ตอนที่ 59 รูปแบบวังน้ำวน
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วพริบตาเดียวก็เป็รช่วงเย็นของวันที่3 อีกเพียงไม่กี่ชั่วโมงก็จะได้เวลาเปิดงานประจำปีของสถาบันแล้ว เมืองโรเซเลียแน่นขนัดไปด้วยผู้คนมากหน้าหลายตาจากสถานที่ต่างๆ จุดมุ่งหมายของพวกเขาเกือบทั้งหมดคือที่เดียวกันในขณะเดียวกันที่ข้างนอกนั่นวุ่นวายข้างในเองก็วุ่นวายไม่แพ้กัน ทุกอย่างเป็นไปดั่งเฮอร์เคนรุ่นพี่บางคนที่ยังทำงานไม่เสร็จจนปัญญาถึงขนาดต้องออกภารกิจให้พวกรุ่นน้องมาช่วยทำและจ่ายเป็นแต้ม บางคนแต้มเหลือก็โชคดีหน่อยทว่าห้องท้ายๆที่แต้มยังไม่พอจะจบการศึกษาก็ต้องผจญนรกด้วยตัวเองสภาพสภานักเรียนเองก็ไม่ได้ต่างกันมาก พูดตามตรงคือยุ่งกว่ามาก สมาชิกแต่ละคนกระจายไปตามจุดต่างๆเพื่อตรวจความเรียบร้อยขั้นสุดท้ายก่อนจะเปิดงานจริง คาดว่าคืนนี้คงไม่มีใครได้หลับได้นอนแน่ส่วนตัวพระเอกน่ะหรอ เหอะ ต่อให้ใครมาเรียกไปช่วย“ไปให้โง่เดะ”พร้อมข้ออ้างว่า ‘ต้องเตรียมตัวสำหรับการแข่งพรุ่งนี้’ ถึงจะบอกแบบนั้นแต่เขาก็ไม่รู้ว่าควรหรือต้องเตรียมตัวอย่างไรจึงจะเหมาะสม สู้ทำตัวปกติไปเลยดีกว่าด้านโคลอสเซียมก๊อบปี้เขามาเท่าที่ดูแล้วเสร็จทันเวลาอย่างฉิวเฉียดและกำลังทดสอบกลไกเป็นขั้นตอนสุดท้ายกันอยู่ เชสได้ข่าวแว่วตามลุ่มแม่น้ำมาวันมันทำได้กระทั่งเปลี่ยนสนามแข่งให้เป็นสระน้ำ ทว่าจริงเท็จแค่ไหนคงต้องรอดูพรุ่งนี้ เป็นคืนหนึ่งที่ไม่เงียบสงบเหมาะกับการนอนเสียเท่าไหร่แต่ทำไงได้ กล่าวจะหลับได้ก็ปาเข้าไปเกือบเที่ยงคืน“...และบัดนี้เวลา8โมงตรงทางสภานักเรียนสถาบันออโรเรียขอประกาศเปิดงานฉลองวันครบรอบสถาบันออโรเรียในปีนี้อย่างเป็นทางการ”พร้อมกันนั้นพลุหลายดอกพลันจุดขึ้นฟ้า ถึงจะบอกว่าเป็นพลุแต่ทั้งหมดถูกสร้างมาจากเวทมนตร์ทั้งนั้น ประตูรั้วปกติที่ไม่อนุญาตให้คนนอกเข้าหากไร้ซึ่งเหตุอันควรเปิดออกต้อนรับบุคคลภายนอกจำนวนมากเข้ามาเริ่มจาก10คน 100คน และ1000คนแถวก็ไม่มีทีท่าว่าจะลดลงแต่อย่างใดตรงกันข้ามมันกลับมากขึ้นและมากขึ้น และทุกคนล้วนมุ่งหน้าไปทางเดียวกันนั่นคือทางสนามประลองแห่งใหม่ตั้งแต่เริ่มการก่อสร้างได้ไม่นานสถาบันได้ทำการประโคมข่าวเรื่องโคลอสเซียมออกไปรวมถึงการประลองที่จะใช้เปิดโคลอสเซียม พร้อมราคาบัตรแพงหูฉี่ กระนั้นก็ยังมีคนไม่น้อยยินดีจะซื้อเพื่อดูการต่อสู้ด้วยเวทมนตร์อันหาได้ยากนี้“พ่อครับ รีบไปซื้อบัตรกันเถอะ”วิลเฟรดที่เพิ่งได้เข้างานหลังจากต้องรอคิวนานกว่า20นาทีเอ่ยถามบิดา“ไม่ต้องหรอก ลุงเคแกนให้บัตรเราไว้แล้ว นี่ไง”ไม่ว่าเปล่าพลางหยิบบัตรแข็งมีลวดลายเป็นตราสัญลักษณ์ของสถาบันและรูปโคลอสเซียมขนาดใหญ่แปะอยู่ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเคแกนใช้เส้นสายและสถานะดยุคเพื่อให้ได้มันมาให้สองพ่อลูก“แล้วลุงเคแกนล่ะครับ พี่มาเรียด้วยไม่มากันหรอ”“เดี๋ยวพวกเขาก็ตามมา ตอนช่วงบ่ายๆน่ะ ตอนนี้เราไปเดินเที่ยวกันก่อนเถอะ”“ครับ”วิลเลียมทราบว่าเคแกนและมาเรียในฐานะที่เป็นถึงดยุควันนี้ช่วงเช้าจำต้องไปทักทายดยุคผู้ปกครองเมืองโรเซเลียแห่งนี้ทำให้ไม่อาจมาด้วยในช่วงเช้าได้ จึงตัดสินใจจะมาเจอกันอีกครั้งในช่วงบ่ายวิลเฟรดตอบรับอย่างร่าเริงพลางมองซ้ายมองขวาอย่างสนใจผู้คนที่มามีตั้งแต่ผู้ใหญ่ไปยันเด็กเล็กๆยิ่งกว่าเขา ตาแอบชำเลืองมองไม่หยุดพบว่าบรรดาพวกนั้นมีไม่น้อยที่มีรอยสลักพรสวรรค์ เดาไม่ยากว่าพวกเขามาดูสถาบันหนึ่งเดียวในอนาคตของตนเด็กชายแอบเม้มปากแน่นปฏิเสธไม่ได้ว่าตนแอบอิจฉาเด็กผู้เป็นที่รักของทวยเทพเหล่านั้น ทันใดนั้นภาพของผู้ที่มอบแรงบันดาลใจให้เขาพลันโผล่ขึ้นมาในหัว‘พี่ชาย ผมต้องทำให้ได้’ปึก“ข ขอโทษครับ”“ขอโทษทีๆ อ้าว”ด้วยความที่เดินไม่ระวังทำให้วิลคนลูกชนเข้ากับใครบางคนเข้าอย่างจัง เด็กน้อยก้มหัวพลางขอโทษทันทีโดยไม่ได้มองว่าอีกฝ่ายเป็นใครคู่กรณีเองก็เอ่ยทันทีเช่นกันทว่าเมื่อทั้งสองเห็นหน้ากันชัดๆ...“พี่ชาย!!!”“อ้าว น้องชายคนนั้นนี่...วิลเฟรดใช่ไหม ฉันจำได้”เชสในชุดนอนถือของกินเต็มไม้เต็มมือชี้ไม้ลูกชิ้นในมือไปยังเด็กชายแทนนิ้ว“เธอ...เมื่อตอนนั้น”“ไงลุง ไม่เจอกันสักพักแล้วนะ”เชสเงยมองคนด้านหลังวิลเฟรดเขาพลันจำได้ทันทีว่าอีกฝ่ายเป็นพ่อของวิลเฟรด คับคล้ายว่าจะชื่อวิลเลียม“มางานนี้ด้วยหรอเนี่ย จะว่าไปจากหมู่บ้านนั้นมาก็ไกลพอตัวนะ”“ช่วยไม่ได้ ลูกชายขอมาทั้งทีนี่นะ”“งั้นหรอ ไม่หาที่นั่งกันไหม ข้างบนสักห้องมีคาเฟ่เปิดอยู่”ว่าเช่นนั้นก็ได้ฤกษ์ย้ายที่ ทั้งสามย้ายตัวเองขึ้นไปบนอาคารเยนที่เปิดให้เป็นอะไรสักอย่างตามแต่จะรังสรรค์ ว่าตามตรงเชสไม่รู้ด้วยซ้ำว่าห้องไหนเปิดเป็นอะไร แต่มั่นใจแน่ๆว่าต้องมีสักห้องที่เปิดคาเฟ่เพราะนอกจากจะคลาสสิคแล้วเขายังเห็นแวบๆเมื่อวันก่อนด้วย“ได้ยินมาแล้วนะเรื่องดยุคฮอว์ค”“อย่าพูดเลย จับคนร้ายก็ได้ไม่...ว่าแต่ได้ยินมาว่านายอยากจะเป็นจอมเวทใช่ไหม”“ครับ”เด็กน้อยโพล่งขึ้นมาทันทีจนทำให้คนในห้องหันมามองเป็นทางเดียว เมื่อรู้ตัวเขาพลันรีบนั่งลงไป“มีธาตุไหนที่สนใจเป็นพิเศษรึเปล่า”การเลือกธาตุของจอมเวทสำคัญเกือบจะเป็นอันดับหนึ่ง ตอนเริ่มแรกทุกคนยังเท่าเทียมกันแต่พอการฝึกฝนเริ่มต้นความแตกต่างในการฝึกฝนแต่ละธาตุจะเริ่มเผยออกมาทีละน้อย รวมถึงการทำความเข้าใจด้วยและหากวันใดอย่างหนึ่งอยากเปลี่ยนธาตุ มันไม่ต่างอะไรกันการเริ่มจากศูนย์ ฉะนั้นจึงมีคำกล่าวที่ว่า ‘คิดจะเปลี่ยนธาตุเวทมนตร์กลางคัน ตายแล้วเกิดใหม่ง่ายกว่า’ดังนั้นการตั้งเป้าไว้ตั้งแต่แรกหลังจากคิดอย่างถี่ถ้วนและรอบคอบแล้วนั้นจำเป็นอย่างมาก“ผม...ผม สนใจน้ำแข็งครับ”ไม่ทราบเพราะเหตุใด อาจเป็นเพราะบ้านของเด็กชายคนนี้ทำให้เขาได้เห็นหิมะและน้ำแข็งตลอดจึงเกิดความสนใจหรือเพราะเหตุผลอื่นก็ตาม“น้ำแข็งหรอ...อืม ยากเลยน้า~~”เชสมองวิลอย่างมีเลศนัยเวทมนตร์ธาตุน้ำแข็งจัดเป็นธาตุต่อยอดของเวทน้ำ วิธีการใช้เวทมนตร์ธาตุน้ำแข็งไม่ต่างจากธาตุดั้งเดิมอย่างธาตุน้ำมากกระนั้นพลังเวทที่ใช้ต่างกันแทบลิบลับ เพราะจำต้องใช้ในการคงรูปน้ำ เปลี่ยนอุณหภูมิ และแช่แข็ง เวทเช่นนี้แม้แต่เชสชาติก่อนยังเลี่ยงที่จะใช้วิลเฟรดเห็นเชสนิ่งไปพลันเกิดความรู้สึกใจแป้ว หน้าเจื่อน“ผม...ทำไม่ได้หรอครับ”“เปล่าๆ คิดจะทำมันได้อยู่แล้วแต่ต้องพยายามมากกว่าคนอื่นๆในการเพิ่มความจุของมานาในร่างกายนะ”“ครับผมจะพยายาม”ตาสีฟ้ามองเด็กชายพร้อมกำลังใจเต็มเป่ยมด้วยความเอ็นดู“น้ำแข็งหรอ...งั้นวันนี้จะโชว์อะไรดีๆให้ดู”“โชว์”‘นานๆที เซอร์วิสเด็กมันสักหน่อยแล้วกัน’ “สุภาพสตรีและสุภาพบุรุษขอโทษที่ต้องให้ทุกท่านรอเสียนาน ผมเมลลี่ มิลล์ รับหน้าที่พิธีกรพร้อมแขกรับเชิญปี3สองท่าน เอาล่ะครับการแข่งขันรอบ32ทีมสุดท้ายกำลังจะเริ่มขึ้น สายA สมาชิกเข้าร่วมทั้งหมด31คน เชิญ~~ เข้าสู่สนามประลอง!!!”ณ ลานประลองสีขาวบริสุทธิ์ขนาดใหญ่มหึมา ความจุคนกว่า30000คนเต็มแน่นเอี๊ยด สนามประลองยกสูงจากพื้นดินราว5เมตร ตัวลานประลองตรงกลางไม่ได้ติดกับอัฒจรรย์แต่มีช่องระหว่างกลางราว5เมตรพร้อมกลไกปริศนาด้านใต้เหล่าผู้เข้าแข่งขันแต่ละคนทยอยออกมาจากใต้อัฒจรรย์เรื่อย แต่ละคนมีอาวุธครบมือเครื่องแบบสถาบันของแต่ละคนบ่งบอกถึงห้องที่คนๆนั้นอยู่ในบรรดาคนเหล่านั้น3คนสวมชุดคลุมขอบทองบ่งบอกว่าพวกเขาคือท็อปในท็อปและมี1ในนั้นที่เป็นสีน้ำตาลสนิม“ในเมื่อทุกคนขึ้นมากันครบแล้วถ้าเช่นนั้น ผมขอเปิดการใช้งานฟังค์ชั่นสนาม รูปแบบที่5 ‘วังน้ำวน’ ณ บัดนี้”