บทที่ 29 ผู้นำ
“ประธานครับ” เสียงเรียกอย่างกล้าๆกลัวๆดังขึ้น ขัดจังหวะคนตัวเล็กที่กำลังป้อนขนมเค้กให้กับพี่ชายจนทำให้คนเป็ใหญ่ขมวดคิ้วมุ่น คนที่กล้าเอ่ยเรียกได้แต่ยืนตัวลีบลงกว่าเดิม มองขอความช่วยเหลือไปที่เด็กหนุ่มในเสื้อสีขาวสะอาดตา เ้าของใบหน้าน่ารักน่าชังทว่ากลับเป็เหมือนคนมีอำนาจมากที่สุดแล้วในที่นี้
เห็นผู้จัดการฝ่ายมองมาที่เขาแบบนี้ ปลายฝนก็หันมามองพี่ชาย แจกยิ้มให้คนอายุมากกว่าไปทีหนึ่งแล้วก็กินเค้กเข้าปากตนเอง
“ผมไม่ให้พี่กินแล้วนะ เดี๋ยวพี่อ้วนกว่านี้จะไม่หล่อเอา” ปลายฝนว่า ไม่ได้บอกว่าที่เขาไม่ป้อนต่อเพราะจะให้พี่ชายไปคุยเื่งาน ช่วยเหลือผู้จัดการไว้อีกครั้งด้วยคำพูดเดียว
มือหนาคว้าที่แขนเล็กนุ่มนิ่มเอาไว้ ก่อนจะอุ้มคนที่นั่งข้างๆตัวลอยมาที่ตักของตนเอง ทำให้เ้าหนูน้อยถลึงตาใส่ด้วยความใ
“พี่!” คนขยับไปมาเหมือน้าดิ้นหนี แต่พี่ชายจอมเผด็จการก็ใช้มือของตนเองรัดเอาไว้ที่เอวบางแน่น ดูท่าแล้วอย่างไรก็ไม่ปล่อยไปแน่ ให้น้องชายนั่งกินเค้กที่หว่างขา ส่วนเขาก็จะได้คุยงานต่อ
“มีอะไร” นอกจากจะไม่สนใจท่าทางดีดดิ้นของน้องชายแล้ว เขายังทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ไม่ได้สนใจว่าคนอื่นจะมองภาพเด็กน้อยที่อยู่ตรงหน้าเขาอย่างไร ไม่สนภาพลักษณ์ว่ามันอาจจะทำให้ดูไม่เหมาะสม เขาเพียง้าให้น้องน้อยได้อยู่ติดกับเขาตลอดเวลา ถ้าใครไม่ชอบใจก็แค่ไม่ต้องมอง
ผู้จัดการเองไม่กล้ามองตรงๆ เขารู้สึกเหมือนกับถูกทารุณหัวจิตหัวใจอย่างมาก ตัวเขาเองก็ใช่ว่าจะไม่มีครอบครัว แต่ยายแก่ที่บ้านบ่นเขาเหมือนหมูเหมือนหมา ไม่เห็นมีความน่ารักสดใสเหมือนน้องของประธานเลยสักนิด วันๆเจอหน้ากันก็มีแค่การทะเลาะวิวาท หากอีกฝ่ายทำตัวน่ารักว่านอนสอนง่ายเหมือนกับน้องชายของท่านประธานล่ะก็...เขาคงจะมีความสุขมากเลยทีเดียว
เห็นคนสองคนแสดงความรักต่อกันก็ได้แต่อิจฉา ซึ่งเขารู้ว่ามันไม่ได้มีแค่เขาเสียด้วยที่อิจฉาคู่รักคู่นี้ ความน่ารักสดใสและความใสซื่อของน้องชายท่านประธานนั้นเป็ที่เลื่องลือมาก ได้ยินว่าอายุแค่ 17 ปีแต่เรียนมหาวิทยาลัย ZZ ปีหนึ่งจบไปภายในไม่กี่เดือน ตอนนี้สอบเทียบไปอยู่ปี 2 แล้ว เรียกได้ว่าทั้งเก่งทั้งน่ารักเลย ทุกคนพากันชื่นชมอีกฝ่ายอย่างมาก ถึงแม้ว่าจะมีคนเก่งกว่านี้น่ารักกว่านี้ แต่พวกเขาก็คิดว่าด้อยกว่าน้องชายท่านประธานอยู่หนึ่งส่วน ทั้งนี้เป็เพราะว่าน้องชายของท่านประธานนั้นได้ช่วยชีวิตพวกเขาเอาไว้หลายต่อหลายครั้งแล้ว
“............” ผู้จัดการที่ไม่ได้ตอบคำถาม เอาแต่เหม่อมอง ในที่สุดก็สะดุ้งเล็กน้อยเมื่อเหลือบไปสบตาของคนเป็นาย เขาอยากจะเขกหัวตนเองที่ขนาดอยู่ต่อหน้าประธานก็ยังคิดเื่เพ้อเจ้อได้อีก
“คือว่า...นี่เป็คำขอจากมหาวิทยาลัย Cen ครับ พวกเขายื่นคำขอมา โดยมีการลงนามของผู้นำประเทศร่วมด้วยก็เลยคิดว่าเป็เื่ใหญ่ที่ต้องขออนุญาตครับ พวกเขาส่งจดหมายขอให้นักศึกษาและผู้เชี่ยวชาญในประเทศมาดูงานที่บริษัทของเรา แต่ที่พวกเขาสนใจเป็เื่ของแพลตฟอร์มการค้าออนไลน์และแพลตฟอร์มนิยายออนไลน์ที่กำลังจะเปิดตัวครับ” ผู้จัดการฝ่ายประชาสัมพันธ์เอ่ยขึ้นมา เขายังส่งจดหมายที่มีน้ำหนักจากการลงนามที่แข็งแกร่งของผู้นำประเทศไปให้ประธานด้วย
“จิ้งจอกเ้าเล่ห์พวกนั้นน่ารำคาญชะมัด” ต้นหนาวพึมพำขึ้นอย่างไม่ใคร่จะพอใจเท่าไรนัก ก่อนหน้านี้คนพวกนี้ก็มาเลียบๆเคียงๆถามเขาเหมือนกันเกี่ยวกับเื่ที่อยากจะมาสานความสัมพันธ์แลกเปลี่ยนไอเดีย เนื่องจากเขาได้ชื่อว่านักธุรกิจที่รวยอันดับหนึ่งของประเทศ และติดอันดับท้อปของโลก คนเ่าั้ก็เลย้าที่จะให้เขาได้เปิดเผยเคล็ดลับเหล่านี้ต่อสาธารณะชนบ้าง
ทว่าเขาเป็นักธุรกิจ ไม่ชอบเื่ชื่อเสียง ดังนั้นการเปิดตัวพวกนี้จึงไม่เป็ที่ยอมรับ ทุกครั้งที่มีการพูดถึงคนรวยอันดับหนึ่งก็จะเป็แค่รูปถ่ายซึ่งอยู่ในบัตรประชาชนหรือพาสปอร์ต เพราะเขาไม่เคยเปิดให้สัมภาษณ์เองเลย อย่างไรก็ตามเหล่าผู้มีอำนาจในประเทศกลับไม่ได้คิดแบบนั้น พวกเขาเห็นว่าต้นหนาวคือจุดเริ่มต้นของความยิ่งใหญ่ เพียงต้นหนาวคนเดียวขยับมือก็จะทำให้คนมากมายร่ำรวยขึ้นได้
“นักธุรกิจมือทอง” นี้เป็ฉายาที่ทำให้ผู้คนต่างก็หวาดกลัว
ตอนที่มีคนสืบรู้ว่า คนนามสกุลอธิบรักขณกุลมีหุ้นส่วนอยู่ในโครงการใหม่กว่า 80% พวกเขาก็ตื่นเต้นกันมาก พยายามสืบหาว่าเป็เื่เกี่ยวกับอะไร กระทั่งมีการโปรโมทให้รู้หลังจากแผนการจบลง นิยายเื่แรกที่ถูกปล่อยออกมาทำให้สังคมสนใจอย่างมาก ดังนั้นนิยายเื่นี้จึงได้ตกผู้คนที่จากเดิมสนใจข่าวให้มาติดตามนิยายมากขึ้นอย่างรวดเร็ว เป้าหมายที่ปลายฝนตั้งเอาไว้ว่าจะเป็ 10000 ไอดีภายในเดือนแรก ตอนนี้ทะลุหลายแสนไอดีไปแล้ว สร้างความตื่นตะลึงให้กับผู้คนอย่างมาก
นอกจากนี้ปลายฝนยังลงนิยายที่เตรียมเอาไว้รัวๆ ทั้งการเชิญชวนอย่างกว้างขวาง เหล่าผู้ที่ส่งผลงานของตนเองให้สำนักพิมพ์แต่ไม่ผ่านก็เลยลองเอามาลงบ้าง เพราะอย่างไรที่นี่ก็ระบุไว้แต่แรกว่าไม่ได้เอาลิขสิทธิ์ไปเป็ของบริษัท ลิขสิทธิ์ในการลงในการจัดการยังเป็ของผู้แต่ง การเปิดกว้างเช่นนี้ทำให้คลังนิยายเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว นักอ่านเองก็สนใจไม่ต่างกัน พวกเขาเข้ามาติดตามนิยายซึ่งวางขายถูกกว่าตลาดจริง นอกจากนี้ยังมีการให้ทดลองอ่าน 10 ตอนก่อนจะเก็บเงินด้วย ผู้อ่านพากันชื่นชมอย่างมากเพราะทุกคนเคยมีประสบการณ์ที่อ่านหน้าปกและคำนำแล้วชอบ กระนั้นเนื้อเื่กลับไม่ทำให้พวกเขาอยากอ่านต่อเลย เนื่องจากสาเหตุเหล่านี้ การเพิ่มขึ้นของจำนวนไอ้ดีและยอดเงินนั้นทำให้เหล่าบริษัทใหญ่น้อยต่างก็สนใจ
น่าเสียดายที่บริษัทใหม่นี้ไม่ได้เปิดให้ร่วมลงทุน เพราะมันไม่จำเป็ต้องลงทุนอะไรมาก หลังจากที่ใช้ทีมงานในการสร้างแพลตฟอร์มขึ้นมาแล้ว พวกเขาก็มีแค่พนักงาน 100 คนในการทำงานและคอนโทรลให้ดีไปพร้อมกับการโปรโมทเท่านั้น หลังจากที่ลงทุน 40 ล้าน หลังจากนั้นพวกเขาก็แค่รอการเก็บเกี่ยวผลประโยชน์เพียงอย่างเดียว หรือต่อให้พวกเขา้าลงทุนเพิ่มก็ตาม....เงินของปลายฝนมีมากพอที่จะไม่ต้องให้คนอื่นเข้ามาวุ่นวายด้วย
ตอนแรกเื่แพลตฟอร์มค้าขายออนไลน์ที่ได้รับความร่วมมือจากคนทั่วโลกนั้นโด่งดังไปแล้วรอบหนึ่ง ผู้คนยังไม่ทันตั้งตัวรับกับเื่นี้ ท้ายที่สุดมันก็กลายมาเป็กระแสและจะกลายเป็สิ่งที่พวกเขาขาดไม่ได้ในเวลาต่อมา แต่ใครจะคิดว่ายังไม่ทันที่ความยิ่งใหญ่นี้จะจบ ความยิ่งใหญ่ของแพลตฟอร์มใหม่ก็ปะทุขึ้นอีก
ถึงมันจะเป็อะไรที่เฉพาะกลุ่มมากกว่าแพลตฟอร์มค้าขายออนไลน์ แต่การทำงานของมันไม่ซับซ้อนเลย ทำงานได้ง่ายกว่า ทว่าได้กำไรเท่ากับบริษัทที่ลงทุนมากมายทั้งแรงและความคิด นอกจากนี้แพลตฟอร์มใหม่นี้ไม่ได้น้อยหน้าเลย ด้วยฟังก์ชั่นการแปลภาษาทำให้คนทั่วโลกเข้าถึงได้ และนิยายเื่แรกก็ทำให้ผู้คนจากทั่วโลกสนใจด้วยเช่นกัน
ปรากฏการณ์นี้ยิ่งเป็การยืนยันชื่อเสียงของเหมันต์ อธิบรักขณกุลเป็อย่างดี ทั้งๆที่เขาไม่ได้ทำอะไรเลย!
คนเป็พี่มองน้องชายที่ยอมสงบอยู่ในอ้อมแขนของตนเองแล้วกินขนมต่อไป เขารู้สึกเหนื่อยใจกับความฉลาดล้ำลึกของเ้าหนูนี่อย่างมาก กลัวว่าถ้าคนอื่นรู้เข้าในสักวันแล้วจะหันมาวุ่นวายกับน้องชายของเขาแทน ตอนนี้เขายังรับหน้าในฐานะของพี่ชายและผู้นำของอธิบรักขณกุล ทั้งที่จริงๆแล้วเขาตัดขาดกับคนพวกนั้นไปนาน อย่างไรก็ตามเพราะชื่อเสียงของอธิบรักขณกุลเดิมนั้นเป็นักธุรกิจที่ไม่ได้มีอำนาจกระทบไปทั้งประเทศและทั่วโลกเช่นนี้ ดังนั้นพวกเขาจึงไม่รู้ว่าอธิบรักขณกุลจริงๆแล้วไม่ใช่เหมันต์เป็ผู้นำ ผู้คนส่วนใหญ่รู้เพียงว่า “อธิบรักขณกุล” มีเพียงสองคนเท่านั้นที่เหลืออยู่
หนึ่งคือเหมันต์ และสองคือน้องชายบุญธรรมของเขาที่ชื่อวัสสาเท่านั้น
เพราะแบบนี้ผู้คนที่รู้จักกับบ้านใหญ่อธิบรักขณกุลก็เลยเข้าหาคนพวกนั้น สร้างหน้าตาให้คนบ้านใหญ่จนทวดที่กำลังจะตายนั้นถูกใช้เป็เครื่องมือเพื่อเชิญทั้งสองให้กลับบ้าน เป็การยืนยันและแสดงให้คนทั้งโลกเห็นว่าที่จริงแล้วพวกเขาคือคนกลุ่มเดียวกัน ในอนาคตจะได้อาศัยชื่อเสียงนี้ในการทำมาหากินได้ด้วย
ขณะที่ต้นหนาวอยากจะเผาจดหมายคำขอนั่นทิ้งเสีย เลขาฯสาวที่อยู่หน้าห้องก็เคาะประตูพร้อมกับพรวดพราดเข้ามาด้วยความหวาดกลัว
“ประธานคะ กะ เกิดเื่แล้วค่ะ”
“ใจเย็นๆก่อนคุณศศิ” ผู้จัดการฝ่ายประชาสัมพันธ์สะดุ้งเฮือก ไม่คิดว่าจู่ๆแม่เลขาฯที่จะเยื้องกรายแต่ละครั้งยังต้องนับจังหวะจะพุ่งเข้ามาเหมือนคนไร้หัวคิดเช่นนี้
“เย็น เย็นไม่ได้แล้วค่ะ ประธานคะ ตอนนี้ท่านผู้นำ “อรุณภพ โพธิศักดิ์ชัย” มาพร้อมกับนักข่าวเป็ร้อยเลยค่ะ!” เธอพูดพร้อมกับเหงื่อที่ไหลซึมออกมา เพราะคนธรรมดาเช่นพวกเธอนั้น การที่ได้เจอกับผู้นำประเทศนั้นเป็อะไรที่ไม่คาดฝันมาก่อน ในสายตาของพวกเธอ ผู้นำประเทศคือคนที่ยิ่งใหญ่มาก และไม่ควรที่จะทำให้ท่านๆเสียความรู้สึก ดังนั้นมันจึงไม่ใช่ปฎิกริยาที่แปลกเลย
ที่แปลกเป็จะเป็ประธานของพวกเธอมากกว่า
“คนพวกนี้...” เขากัดฟันกรอด คนคงรู้แล้วว่าเขาจะปฎิเสธคำขอเหล่านี้ ดังนั้นจึงปรากฏตัวขึ้นเองพร้อมกับพานักข่าวมาเป็ร้อยๆ นี่คงกะจะมัดมือชกเลยไม่ใช่หรือ?
“คิก คิก” ขณะที่บรรยากาศกำลังมาคุนั้นเอง ร่างเล็กที่รับฟังเื่ราวทั้งหมดก็หัวเราะออกมาอย่างชอบใจ สำหรับเขาแล้ว แม้ว่าผู้นำประเทศจะดูเป็คนน่ากลัว แต่ก็ไม่ได้น่ากลัวเท่ากับพี่ชายของเขาเลย อีกอย่างเมื่อเห็นคนเป็พี่อารมณ์เสียได้ขนาดนี้ เขาก็รู้สึกชอบใจผู้นำคนนั้นบ้างแล้วเล็กน้อย
“หัวเราะอะไรหืม?” ต้นหนาวหรี่ตามองคนตัวเล็ก เขาจับคางน้องน้อยให้เงยหน้ามองตนเองด้วยความหมันเขี้ยวด้วย
“ปะ เปล่านะครับ”
“ตลกพี่?”
“ก็ ฮิ ฮิ ก็มันตลกนี่นา เหมือนกับคุณผู้นำจะรู้เลยว่าพี่จะไม่สนใจ เขามาด้วยตัวเองแบบนี้...พี่ก็อย่าปฎิเสธเลยครับ สงสารออก” ปลายฝนหัวเราะตาหยี ส่งผลให้คนที่จับคางเด็กน้อยมองด้วยสายตาหวั่นไหว
“ไม่สงสารพี่บ้าง?” ต้นหนาวร้องถามเด็กหนุ่ม
“สงสารอะไรพี่ล่ะครับ คนอื่นเขาก็แค่อยากรู้จักพี่ให้มากขึ้นหน่อยเท่านั้นเอง พี่ไม่เหนื่อยหรอก เดี๋ยวผมไปเป็เพื่อน” ปลายฝนพูดออกมา มือของเขาเอื้อมไปแตะหลังของพี่ชายเบาๆเหมือน้าปลอบเด็กน้อยที่กำลังงอแง
ดวงตาของต้นหนาวหรี่ลงมากกว่าเดิมก่อนจะ
จุ้ป!
“อะ เอ้ย พี่!” เด็กน้อยที่จู่ๆก็ถูกขโมยจูบที่ปากเบาๆสะดุ้งเฮือก ผู้จัดการและแม่เลขาสาวที่กำลังตื่นตะลึงกับการมาของผู้นำประเทศได้แต่ชะงักค้าง
นี่พวกเขาต้องมาเจอกับฉากให้อาหารหมาสีชมพูแบบนี้ด้วยหรอ!
“ทำไม” แม้ว่าจะใที่ทำตามใจตัวเองโดยไม่รู้ตัว กระนั้นต้นหนาวก็แสร้งตีมึน ไม่เห็นความผิดของตนเองใส่น้องชาย
“พะ พี่จูบผมได้ยังไง” ปลายฝนที่หลุดออกมายืนชี้หน้าพี่ชายในระยะ 2 เมตรราวกับหวาดกลัว
“ทำไมไม่ได้” คนเป็พี่เลิกคิ้วคล้ายกับมึนงงเหลือเกิน
“ทำไม่ได้สิครับ! พี่จูบผมได้ยังไง มันเอาไว้ให้คนเป็แฟนกันเขาทำเท่านั้นแหละ”
“แล้ว?”
“แล้วอะไรล่ะ! พี่ยังไม่ได้เป็แฟนกับผมเลย ผมยังไม่ได้จีบพี่เลยด้วย นี่พี่ข้ามขั้นตอนได้ยังไง”
“ถ้างั้นเมื่อไรจะจีบพี่”
“เมื่อไรก็เมื่อนั้นแหละ ผมยังไม่รู้ว่าจะจีบพี่ยังไงเลย พี่ทำแบบนี้ใช้ได้แล้วหรอ” ปลายฝนไม่ยอม เหมือนจะงอแงออกมาแล้วเมื่อไม่ได้ดั่งใจ ก็เขาบอกว่าเขาจะเป็ฝ่ายรุก แต่ทำไมฝ่ายรุกแบบเขายังไม่ได้ทำอะไรเลย พี่ชายก็ไม่รอเสียแล้ว
“เื่นี้ไม่จำเป็ต้องมีขั้นตอน อยากทำอะไรก่อนก็ทำแบบนั้น” ต้นหนาวหน้าหนาหน้าทน คนของเขาได้แต่ลอบส่งสายตากับความหน้าด้านของคนเป็นายที่ไม่เคยเห็นมาก่อน
“ไม่ได้สิครับ ถ้าแบบนั้นแล้วมันจะโรแมนติกได้ยังไง ถ้าวันหนึ่งพี่อยากจะมีอะไรกับผมบนเตียงขึ้นมาล่ะ แล้วผมจะจีบพี่ทีหลังอีกทีมันจะได้หรอ”
“หืม?....” ต้นหนาวพ่นลมหายใจออกมาอย่างติดขัดเมื่อจู่ๆน้องชายก็พูดเื่ที่ไกลกว่าที่เป็อยู่ ถึงแม้ว่าเด็กน้อยตรงหน้าจะพูดมันออกมาเหมือนไม่ได้คิดอะไรมาก แต่คนเป็พี่ที่เอาภาพน้องไปช่วยตัวเองทุกวันจะไม่คิดไกลได้ยังไง
คำพูดของอีกฝ่ายดูเหมือนจะไม่รังเกียจเลยที่จะมีความสัมพันธ์กับเขา นี่...เขาคิดไปเช่นนี้ได้หรือเปล่า
“เห็นไหม มันไม่ได้นะครับ ต้องจีบก่อน ต้องเป็แฟนก่อนถึงจะได้” ปลายฝนเห็นพี่ชายเงียบไปก็ทำเหมือนกับเข้าใจว่าพี่ชายเห็นด้วยแล้ว คิดตกแล้ว ดังนั้นจึงได้พูดขึ้นมาอีกคำ
“หมายความว่าถ้าจีบแล้วก็จะทำอะไรบนเตียงได้?” ต้นหนาวย้ำอีกคำ เขาไม่ได้สนใจหรอกไอ้เื่จีบที่ว่านั่น ที่เขาสนใจมีแค่คำว่า “ทำอะไรกันบนเตียงได้” เท่านั้นแหละ
“ใช่ พี่ต้องรอให้ผมจีบ...อ๊ะ!” ปลายฝนที่กำลังจะสั่งสอนพี่ชาย จู่ๆตัวของเขาก็ถูกรวบเข้ามา สายตาของสัตว์ป่าที่หิวกระหายนั้นจับจ้องไปที่ร่างเล็ก พลิกให้คนตัวบางลงไปนอนอยู่บนโซฟา ส่วนเขาก็คร่อมร่างของอีกฝ่ายเอาไว้
สายตาลึกล้ำจ้องมองไปที่น้องชาย มันเต็มไปด้วยความปรารถนาที่น่ากลัว
“รู้หรอว่าทำอะไรบนเตียงหมายความว่ายังไง แล้วรู้...ก็ยังยอมที่จะทำกับพี่งั้นหรอ” ต้นหนาวย้ำอีกครั้งด้วยน้ำเสียงที่แหบพร่า
“พี่! ผมโตแล้วนะ ผมเคยดูด้วยว่าต้องทำยังไง พี่เห็นผมเป็เด็กยังอายุไม่ถึง 18 ก็เลยคิดว่าผมไม่รู้ประสีหรอ” ปลายฝนเกร็งคอสู้ ไม่ชอบใจที่ถูกมองเป็น้องชายที่ยังเด็กเลย
การกระทำของเขาทำให้ต้นหนาวหัวใจเหมือนจะะเิออกมา เด็กน้อยของเขาที่รู้เื่อย่างว่าแต่กลับคิดจะทำมันกับเขางั้นหรอ? นี่....เขาไม่ได้ฝันไปใช่หรือเปล่า
“พี่ปล่อยผมเลย ผมโกรธพี่มากๆแล้วตอนนี้” ปลายฝนขมวดคิ้วมุ่น พองแก้มขาวของตนเองจนเหมือนก้อนซาลาเปา ความใสซื่อแต่ถือดีของคนทำให้พี่ชายอยากจะขย้ำน้องน้อยให้จมลงไปในร่างของเขาเสียั้แ่ตอนนี้
ถ้าไม่ติดที่ว่าเด็กน้อยอายุไม่ถึง 18 ปีแล้วเขาเสี่ยงโดนคดีล่ะก็....
..............................