บทที่ 57
ความชั่วร้ายของเซลล์สาว (1)
ร่างบางสั่นกลัวด้วยความไร้ซึ่งพลัง หญิงสาวผู้หมดหวังนั้นยังคงนอนอยู่บนเตียง เธอหลับตาลงพร้อมกับยอมรับถึงชะตาที่มิอาจเลี่ยง
แต่ทันใดนั้น อู๋ตี้ที่โดนยาปลุกเซ็กส์เข้าไปในจู่ๆเขาก็หยุดการเคลื่อนไหวไป
หลังจากนั้นไม่กี่วินาที มือคู่เดิมที่ก่อนหน้าเคยหวนหาความรุนแรงนั้นก็ค่อยๆปล่อยคลายลง
เมื่อรับรู้ได้ถึงความเปลี่ยนแปลง แม้ว่าขาของเธอจะยังสั่นกลัวแต่เธอก็ค่อยๆลืมตาขึ้นมา
ในตอนนั้น ผิวของอู๋ตี้นั้นแดงไปหมด โดยเฉพาะดวงตานั้นแดงกว่าเดิมอีกหลายเท่าพร้อมๆกับสีหน้าที่ดูเจ็บปวดสุดๆ เขาดูอาการแย่ลงไปเยอะ
ด้วยความกลัวของเซลล์สาวนี้ ขาทั้งสองข้างมันก็สั่นและอ่อนล้าจนไม่กล้าที่จะขยับไปไหนอีก
ใบหน้าที่แดงก่ำของอู๋ตี้นั้นแดงขึ้นเรื่อยๆ ลมหายใจนั้นก็หนักหน่วงขึ้นไปอีกเช่นเดียวกับความเจ็บปวดที่แสดงออกผ่านสีหน้าที่มันดูหนักหนามากขึ้นๆ
“ทำไมมันร้อนแบบนี้นะ! ฮึ่ยยยยยย ร้อนนนน!---”
เสียงแหบพร่าของเขานั้นโอดครวญ ร่างของเขานั้นล้มลงไปบนเตียงข้างๆเธอก่อนจะกลิ้งไปมาด้วยความเจ็บปวด
เซลล์สาวรีบลุกขึ้นมาจากเตียงพร้อมกับเก็บเศษเสื้อผ้าที่โดนฉีกขาดตรงหน้าเธอมาด้วย
เธอมองไปยังอู๋ตี้ที่กำลังกลิ้งไปกลิ้งมาอยู่บนเตียงพร้อมๆกับนึกถึงประโยคที่หมอยาจีนคนนั้นพูดไว้ได้ขึ้นมา “จำไว้ให้ดี! ยานี่ใช้ได้แค่ 1 หยดต่อ 1 ครั้งเท่านั้น ละลายมันลงไปในน้ำ ให้มันเจือจางก่อนจะให้เหยื่อกิน แล้วห้ามใช้ซ้ำอีก ถ้าหากใช้อีกชีวิตของคนคนนั้นจะเป็นอันตรายได้!”
เธอเข้าใจได้ทันทีแล้วว่าตอนนี้มันเกิดอะไรขึ้น ทั้งหมดเป็นเพราะเธอใช้มันมากเกินไป ดังนั้นแล้วตอนนี้ชีวิตของอู๋ตี้อยู่ในอันตรายแล้ว
เมื่อคิดได้ดังนี้ เซลล์สาวก็เริ่มกังวลขึ้นมา เธอนั้นไม่ได้ต้องการจะฆ่าอู่ตี้
ในขณะเดียวกัน เธอก็กลัวว่าถ้าหากอู๋ตี้ตายขึ้นมาจริงๆ เธอต้องถูกกล่าวหาว่าเป็นฆาตกรแน่ๆ!
ไม่มีทาง! ฉันน่ะเป็นแค่สาวสวยอายุ 25 ปีเท่านั้น จะให้มาเป็นฆาตกรได้ยังไง? ฉันไม่ใช่ฆาตกร! ฉันไม่อยากติดคุก!
มองไปยังอู๋ตี้ที่ยังคงดิ้นทุรนทุรายอยู่บนเตียง ทันใดนั้นความคิดหนึ่งก็วิ่งเข้ามาในหัวของเธอ
ในทันทีที่ไอเดียดังกล่าวปรากฏขึ้นมานั้น ใบหน้าของหญิงสาวก็ค่อยๆใจเย็นลง รวมถึงดวงตาของเธอก็ฉายแววอำมหิตออกมาด้วย
เธอรีบหยิบเอาขวดเซรามิกเล็กๆในกระเป๋าเสื้อที่ซึ่งเป็นเพียงเศษผ้าไปแล้วออกมาและเช็ดมันด้วยเสื้อของเธอ
หลังจากที่เช็ดมันเสร็จแล้วเธอก็ห่อมันด้วยเศษผ้าของเธอและถือไว้ให้มั่นก่อนจะค่อยๆเขยิบเข้าไปใกล้อู๋ตี้ที่อยู่บนเตียงช้าๆ
“อ้ากกก! ร้อนนนน! มันร้อนไปหมดแล้ว~!”
เสียงของอู๋ตี้นั้นมันเบาลงไปเรื่อยๆ พร้อมๆกับการกลิ้งไปกลิ้งมาที่ค่อยๆช้าลงๆและดูอ่อนแอลงไปเรื่อยๆด้วย ในตอนนี้แม้แต่แรงจะจับอะไรก็แทบจะไม่เหลือแล้ว
เซลล์สาวหยิบเอาขวดเซรามิกแล้วรีบวิ่งเข้าไปประทับรอยนิ้วมือของอู๋ตี้ไว้บนนั้น จากนั้นเธอก็โยนขวดดังกลาวไว้บนเตียงอย่างรวดเร็ว
เธอโล่งอกขึ้นมาทันทีหลังทำเสร็จ เพราะบนขวดนั้นโดนเธอเช็ดรอยนิ้วมือออกไปหมดแล้ว เพียงแค่เอาไปสัมผัสให้เกิดรอยนิ้วมืออู๋ตี้ก็ไม่มีปัญหาอะไรแล้ว
ด้วยวิธีนี้ ต่อให้อู๋ตี้ตายขึ้นมาจริงๆ รูปคดีก็จะฟันธงไปว่าอู๋ตี้นั้นเสพยาเกินขนาดและช็อกตายกะทันหันแทน และปัญหาก็จะไม่ตกลงมาถึงเธอ
เมื่อทำลายหลักฐานหมดแล้ว เซลล์สาวก็หยิบเอาเศษเสื้อผ้าพวกนั้นมาปกปิดตามจุดหอมหวานและอ่อนนุ่มของเธอไว้ จากนั้นก็หยิบเอาโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเพื่อโทรออก
“จ้าวจ้าว นี่เธอโทรมาหาฉันก่อนเลยเหรอเนี่ย? ฉันล่ะดีใจจริงๆ ว่าแต่ เธอไม่มีทำงานที่ห้างเหรอวันนี้?”
ในทันทีที่มีคนรับสาย เสียงของชายหนุ่มที่ฟังดูตื่นเต้นก็ทักขึ้นมาเลย
“หลิวเหล่ นายต้องขับรถมารับฉันที่เขตหลงจูอี้ปินเดี๋ยวนี้เลย! จำไว้ว่าเดี๋ยวนี้!!”
เซลล์สาวพยายามใจเย็นที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่เพราะเธอนั้นกำลังตื่นตระหนกแบบสุดๆ คำพูดของเธอมันเลยดูรวบรัดและรวนไปหมด
“เอ๊ะ? เกิดอะไรขึ้นน่ะ? นี่เธอยอมที่จะเป็นแฟนฉันแล้วเหรอ?”
เสียงของชายหนุ่มนั้นฟังดูตื่นเต้นตลอดเวลาแถมยังแอบฟังดูมีความหวังอยู่ในน้ำเสียงด้วย
ได้ยินดังนั้นเซลล์สาวก็รู้สึกเหนื่อยหน่ายกับคนพวกนี้ พวกเขาเป็นพวกชายโสดทั้งหนุ่มทั้งมีอายุภายในห้างสรรพสินค้านั้น หลิวเหล่เองก็เป็นหนึ่งในนั้น เป็นพนักงานที่อยู่ภายในห้าง
ตามปกติแล้วเธอจะเมินเขา แถมไม่กี่วันก่อนก็เพิ่งจะปฏิเสธการสารภาพรักของเขาไปด้วย
ดังนั้นแล้วในตอนนี้ เมื่อเซลล์สาวโทรหาเขาเพื่อจะให้ไปรับเธอ หลิวเหล่จึงคิดว่าเซลล์สาวคนนี้ได้เปลี่ยนความคิดแล้ว แบบนี้จะไม่ให้เขาตื่นเต้นแบบนี้ได้ยังไงกัน?
“โธ่ อย่าถามเยอะน่า รีบๆมาให้เร็วเลย ไม่งั้นฉันจะเรียกซู่เชียงให้มารับแทน” เซลล์สอบรีบตอบกลับด้วยความใจร้อน
“ไม่ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ”
ชายหนุ่มนั้นตื่นตระหนกสุดๆ เขาน่ะกลัวว่าเธอจะเรียกให้คนอื่นไปรับแทนเขาจริงๆ
“ดี ถ้างั้นก็รีบมา ยิ่งเร็วยิ่งดี”
พูดจบเธอก็ไม่ได้ใส่ใจอีกฝ่ายมากนัก เธอไม่คุยอะไรไร้สาระต่อแล้วรีบวางสายไปในทันที
สำหรับหลิวเหล่แล้ว ในสายตาเธอเขาก็ไม่ได้สูงส่งอยู่แล้ว เป็นแค่พนักงานทั่วๆไป เงินเดินก็แค่ไม่กี่พันหยวนเหมือนกัน
ไม่กี่วันก่อนที่เขามาสารภาพรักต่อเธอ เธอนั้นปฏิเสธไปโดยไม่รู้สึกเสียใจหรืออะไรเลย แถมลึกๆแล้วเธอยังแอบบ่นเขาอยู่ด้วย เพราะตัวเธอน่ะ ไม่ได้สนใจเนื้อกบหรอกนะ อย่างเธอ ต้องคู่ควรกับเนื้อหงส์เท่านั้น
เธอยังสาวยังสวยแท้ๆ จะให้เธอลงเอยกับชายหนุ่มที่ได้เงินเดือนละไม่กี่พันหยวนงั้นเหรอ? อย่างน้อยๆช่วยได้มากกว่าหลักพันให้มันสมกับความสวยของเธอหน่อยก็ได้
แต่ตอนนี้ที่เธอคิดถึงหลิวเหล่ขึ้นมามันก็มีเหตุผล
นั่นเพราะ ถึงแม้ว่าเธอจะไม่ได้ชอบหลิวเหล่นัก แต่เขาก็มีรถซานตาน่า และสิ่งเดียวที่เธอต้องการตอนนี้ก็คือใครก็ตามที่สามารถขับรถมารับเธอได้ในทันที
ตั้งแต่ที่เจ้ากบใฝ่สูงนั่นมาสารภาพรักหลายวันก่อน หมอนั่นต้องรักฉันมากขึ้นแน่ๆ เพราะงั้นฉันสั่งอะไรไปมันก็ไม่ปฏิเสธหรอก
เพราะงั้น นี่เป็นโอกาสดีที่จะได้ใช้งานเสน่ห์นี้แล้ว
เธอวางโทรศัพท์และเอาหูแนบประตูไว้เพื่อฟังว่าข้างนอกมีเสียงอะไรหรือเปล่า และมันไม่มีเสียงอะไรอยู่เลย
ดูเหมือนว่าพวกพนักงานติดตั้งจะยังอยู่กันด้านล่างเพื่อขนย้ายเฟอร์นิเจอร์แล้วยังไม่ขึ้นมากัน
ดีล่ะ นี่เป็นโอกาสที่ดีแล้ว ใช้ช่วงที่ไม่มีคนนี้แล้วรีบลงไป ไม่งั้นแล้วมีหวังได้ถูกสงสัยตั้งแต่ชุดขาดๆนี้ซะด้วยซ้ำ
ประตูถูกเปิดและปิดขึ้นอย่างเงียบๆ โดยที่อู๋ตี้ที่กำลังอ่อนแอจนใกล้ตายถูกทิ้งไว้บนเตียง เขานั้นไม่มีแรงแม้จะส่งเสียงอะไรเลยด้วยซ้ำ เซลล์สาวนั้นชโลมน้ำมันลงบนเท้าตัวเองและรีบสไลด์ออกไปอย่างรวดเร็ว
*ปัง!*
เธอนั้นเป็นคนที่โหดร้ายจริงๆนั่นแหละ เพราะนอกจากจะออกไปโดยไม่ช่วยอู๋ตี้แล้ว เธอยังปิดประตูให้แน่นสนิทเพื่อไม่ให้พวกพนักงานติดตั้งพวกนั้นขึ้นมาเจออู๋ตี้ที่นอนอยู่บนเตียงทีหลังด้วย
อู๋ตี้ที่ถูกทิ้งไว้ในห้องนั้นทำได้แค่รอความตายแล้ว
10 นาทีต่อมา รถซานตาน่าสีดำก็เลี้ยวเข้ามาในเขตหลงจูอี้ปิน
ตลอดทางที่ขับเข้ามานั้นห้อมล้อมไว้ด้วยธรรมชาติสีเขียวตลอดสองฝั่งทาง จนกระทั่งเขาพบหญิงสาวที่ห่อหุ้มตัวไว้ด้วยกระดาษหนังสือพิมพ์ และเมื่อเธอเห็นรถของเขาเธอก็รีบเปิดและกระโดดเข้ามาเลย
ชายหนุ่มที่อยู่ตรงที่นั่งคนขับนั้นตกใจไม่น้อย แต่เมื่อดูดีๆแล้วเขาก็ต้องตกใจหนักกว่าเดิม “จ้าวจ้าว? เธอมาทำอะไรที่นี่เนี่ย?”
ในทันทีที่เธอขึ้นมาบนรถ เธอก็ไม่จำเป็นต้องใช้หนังสือพิมพ์พวกนี้ปกปิดอะไรอีกแล้ว ดังนั้นหญิงสาวจึงฉีกกระดาษหนังสือพิมพ์ออกจากตัวและเผยให้เห็นเสื้อและกระโปรงที่ขาดวิ่นจนจะเป็นผ้าขี้ริ้วอยู่แล้ว
ดวงตาของหลิวเหล่นั้นเป็นประกายเพราะพื้นที่ที่โดนฉีกขาดไปของเสื้อผ้าพวกนั้น มันเปิดเผยสัดส่วนที่น่าเย้ายวนของเธอแบบเต็มๆตาเลย
หญิงสาวจ้องเขม็งไปยังเขาและเริ่มพูดขึ้น “ไม่ต้องถามอะไรทั้งนั้น! รีบๆขับรถออกไปแล้วพาฉันกลับอะพาร์ตเมนต์ของฉันได้แล้ว!”
ได้ฟังว่าเธอจะให้เขาขับรถพาเธอกลับไปยังอะพาร์ตเมนต์หลิวเหล่ก็ยิ่งหัวใจเต้นแรงไปอีก มันอดไม่ได้ที่จะเดา แต่เขาก็เดาไว้แล้วว่านี่น่ะ เธอกำลังใบ้อะไรกับเขาอยู่หรือเปล่า? วันนี้เธอตั้งใจจะทำจริงๆสินะ? หรือมีอะไรบางอย่างจะทำกับเขา?
ยิ่งคิดถึงเรื่องนี้มันก็ยิ่งหยุดไม่ได้ ความรู้สึกตื่นเต้นมันคละคลุ้งในใจไปหมดแล้ว เขารีบเหยียบลงไปบนคันเร่งและทันใดนั้นรถของเขาก็หายวับไปจากที่แห่งนั้นอย่างรวดเร็ว
อู๋ตี้นั้นยังคงนอนอยู่บนเตียง และเขายังไม่ตาย
พนักงานติดตั้งเหล่านั้นง่วนอยู่กับงานที่ต้องทำตลอดช่วงเช้า และในท้ายสุดพวกเขาก็ติดตั้งทุกอย่างเสร็จสิ้น แต่กระนั้นแล้ว ตั้งแต่ต้นจนจบ พวกเขานั้นไม่ได้เปิดประตูห้องนอนเลย
“โอเค แล้วว่าแต่เสี่ยวจ้าวกับลูกค้าเราไปไหนวะล่ะ? ว่าไม่เห็นเลยนะ?”
“อ๊ะ จริงสิ ตั้งแต่ที่ขึ้นมาชั้นบนก็ไม่เห็นแล้ว”
“นั่น ประตูห้องนอนปิดอยู่ เป็นไปได้ไหมว่าอยู่ในนั้นกัน?”
“แล้วพวกเขาจะเข้าไปทำไมในนั้นน่ะ? เป็นไปไม่ไ….”
ในขณะที่พวกเขากำลังเดินเข้าไปจะเปิดประตูห้อง เสียงโทรศัพท์ของผู้เป็นหัวหน้าชุดก็ดังขึ้น
“ฮัลโหล โอ้ เสี่ยวจ้าว พวกเรากำลังสงสัยเลยว่าทำไมเราไม่เห็นเธอกับลูกค้าเลย เอ๊ะ? เธอกลับไปก่อนแล้วงั้นเหรอ? เมื่อไหร่นะ อ้อ หลังจากเซ็นต์เสร็จเหรอ อ๋ออ เราเพิ่งจะติดตั้งเฟอร์นิเจอร์ทั้งหมดเสร็จ แล้วก็ว่าจะให้ลูกค้าเซ็นต์ใบประเมินให้หน่อย เอ๊ะ? ลูกค้าบอกไม่ต้องเหรอ? อืมมม เขามีงานที่ต้องไปทำต่อสินะ โอเค เข้าใจแล้ว หืม? ประตูห้องนอนน่ะเหรอเปิดไม่ได้? คงเก็บอะไรสำคัญไว้ล่ะมั้ง โอเค ถ้างั้นเดี๋ยวพวกเรากลับเลยละกัน
หลังจากวางโทรศัพท์ลง หัวหน้าชุดพนักงานติดตั้งก็หันไปบอกกับพนักงานคนอื่นๆที่มาด้วยกัน “เสี่ยวจ้าวกลับไปตั้งแต่ให้ลูกค้าเซนต์เอกสารต่างๆเสร็จแล้ว ส่วนลูกค้านั้นมีธุระที่ต้องไปทำต่อ ก็เลยไม่ต้องเซ็นต์ใบประเมินความพึงพอใจ เพราะงั้นเราก็ไปกันได้เลย”
“ดีล่ะ งั้นไปกันเถอะ!”
พูดจบเหล่าพนักงานติดตั้งก็พากันออกไป
และในห้องนอนนั้น อู๋ตี้ยังคงนอนอยู่เช่นเดิม โดยความรู้สึกมันเริ่มจางหายไปแล้ว ทุกๆอย่างมันช้าลง รวมถึงจังหวะหัวใจของเขาเองด้วย
บทที่ 57 .2
อะไรนะ?ช็อตไฟฟ้า!?(2)
เวลาค่อยๆเดินผ่านไปเรื่อยๆและไม่นานนักจากตอนกลางวันก็เริ่มเข้าสู่ช่วงเย็นแล้ว
ภายในห้องนอนนั้นแสงอาทิตย์อัสดงนั้นส่องผ่านหน้าต่างทรงฝรั่งเศสแสงนั้นสาดไปทั่วห้องราวกับเป็นหยาดเลือดที่สาดกระเซ็นเลย
บนเตียงนุ่มนั้นร่างของคนคนหนึ่งยังคงนอนสงบแน่นิ่งบนนั้นตั้งแต่หัวจรดเท้านั้นดูจะไร้ความรู้สึกไปแล้ว เปรียบเสมือนร่างที่ขาดซึ่งชีวิตมานาน
คนคนนั้นคืออู๋ตี้เพราะเซลล์สาวคนนั้น ทำให้ร่างกายของเขารับยากระตุ้นที่มากเกินไปแถมเธอยังขังเขาไว้ในห้องนอนนี้ด้วย ดังนั้นเขาในตอนนี้ก็ไม่ต่างจากตายเสียเท่าไหร่
เมื่อยามแสงตะวันนั้นลับขอบฟ้าไปห้องทั้งห้องก็มืดสนิทไปในทันที ความเงียบคืบคลานเข้ามาแล้ว
ความเงียบที่ไม่มีสิ้นสุด
*ติ๊ง!*
‘แจ้งเตือนอันตรายระดับC! แจ้งเตือนอันตรายระดับC! ระบบต่างๆในร่างกายล้มเหลวสติอยู่ในระดับที่ไม่สามารถควบคุมได้ เปิดระบบแลกเปลี่ยนไขมันพิเศษระดับ C การเปิดเสร็จสมบูรณ์ข้ามการทดสอบทุกอย่าง เข้าสู่ช่องทางหลักในการแลกเปลี่ยนไขมันทันที!’
ในห้วงความคิดที่ว่างเปล่าเสียงเสียงหนึ่งดังขึ้นอย่างรีบร้อน เหมือนกันเมื่อตอนนั้นที่สวนหลังมหาวิทยาลัยถึงสติจะไม่ค่อยชัดเจนนัก แต่เสียงนั้นชัดเจนมาก
‘ยาอายุวัฒนะทำการแลกเปลี่ยนเสร็จสิ้น เริ่มทำการรักษาร่างกาย! การรักษาขั้นต้น เสร็จสิ้นเข้าสู่ขั้นต่อไป!’
ขณะที่ระบบภายในกำลังทำงานนั้นร่างกายของอู๋ตี้ก็ผมลงไปได้อย่างเห็นได้ชัด ซึ่งสามารถสังเกตได้ด้วยตาเปล่าเลยเพราะทั้งนี้ทั้งนั้น เมื่อครู่เขาต้องใช้ไขมันถึง 15 กิโลกรัมเลยทีเดียว
มันน่าเสียดายที่อู๋ตี้ไม่สามารถเห็นตัวเองตอนนี้ได้ดีไม่ดีถึงได้เห็นก็อาจจะช็อกตายเลยก็ได้ เพราะเขานั้นผอมลงจริงๆ
ด้วยความสูงกว่า1.8 เมตรและน้ำหนัก 90 กว่าๆนี้ ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่รูปร่างที่เพอร์เฟคแต่ด้วยรูปหน้าที่มันเหมาะสมแล้ว เขาแทบไม่เหลือไขมันส่วนเกินบนใบหน้าเลย
บอกได้เลยว่าเหล่าคนอ้วนทั้งหลายนั้นมีศักยภาพซ่อนอยู่ในตัวอยู่แล้วเพราะหลังจากที่อู๋ตี้ผอมลงไปแล้วรูปร่างของเขานั้นนับว่าดูโดดเด่นและดูดีไม่หยอกเลย
อ่าทำไมกันนะ? ทำไมถึงยังไม่ลุกขึ้นอีก ทั้งๆที่ใช้ยา 9หัวใจแห่งเบโกเนียไปแล้วแท้ๆ หรือฉันกำลังจะฟื้น? ทำไมมันใช้เวลานานจังหรือว่า...จะไม่มีข่าวดีแล้วนะ?
ครั้งนี้อู๋ตี้ไม่ได้ฟื้นขึ้นในทันทีเหมือนกับที่ตอนสวนด้านหลังมหาวิทยาลัยนั้นเขายังรู้สึกเมาค้างกับสติที่เหลืออยู่น้อยนิดอยู่พร้อมๆกับฟังเสียงที่ไร้ตัวตนของระบบนั้นไปด้วย
*ปี๊ปปี๊ป ปี๊ป*
เสียงสัญญาณดังเตือนมันฟังดูร้อนรนมากๆราวกับว่าตัวระบบเองก็กำลังสับสนแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
ด้วยความเร็วระดับนี้รวมถึงเสียงที่ดังต่อเนื่องเสียงแหบพร่าของระบบก็ดังขึ้นอีกครั้ง
‘การรักษาด้วยยาหัวใจทั้ง9 แห่งเบโกเนียผิดพลาด! การรักษาไม่ได้ผล! อัพเกรดสู่ระดับ Bขั้นสุ่มเสี่ยง!คำเตือน เข้าสู่ขั้นสุ่มเสี่ยงระดับ B! ระบบอวัยวะทุกอย่างอยู่ในสภาวะเหนื่อยล้าและระดับชีวิตเข้าใกล้ 0! ตรวจพบการนับถอยหลังเข้าสู่ความตายใน 10, 9, 8,...’
แม้แต่หัวใจทั้ง9 แห่งเบโกเนียก็ไม่สามารถรักษาได้! ตอนนี้อู๋ตี้นั้นไม่เหลือตัวช่วยแล้วจริงๆ
เมื่อการนับถอยหลังจบลงนั่นหมายถึงชีวิตของอู๋ตี้ก็จะจบลงด้วย ทุกสิ่งอย่างจะกลับคืนสู่ฟากฟ้าอีกครั้ง
ฟังเสียงนับถอยหลังนั้นแล้วหัวใจของอู๋ตี้มันก็สิ้นหวังไปหมด เขากำลังจะตายลงที่นี่งั้นเหรอ? ตายเพราะมือของผู้หญิง…
ฉันไม่ยอมหรอกนะ!ยังมีอะไรอีกตั้งหลายอย่างที่ฉันต้องทำแต่ทำไม่ได้น่ะ!บนเตียงที่เป็นเหมือนจุดจบของชีวิตนี้มีเพียงสิ่งเดียวเท่านั้นที่เขาเป็นห่วงที่สุดสิ่งเดียวที่เปรียบเสมือนเป็นเงาอยู่ภายในใจ
เอ้อซีซีถ้าเป็นไปได้ ฉันอยากจะเจอเธอจัง อยากจะเจอเธอตอนนี้ เป็นครั้งสุดท้ายก็ยังดี
สติของเขามันเริ่มเลือนรางมากขึ้นเรื่อยๆราวกับว่าเขานั้นถูกโยนลงไปในทะเลสาบที่เย็นยะเยือกและดำดิ่งลงไปในเหวไร้ก้นที่ไม่รู้จะสิ้นสุดที่ใด
‘....5บังคับอัพเกรดระบบ! บังคับอัพเกรดระบบ! เริ่มระบบระดับ B! เริ่มต้นเทคโนโลยีชีวมวล เข้าสู่กระบวนการหยุดนับถอยหลังสู่ความตายและเริ่มทำการแกล้งตาย!’
ระบบนั้นกำลังทำทุกอย่างเพื่อช่วยชีวิตอู๋ตี้ไว้
เพราะไม่งั้นแล้วถ้าอู๋ตี้ตายไปจริงๆ ตัวระบบเองก็จะหายไปด้วย ดังนั้นแล้ว เพื่อตัวของมันเองด้วยระบบแลกเปลี่ยนไขมันจึงไม่ยอมปล่อยให้อู๋ตี้ตายง่ายๆเช่นนี้
รอบๆตัวของอู๋ตี้ที่นอนอยู่บนเตียงนั้นจู่ๆก็มีกลุ่มหมอกกระจายออกมาและถ้าหากมองดีๆทั้งๆที่ตอนนี้เป็นช่วงกลางฤดูร้อนแท้ๆแต่ผิวของอู๋ตี้กลับมีน้ำแข็งขึ้นมาเกาะอย่างน่าอัศจรรย์
มันเหมือนกับว่าอู๋ตี้นั้นถูกแช่ไว้ในช่องฟรีซเลยและเพราะน้ำแข็งพวกนี้เองมันจึงมีหมอกขาวๆซึ่งแท้จริงเป็นไอเย็นลอยออกมาปกคลุมรอบบริเวณนั้นด้วย
ถึงแม้ว่าร่างกายจะถูกเยือกแข็งแต่สติของอู๋ตี้นั้นก็กลับฟื้นขึ้นมาอีกครั้งความรู้สึกที่เหมือนกำลังดำดิ่งลงไปนั้นได้หายไปแล้วและเสียงของระบบที่ดังอยู่ในหูเขามันก็เริ่มชัดขึ้นมา
‘เปิดระบบแกล้งตายด้วยการแช่แข็งพร้อมๆกับระบบอื่นๆที่อยู่ในมาตรการการยื้อชีวิตระบบฉุกเฉินระดับ B การเลือกทุกอย่างจะเป็นแบบอัตโนมัติ ทางเลือกที่ 1 ยา เลือกยาวิญญาณคืนกลับ และ ไข่เค็มพิเศษที่หมักนานกว่า 9981 วันผลลัพธ์ของมันนั้นจัดว่าดีและช่วยเติมเต็มจิตวิญญาณได้ ตราบใดที่ยังมีลมหายใจไม่ว่าจะยังไงก็จะฟื้นขึ้นมาได้อีกครั้ง!’
ระบบนี้มันจะทรงพลังมากไปแล้ว!นอกจากนั้นยังดูเหมือนว่ามันจะซ่อนความสามารถที่ยิ่งใหญ่ค้ำฟ้าไว้อีกด้วยได้ยินดังนั้นอู๋ตี้ก็เริ่มโล่งอก ดูเหมือนว่าเขานั้นจะปลอดภัยแล้วไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม
‘ติ๊ด การแลกเปลี่ยนผิดพลาด! ยาวิญญาณคืนกลับใช้ไขมัน 25 กิโลกรัมในการแลกเปลี่ยนตอนนี้ไขมันเหลือเพียง 12.5 กิโลกรัมเท่านั้นซึ่งทำให้ไม่เพียงพอต่อการแลกเปลี่ยน! ยกเลิกการแลกเปลี่ยน! ยกเลิกโดยอัตโนมัติ!’
ถ้าตอนนี้อู๋ตี้เป็นปกติเขาคงจะกระโดดก่อนจะโดนสาปส่งให้ตกลงไปกลางถนนไปแล้ว
ไอ้บ้าเอ๊ย!ถ้ามีทางเลือกที่ดีขนาดนี้อยู่ทำไมไม่ใช้ตั้งแต่แลก ฮะ! ก่อนหน้านี้ก็ดันแลกเอายาหัวใจทั้ง 9 แห่งเบโกเนียมาแล้วใช้ไม่ได้ผลอยู่เลย!แบบนี้ฉันเหลืออะไรเลือกบ้างน่ะ ฮึ่ม!
ในตอนนี้แม้แต่หนทางที่จะช่วยชีวิตเขาได้นั้นก็ยังใช้ไม่ได้เพราะว่าอ้วนไม่พอ...นี่เขาจะตายแบบนี้จริงๆเหรอ?
แต่เดิมแล้วเขาควรจะรอดเพราะหัวใจทั้ง9 แห่งเบโกเนียนั้นใช้ไขมัน 15 กิโลกรัม และถ้ามารวมกับ 12.5 กิโลกรัมที่เหลือนี้เขาก็จะมีอยู่ถึง 27.5 กิโลกรัมให้ใช้เลย แต่เพราะไอ้วิธีแรกนั้นมันไม่ได้ผลโอกาสมันจึงไม่เหลืออีกต่อไปแล้ว
ยิ่งคิดก็ยิ่งโกรธอยากจะบีบคอไอ้ระบบทึ่มนี่ซะจริง!
นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตเลยที่อู๋ตี้นั้นอยากจะอ้วนให้มากกว่านี้อย่างน้อยก็อยากให้พอกับการแลกเปลี่ยนเอายาวิญญาณคืนกลับเพื่อมาช่วยชีวิตของเขาเอง
อย่างไรก็ตามทุกอย่างมันกลับตาลปัตรกับสิ่งที่เขาขอมันไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากนอนฟังระบบนั้นต่อว่าจะทำอย่างไรต่อไป
นี่มันเป็นอะไรที่ไร้ซึ่งพลังสุดๆชะตาชีวิตของเขานั้นไม่ได้ถูกกำหนดโดยเขาอีกต่อไป มันกลายเป็นว่าถูกกำหนดโดย“ระบบ” จากที่ไหนก็ไม่รู้
‘การรักษาวิธีแรกผิดพลาดเข้าสู่วิธีที่สองหลังจากการสืบค้น ยึดตามการทดลองระบบชีวมวลในร่างกายจะกลับมาทำงานใหม่ได้อีกครั้งหลังจากผ่านการช็อตไฟฟ้าระบบตรวจเจอทางเลือก การช็อตไฟฟ้า...’
ได้ยินดังนั้นอู๋ตี้ก็รู้สึกหนาวสั่นพร้อมเหงื่อแตกพลั่กไปทั้งตัวเลย
อะไรนะ? ช็อตไฟฟ้า!?