เสี่ยวเทียนตื่นมาตอนตีห้าฟ้ายังไม่แจ้งเห็นศิษย์พี่ยืนรออยู่หน้ากระโจมพร้อมออกเดินทางแล้ว เสี่ยวเทียนเลยต้องลุกออกตามไป
“ ศิษย์พี่ จะลุกออกมาทำไมแต่เช้า คนอื่นยังไม่ตื่นกันเลย”
“ ไปเถอะน่า ตื่นแต่เช้าจะได้เห็นแสงอาฑิตย์ก่อนใครนะ” ศิษย์พี่สามเอ่ยจบก็เดินนำหน้าไปจุดนัดพบทันที
“ แล้วจะเห็นไปเพื่ออะไรอ่ะ?” เสี่ยวเทียนสงสัยจริงๆ
แล้วทั้งหมดก็มาพบกันที่จุดนัดพบเพื่อออกเดินทางไปที่เหวน้ำแข็งโบราณ ทั้งหมดเดินทางผ่านภูเขาหิมะ ไปสามสี่ลูก เรือเหาะไม่สามารถบินได้ เพราะว่ามีลมหิมะพัดมา เป็นก้อนๆ เกือบจะเรียกพายุหิมะได้เลย
ในที่สุดทุกคนก็มาถึงเหวน้ำแข็งโบราณ ด้านหน้าเป็นหน้าผาน้ำแข็ง ศิษย์พี่โยนหินลงไปเพื่อทดสอบความลึก พอสัมผัสได้ก็หันมาบอกกับฟางอี้หลินหัวหน้า
“120 เมตร ไม่ลึกมากพวกเราสามารถ ลงไปได้อย่างสบาย ข้าจะลงไปก่อนหากไม่มีปัญหา ข้าจะยิงพลุไฟออกมา พวกเจ้าค่อยลงไปนะ” ศิษย์พี่สามเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนเป็นพิเศษ
“ อาจารย์ ข้างล่างมีอันตรายไหม”
“ เจ้าไม่ต้องห่วง ลงไปเลย ข้าคิดว่า พวกคนบงการเรื่องนี้ พวกมันก็อยู่ข้างล่าง ข้าจะจับเจ้าสัตว์ประหลาดตัวมาเป็นสัตว์วิญญาณคุ้มครองให้เจ้าเอง” อาจารย์ลู่เอินบอกจะจับสัตว์ยักษ์มหึมาตัวนี้ มาเป็นสัตว์วิญญาณ เสี่ยวเทียนถึงกับตกใจ
เสี่ยวเทียนก็เรียกเมฆขาวออกมาแล้วร่อนลงไปในทันที ไม่รอใครทั้งสิ้น ส่วนศิษย์พี่สามก็ขี่กระบี่ พุ่งร่าง ตามลงไปเช่นกัน และยังมีหลวงจีนก็กางจีวรร่อนลงตามมาด้วยอีกสองคน พอไปถึงพื้นด้านล่าง ก็จุดชุดไฟสว่าง ก็มองว่าปลอดภัย จึงยิงพลุขึ้นฟ้า เพื่อบอกว่าปลอดภัย ลงมาได้กันได้
“ ศิษย์พี่ มีค้างคาวหิมะแอบอยู่เป็นจำนวนมาก ระวังตัวด้วย” เสี่ยวเทียนสัมผัสได้ถึง ถ้ำค้างคาวหิมะ ที่ฝังตัวอยู่ด้านข้างหุบเหวหิมะ ทำให้ศิษย์พี่เป็นห่วงคนที่กำลังลงมา โดยเฉพาะฟางอี้หลิน แต่ไม่ทันแล้ว ค้างคาวหิมะ พุ่งร่างออกจากในถ้ำทั้งสองฝั่งกลายเป็นกลุ่มก้อนคล้ายเมฆก้อนใหญ่ คนที่บินลงมา เริ่มถูกพวกมันชนใส่ ร่างกายเหลือแต่กระดูก ถูกกลืนกินไปในทันที
ศิษย์พี่สาม เหยียบกระบี่พุ่งเข้าไปจัดการกับ ค้างค้าวหิมะทันที เสี่ยวเทียนปล่อยพลังจิตอสูร เพื่อลองควบคุมจิตค้างคาวหิมะพวกนี้ โดยเริ่มดึงพลังจิตนางพญาควายป่าออกมาจุดเก็บพลัง แล้วปล่อยกระจายออกไปทั่ว ทำให้เกิดสภาวะจิตแปลกๆ ทำให้คนรอบข้าง โดยเฉพาะหลวงจีน สำนักเทียนเฉิง ต้องถอยห่างจากเสี่ยวเทียน สภาวะจิตของเสี่ยวเทียนพุ่งเข้าใส่ฝูง ค้างคาวหิมะ นับพันนับหมื่น ทำให้พวกมันหยุดนิ่ง แล้ว บินถอยกลับไปที่ถ้ำประจำของมันไม่ออกมาอีกเลย สร้างความตกใจ ให้กับทุกคนยิ่งนัก เสี่ยวเทียนลืมตาขึ้น แล้วเก็บพลังจิตอสูรกลับเข้าที่ทันที
“ เด็กน้อย เจ้ายังเด็กเท่านี้ กับฝึกวิชามาร จนเข้าถึงสภาวะมหาจิต เรื่องนี้หากรอดไปได้จากปราบมารครั้งนี้ ข้าคงต้องเชิญเจ้าไปเป็นแขกที่สำนักเทียนเฉิง เพื่อคุยกับเจ้าอาวาสหน่อยแล้ว” หลวงจีนท่าทางเคร่งครัดวินัยคนหนึ่งเอ่ยกับเสี่ยวเทียน
“ ไม่มีปัญหา แต่ว่าสภาวะมหาจิตนี่คืออะไร” เสี่ยวเทียนสงสัย
“ เด็กน้อย ไว้ไปถึงสำนักข้าจะสอนเจ้าทั้งหมด ต่อไปเจ้าก็จะได้เรียนรู้วิถีทางธรรมจากสถาบันสงฆ์ เพื่อควบคุมพลังสภาวะจิตทั้งหลายเหล่านี้”
“ เสี่ยวเทียนคิดว่า ถ้าไปคงต้องถูกจับโกนผมเป็นหลวงจีนน้อยแน่ เลยคิดว่าไม่ไปเด็ดขาด” พอทุกคนลงมาจากบนหน้าผาหมด ก็เริ่มแยกกันสำรวจ เพราะว่าพื้นด้านล่างนี้กลับมีพื้นที่ขยายออกไปอีกมากมาย หลวงจีนโยนลูกประคำขึ้นฟ้า แล้วมันก็นำทางทุกคนไป หาเจ้าสัตว์ประหลาด ที่กำลังหลับอยู่ไม่เคลื่อนไหว
ณ วังศักดิ์สิทธิ์
“ เรียนท่านเจ้าวัง มียอดฝีมือ จากสี่สำนักลงมาด้านล่างแล้ว พวกเราจะทำอย่างไรดี ค้างคาวหิมะ ก็ไม่รู้กลัวอะไร พวกมันหนีกลับเข้าไปในถ้ำกันหมด”
“ ฮึ่ม รนหาที่ตาย พวกเจ้านำ ลูกแก้วสุริยัน ไปให้จ้าวอสรพิษกิน ไม่ต้องรอให้มันโตกว่านี้แล้ว ปลุกมันให้ตื่น แล้วไปจัดการกับมนุษย์โลกเลย ช่วงที่รอมันตื่น พวกเจ้าปล่อยภูติหิมะทั้งหมด ไปช่วยสกัดพวกมันเอาไว้ก่อน” เจ้าวังศักดิสิทธิ์สั่งการออกไป
ส่วนเหล่าศิษย์ของสี่สำนัก ก็เคลื่อนไหวตามลูกประคำมา ก็เผชิญหน้ากับ สัตว์ร้ายหน้าตาแปลกประหลาด มีทั้ง หมาป่าสีขาว ตาเขียว และ ปีศาจคล้ายมนุษย์แต่ร่างกายกลับมีแต่ขนหนาปกคลุมร่างมีเขี้ยวตัวใหญ่ นับร้อยตน บุกเข้าใส่กองกำลัง
ทั้งสี่สำนัก แล้วการต่อสู้ตะลุมบอนก็เกิดขึ้น โดยศิษย์พี่สาม ยืนต่อสู้อยู่เคียงข้างฟางอี้หลินตลอดไม่ห่างไปไหน ไม่สนใจเสี่ยวเทียน ที่ลอยตัวกลางอากาศกำลังมองเข้าไปที่ลึกสุดด้านใน พบเห็นร่างอสรพิษตัวหนึ่ง ร่างมันใหญ่โตมาก จนไม่เห็นหัวเห็นหางมัน แค่ลำตัวยังมองไม่เห็นเลยว่ามัน มีขนาดใหญ่ขนาดไหน
“ อาจารย์ ท่านจะจัดการมันยังไง ตัวมันใหญ่ขนาดไหนยังไม่รู้เลย”
“ อย่าเพิ่งใส่ใจ ช่วยเหล่าศิษย์ของสี่สำนักนี้ก่อน แล้วค่อยเข้าไปจัดการกับมัน”
อาจารย์ลู่เอินสั่งให้จัดการกับ ฝูงปีศาจหิมะเหล่านี้ก่อน
เสี่ยวเทียน เริ่มใช้หมัดพลังหมัดมฤตยู ยักษ์เข้าใส่เหล่าปีศาจหิมะ แต่ละตัวไม่ทันได้เข้าใกล้ ก็ถูกอัดด้วยหมัดเงาสังหาร ร่างแตกกระจายตายไปทีละสิบตัว ไม่นานก็ถูกเสี่ยวเทียนไล่อัดจนแตกกระเจิง ตายไปจนหมด แล้วทุกคนก็บุกเข้าไปตามลูกประคำนำทางต่อ แต่ว่าไม่ทันที่จะเข้าไป ก็เกิดแผ่นดินไหวอย่างแรง
“ ทุกคนรีบขึ้นไปบนหน้าผา เร็ว” ฟางอี้หลินส่งเสียงสั่งทุกคน เพราะว่าเวลานี้ หน้าผาน้ำแข็ง แตกกระจายหล่นลงมามากมาย ทั้งหมดขี่กระบี่บินหนีขึ้นไปบนหน้าผาทันทีเพื่อความปลอดภัย
“ อาจารย์เราเอายังไงต่อดี”
“ บุกต่อไป” อาจารย์ลู่เอินสั่งให้เสี่ยวเทียนบุกเข้าไปต่อ
เสี่ยวเทียนก็พุ่งร่างเข้าไปต่อโดยไม่หวาดหวั่น แม้หินน้ำแข็ง จะตกลงมาก็ไม่อาจกระทบร่างของเสี่ยวเทียนได้ ถูกเกราะเพชร ทำลายกระเด็นออกไปจนหมด แล้วยังไม่ทันเข้าไปที่ส่วนหัวของจ้าวอสรพิษตัวนี้ ร่างกายของมันก็ดันตัวเสี่ยวเทียนพุ่งขึ้นมาจากเหวลึก ร่างของงูยักษ์เริ่มปรากฏร่างออกมา ตัวของมันยาวจนสุดสายตา ความหนาของมันก็ใหญ่ยิ่งกว่าภูเขาหลายสิบลูก มันขยับตัวขึ้นมาบนพื้นดิน ภูเขาน้ำแข็งถูกร่างมันบดละเอียดหายวับไปหลายลูก หากว่าตัวมันเข้าเมือง แค่เลื้อยผ่านเมืองไหน เมืองนั้นคงราบเป็นหน้ากลองทันที
“ รีบเข้าไปที่ส่วนหัวของมัน” อาจารย์ลู่เอินพาร่างของเสี่ยวเทียนพุ่งหายวับไปในทันที พอมาถึงส่วนหัวของมันก็ตอกใจยิ่งนัก เพราะหัวมันใหญ่กว่ภูเขารวมกันหลายสิบลูกซะอีก
“ อาจารย์ มันใหญ่เกินไปแล้ว”
“ นี่มันยังเป็นเด็กอยู่นะเนี่ย หากมันโตเต็มวัย โลกใบนี้ได้ถูกมันกลืนกินไปแล้ว”
เสี่ยวเทียนมองด้วยความตกใจ
“ ใหญ่ขนาดนี้ ยังเรียกว่ามันยังเด็กอีกหรือนี่ หากว่ามันโตเต็มที่มันจะขนาดไหนกันนะ” แล้วอาจารย์ก็มาถึงหัวของมัน แล้วอาจารย์ลู่เอินก็พุ่งตัวออกมาจากเสี่ยวเทียน แล้วฟาดฝ่ามือยักษ์กระแทกร่างของ จ้าวอสรพิษดับตะวันตัวนี้ ตูม !
งูยักษ์ตัวนี้ พอถูกกระแทกเข้าไป งูยักษ์ก็เริ่มสั่นไปทั้งตัว แผ่นดินก็เริ่มสั่นสะเทือน
ไปทั่วพิภพ แล้วร่างจ้าวอสรพิษยักษ์ดับตะวันตกนี้ ก็ค่อยๆ หดตัวเล็กลงไปเรื่อยๆ
สร้างความตื่นตะลึงให้กับเสี่ยวเทียนยิ่งนัก แล้วสุดท้ายงูยักษ์ดับตะวันตัวนี้ ร่างมันก็หดเหลือแค่ไม่ถึง 6 นิ้ว ลำตัวของมันใสแจ๋ว ตาโต บินไปมารอบๆ อาจารย์ลู่เอิน กับเสี่ยวเทียน
“ อาจารย์ท่านทำอะไรกับมันเนี่ย” เสี่ยวเทียนยกมือเข้าไปหามัน มันกลับพุ่งร่างเข้ามารัดตัวเสี่ยวเทียน แล้วแลบลิ้นเลียตัวของเสี่ยวเทียน ทำให้เสี่ยวเทียนรู้สึกดีกับมัน
“ ข้าใช้พลังวัฏสงสาร ทำให้มันย้อนเวลากลับไปที่ร่างดั่งเดิมของมันตอนอยู่ในไข่
เวลานี้มันไม่เป็นอันตรายต่อโลกใบนี้อีกแล้ว แต่มันยังมีพลังของจ้าวอสรพิษดับตะวันอยู่ มันเข้าหาเจ้าเป็นคนแรก มันคิดว่า เจ้าเป็นแม่มันแล้ว “
“ อาจารย์มันน่ารักดี ข้าตั้งชื่อมันได้ไหม” เจ้างูน้อยเลื้อยไปมารอบตัวของเสี่ยวเทียน
“ ได้ซิ”
“ เอ มันเป็นตัวผู้ หรือ ตัวเมียกันแน่?”
“ มันเป็นสัตว์สองเพศ เจ้าตั้งแบบไหนก็ได้” อาจารย์ลู่เอินตรวจสอบภายในร่างงูน้อยก็อดแปลกใจไม่ได้ ที่รู้ว่ามันไม่มีเพศสภาพ
“ อืม ข้าตั้งชื่อให้เจ้าว่า ตงตง ก็แล้วกันนะ” งูน้อยมองหน้าเสี่ยวเทียนแล้วผงกหัวอย่างดีใจ ที่มีชื่อ แล้วมันก็เข้าไปซุกตัวในอกของเสี่ยวเทียน
ในวังศักดิ์สิทธิ์
“ อะไรนะ มีคนทำให้จ้าวอสรพิษกลายเป็นงูดินไปแล้วรึ?” เจ้าวังศักดิ์สิทธิ์กำหมัดด้วยความโกรธแค้น
“ ใช่แล้ว คนที่ทำเช่นนี้ เป็นแค่เด็กน้อยวัย เพียง 7 ขวบเท่านั้น”
“ พวกเรารีบออกไป ต้องรีบนำจ้าวอสรพิษกลับมาให้ได้ ถึงมันจะกลับเป็นงูตัวน้อย
แต่เผ่าพันธุ์ ทำลายโลกมาแล้วมากมาย จะปล่อยให้เด็กน้อย เอาไปเลี้ยงเป็นแมวเป็นหมาอย่างนั้นได้อย่างไร ถึงเวลาที่พวกเจ้า ต้องลงมือเองแล้ว ข้าแต่เทพแห่งรัตติกาล ได้โปรดลงมาช่วยให้ข้าแก้ไข เรื่องนี้ด้วยเถิด” เจ้าวังก้มลมกราบ
ที่แท่งศิลารูปปิรามิดสีดำ ด้านบนมีหยกชิ้นหนึ่งฝังเอาไว้บนแท่นปิรามิดสีดำ ที่แท้ แท่งหยกนี้คือ หยกมังกรฟ้านี่เอง
แสงออกจากแท่นปิรามิดส่องประกายสีดำทมิฬออกมาสาดใส่ คนของเจ้าวังทั้งหมด ทำให้เหล่าสาวกกลับมีพลังมากขึ้นกว่าเดิมถึงสองเท่า
“ ไปได้แล้ว นำจ้าวอสรพิษดับตะวันกลับมาให้ได้” เจ้าวังศักดิ์สิทธิ์ ตะโกนบอกออกไป แล้วเหล่าสาวก สองร้อยคน ก็พุ่งตัวออกไปเป็นสาย เพื่อนำจ้าวอสรพิษกลับมา
“ อาจารย์ พวกเราจะเอายังไงต่อ”
“ มุ่งตรงไปข้างหน้า ข้าพอหยกมังกรฟ้า อีกชิ้นแล้ว ไปเอามันมาก่อน แล้วจัดการกับพวกที่บงการเรื่องนี้ให้หมด”
ไม่ทันที่จะขยับตัวเงาสีดำ พุ่งออกมาล้อมรอบเสี่ยวเทียนเอาไว้ แล้วก็มีชายร่างใหญ่เหมือนมนุษย์ แต่ดูแล้วคล้ายมนุษย์หมาป่ามากกว่า มันมีขนรุงรังคล้ายกับพวกปีศาจหิมาพวกนั้น แต่ตัวพวกมันเป็นสีดำ
“ ส่งงูน้อยตัวนั้นออกมา แล้วข้าจะไว้ชีวิตเจ้า”
เสี่ยวเทียนยังไม่ได้พูดอะไรออกมา เจ้างูน้อยตงตง ก็โผล่หัวออกมาจากอกเสื้อ แล้วอ้าปากน้อยๆ ของมัน อ้าปากแลบลิ้นออกมา ขู่ ฝ่อ ๆ เหมือนจะบอกว่ามันจะไม่ไป มันจะอยู่กับเสี่ยวเทียนเท่านนั้น
“ ไม่มีใครพาเจ้าไปไหนหรอก กลับเข้าไปซะ” เสี่ยวเทียนเอ่ยกับตงตง เจ้างูน้อย
“ ถ้าเช่นนั้น ก็ตายเสีย” แล้วร่างกายของพวกมันก็เปลี่ยนร่างกลายเป็นสัตว์ประหลาด มีเขี้ยวโง้ว กรงเล็บโผล่ออกมาจากฝ่ามือ และเท้า พุ่งเข้าตะปบเข้าใส่ใบหน้าเสี่ยวเทียน หากโดนเข้าไปละก็ หัวของได้หลุดออกจากกันทันที
แต่ว่าเสี่ยวเทียนมีทั้งยันต์เกราะเพขร แล้วยังมีพลังจิตอสูร จึงปล่อยโลกทัศน์มายาอสูรออกไป บรรยากาศรอบๆ เกิดสภาวะแปลกประหลาด เกิดกำแพงน้ำแข็งขึ้นพร้อมกันทุกด้าน เข้าไปบีบร่างของ ของสาวกของ เจ้าวังศักดิ์สิทธิ์ ร่างของสาวกนับร้อย ถูกอัดเข้าหากัน ร่างกายและเลือดเนื้อ ถูกบดอันเป็นเนื้อเดียวกันมีแต่รอยเลือดเท่านั้นที่ซึมออกมาด้วย ในที่สุดร้อยกว่าชีวิตก็ถูกบดอัดจากกำแพงน้ำแข็งที่เสี่ยวเทียนสร้างขึ้นมา จนไม่มีใครเหลือรอดแม้แต่คนเดียว
“ รีบเข้าไปข้างใน เร็ว” อาจารย์ลู่รีบสั่ง เพราะเห็นว่า เจ้าวังกำลังเคลื่อนย้ายตนเพื่อจะหนีจากไป แต่ไม่ทันแล้ว เสี่ยวเทียนมายืน ขวางหน้าเอาไว้จนได้
“ จะไปไหน เจ้าคงเป็นหัวโจกซินะ” เสี่ยวเทียนมองหน้า ดูว่ามันเป็นตัวอะไรกันแน่ หัวโต ตาเป็นหลุมลึก ลำตัวผอมแห้ง มือและขา ยาวกว่ามนุษย์ทั่วไป
“ เจ้าเองซินะ มาทำลายแผนการของข้า ข้าในฐานะจ้าววังศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ ข้าจะจัดการด้วยตัวของข้าเอง ของพลังจากเทพรัตติกาล จงมาสถิตในร่างของข้า แล้วช่วยตัวข้า สังหารศัตรูให้สิ้นไป” ร่างกายของจ้าววัง ที่แต่งตัวคล้ายกับพวกนักบวชมากกว่า ก้มลงไปคำนับที่แท่งหินสีดำรูปปร่าง คล้ายปิรามิด มีหยกมังกรฟ้าประดับอยู่ที่บนยอด
“ หยกมังกรฟ้า” เสี่ยวเทียนเอ่ยออกมาเพราะว่ามันดูคล้ายกันกับหยกที่มีอยู่ แต่ว่าหยกชิ้นที่สองนี้ เป็นรูปเป็นร่าง สีฟ้าสดใส สวยงามกว่าหยกชิ้นแรกมากนัก
ไม่ทันที่จะเข้าไปเอา แสงสีดำพุ่งเข้าร่างของร่างนักบวชหน้าตาคล้ายเอเลี่ยนมากกว่ามนุษย์ ร่างของมันก็มีกล้ามเนื้อเหมือนนักรบโบราณ มือถือหอกเสี้ยวพระจันทร์ แต่ส่วนล่างของมันกลับกลายเป็นแมงป่องสีดำ มีหางยกสูงพร้อมพุ่งเข้าทิ่มแทง ตามที่มันสั่ง มันแทงหอกเสี้ยวจันทร์ พุ่งเข้าใส่คอของเสี่ยวเทียนก่อนเพื่อทักทาย แต่ว่าเสี่ยวเทียน เรียกกระบี่อัสนีออกมาต้านเอาไว้ได้ แต่ก็ทำให้เสี่ยวเทียน ถอยหลังไปหลายก้าว
แล้วมันก็ก้าวเข้ามาโจมตีต่อ โดยใช้หอกเสี้ยวจันทร์ แทงช่วงล่าง แล้ว ให้หางแมงป่องที่แหลมคน ทิ่มแทงเข้าใส่จากทางด้านบน ทำให้พลังจากยันต์เกราะเพชรทำงานทันที แต่ว่าก็ยังถูกพลังกระแทกจนกระเด็นถอยหลังออกมา
แล้วมันก็ปล่อยเข็มเหล็กมีพิษแมงป่อง พุ่งเข้าใส่เสี่ยวเทียนต่อไม่หยุด
ปุ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ เสียงเข็มเหล็กมีพิษปะทะเข้าใส่เกราะเพชรดังตลอดไม่หยุด
เสี่ยวเทียนก็ใช้จังหวะนั้นปล่อย ฝ่ามือเงาสังหาร ปล่อยลงมาจากฟากฟ้า เข้ากระแทกร่างของ ตัวประหลาด จนร่างของมันถึงกับจมดินไปเลย เสี่ยวเทียนกระแทกฝ่ามือเข้าใส่ไปอีก สามที ร่างของมันจมดินไปอีกสองเมตร
เสี่ยวเทียนเข้าไปดูผลงาน แต่ว่ามันยังขยับตัวได้ จึงขว้างเข็มสังหารเข้าเจาะกลางหน้าผากของมันอีกสิบกว่าเล่ม มันถึงกับสะดุ้งเฮือก เงามืดสีดำกลับพุ่งออกจากร่างของมัน แล้วพุ่งเข้ามาใส่ร่างของเสี่ยวเทียนต่อ
“ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ในที่สุดหนึ่งหมื่นปีที่ข้ารอคอย ข้าก็พบร่างที่มีกายาอมตะ !! ข้าเทพแห่งรัตติกาลในที่สุดก็ ทำสำเร็จจนได้ ไอ้หนูข้าต้องขอบใจเจ้ามาก ข้าจะกลืนกินวิญญาณของเจ้า แล้วภาระของเจ้าทั้งหมดข้าจะช่วยสานต่อให้เอง”
เสียงของเทพแห่งรัตติกาล ดังเข้ามาในหัวของเสี่ยวเทียน
“ ออกไปนะ ออกไปจากหัวของข้านะ” เสี่ยวเทียนส่งเสียงร้องด้วยความตกใจ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะพลังของเทพแห่งรัตติกาลนั้นมากว่าเสี่ยวเทียนมากมาย
“ โอ้ นี่เจ้ามีพลังของนางพญาควายป่าด้วยหรือนี่ เฮอะ แค่พลังของปีศาจชั้นต่ำ เอ๊ะ นี่เจ้ามีหยกของสามราชาอีกอันด้วยหรือนี่ โอ้ ช่างสุดยอดไปเลย นี่เจ้ามีรู้เคล็ดวิชาคัมภีร์นิรันดร์อีก ด้วย ฮ่า ฮ่า ฮ่า ข้านี่โชคดีเสียนี่กระไร ข้าสามารถซึมซับพลังหยกมังกรฟ้าได้ทั้งสองอันได้แล้ว แต่เอ๊ะ ! แล้วเจ้าเป็นใคร กัน?”
ในขณะที่เทพแห่งรัตติกาลควบคุมจิตวิญญาณของเสี่ยวเทียนไว้แล้ว และกำลังดีใจที่เห็นคัมภีร์นิรันดร์ และ หยกมังกรฟ้าอีกอัน แต่จู่ๆ ก็พบกับอาจารย์ลู่เอินในสมองของเสี่ยวเทียนด้วย
“ เจ้าเทพ แร่ร่อน บังอาจคิดกลืนกินวิญญาณของศิษย์ข้าเชียวรึ? เช่นนั้นก็ดีมาเป็นพลังวิญญาณให้ศิษย์ของข้าเลยก็แล้วกัน” อาจารย์ลู่เอินพอพูดออกไป ก็ปล่อยพลังมหายุทธ์ดูดจักรวาลออกมา ตูม ๆ ๆ ๆ !! อ๊ากกกกกกกก !! เทพรัตติกาลก็ส่งเสียงร้องออกมาอย่างโหยหวน จิตวิญญาณถูกพลังมหายุทธ์ดูดจักรวาลทำให้ วิญญาณล้วนถูกสลายกลายเป็นพลังานเข้าสู่ ห้วงทะเลจิตของเสี่ยวเทียน
“ ทำสมาธิโคจรพลังตามวิธีรับพลังที่ข้าสอนไว้ เร็ว” อาจารย์ลู่เอินเห็นเสี่ยวเทียนกำลังตกใจ ยืนนิ่งไม่ทำอะไร จึงร้องสั่ง เสี่ยวเทียนรีบลงนั่งสมาธิโคจรพลังเพื่อต้อนรับพลังที่เข้ามาในร่างอย่างมหาศาล ทะลักเข้ามาในจุดเก็บพลับทั้งสาม
แล้วโคจรไหลเวียนเข้าสู่ห้วงจิตสำนึก โลกทั้งใบของเสี่ยวเทียนเริ่มขยายขอบเขตกว้างใหญ่ไพศาลมากขึ้น เข้าสู่จักรวาลสัมผัสอันใหม่ พลังปราณพรหมเทพพุ่งทะลักขึ้นไป จากระดับที่ 24 แล้วก็ขึ้นระดับไปอย่างรวดเร็ว ระดับ 25 26 27 28 29 30 แล้วมันยังไม่หยุด เพราะพลังเทพรัตติกาลนั้นหนาแน่นยิ่งนักมันยังพุ่งขึ้ไปอีก 31 32 33 34 35 36 37 38 39 40 มันทำท่าว่าจะยังไม่หยุด แต่กฏธรรมชาติได้กำหนดไว้ที่พิภพชั้นนี้มีพลังแค่ ปราณพรหมเทพที่ 40 เท่านั้น เสี่ยวเทียนเลยนำพลังที่เหลือสะกดเอาไว้ที่จุดเก็บพลังอันดับแรกก่อน เสี่ยวเทียนลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง กับพลังจิตจักรวาลที่เพิ่งได้ซึมซับมาใหม่
“ โอ้โห ข้าสัมผัสสิ่งต่างๆ บนพิภพชั้นที่สองได้หมดเลย อาจารย์นี่สุดยอดไปเลย”...