หลิวอี้ยังคงกอดนางเอาไว้ไม่ปล่อย
“ข้ากำลังจะออกเดินทางไปยังทวีปถัดไป เจ้าพอจะรู้เส้นทางในการเดินท่างที่เร็วที่สุดหรือไม่”
“การเดินทางไปอีกทวีปมีอยู่สองแบบ แบบแรกคือเดินทางด้วยประตูที่สร้างขึ้นมาจากพลังปราณที่ตั้งอยู่ภายในวังหลวง แบบที่สองคือการเดินทางด้วยตัวของท่านเอง แต่ระยะทางจะไกลเป็นอย่างมาก ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 เดือนกว่าที่จะถึงทวีปถัดไป”
“หากว่าข้าต้องการจะเลือกแบบแรกละ”
“ท่านจะต้องมีตำแหน่งใหญ่โตเช่นเจ้าสำนัก หรือมีพลังระดับปรมาจารย์ขึ้นไป อีกอย่างก็คือเป็นนักปรุงโอสถระดับพิภพขึ้นไปจึงจะสามารถใช้ประตูพลังปราณเดินทางไปยังทวีปอื่นได้”
“แล้วข้าจะต้องทำยังไงจึงจะสามารถเป็นนักปรุงโอสถระดับพิภพได้”
“ท่านจะต้องเข้าทดสอบเป็นนักปรุงยา หากว่าท่านผ่านการทดสอบท่านก็จะได้เสื้อคลุมและจะมีดาวติดอยู่บนเสื้อเพื่อบ่งบอกว่าท่านเป็นนักหลอมโอสถระดับไหน”
หลิวอี้พึ่งจะเคยได้ยินในเรื่องนี้
“เจ้าบอกข้ามาว่าข้าจะต้องไปทดสอบที่ไหน”
“หนึ่งปีจะทดสอบเพียงแค่หนึ่งครั้ง ท่านจะต้องรออีกสิบเดือนจึงจะมีการทดสอบอีกรอบ”
หลิวอี้ถึงกับปวดหัว ตอนนี้เขาไม่สามารถรอเวลาได้
“งั้นข้าจะเดินทางไปด้วยตัวเอง”
“หากว่าท่านเดินทางไปด้วยตัวเองท่านจะต้องผ่านเขตแดนของพวกสัตว์อสูร เพราะทุกทวีปจะมีเขตแดนของพวกสัตว์อสูรขวางกั้นเอาไว้”
นี่ก็เป็นอีกเรื่องที่หลิวอี้พึ่งจะเคยได้ยิน ตอนนี้เขาเริ่มที่จะไม่แน่ใจว่าเขาอยู่ที่ไหนกันแน่
“อีกไม่นานข้าจะออกเดินทาง พวกเราอาจจะไม่ได้พบกันอีกตลอดกาล ข้าจึงอยากจะบอกลาเจ้า เจ้าไม่ต้องเป็นห่วงข้าและไม่ต้องคิดถึงข้าลืมข้าไปเสีย เจ้าไม่ต้องเสียน้ำตาเพื่อข้าคนนี้”หลิวอี้พร่ำบนกับเย่เอ๋อ
เย่เอ๋อนางงุ่นงงไปหมด เขาเอาสมองส่วนไหนคิดกันว่านางจะคิดถึงเขา นางมีแต่อยากจะให้เขาตายเร็วเพียงแค่นั้น และตอนนี้นางรู้ว่าเขากำลังจะหลบหนีไปจากนาง มีหรือที่นางจะยอมให้เป็นเช่นนั้นเพราะว่านางยังเรียนวิชาจากเขาไม่หมด ยังมีอีกหลายอย่างที่นางจะต้องเรียนรู้จากเขา
“ข้าและท่านเป็นสามีภรรยากัน สามีไปยังที่ไหนข้าก็จะตามไปด้วย หากว่าท่านตายไปข้าก็จะไม่ขอมีชีวิตอยู่”
เย่เอ๋อพูดจบนางก็เข้ามากอดหลิวอี้จากนั้นนางก็บีบน้ำตาของนางออกมา นางร้องไห้ภายในอ้อมกอดของเขา
หลิวอี้งงเป็นไก่ตาแตก นี่มันคือสถานการณ์แบบไหน แทนที่นางจะดีใจที่เขายอมปล่อยนางไป แต่นางกับกอดเขาและร้องไห้พร้อมทั้งบอกกับเขาว่านางจะขอติดตามเขาไปด้วย หลิวอี้เริ่มที่จะคิดไปไกล “อย่าบอกนะว่านางจะหลงรักเขา”หลิวอี้ลบความคิดนี้ออกไปจากหัวทันที นางจะต้องมีแผนการแน่นอน เขาจึงอยากจะทดสอบนาง
“หากว่าเจ้าอยากจะติดตามข้าไปเจ้าจะต้องผ่านบททดสอบของข้าก่อน”
“ไม่ว่าท่านจะให้ข้าทำอะไรข้าก็ยอม”
“นี่ก็ใกล้จะถึงวันที่เจ้านัดพบกับชายชู้ของเจ้า ข้าอยากจะให้เจ้าบอกเลิกเขาต่อหน้าของข้า เจ้าทำได้หรือไม่”
เย่เอ๋อผละออกจากอ้อมกอดของหลิวอี้จากนั้นนางก็มองหน้าเขา ความคิดของนางตอนนี้คืออยากจะเอากระบี่แทงไปที่หัวใจของเขาให้ตายไป แต่นางก็ไม่สามารถที่จะทำได้ ในเมื่อนางได้เลือกเดินทางเส้นนี้แล้ว
“ได้ ข้าจะทำให้ท่านเห็นว่าข้าจริงใจต่อท่าน”
ทั้งสองคนออกเดินทางไปยังสำนักหมื่นโอสถ ตั้งแต่ที่หลิวอี้ออกมาจากเมืองหลวงเขาสัมผัสได้ว่ามีคนแอบติดตามเขามาตลอดทาง จนมาถึงทางเข้าสำนักคนที่ติดตามหลิวอี้จึงหายไป หลิวอี้คิดว่าคนพวกนี้ยังไม่กล้าที่จะยุ่งเกี่ยวกับสำนักหมื่นโอสถ
หลิวอี้ไปหาเจ้าสำนักที่ตำหนักของนางเขาปล่อยให้เย่เอ๋อกลับไปยังเรือนของนางก่อน หลิวอี้เดินเข้าไปภายในตำหนักเห็นมู่เจี้ยนผิงกำลังนอนอยู่บนเตียงด้วยท่าทางยั่วยวนเป็นอย่างยิ่ง นางใส่เสื้อผ้าบางๆ อวดผิดอันขาวเนียนของนางให้หลิวอี้ได้เห็น ยังดีที่หลิวอี้เขาเป็นคนดีไม่หลุ่มหลงต่ออิสตรี
“นายท่านมาพบข้าวันนี้มีเรื่องอะไรให้ผู้น้อยรับใช้เจ้าค่ะ”
นางเดินลงมาจากเตียงและเดินมาคล้องแขนของหลิวอี้เอาไว้ นางดึงเขาไปนั่งบนเตียงนอนของนาง
“ข้ากำลังจะเดินทางออกไปจากทวีปซี ข้าจึงอยากจะมาบอกลาเจ้าก่อน”
มู่เจี้ยนผิงได้ยิน นางรู้สึกตกใจเล็กน้อย เพราะว่านางยังไม่ได้ทำการแก้แค้นเขา เขาก็จะจากไปเสียแล้ว นางจึงตัดสินใจดึงเขาเข้ามาจูบ
หลิวอี้ตอนนี้เขาไม่กลัวที่จะต่อสู้กับนางเพราะเขาฝึกเพลงกระบี่ขั้นที่ 2 สำเร็จแล้ว เขาจึงปล่อยให้นางทำตามใจต้องการ และเขายังรู้อีกว่าที่นางทำแบบนี้กับเขาเป็นเพราะว่านางต้องการที่จะดูดพลังหยางจากตัวเขาให้หมดจากนั้นเขาจะตายลงทันที แต่มีหรือที่หลิวอี้เขาจะกลัวคนที่มีสายเลือดมาร
บนเตียงตอนนี้หนึ่งบุรุษหนึ่งสตรีกำลังผสมสายเลือดกันอย่างเร่าร้อน เสียงของมู่เจี้ยนผิงร้องออกมาด้วยความสุขดังไปทั่วห้องของนาง