาโรค ชุดชั้นใน  น่าจะเสร็จภายในพรุ่งนี้ ส่วนพวกอาหารจำพวกลาบ ส้มตำ น้ำตก ไก่ทอดสไปซี่ ก็จัดเตรียมวัตถุดิบไว้พร้อมแล้ว รวมทั้งเหล่าพ่อครัวก็ได้รับการฝึกฝนมาเป็นอย่างดี รับรองว่ารสชาติอาหารต้องเป็นที่ถูกปากของลูกค้าแน่นอนขอรับ”           ผู้ช่วยคู่ใจของเขารายงานความเคลื่อนไหวและสถานการณ์ให้ทราบอย่างละเอียด รวมทั้งเรื่องสถานที่เทียนหยางพลาซ่าที่กำลังต่อเติมและตกแต่งก็จะเสร็จทันภายในพรุ่งนี้เช่นกัน         “ เจ้าทำได้ยอดเยี่ยมมากอาฮวย ไม่เสียแรงที่ข้าไว้วางใจเจ้าให้รับผิดชอบงานต่าง ๆ แทนข้า เจ้าก็ด้วยอาห่าว เจ้าช่วยแบ่งเบาภาระข้าได้เยอะ เช่นนี้ อีกสองสัปดาห์ ข้าจะได้จากไปอย่างวางใจ”          อาหลงเอ่ยชมผู้ช่วยทั้งสองของเขา ก่อนที่คนทั้งคู่จะตกใจที่ได้ยินเจ้านายของพวกตนเอ่ยปากว่าจะไปจากที่นี่ในเร็ว ๆนี้        “ นายท่าน ท่านจะไปจากที่นี่ ท่านจะไปที่ใด เหตุใดพวกเราถึงไม่เคยรู้เรื่องมาก่อน”          ฮวยเซ็งเอ่ยถามเจ้านายอย่างร้อนใจ เพราะตอนที่กลับมาจากเข้าเฝ้า อีกฝ่ายยังไม่ได้เล่าให้พวกตนฟังว่าจะต้องเดินทางไปรับตำแหน่งนายอำเภอที่หลงซาน        “ พวกเจ้าไม่ต้องตกใจไป ข้าจะไปเป็นนายอำเภอที่นั่นเพียงแค่ครึ่งปีเท่านั้น เพราะฉะนั้นกิจการทุกอย่างที่นี่ข้าต้องฝากพวกเจ้าช่วยกันดูแลด้วย  แต่ไม่ต้องเป็นห่วง คุณชายกัน บุตรชายท่านลุงกันครึ่งเมืองจะมาช่วยพวกเราดูแลกิจการด้วย อีกทั้งยังมีพี่หู่ พี่หลี่ พี่เว่ย ที่เป็นพันธมิตรกับพวกเราด้วย อ้อ รวมทั้งคุณหนูหลิว บุตรีท่านเจ้าเมืองก็จะมาช่วยดูแลด้วยเช่นกัน”         ชายหนุ่มกล่าวปลอบใจคนทั้งคู่ที่ยังอยู่ในอาการตกใจไม่หาย ก่อนที่ฮวยเซ็งจะออกตัวกับเจ้านายของตนว่าตนเองคงรับผิดชอบไม่ไหว และอาจจะทำให้กิจการการค้าของอีกฝ่ายเจ๊งไม่เป็นท่าก็เป็นได้        “ อาฮวย เจ้าอย่าดูถูกความสามารถของตนเอง จริง ๆ เจ้าเป็นคนที่มีหัวทางการค้าที่ยอดเยี่ยม สืบเนื่องมาจากเจ้ามีโอกาสได้เรียนรู้มันจากอดีตเถ้าแก่ที่เจ้าเคยทำงานด้วยนับสิบคนที่ต่างก็มีจุดเด่นและพรสวรรค์กันคนละอย่าง ซึ่งตอนนี้ล้วนมีอยู่ในตัวเจ้าอย่างครบถ้วน”        อาหลงเอ่ยชมพร้อมทั้งวิเคราะห์ให้อีกฝ่ายได้รู้ถึงศักยภาพที่แท้จริงของตนเอง ในขณะที่ฮวยเซ็งเองก็ยังมีอาการลังเล และยังไม่ค่อยเชื่อมั่นในตัวเองเท่าไหร่        “ ข้าเกรงว่า ข้าจะทำให้ท่านและทุก ๆ คนต้องผิดหวัง  ท่านอย่าลืมว่าอดีตเจ้านายทุกคนของข้าล้วนแต่ต้องประสบเหตุขาดทุน ทำให้ต้องปิดกิจการไปทุก ๆ ราย ดังนั้นข้าเกรงว่า....”       “ เจ้าฟังข้านะอาฮวย ถึงแม้อดีตเจ้านายของเจ้าแต่ละคนจะมีจุดเด่นและพรสวรรค์กันคนละด้าน แต่เพียงแค่นี้มันไม่เพียงพอต่อการที่จะสร้างและรักษาการค้าให้เจริญรุ่งเรืองได้ เพราะมันต้ององค์ประกอบที่มากกว่านั้น พวกเขาจะต้องเก่งในอีกหลาย ๆ ด้านจึงจะสามารถทำการค้าให้ก้าวหน้าต่อไปได้  ดังนั้นที่การค้าของแต่ละคนต้องเจ๊ง มันไม่ได้เกี่ยวข้องกับเจ้าเลยแม้แต่นิด แต่เป็นเพราะตัวพวกเขาเองต่างหาก”       อาหลงเอ่ยขัดคอลูกจ้างหนุ่ม ก่อนที่จะอธิบายให้เขาฟังอย่างใจเย็น จนฮวยเซ็งเริ่มยอมรับในเหตุและผลที่เจ้านายของตนอธิบายให้ฟัง ทำให้ตอนนี้เขามีความมั่นใจและเชื่อมั่นในตัวเองเพิ่มขึ้นหลายเท่า  เพราะว่าตั้งแต่ที่เขาได้มาช่วยงานเสียมหลอหลง เขาก็ได้เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ มากมาย ทั้งด้านการเข้าถึงจิตใจคน การตลาด การบริหารจัดการ ซึ่งเจ้านายของตนคนนี้ถ่ายทอดวิชาต่าง ๆ เหล่านี้ให้กับเขาและอาห่าวอย่างหมดเปลือกแบบไม่มีเม้ม ทำให้เขากับอาห่าวกลายเป็นคนใหม่ที่แม้แต่ตัวเองก็ยังแทบจะจำตัวเองไม่ได้เลยทีเดียว       “ ส่วนเจ้า อาห่าว ข้าต้องขอบใจเจ้ามากที่คอยช่วยเหลือและแบ่งเบาภาระของข้าได้เยอะทีเดียว  ดังนั้นต่อไปนี้ขอให้เจ้าเป็นผู้ช่วย คอยช่วยเหลืองานอาฮวยให้ดี เอาไว้กลับมาจากหลงซาน ข้าจะทาบทามแม่นางเหลียนเอ๋อให้กับเจ้าเพื่อเป็นการตอบแทนความทุ่มเทของเจ้า ดีไหม?”        เสียมหลอหลงเอ่ยขอบใจและรับปากว่าจะช่วยให้อาห่าวได้สมหวังในเรื่องความรักกับคนที่เขาหมายปองอยู่  ทำให้อาห่าวรู้สึกดีใจเหมือนปลากระดี่ได้น้ำ ก่อนจะรีบคุกเข่าขอบคุณเจ้านายผู้อารีของตนด้วยความสำนึกตื้นตันใจ       “ อาฮวย ต่อจากนี้ไป ข้าขอแต่งตั้งให้เจ้าเป็นซีอีโอคอยดูแลและบริหารการค้าทุกอย่างแทนข้า เป็นเหมือนนอมินีที่ข้าไว้วางใจ โดยให้อาห่าวคอยเป็นผู้ช่วยของเจ้า และถ้ามีปัญหาอะไร เจ้าก็สามารถไปหาข้าที่อำเภอหลงซานได้ทุกเมื่อ” .................................................................................................................................คุยกันหลังฉาก....มาแล้วครับสำหรับตอนที่ 41 ซึ่งตอนนี้อาหลงของเราต้องจัดการมอบหมายงานและสะสาง ส่งต่องานทุกอย่าง ก่อนที่เขาจะต้องเดินทางไปรับตำแหน่งนายอำเภอในอีกสองสัปดาห์ข้างหน้า ซึ่งคนที่เขาเลือกก็คือเลขาคู่ใจ คุณชายฮวยเซ็งและอาห่าวนั่นเอง เรื่องราวจะเป็นอย่างไรต่อไป รอลุ้นรออ่านได้ในตอนต่อไปได้เลยครับ         ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านด้วยดีเสมอมานะครับ ขอบคุณทุก ๆ คอมเมนท์ที่เริ่มจะมีเข้ามามากขึ้น และมีอย่างสม่ำเสมอแบบขาประจำ ซึ่งทำให้ไรท์มีกำลังใจในการเขียนตอนต่อไปเรื่อย ๆ มากขึ้น   ขอบคุณจริง ๆ ครับ  ..............................................................................................................................สุดยอดข้อคิด พิชิตความสุขและความสำเร็จในชีวิต“ เวลากลัว ข้าแค่กลั้นใจลงมือทำในสิ่งที่กลัว แล้วความกลัวจะหายไป”           

    คล้ายกับเรื่องย้อนเวลาพลิกฟ้าคว่ำดิน ที่คุณอ่าน