ตอนที่ 27 สิ้นสุดสงคราม เมืองเซนต์จูรี่ VSเมืองแซนดี่
การที่อากอร์นอนุญาตให้แรมโบ้วิลเลี่ยมและฮอล์สันนำกองทัพม้าดำออกไปสู้ในครั้งนี้นั้นก็เพราะว่าเขาอยากให้กองทัพนี้แสดงอานุภาพให้ทุกคนได้รับรู้และเพื่อเป็นการเพิ่มประสบการณ์ให้กับพวกทหารใหม่ที่พึ่งเข้าร่วมด้วย......
เพราะการฝึกแต่ในสนามซ้อมนั้นจะไปสู้กับการได้ต่อสู้ในสนามรบจริงได้อย่างไรดังนั้นแล้วอากอร์นจึงได้อนุญาตให้กองทัพม้าดำเคลื่อนพลได้......
หลังจากที่อัศวินเดือดทั้งสามนำทัพม้าดำพ้นออกจากประตูเมืองไปแล้วประตูเมืองก็ถูกปิดในทันทีเพื่อป้องกันไม่ให้มีใครอื่นเข้ามาส่วนกองทัพม้าดำนั้นพวกเขาได้วิ่งตรงไปยังกองทัพที่กำลังถอยอย่างกระหายเลือดและเพียงไม่นานพวกเขาก็ตามมาได้ทันและเข้าปะทะในทันที.....
ฮี่!!
สวบ!! สวบ!!สวบ!!
หอกยาวในมือของทหารม้าได้แสงไปด้านหน้าของพวกเขาและแทงเข้าไปที่ร่างของทหารที่กำลังวิ่งหนีอย่างสุดชีวิตส่วนม้าดำนั้นขาของมันได้กระแทกไปที่โล่ ที่ทหารฝ่ายศัตรูถืออยู่อย่างแรงจนทำให้โล่หลุดไปจากนั้นทหารม้าที่อยู่ถัดมาก็แทงหอกออกไป.......
อ้า!!! อ้า!!!อ้า!!
เพียงพริบตาเดียวทหารที่กำลังถอยหนีอยู่นั้นก็ถูกสังหารไปถึงห้าร้อยกว่าคนแล้วและกำลังถูกสังหารเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ไม่หยุดแม้แต่หัวหน้ากองทัพทะลวงฟันยังถูกวิลเลี่ยมตัดหัวและยกขึ้นมาโชว์ให้กับโลแกรนได้ดูอย่างไม่เกรงใจ......
“ไอ้พวกสารเลว!!วันนี้ข้าขอสู้ตาย!!”ทันทีที่หัวของหัวหน้ากองทัพทะลวงฟันถูกยกขึ้นมาโชว์เสียงร้องตะโกนของชายวัยกลางคนคนหนึ่งที่อยู่ข้างๆกับโลแกรนก็ได้ดังขึ้นมาอย่าโกรธเกรี้ยวและดุร้ายเป็นอย่างมาก นั้นก็เพราะว่าหัวหน้ากองทัพทะลวงฟันนั้นเป็นเพื่อนสนิทของเขา.....
“ทุกคนอย่างพึ่งวู่วามตอนนี้เราเสียทหารไปมากกว่าครึ่งแล้วยังไงสงครามในครั้งนี้เราก็ไม่อาจจะสู้ได้อีกต่อไปพวกเราประเมินความแข็งแกร่งของศัตรูต่ำเกินไปผลที่ออกมาจึงทำให้พวกเราพ่ายแพ้ย่อยยับเช่นนี้และข้าในฐานะแม่ทัพใหญ่บัญชาการรบในครั้งนี้ขอสั่งให้ทหารทุกคนถอนกำลังกลับเมื่อแซนดี่ได้ข้าจะไม่ยอมเสียใครไปอีกโดยไม่จำเป็น”
โลแกรนตัดสินใจแล้วว่ากองกำลังที่เหลือของเขาไม่อาจที่จะสู้กับอีกฝ่ายได้อีกต่อไปแล้วเพียงแค่การบุกในครั้งแรกที่ยังไม่เกินชั่วโมงพวกเขาก็สูญเสียกำลังทหารไปถึงสี่พันกว่าคนดังนั้นแล้วเขาจึงได้ตัดสินใจที่จะถอนกำลังกลับเมืองแซนดี่โดยไว......
แต่โอกาสนั้นมันกลับไม่มีให้เขาเพราะในตอนนั้นเองก้อนหินขนาดใหญ่จำนวนมากกว่าสิบก้อนก็ได้ลอยออกมาจากหลังกำแพงเมืองและพุ่งมาที่ค่ายของเขาอย่างรวดเร็วก่อนจะตกลงสู่พื้นดินที่มีทหารจำนวนมากยืนอยู่ทำให้ทหารหลายสิบนายถูกก้อนหินทับจนร่างกายแตกกระจายไปหมด.....
ซึ่งเหตุการณ์นี้ทำเอาหัวหน้ากองทหารราบที่กำลังอยู่ในอารมณ์โกรธกลายเป็นโกรธมากกว่าเก่าและลืมเลือนคำสั่งก่อนหน้านี้ของโลแกรนไปจนหมดสิ้นเขาได้สั่งการทหารในหน่วยของเขามากกว่าห้าร้อยนายวิ่งตรงออกไปต่อสู้กับทหารม้าดำในทันที......
อ้า!!!
“ฆ่าพวกมันให้หมดให้พวกมันชดใช้กับสิ่งที่พวกมันทำกับพี่น้องเรา!!”
โอ้ววววว!!
“หึ!!มากันให้เยอะๆ เลยไอ้พวกแมลงเม่า” แรมโบ้พูดขึ้นด้วยเสียงที่ฟังดูน่าขนลุกหลังจากที่เขาเห็นหัวหน้ากองกำลังทหารราบพาคนวิ่งออกมาซึ่งหัวหน้ากองทหารราบนั้นอยู่เพียงระดับปฐพีขั้นที่หนึ่งเท่านั้น แต่แรมโบ้วิลเลี่ยมและฮอล์สัน พวกเขาล้วนอยู่ขั้นที่สองแล้ว......
“จัดขบวนหัวหอก!!”
พรึบ!!
กรุบกรับ!!กรุบกรับ!!
ทหารม้าดำทั้งสองพันนายจัดตั้งขบวนทัพตามแบบที่แรมโบ้สั่งในทันทีซึ่งทั้งหมดใช้เวลาในการจัดกระบวนทัพเพียงแค่ครู่เดียวเท่านั้นและเมื่อจัดเสร็จแล้วแรมโบ้ก็เป็นคนนำหน้ากระบวนทัพปลายหอกนี้เองในทันที.....
กรุบกรับ!!กรุบกรับ!!
กรุบกรับ!!กรุบกรับ!!
เสียงฝีเท้าม้าทั้งสองพันกว่าตัวได้ดังขึ้นอย่างเป็นจังหวะราวกับเป็นขบวนพาเลสจัดแสดงโชว์ที่ได้มีการซ้อมมาอย่างดีพุ่งเข้าไปใส่หัวหน้ากองทหารราบและทหารที่ตามหลังมาทั้งห้าร้อยนาย.....
ส่วนโลแกรนนั้นเขาคิดที่จะห้ามชายวัยกลางคนเอาไว้แต่ก็ไม่ทันแล้วเพราะเขาได้พาทหารวิ่งออกไปไกลเกินไปแล้วสถานการณ์ในตอนนี้มันย่ำแย่มากเขาไม่ต้องการให้มีการสูญเสียไปมากกว่านี้อีกแล้วแต่เขาก็ไม่อาจที่จะละทิ้งหัวหน้ากองทหารราบไปได้.....
“ทหารทั้งหมดพวกเจ้าพร้อมที่จะสู้ตายกับข้าหรือไม่!?”
“พวกเรายินดีสู้ตายเคียงข้างท่าน!!”
“จะไม่มีใครพรากพวกเราไปจากกันได้!!”
“ข้าขอติดตามท่านแม่ทัพโลแกรน!!”
“แด่ท่านแม่ทัพโลแกรน!!”
“แด่ท่านแม่ทัพโลแกรน!!”
เสียงร้องตะโกนอย่างฮึกเหิมของทหารที่เหลืออยู่ทั้งสี่พันห้าร้อยนายดังขึ้นโดยมีโลแกรนเป็นศูนย์กลางของทหารทั้งหมดเรเว่นที่เห็นว่าโลแกรนพร้อมกับจะทุ่มเต็มกำลังแล้วเขาก็ไม่รอช้ากระโดดลงจากกำแพงขึ้นม้าสีดำตัวใหญ่ของเขาในทันที.....
ซึ่งม้าของเรเว่นนั้นเป็นสัตว์ร้ายอย่างแท้จริงไม่ใช้แค่ม้าสายเลือดผสมเหมือนของทหารทั่วไปม้าขอเขาสวมใส่ชุดเกราะหนามเอาไว้ครบเกือบทุกส่วนของร่างกายของมัน และกล้ามเนื้อขาของมันก็ใหญ่มากด้วยบวกกับดวงตาที่เป็นสีแดงฉานจึงทำให้มันดูน่ากลัวยิ่งขึ้น......
และเมื่อเรเว่นควบม้าของเขาออกจากกำแพงเมืองเขามุ่งตรงไปเข้าร่วมกับกลุ่มของแรมโบ้และกองทัพม้าดำในทันทีซึ่งในตอนนี้ขบวนปลายหอกของแรมโบ้ได้เข้าปะทะกับหัวหน้ากองทหารราบของเมืองแซนดี่เรียบร้อยแล้วและได้บดขยี้ทหารทั้งห้าร้อยนายและหัวหน้ากองเป็นที่เรียบร้อย......
สงครามในครั้งนี้ดูท่าจะจบลงเร็วกว่าที่ทุกคนคิดเอาไว้มากเพราะทหารฝ่ายศัตรูล้วนตายด้วยสิ่งประดิษฐ์ของนายช่างใหญ่ไปจำนวนมากเลยทำให้กระแสของสงครามเปลี่ยนไปเป็นจบเร็วขึ้นกว่าเดิมบวกกับโลแกรนตัดสินใจที่จะทุ่มหมดตัวในครั้งนี้ด้วย......
จากมุมมองของทหารเก่าแล้วพวกเขารู้สึกเสียดายอย่างมากที่ไม่ได้มีส่วนร่วมในการรับผลงานการต่อสู้ครั้งนี้แต่สำหรับทหารใหม่ๆ แล้วพวกเขาคิดว่ามันเป็นโชคดีของพวกเขามากๆเพราะพวกเขาจะได้มีต้องไปเสี่ยงอันตรายในการต่อสู้......
ย้า!!!
เพ้ง!! เพ้ง!!เพ้ง!!
อ้า!!
สวบ!! ฉึบ!!สวบ!!
การปะทะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วทั้งกองทัพม้าดำและกองทัพของเมืองแซนดี่และเพียงแค่เริ่มการปะทะกองทัพของเมืองแซนดี่ก็ล้มตายเป็นจำนวนมากส่วนกองทัพม้าดำนั้นไม่มีใครที่เป็นอะไรเพราะพวกเขาใช้ข้อดีของม้าที่วิ่งเคลื่อนที่ไวเปลี่ยนทิศทางอย่างฉับพลัน.....
ทำให้กองทัพของเมืองแซนดี่ไม่อาจที่จะโต้ตอบการพุ่งชนของกระบวนทัพปลายหอกได้ทันและในตอนที่กองทัพเมืองแซนดี่จะวิ่งไล่ตามนั้นกองทัพม้าดำระลอกที่สองก็วนกลับมาพอดีและพุ่งใส่ทหารราบแนวหน้าจนแตกกระเจิงไปเลย.....
“อย่างแตกกลุ่มจัดตั้งกระบวนทัพสี่เหลี่ยม!!”โลแกรนที่พยายามหยุดยั้งแรมโบ้กับวิลเลี่ยมเอาไว้ได้ตะโกนสั่งกองทัพของเขาให้รีบเปลี่ยนกระบวนทัพต่อสู้ใหม่ในทันที.....
พรึบ!!
ทหารทั้งหมดที่ยังเหลืออยู่ของเมืองแซนดี่ได้รีบเปลี่ยนกระบวนทัพตามที่โลแกรนสั่งในทันทีซึ่งกระบวนทัพสี่เหลี่ยมนี้มีข้อดีมากในการป้องกันทัพม้าเพราะเมื่อทัพม้าบุกเข้ามาพวกเขาจะแหวกทางเปิดให้ทัพม้าวิ่งเข้ามาและทำการปิดประตูตีแมวทันที......
“หึ!!คิดว่าจะใช้กระบวนทัพแบบนั้นจัดการกับทัพม้าดำของพวกเราได้อย่างนั้นรึ? ทั้งหมดจัดทัพลูกข่างและทำลายพวกศัตรูให้สิ้นซาก!!”
โอ้ววว!!
หลังจากได้รับคำสั่งจากแรมโบ้แล้วกองทัพม้าที่นำโดยฮอล์สันก็ทำการเปลี่ยนกระบวนทัพของพวกเขาในทันทีเป็นกระบวนทัพลูกข่างที่ให้ทหารม้าทั้งหมดวิ่งต่อกันสองแถวและวิ่งวนรอบศัตรูพร้อมกับแทงหอกออกไปใส่ศัตรูและเมื่อมีช่องโหว่ก็จะทำการพุ่งเข้าไปทำลายศัตรูทันที......
“มัวแต่ไปสนใจคนอื่นสนใจตัวเองก่อนดีกว่ามั้ง!!” วิลเลี่ยมที่อยู่ข้างๆ ส่งเสียงพูดขึ้นพร้อมกับเหวี่ยงอาวุธของเขาใส่โลแกรนอย่างหนักหน่วง.......
ปัง!!
ชิ!!
“เพียงแค่พวกเจ้าสองคนยังไม่อาจล้มข้าได้หรอก”โลแกรนรับการโจมตีของวิลเลี่ยมได้อย่างสบายๆพร้อมกับปัดป้องออกไปได้และถอยหลังออกมาตั้งท่าเตรียมพร้อมแต่ในขณะนั้นเองโลแกรนก็สัมผัสได้ถึงรังสีพลังที่รุนแรงจากด้านหลังของเขา.....
หวืดดดดด!!
เพ้ง!!
อั๊ก!!
ด้วยประสบการณ์การรบที่มีมาอย่างยาวนานโลแกรนจึงสามารถหันกลับไปรับดาบที่ฟันเข้ามาได้ทันทันทีที่เขาสัมผัสได้ถึงรังสีเมื่อครู่นี้แต่ถึงเขาจะรับได้แต่มันก็ไม่อาจที่จะรับได้ทั้งหมดทำให้เขาได้รับบาดแผลเล็กน้อยที่หัวไหล่ของเขา.....
ซึ่งคนที่โจมตีเข้ามานั้นก็คือเรเว่นที่ตามมาสมทบนั้นเองทันทีที่เขามาถึงเขาก็พุ่งเข้าใส่โลแกรนในทันทีและเขารู้ว่าอีกฝ่ายก็คงจะรู้ตัวแน่แต่ถึงอย่างนั้นด้วยระดับพลังที่ห่างกันอยู่มันจึงให้โลปกรนเป็นผู้แพ้ในการรับดาบของเขา.....
“เยี่ยมมากสามารถรับดาบของข้าได้ข้าเรเว่นขอนับถือเจ้าเลย” เรเว่นกล่าวพร้อมกับแสดงสีหน้าเคารพและชื่นชมต่อโลแกรนจากนั้นก็ยกดาบของเขาขึ้นมาและทำการฟันต่อ.....
เพ้ง!! เพ้ง!!เพ้ง!!
ทุกดาบที่เรเว่นฟันลงไปนั้นโลแกรนสามารถรับมันได้ทั้งหมดเลยแต่ยิ่งนานไปแขนที่เคยแข็งแกร่งและทนทานกับรู้สึกได้ถึงความชาที่เจ็บปวดที่เข้ามาแทรกเพราะบาดแผลที่เขาได้รับก่อนหน้านี้บวกกับกำลังแขนของเรเว่นที่มากกว่า.......
ส่วนกองทัพของเมืองแซนดี่นั้นตอนนี้กระบวนทัพสี่เหลี่ยมได้ถูกกองทัพม้าดำตีแตกไปแล้วด้วยกระบวนทัพลูกข่างที่ทรงพลัง ที่เหลืออยู่ก็เพียงแค่ทหารไม่กี่ร้อยคนเท่านั้นซึ่งพวกเขาทั้งหมดต่างก็ยอมจำนนและวางอาวุธหมดแล้ว.....
เพ้ง!! เพ้ง!!เพ้ง!!
ฟิ้ววววว!!
ตุบ!!
“การต่อสู้ครั้งนี้มันจบแล้วแม่ทัพโลแกรน!!”เรเว่นพูดในขณะที่เขาเอาดาบพาดไปที่คอของโลแกรนหลังจากที่เขาปัดดาบของโลแกรนจนปลิวกระเด็นออกไป.....
ตุบ!!