บทที่11 : ประวัติิญญา
นอกจากการจ้องมองอย่างเงียบงันและปล่อยแรงกดดันที่ร้อนระอุใส่เงาร่างตรงหน้าก็ไม่ได้เคลื่อนไหวใดๆ ราวกับกำลังรอดูสถานการณ์
ไตรวิชญ์ยังคงยืนนิ่งจ้องกลับไปด้วยสายตาแบบเดียวกันแต่ท่าทางยียวนกว่าอีกฝ่ายอย่างมหาศาลหากท่าทางนักเลงกว่านี้อีกนิดคงมีใครอดใจไม่ไหวพุ่งเข้ามาต่อยแน่ๆ
"มาทำอะไรเหรอ?"
อีกฝ่ายเอ่ยถามเสียงเย็นในที่สุดก็พูดออกมาอย่างอดไม่ได้ พี่หมอส่งเสียงหัวเราะในลำคอเบาๆก่อนจะตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยไร้ความกดดัน
"เรามาเก็บแค่ศพ... แค่นั้นแหละ"
"อ้อ"
"แล้วพวกนายจะอึ้งอีกนานไหมล่ะ ชาบูชิ รีบเก็บศพเร็วเช้า"
"ผมชื่อชัชวาล!"
อารมณ์กลัวถูกปัดทิ้งไปอย่างไม่ไยดีอย่างรวดเร็วพลางถลึงตาใส่พี่หมออย่างดุเดือดก่อนที่ทั้งสามคนจะเริ่มสำรวจศพจากนั้นก็หันไปมองหน้าพี่หมอสลับกับร่างเงาั์ตาสีแดงริมหน้าต่าง
"พี่หมอ ศพเยอะไปอ่ะพวกเราขนกลับกันเองไม่ได้หรอกนะ"
"จะให้ฉันโทรเรียกรถมูลนิธิให้หรือไง"
"ไม่ๆ เดี๋ยวจะให้ตำรวจมาช่วย แต่คงต้องทำเงียบๆหน่อยอ่ะ ไม่อย่างนั้น... คุณนายคนนั้น..."
"อ้อ งั้นก็ตามใจพวกนาย อยากทำอะไรก็ทำ"
"แต่..."
เขาเหลือบมองทางเงาร่างั์ตาสีแดงนั่นอีกครั้งอย่างเกรงใจไตรวิชญ์เอ่ยตัดบทให้ทันที
"ไม่มีอะไรทั้งนั้นแหละ เรียกมาเถอะ ฉันจะอยู่จนกว่าจะขนศพเสร็จ"
"ขอบคุณครับ!"
เมื่อพี่หมอตอบรับแล้วก็แปลว่าทุกอย่างจะปลอดภัยจนเสร็จสิ้นกระบวนการทั้งสามโทนติดต่อหน่วยงานตำรวจอย่างรวดเร็ว ส่วนเงาร่างั์ตาสีแดงก็หายไปแล้วเหลือเพียงสมาร์ทโฟนที่วางคว่ำหน้าไว้บนโต๊ะอย่างเงียบเชียว ไม่มีใครสนใจหรือสังเกตเห็น
ไตรวิชญ์เดินไปยืนเอกเขนกตรงที่ร่างเงาั์ตาสีแดงเคยยืนดวงตาก็มองออกไปนอกหน้าต่างเห็นร่างิญญาของเซียร์ที่ยืนเด่นเป็สง่าท่ามกลางสายฝน...
แต่มองเห็นหน้าไม่ค่อยชัด
"รอบคอบจริงๆ เลยนะเซียร์..."
พี่หมอเอ่ยชื่นชม ถึงจะเป็ผีที่คนทั่วไปมองไม่เห็นแต่ก็ยังระมัดระวังตัวไม่เปิดเผยใบหน้าให้ใครเห็นในระยะไกลได้...ถ้าอยากเห็นต้องเผชิญหน้าเท่านั้น ทำแบบนั้นแล้วจะได้เห็นหน้าด้วยกันทั้งสองฝ่าย
รอจนกระทั่งเก็บกวาดจนเสร็จสิ้นก็เกือบเที่ยงคืนแล้วไตรวิชญ์หาวจนน้ำตาไหลเป็ทาง กว่าจะกลับถึงบ้านก็เที่ยงคืนกว่าๆเมื่อกลับมาแล้วเขาก็แยกกับเซียร์เลยโดยไม่รอฟังที่อีกฝ่ายจะบอกข้อมูลอะไรสักอย่าง
เซียร์ถอนหายใจกลับไปนั่งหน้าโน๊ตบุ๊กตัวเก่งแล้วกดทำงานต่อไปอย่างเฉยชาไอยรินทร์ที่ไปร่วมสังสรรค์กับเหล่าผีตามพื้นบ้านมาก็เอ่ยทัก
"เป็อะไรไปหรือเซียร์สีหน้าเ้าดูไม่ค่อยดี"
"ก็แค่รู้สึกว่างานนี้ไตรจะเหนื่อยหน่อย"
"ทำไมหรือ?"
"เพราะิญญาที่เขาอยากได้มีปัญหา"
"หืม? ข้าไม่เข้าใจ..."
ไอยรินทร์ไม่ได้ตามไตรวิชญ์ไปทำงานในคืนนี้เลยไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นเซียร์อธิบายเหตุการณ์อย่างกระชับให้ฟังว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างเมื่อเล่าจนถึงปัจจุบันก็ทำท่าทอดถอนใจ
"ิญญาที่เขา้าอาจจะเกี่ยวข้องกับผู้อยู่เื้ัที่ทำให้เศรษฐกิจของประเทศผันผวนน่ะเราแน่ใจในเื่นี้เพราะระลึกได้ว่าตระกูลที่ถูกจ้องเล่นงานนั้นก็คือตระกูลที่พวกเราไปหาศพในวันนี้เอง"
เซียร์ยกมือขึ้นเท้าคางอย่างครุ่นคิดพยายามประติดประต่อเื่ราวและความเป็ไปได้
"บางทีเราอาจจะต้องลงมือหนักๆสักครั้งเพื่อให้ไตรทำงานได้สะดวกขึ้น"
"เ้าก็อย่าโอ๋เ้าหนุ่มนั่นนักเลยปล่อยให้เผชิญอุปสรรคบ้าง"
"คุณไอยไม่เข้าใจหรอก" เซียร์ยกยิ้มมุมปาก"สำหรับไตร สิ่งที่เป็อุปสรรคของเขาคืุ์ กับิญญาหรือปีศาจไม่ได้กลัวเลยสักนิด...ถ้าหากเื่นี้เกี่ยวกับมนุษย์มากกว่าิญญาแล้วล่ะก็... คงต้องกำจัดทิ้งไป..."
เสียงที่เอ่ยออกมาเย็นเฉียบและไม่แยแสต่อชีวิต ไอยรินทร์หรี่ตาลงเล็กน้อยอย่างหวาดระแวงแต่รอยยิ้มอบอุ่นยังคงประดับอยู่บนใบหน้า
"ดำมืดกว่าที่เห็นนะ"
"เราก็ดำมืดมาตั้งนานแล้ว คุณไอยไม่รู้เหรอ"
ใบหน้าหล่อเหลาเ็ายิ้มพราย บรรยากาศรอบตัวหนาวเหน็บเต็มไปด้วยไอความตายถึงแม้ภาพลักษณ์ภายนอกจะเหมือนเ้าชายในเทพนิยายแต่โดยรวมแล้วเหมือนเ้าชายปีศาจเสียมากกว่าชายในชุดไทยทอดถอนใจอย่างอ่อนโยนแล้วส่ายหน้าไปมา
"เื่นี้ข้าจะไม่ยุ่งก็แล้วกัน..."
"ขอบคุณ"
"แต่สั่งชุดราชปะแตนสีทองแดงแบบกลิตเตอร์ให้หน่อยสิ"
"..."
สีทองแดง?
จะเปลี่ยนเ้าที่ไปเป็ยมบาลแล้วเหรอปู่
แล้วทำไมต้องกลิตเตอร์...
ถึงอยากจะพูดแย้งแต่ก็นึกไม่ออกว่าจะแย้งยังไงเซียร์ทำหน้าบึ้งเล็กน้อยก่อนจะพยักหน้าตกลง คงต้องสั่งร้านเสื้อผ้าตัดชุดราชปะแตนสีทองแดงเสียแล้วสิ
ไตรวิชญ์ตื่นเช้าแต่ไม่ได้ออกไปทำงานเหมือนอย่างเคยกล่าวได้ว่าอาชีพสำหรับเขาแล้วก็เหมือนแค่งานอดิเรกจะทำหรือไม่ขึ้นอยู่กับความพอใจที่น่าฉงนก็คือบริษัทที่ไตรวิชญ์อยู่ไม่เคยตักเตือนหรือไล่เขาออกจากงาน ซ้ำยังจ่ายเงินเดือนให้ทุกเดือนไม่ขาดด้วย
เหตุผล... เบื้องบนสั่งมาว่าคนนี้ต้องดูแลเป็พิเศษ...
ซึ่งเบื้องบนของบริษัทที่ว่าก็นั่งอยู่ในบ้านเดียวกับเขาซ้ำยังดื่มชามะลิไปอย่างหน้าตาเฉยราวกับไม่สนใจเื่ทางโลก
ส่วนไตรวิชญ์จะรู้ว่าใครอยู่เื้ัหรือไม่ เซียร์ก็ไม่เคยสนใจ
"เมื่อวานเหมือนมีเื่จะพูดนี่เซียร์เกี่ยวของกับเ้าตาแดงที่เราเห็นหรือเปล่า?"
พี่หมอถามขณะยกมือปิดปากหาวอย่างเฉื่อยชาเซียร์วางแก้วชาลงแวมองไตรวิชญ์อย่างจริงจัง
"ใช่ น่าจะเป็หนึ่งในตัวการที่ทำให้เศรษฐกิจล่มตระกูลทางนั้นเองก็เป็เป้าหมายด้วยการที่ไตรเข้าไปยุ่งเพื่อจะจับิญญาระดับสูงก็อาจจะมีความเสี่ยงมาก"
"อ้อ"
"แต่ไม่ต้องห่วงเราจัดการให้เรียบร้อยแล้ว"
"หา? จัดการแล้วเหรอ"
เขายังไม่ทันได้เตรียมสมองไว้คิดหาทางรับมือเลยคนตรงหน้าก็ชิงลงมือไปก่อนเขาซะแล้ว ไตรวิชญ์ขมวดคิ้วนิดๆ อย่างไม่สบอารมณ์
"ไม่พอใจที่เราลงมือก่อนเหรอ"เซียร์ถามด้วยสีหน้ากระวนกระวาย"แต่เราคิดว่าหาทางกันไว้ก่อนมันจะทำให้ไตรทำงานได้สะดวกขึ้นนะ"
"เื่พวกนั้นไม่จำเป็ต้องให้เซียร์มายุ่งฉันจัดการเองได้"
"เรารู้ แต่..."
"นี่รู้ใช่ไหมว่าผู้ชายก็รักศักดิ์ศรีเหมือนกันนะ"
"อือ..."
"แต่ฉันรักเงินมากกว่า เพราะงั้นให้อภัย"
"..."
แล้วคุณจะพูดกดดันให้กลัวทำไมกันล่ะเนี่ย!
เซียร์เม้มริมฝีปากเบาๆก่อนจะทอดถอนใจอย่างปลงตกและโล่งใจเมื่อไตรวิชญ์ไม่คิดต่อความยาวสาวความยืดและไม่คิดเอาผิดก็นับว่าดีแล้ว
หลังจากนี้จะทำอะไรคงต้องให้เงียบเชียบกว่านี้...
"หลังจากนี้ก็ไม่ต้องช่วยล่ะ เ้านั่นฉันจัดการเองเอาข้อมูลของอีกฝ่ายมาก็พอแล้ว"
"เราเตรียมไว้ให้หมดแล้วล่ะ"
เซียร์ยื่นแท็บเล็ตของตัวเองให้ไตรวิชญ์อ่านก่อนจะนั่งทำงานต่อ พี่หมอเอนตัวพิงเก้าอี้อย่างสบายๆ อ่านข้อมูลไปพลางๆ
ตระกูลที่เขาไปเมื่อวานคือตระกูล 'กฤชเตโช' ถึงที่เจอจะเป็ตระกูลรองแต่ก็ยังใช้นามสกุลเดียวกันเป็ญาติกันทางสายเือย่างถูกต้องตามกฎหมาย
มีหน้าตาและชื่อเสียงอยู่บ้านในฐานะขุนนางเก่าั้แ่อดีตมีกิจการร้ายค้ามากมาย แต่ในปัจจุบันเหลือทรัพย์สินไม่มากเนื่องจากบรรดาญาติมิตรคดโกงและใช้จ่ายอย่างฟุ่มเฟือยลงสมัครการเมืองเพื่อหวังภาษีแม้ตำแหน่งจะไม่ถูกก็ตามมีการต่อสู้ฆ่าแกงกันเองภายในเพื่อทรัพย์สินเป็แบบแผนของพวกเศรษฐีหัวเก่าที่อยากจะคงสถานะหรูหราแต่ไม่อยากทำงานหนักไว้ได้อย่างดีเยี่ยมจริงๆ
ทายาทสายตรงปัจจุบันไม่มีชีวิตอยู่แล้วคนสุดท้ายเพิ่งเสียชีวิตเมื่อเดือนก่อนจากอุบัติทางรถยนต์...ไม่มีพินัยกรรมของทายาทคนปัจจุบันการจัดการทรัพย์สินจึงเป็ของตระกูลรองที่ยังเหลืออยู่
พี่หมอเปิดดูภาพถ่ายทายาทที่เพิ่งเสียชีวิตของตระกูลกฤชเตโชแล้วรู้สึกแปลกๆเขาเป็ชายใบหน้าหล่อเหลามีลักษณะของผู้มีอัธยาศัยดี อายุน่าจะยี่สิบกลางๆน้อยกว่าเขานิดหน่อย ผมสีดำสนิท ดวงตาสีดำขลับทั้งสองข้าง...
"ทำไมรู้สึกเ้านี่มันคุ้นๆ"
ไตรวิชญ์เปรยขึ้นมาเบาๆเซียร์ตอบกลับไปอย่างรู้ทันความคิดของเขา
"จะไม่ให้คุ้นได้ยังไง ก็เ้าตาแดงของไตรเมื่อวานไงล่ะ"
"เซียร์จำได้?"
"เื่จำหน้าคน เราถนัด"
เพราะเมื่อก่อนต้องพบปะผู้คนเป็จำนวนมากและหลายหลายสัญชาติเพื่อไม่ให้เกิดการทักทายผิดพลาดและเพื่อสร้างความประทับใจเซียร์ต้องจดจำหน้าและชื่อของคู่สนทนาให้แม่นยำที่สุดและนั่นก็กลายเป็ความเคยชินในการจดจำ
ถึงจะเห็นแค่แววตาและเสี้ยวหน้าที่เกิดจากแสงสายฟ้าเซียร์ก็จดจำอีกฝ่ายได้
"งั้นที่อยู่ในบ้านก็เป็มัน"พี่หมอลูบคางไปมาอย่างครุ่นคิด "ผีติดที่งั้นเหรอ? ...ไม่ ไม่เหมือนผีติดที่จะเป็ปีศาจก็ไม่ใช่ คลื่นิญญาไม่ได้ตกต่ำขนาดนั้น... แต่เดี๋ยวนะตายด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์?"
"รู้สึกตัวแล้วสินะ"
เซียร์ยิ้ม ไตรวิชญ์หยิบแท็บเล็ตมาเืดูข้อมูลอย่างรวดเร็วผีหน้าหล่อนี่ไม่เคยหาข้อมูลมาไม่ครบแน่ ถ้าหามาแล้วมันต้องเจาะลึกไปถึงไส้ใน
คนรอบคอบที่สุดในบ้านยังไงก็ต้องเป็คนนี้แหละ
ไตรวิชญ์ชะงักเมื่อเจอข้อมูลหนึ่งดวงตาสีดำขลับหรี่ลงริมฝีปากยกขึ้นเป็รอยยิ้มก่อนจะวางแท็บเล็ตนั่นลงไปบนโต๊ะอีกครั้ง
"ไม่คิดเลยว่าตระกูลนี่จะโลภมากถึงขนาดนี้"
ชายคนนั้นไม่ได้ตายด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์แต่ถูกคาร์บอม[1] เืเนื้อกลายเป็เศษซากและถูกเผาไปพร้อมกับประกายไฟจากะเิขี้เถ้าและกระดูกกองอยู่ใต้ซากห้องที่พังยับไม่เหลือชิ้นดี ไม่มีคนเหลียวแลไม่ได้เก็บมาทำพิธีอย่างถูกต้อง...
ในการปฏิบัติการณ์นี้ผู้ลงมือยังไม่ได้มีแค่หนึ่งกลุ่มแต่เป็การรวมมือกันของผู้มีอำนาจกว่าสิบคนโดยจัดฉากเป็อุบัติเห็นทำให้รถติดแก๊สะเิเท่านั้นไม่ใช่การก่อการร้ายปิดข่าวเงียบสนิทไม่ให้ใครรับรู้บิดเบือนเป็เพียงการตายด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์ที่ไม่เกี่ยวกับเหตุการณ์คาร์บอม
และผู้ขายข้อมูลของทายาทตระกูลกฤชเตโชออกไปก็คือ...ญาติของเขาเอง
เพื่อทรัพย์สินถึงกับขายญาติพี่น้อง... ไม่ธรรมดาเลย
เขาก็เกือบจะสงสารเวทนาเ้าหนุ่มคนนี้อยู่แล้ว ถ้าประวัติอันโชกโชนของอีกฝ่ายอ่านจบก็ต้องมาถอนหายใจหลายๆ เฮือกอย่างช่วยไม่ได้
"เป็พวกที่สุดยอดในหลายๆ ความหมายจริงๆ"
"หมายถึงคนที่ตายน่ะเหรอ"
"อืม"
"เราว่าก็ไม่เท่าไหร่"เซียร์เคาะคีย์บอร์ดอยู่สองสามครั้งแล้วเงยหน้าขึ้น"วิธีการก็ดูเป็เด็กขี้เล่นอยู่ถึงจะเล่นเลยเถิดขนาดล่มเศรษฐกิจประเทศก็ตาม... แต่ก็ไม่นับว่าสุดยอด"
"เอ่อ อย่าเอาเ้านี่มาเทียบกับตัวเองสิเซียร์"
ไตรวิชญ์หัวเราะในลำคออย่างขบขันเมื่อเห็นสีหน้ายียวนเบาบางที่ยักคิ้วให้อย่างเหนือชั้นไม่ต้องบอกพี่หมอก็รู้ว่าเซียร์สุดยอดขนาดไหนฉะนั้นไม่ควรเอาคนธรรมดาที่มีอาชีพเป็นักข่าวมาเทียบหรอก
"แล้วที่บอกว่าเล่นให้เศรษฐกิจล่มนี่...คือเ้านี่อยู่เื้ัสินะ เกิดขึ้นหลังตายแล้วงั้นเหรอ"
"ใช่ เ้านี่บงการคนอื่นให้ปั่นหุ้นทำให้กราฟหุ้นผันผวนขึ้นลงยิ่งกว่าเทรดออนไลน์[2] ซะอีก"
เซียร์หันกราฟหุ้นที่ขึ้นลงอย่างผิดปกติมาให้ดูกราฟหยักเป็ฟันปลาถี่มากเดี๋ยวแดงเดี๋ยวเขียว ถึงไตรวิชญ์จะไม่ได้เล่นหุ้นแต่เขาก็พออ่านกราฟออกบ้างกราฟขึ้นลงขนาดนี้พวกเทรดหุ้นใน่นี้ไม่น่าจะได้กำไร
"เซียร์จัดการยังไง"
"เพราะไตรให้ปล่อยเราก็เลยไม่ได้ยุ่งกับตลาดหุ้นในไทยแต่เมื่อวานเจอตัวต้นเื่ก็เลยจัดการพลิกหุ้นบางส่วน พร้อมสั่งเก็--- เอ่อสั่งสอนพวกปั่นหุ้นให้ทำอะไรไม่ได้อีกแต่พวกบริษัทที่ตระกูลกฤชเตโชมีหุ้นในมือเราไม่ได้เข้าไปยุ่งหรอกเพื่อไม่ให้ไปกระตุ้นทางนั้นเกินไป"
"อ้อ..." พี่หมอมองหน้าเซียร์แล้วเงียบไปครู่"ทางนั้นอยากเล่นงานตระกูลรองที่สร้างเื่ก็ปล่อยให้ทำไป กดดันให้สุดๆจนทางนั้นต้องมาอ้อนวอนเรา"
"ไตรคิดจะทำอะไรงั้นเหรอ"
"คิดจะหาเงินเพิ่มไงเมื่อวานก็ให้นามบัตรกับทางนั้นไปแล้วคงน่าจะคิดได้ว่าสถานะนอกจากคนขายประกันฉันยังเป็หมอผีอีกด้วย"
"จะรีดไถเงินเขาอีก?"
"แหงสิจะไปเก็บิญญาอันตรายแบบนั้นโดยไม่มีทุนได้ไง"
"..."
นั่นไม่เรียกทุนนะ มันกำไรเกินควรต่างหาก
เซียร์ไหวไหล่อย่างตามใจไตรวิชญ์ว่ายังไงเขาก็ว่าอย่างนั้น ยังไงคนเสียเปรียบก็ไม่ใช่พวกเขาอยู่แล้วขณะที่กำลังจะปรึกษากันต่อนั้นเอง...
"คุณ!รังแกเ้าที่แบบนี้ได้ยังไงครับ"
เสียงของคิมเอ่ยเสียงขรึมดวงตาจ้องมองไอยรินทร์เหมือนอยากจะข่วนหน้ายิ้มๆนั่นเหลือเกิน พี่หมอและเซียร์ชะโงกหน้าไปมองอย่างสนใจ
"ข้าได้รังแกเขาเสียที่ไหน แค่มาประมือกันหน่อยเท่านั้น"
"เ้าที่เป็ผู้สูงอายุนะครับ คนจะสู้กับคนแก่เหรอ"
"ถ้าวัดที่อายุ... ข้ากับเ้าก็ไม่น้อยนะ"
"..." คิมเงียบไปครู่ก่อนจะพูดขึ้นใหม่"ถึงยังไงก็ไม่ควรรังแกคนอื่นนะครับ"
"ประมือนี่รังแกเสียที่ไหน แค่ออกกำลังกันเท่านั้นอยู่แต่ในบ้านอย่างว่างๆ ไม่ได้ออกแรงเลยก็รู้สึกร่างกายฝืดๆ"
"ถ้าจะออกแรงก็ไปตีกับคุณไตรสิครับเ้าที่ถึงจะมีพลังแต่สู้คุณไม่ได้หรอก"
ถึงจะเป็ิญญากึ่งเทวะเหมือนกัน แต่กับผู้ถือครองแร่ศักดิ์สิทธิ์แล้วนั้นเ้าที่ก็ยังมีพลังไม่เท่าเลยขืนสู้จริงคงได้ิญญาแตกสลายเก็บกลับมาไม่ได้กันพอดี
"จะให้ไปตีเ้าหนุ่มหรือ? ได้สิ...เ้าหนุ่มมาตีกัน!"
"ถ้าว่างนักปู่ก็ไปหัดเรียนภาษาไทยปัจจุบันไป๊ฉันไม่อยากเสียแรงไปกับอะไรเปล่าประโยชน์หรอกนะ"
"ถ้าโดนทุบต้องซื้อโจงกระเบนกลิตเตอร์ตัวใหม่ให้ข้าด้วย"
ว่าแล้วก็กระโจนใส่แบบไม่ฟังคำพูดของไตรวิชญ์เลยสักนิดหมอผีหนุ่มฉุนเฉียวะโเตะด้ามตะพดปลิวไปติดเขตกำแพงบ้านในทันทีคิมมือปรบมือแปะๆ ให้กับผู้ชนะที่ลงมือเพียงครั้งเดียว พร้อมฟังกับเสียงสบถที่ดังลั่นของเขาด้วย
"ไม่เอาโจงกระเบนกลิตเตอร์โว้ย!"
เป็อะไรกับกลิตเตอร์มากไหมปู่!!
แล้วทำไมต้องโจงกระเบนด้วย หากางเกงอื่นใส่บ้างเซ่!
[1]คาร์บอม - Car Bomb หรือ Vehicle-BorneImprovised Explosive Device (VBIED) เป็รถที่ถูกประกอบเป็เสมือนะเิเคลื่อนที่เป็ะเิพลีชีพรูปแบบหนึ่งที่ใช้ในการก่อการร้าย
[2]เทรดออนไลน์ - Trade Online คือตลาดการลงทุนในรูปแบบออนไลน์ที่สามารถเก็งกำไรได้จากค่าเงินสินค้าหรืออื่นๆ ผ่านการซื้อ-ขายในตลาดนั้นๆคล้ายกับการเทรดหุ้นแต่มีการซื้อ-ขายรวดเร็วกว่า ปัจจุบันมีแหล่งเทรดออนไลน์หลายแหล่ง