เทียนนักรบยอดคุณหมอ ภาคสี่ ตอนราชันเก้าพิภพ (จบแล้ว)

    ตอนที่ 30 เทพแห่งรัตติกาล

    เสี่ยวเทียนตื่นมาตอนตีห้าฟ้ายังไม่แจ้งเห็นศิษย์พี่ยืนรออยู่หน้ากระโจมพร้อมออกเดินทางแล้ว เสี่ยวเทียนเลยต้องลุกออกตามไป

    “ ศิษย์พี่ จะลุกออกมาทำไมแต่เช้า คนอื่นยังไม่ตื่นกันเลย”

    “ ไปเถอะน่า ตื่นแต่เช้าจะได้เห็นแสงอาฑิตย์ก่อนใครนะ” ศิษย์พี่สามเอ่ยจบก็เดินนำหน้าไปจุดนัดพบทันที

    “ แล้วจะเห็นไปเพื่ออะไรอ่ะ?” เสี่ยวเทียนสงสัยจริงๆ

    แล้วทั้งหมดก็มาพบกันที่จุดนัดพบเพื่อออกเดินทางไปที่เหวน้ำแข็งโบราณ ทั้งหมดเดินทางผ่านภูเขาหิมะ ไปสามสี่ลูก เรือเหาะไม่สามารถบินได้ เพราะว่ามีลมหิมะพัดมา เป็นก้อนๆ เกือบจะเรียกพายุหิมะได้เลย

    ในที่สุดทุกคนก็มาถึงเหวน้ำแข็งโบราณ ด้านหน้าเป็นหน้าผาน้ำแข็ง ศิษย์พี่โยนหินลงไปเพื่อทดสอบความลึก พอสัมผัสได้ก็หันมาบอกกับฟางอี้หลินหัวหน้า

    “120 เมตร ไม่ลึกมากพวกเราสามารถ ลงไปได้อย่างสบาย ข้าจะลงไปก่อนหากไม่มีปัญหา ข้าจะยิงพลุไฟออกมา พวกเจ้าค่อยลงไปนะ” ศิษย์พี่สามเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนเป็นพิเศษ

    “ อาจารย์ ข้างล่างมีอันตรายไหม”

    “ เจ้าไม่ต้องห่วง ลงไปเลย ข้าคิดว่า พวกคนบงการเรื่องนี้ พวกมันก็อยู่ข้างล่าง ข้าจะจับเจ้าสัตว์ประหลาดตัวมาเป็นสัตว์วิญญาณคุ้มครองให้เจ้าเอง”  อาจารย์ลู่เอินบอกจะจับสัตว์ยักษ์มหึมาตัวนี้ มาเป็นสัตว์วิญญาณ เสี่ยวเทียนถึงกับตกใจ 

    เสี่ยวเทียนก็เรียกเมฆขาวออกมาแล้วร่อนลงไปในทันที ไม่รอใครทั้งสิ้น  ส่วนศิษย์พี่สามก็ขี่กระบี่ พุ่งร่าง ตามลงไปเช่นกัน และยังมีหลวงจีนก็กางจีวรร่อนลงตามมาด้วยอีกสองคน  พอไปถึงพื้นด้านล่าง ก็จุดชุดไฟสว่าง ก็มองว่าปลอดภัย จึงยิงพลุขึ้นฟ้า เพื่อบอกว่าปลอดภัย ลงมาได้กันได้

    “ ศิษย์พี่ มีค้างคาวหิมะแอบอยู่เป็นจำนวนมาก ระวังตัวด้วย” เสี่ยวเทียนสัมผัสได้ถึง ถ้ำค้างคาวหิมะ ที่ฝังตัวอยู่ด้านข้างหุบเหวหิมะ  ทำให้ศิษย์พี่เป็นห่วงคนที่กำลังลงมา โดยเฉพาะฟางอี้หลิน  แต่ไม่ทันแล้ว ค้างคาวหิมะ พุ่งร่างออกจากในถ้ำทั้งสองฝั่งกลายเป็นกลุ่มก้อนคล้ายเมฆก้อนใหญ่ คนที่บินลงมา  เริ่มถูกพวกมันชนใส่ ร่างกายเหลือแต่กระดูก ถูกกลืนกินไปในทันที 

    ศิษย์พี่สาม เหยียบกระบี่พุ่งเข้าไปจัดการกับ ค้างค้าวหิมะทันที  เสี่ยวเทียนปล่อยพลังจิตอสูร เพื่อลองควบคุมจิตค้างคาวหิมะพวกนี้ โดยเริ่มดึงพลังจิตนางพญาควายป่าออกมาจุดเก็บพลัง  แล้วปล่อยกระจายออกไปทั่ว ทำให้เกิดสภาวะจิตแปลกๆ  ทำให้คนรอบข้าง โดยเฉพาะหลวงจีน สำนักเทียนเฉิง ต้องถอยห่างจากเสี่ยวเทียน สภาวะจิตของเสี่ยวเทียนพุ่งเข้าใส่ฝูง ค้างคาวหิมะ นับพันนับหมื่น ทำให้พวกมันหยุดนิ่ง แล้ว บินถอยกลับไปที่ถ้ำประจำของมันไม่ออกมาอีกเลย สร้างความตกใจ ให้กับทุกคนยิ่งนัก เสี่ยวเทียนลืมตาขึ้น  แล้วเก็บพลังจิตอสูรกลับเข้าที่ทันที

    “ เด็กน้อย เจ้ายังเด็กเท่านี้ กับฝึกวิชามาร  จนเข้าถึงสภาวะมหาจิต เรื่องนี้หากรอดไปได้จากปราบมารครั้งนี้  ข้าคงต้องเชิญเจ้าไปเป็นแขกที่สำนักเทียนเฉิง เพื่อคุยกับเจ้าอาวาสหน่อยแล้ว”  หลวงจีนท่าทางเคร่งครัดวินัยคนหนึ่งเอ่ยกับเสี่ยวเทียน

    “ ไม่มีปัญหา แต่ว่าสภาวะมหาจิตนี่คืออะไร” เสี่ยวเทียนสงสัย

    “ เด็กน้อย ไว้ไปถึงสำนักข้าจะสอนเจ้าทั้งหมด ต่อไปเจ้าก็จะได้เรียนรู้วิถีทางธรรมจากสถาบันสงฆ์ เพื่อควบคุมพลังสภาวะจิตทั้งหลายเหล่านี้”

    “ เสี่ยวเทียนคิดว่า ถ้าไปคงต้องถูกจับโกนผมเป็นหลวงจีนน้อยแน่ เลยคิดว่าไม่ไปเด็ดขาด”  พอทุกคนลงมาจากบนหน้าผาหมด ก็เริ่มแยกกันสำรวจ เพราะว่าพื้นด้านล่างนี้กลับมีพื้นที่ขยายออกไปอีกมากมาย  หลวงจีนโยนลูกประคำขึ้นฟ้า แล้วมันก็นำทางทุกคนไป หาเจ้าสัตว์ประหลาด ที่กำลังหลับอยู่ไม่เคลื่อนไหว

    ณ วังศักดิ์สิทธิ์

    “ เรียนท่านเจ้าวัง มียอดฝีมือ จากสี่สำนักลงมาด้านล่างแล้ว พวกเราจะทำอย่างไรดี ค้างคาวหิมะ ก็ไม่รู้กลัวอะไร พวกมันหนีกลับเข้าไปในถ้ำกันหมด”

    “ ฮึ่ม รนหาที่ตาย  พวกเจ้านำ ลูกแก้วสุริยัน ไปให้จ้าวอสรพิษกิน ไม่ต้องรอให้มันโตกว่านี้แล้ว ปลุกมันให้ตื่น แล้วไปจัดการกับมนุษย์โลกเลย  ช่วงที่รอมันตื่น พวกเจ้าปล่อยภูติหิมะทั้งหมด ไปช่วยสกัดพวกมันเอาไว้ก่อน” เจ้าวังศักดิสิทธิ์สั่งการออกไป 

    ส่วนเหล่าศิษย์ของสี่สำนัก ก็เคลื่อนไหวตามลูกประคำมา ก็เผชิญหน้ากับ สัตว์ร้ายหน้าตาแปลกประหลาด มีทั้ง หมาป่าสีขาว ตาเขียว และ ปีศาจคล้ายมนุษย์แต่ร่างกายกลับมีแต่ขนหนาปกคลุมร่างมีเขี้ยวตัวใหญ่ นับร้อยตน บุกเข้าใส่กองกำลัง

    ทั้งสี่สำนัก แล้วการต่อสู้ตะลุมบอนก็เกิดขึ้น โดยศิษย์พี่สาม ยืนต่อสู้อยู่เคียงข้างฟางอี้หลินตลอดไม่ห่างไปไหน ไม่สนใจเสี่ยวเทียน ที่ลอยตัวกลางอากาศกำลังมองเข้าไปที่ลึกสุดด้านใน พบเห็นร่างอสรพิษตัวหนึ่ง ร่างมันใหญ่โตมาก จนไม่เห็นหัวเห็นหางมัน แค่ลำตัวยังมองไม่เห็นเลยว่ามัน มีขนาดใหญ่ขนาดไหน

    “ อาจารย์ ท่านจะจัดการมันยังไง ตัวมันใหญ่ขนาดไหนยังไม่รู้เลย”

    “ อย่าเพิ่งใส่ใจ ช่วยเหล่าศิษย์ของสี่สำนักนี้ก่อน แล้วค่อยเข้าไปจัดการกับมัน”

    อาจารย์ลู่เอินสั่งให้จัดการกับ ฝูงปีศาจหิมะเหล่านี้ก่อน

    เสี่ยวเทียน  เริ่มใช้หมัดพลังหมัดมฤตยู ยักษ์เข้าใส่เหล่าปีศาจหิมะ แต่ละตัวไม่ทันได้เข้าใกล้ ก็ถูกอัดด้วยหมัดเงาสังหาร ร่างแตกกระจายตายไปทีละสิบตัว ไม่นานก็ถูกเสี่ยวเทียนไล่อัดจนแตกกระเจิง ตายไปจนหมด   แล้วทุกคนก็บุกเข้าไปตามลูกประคำนำทางต่อ   แต่ว่าไม่ทันที่จะเข้าไป ก็เกิดแผ่นดินไหวอย่างแรง

    “ ทุกคนรีบขึ้นไปบนหน้าผา เร็ว” ฟางอี้หลินส่งเสียงสั่งทุกคน เพราะว่าเวลานี้ หน้าผาน้ำแข็ง แตกกระจายหล่นลงมามากมาย ทั้งหมดขี่กระบี่บินหนีขึ้นไปบนหน้าผาทันทีเพื่อความปลอดภัย

    “ อาจารย์เราเอายังไงต่อดี”

    “ บุกต่อไป”  อาจารย์ลู่เอินสั่งให้เสี่ยวเทียนบุกเข้าไปต่อ

    เสี่ยวเทียนก็พุ่งร่างเข้าไปต่อโดยไม่หวาดหวั่น แม้หินน้ำแข็ง จะตกลงมาก็ไม่อาจกระทบร่างของเสี่ยวเทียนได้ ถูกเกราะเพชร ทำลายกระเด็นออกไปจนหมด แล้วยังไม่ทันเข้าไปที่ส่วนหัวของจ้าวอสรพิษตัวนี้ ร่างกายของมันก็ดันตัวเสี่ยวเทียนพุ่งขึ้นมาจากเหวลึก ร่างของงูยักษ์เริ่มปรากฏร่างออกมา ตัวของมันยาวจนสุดสายตา ความหนาของมันก็ใหญ่ยิ่งกว่าภูเขาหลายสิบลูก มันขยับตัวขึ้นมาบนพื้นดิน ภูเขาน้ำแข็งถูกร่างมันบดละเอียดหายวับไปหลายลูก หากว่าตัวมันเข้าเมือง แค่เลื้อยผ่านเมืองไหน เมืองนั้นคงราบเป็นหน้ากลองทันที

    “ รีบเข้าไปที่ส่วนหัวของมัน” อาจารย์ลู่เอินพาร่างของเสี่ยวเทียนพุ่งหายวับไปในทันที พอมาถึงส่วนหัวของมันก็ตอกใจยิ่งนัก เพราะหัวมันใหญ่กว่ภูเขารวมกันหลายสิบลูกซะอีก

    “ อาจารย์ มันใหญ่เกินไปแล้ว”

    “ นี่มันยังเป็นเด็กอยู่นะเนี่ย หากมันโตเต็มวัย โลกใบนี้ได้ถูกมันกลืนกินไปแล้ว”

    เสี่ยวเทียนมองด้วยความตกใจ

    “ ใหญ่ขนาดนี้ ยังเรียกว่ามันยังเด็กอีกหรือนี่ หากว่ามันโตเต็มที่มันจะขนาดไหนกันนะ”  แล้วอาจารย์ก็มาถึงหัวของมัน แล้วอาจารย์ลู่เอินก็พุ่งตัวออกมาจากเสี่ยวเทียน แล้วฟาดฝ่ามือยักษ์กระแทกร่างของ จ้าวอสรพิษดับตะวันตัวนี้   ตูม ! 

    งูยักษ์ตัวนี้ พอถูกกระแทกเข้าไป งูยักษ์ก็เริ่มสั่นไปทั้งตัว แผ่นดินก็เริ่มสั่นสะเทือน

    ไปทั่วพิภพ แล้วร่างจ้าวอสรพิษยักษ์ดับตะวันตกนี้ ก็ค่อยๆ หดตัวเล็กลงไปเรื่อยๆ

    สร้างความตื่นตะลึงให้กับเสี่ยวเทียนยิ่งนัก แล้วสุดท้ายงูยักษ์ดับตะวันตัวนี้ ร่างมันก็หดเหลือแค่ไม่ถึง 6 นิ้ว ลำตัวของมันใสแจ๋ว ตาโต บินไปมารอบๆ อาจารย์ลู่เอิน กับเสี่ยวเทียน

    “ อาจารย์ท่านทำอะไรกับมันเนี่ย” เสี่ยวเทียนยกมือเข้าไปหามัน มันกลับพุ่งร่างเข้ามารัดตัวเสี่ยวเทียน แล้วแลบลิ้นเลียตัวของเสี่ยวเทียน ทำให้เสี่ยวเทียนรู้สึกดีกับมัน

    “ ข้าใช้พลังวัฏสงสาร ทำให้มันย้อนเวลากลับไปที่ร่างดั่งเดิมของมันตอนอยู่ในไข่

    เวลานี้มันไม่เป็นอันตรายต่อโลกใบนี้อีกแล้ว แต่มันยังมีพลังของจ้าวอสรพิษดับตะวันอยู่ มันเข้าหาเจ้าเป็นคนแรก มันคิดว่า เจ้าเป็นแม่มันแล้ว “

    “ อาจารย์มันน่ารักดี ข้าตั้งชื่อมันได้ไหม” เจ้างูน้อยเลื้อยไปมารอบตัวของเสี่ยวเทียน

    “ ได้ซิ”

    “ เอ มันเป็นตัวผู้ หรือ ตัวเมียกันแน่?”

    “ มันเป็นสัตว์สองเพศ เจ้าตั้งแบบไหนก็ได้” อาจารย์ลู่เอินตรวจสอบภายในร่างงูน้อยก็อดแปลกใจไม่ได้ ที่รู้ว่ามันไม่มีเพศสภาพ

    “ อืม  ข้าตั้งชื่อให้เจ้าว่า ตงตง ก็แล้วกันนะ”  งูน้อยมองหน้าเสี่ยวเทียนแล้วผงกหัวอย่างดีใจ ที่มีชื่อ แล้วมันก็เข้าไปซุกตัวในอกของเสี่ยวเทียน

    ในวังศักดิ์สิทธิ์

    “ อะไรนะ มีคนทำให้จ้าวอสรพิษกลายเป็นงูดินไปแล้วรึ?”  เจ้าวังศักดิ์สิทธิ์กำหมัดด้วยความโกรธแค้น

    “ ใช่แล้ว คนที่ทำเช่นนี้ เป็นแค่เด็กน้อยวัย เพียง 7 ขวบเท่านั้น”

    “ พวกเรารีบออกไป ต้องรีบนำจ้าวอสรพิษกลับมาให้ได้ ถึงมันจะกลับเป็นงูตัวน้อย

    แต่เผ่าพันธุ์ ทำลายโลกมาแล้วมากมาย จะปล่อยให้เด็กน้อย เอาไปเลี้ยงเป็นแมวเป็นหมาอย่างนั้นได้อย่างไร ถึงเวลาที่พวกเจ้า ต้องลงมือเองแล้ว   ข้าแต่เทพแห่งรัตติกาล ได้โปรดลงมาช่วยให้ข้าแก้ไข เรื่องนี้ด้วยเถิด”  เจ้าวังก้มลมกราบ

    ที่แท่งศิลารูปปิรามิดสีดำ ด้านบนมีหยกชิ้นหนึ่งฝังเอาไว้บนแท่นปิรามิดสีดำ ที่แท้ แท่งหยกนี้คือ หยกมังกรฟ้านี่เอง

    แสงออกจากแท่นปิรามิดส่องประกายสีดำทมิฬออกมาสาดใส่ คนของเจ้าวังทั้งหมด ทำให้เหล่าสาวกกลับมีพลังมากขึ้นกว่าเดิมถึงสองเท่า 

    “ ไปได้แล้ว นำจ้าวอสรพิษดับตะวันกลับมาให้ได้” เจ้าวังศักดิ์สิทธิ์ ตะโกนบอกออกไป แล้วเหล่าสาวก สองร้อยคน ก็พุ่งตัวออกไปเป็นสาย  เพื่อนำจ้าวอสรพิษกลับมา

    “ อาจารย์ พวกเราจะเอายังไงต่อ”

    “ มุ่งตรงไปข้างหน้า ข้าพอหยกมังกรฟ้า อีกชิ้นแล้ว ไปเอามันมาก่อน แล้วจัดการกับพวกที่บงการเรื่องนี้ให้หมด”

    ไม่ทันที่จะขยับตัวเงาสีดำ พุ่งออกมาล้อมรอบเสี่ยวเทียนเอาไว้ แล้วก็มีชายร่างใหญ่เหมือนมนุษย์ แต่ดูแล้วคล้ายมนุษย์หมาป่ามากกว่า มันมีขนรุงรังคล้ายกับพวกปีศาจหิมาพวกนั้น แต่ตัวพวกมันเป็นสีดำ

    “ ส่งงูน้อยตัวนั้นออกมา แล้วข้าจะไว้ชีวิตเจ้า” 

    เสี่ยวเทียนยังไม่ได้พูดอะไรออกมา เจ้างูน้อยตงตง ก็โผล่หัวออกมาจากอกเสื้อ แล้วอ้าปากน้อยๆ ของมัน อ้าปากแลบลิ้นออกมา ขู่ ฝ่อ ๆ เหมือนจะบอกว่ามันจะไม่ไป มันจะอยู่กับเสี่ยวเทียนเท่านนั้น

    “ ไม่มีใครพาเจ้าไปไหนหรอก กลับเข้าไปซะ” เสี่ยวเทียนเอ่ยกับตงตง เจ้างูน้อย

    “ ถ้าเช่นนั้น ก็ตายเสีย” แล้วร่างกายของพวกมันก็เปลี่ยนร่างกลายเป็นสัตว์ประหลาด มีเขี้ยวโง้ว กรงเล็บโผล่ออกมาจากฝ่ามือ และเท้า พุ่งเข้าตะปบเข้าใส่ใบหน้าเสี่ยวเทียน หากโดนเข้าไปละก็  หัวของได้หลุดออกจากกันทันที

    แต่ว่าเสี่ยวเทียนมีทั้งยันต์เกราะเพขร แล้วยังมีพลังจิตอสูร จึงปล่อยโลกทัศน์มายาอสูรออกไป บรรยากาศรอบๆ เกิดสภาวะแปลกประหลาด เกิดกำแพงน้ำแข็งขึ้นพร้อมกันทุกด้าน เข้าไปบีบร่างของ ของสาวกของ เจ้าวังศักดิ์สิทธิ์ ร่างของสาวกนับร้อย ถูกอัดเข้าหากัน ร่างกายและเลือดเนื้อ ถูกบดอันเป็นเนื้อเดียวกันมีแต่รอยเลือดเท่านั้นที่ซึมออกมาด้วย ในที่สุดร้อยกว่าชีวิตก็ถูกบดอัดจากกำแพงน้ำแข็งที่เสี่ยวเทียนสร้างขึ้นมา  จนไม่มีใครเหลือรอดแม้แต่คนเดียว

    “ รีบเข้าไปข้างใน เร็ว”  อาจารย์ลู่รีบสั่ง เพราะเห็นว่า เจ้าวังกำลังเคลื่อนย้ายตนเพื่อจะหนีจากไป แต่ไม่ทันแล้ว เสี่ยวเทียนมายืน ขวางหน้าเอาไว้จนได้

    “ จะไปไหน เจ้าคงเป็นหัวโจกซินะ”  เสี่ยวเทียนมองหน้า ดูว่ามันเป็นตัวอะไรกันแน่ หัวโต ตาเป็นหลุมลึก ลำตัวผอมแห้ง มือและขา ยาวกว่ามนุษย์ทั่วไป

    “ เจ้าเองซินะ มาทำลายแผนการของข้า ข้าในฐานะจ้าววังศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ ข้าจะจัดการด้วยตัวของข้าเอง ของพลังจากเทพรัตติกาล จงมาสถิตในร่างของข้า แล้วช่วยตัวข้า สังหารศัตรูให้สิ้นไป”  ร่างกายของจ้าววัง ที่แต่งตัวคล้ายกับพวกนักบวชมากกว่า ก้มลงไปคำนับที่แท่งหินสีดำรูปปร่าง คล้ายปิรามิด มีหยกมังกรฟ้าประดับอยู่ที่บนยอด

    “ หยกมังกรฟ้า” เสี่ยวเทียนเอ่ยออกมาเพราะว่ามันดูคล้ายกันกับหยกที่มีอยู่ แต่ว่าหยกชิ้นที่สองนี้  เป็นรูปเป็นร่าง สีฟ้าสดใส สวยงามกว่าหยกชิ้นแรกมากนัก

    ไม่ทันที่จะเข้าไปเอา แสงสีดำพุ่งเข้าร่างของร่างนักบวชหน้าตาคล้ายเอเลี่ยนมากกว่ามนุษย์  ร่างของมันก็มีกล้ามเนื้อเหมือนนักรบโบราณ มือถือหอกเสี้ยวพระจันทร์ แต่ส่วนล่างของมันกลับกลายเป็นแมงป่องสีดำ มีหางยกสูงพร้อมพุ่งเข้าทิ่มแทง ตามที่มันสั่ง มันแทงหอกเสี้ยวจันทร์ พุ่งเข้าใส่คอของเสี่ยวเทียนก่อนเพื่อทักทาย  แต่ว่าเสี่ยวเทียน เรียกกระบี่อัสนีออกมาต้านเอาไว้ได้ แต่ก็ทำให้เสี่ยวเทียน ถอยหลังไปหลายก้าว 

    แล้วมันก็ก้าวเข้ามาโจมตีต่อ โดยใช้หอกเสี้ยวจันทร์ แทงช่วงล่าง แล้ว ให้หางแมงป่องที่แหลมคน ทิ่มแทงเข้าใส่จากทางด้านบน ทำให้พลังจากยันต์เกราะเพชรทำงานทันที แต่ว่าก็ยังถูกพลังกระแทกจนกระเด็นถอยหลังออกมา

    แล้วมันก็ปล่อยเข็มเหล็กมีพิษแมงป่อง พุ่งเข้าใส่เสี่ยวเทียนต่อไม่หยุด 

    ปุ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ เสียงเข็มเหล็กมีพิษปะทะเข้าใส่เกราะเพชรดังตลอดไม่หยุด

    เสี่ยวเทียนก็ใช้จังหวะนั้นปล่อย ฝ่ามือเงาสังหาร ปล่อยลงมาจากฟากฟ้า เข้ากระแทกร่างของ ตัวประหลาด จนร่างของมันถึงกับจมดินไปเลย  เสี่ยวเทียนกระแทกฝ่ามือเข้าใส่ไปอีก สามที ร่างของมันจมดินไปอีกสองเมตร

    เสี่ยวเทียนเข้าไปดูผลงาน แต่ว่ามันยังขยับตัวได้ จึงขว้างเข็มสังหารเข้าเจาะกลางหน้าผากของมันอีกสิบกว่าเล่ม มันถึงกับสะดุ้งเฮือก เงามืดสีดำกลับพุ่งออกจากร่างของมัน แล้วพุ่งเข้ามาใส่ร่างของเสี่ยวเทียนต่อ

    “ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ในที่สุดหนึ่งหมื่นปีที่ข้ารอคอย ข้าก็พบร่างที่มีกายาอมตะ !!   ข้าเทพแห่งรัตติกาลในที่สุดก็ ทำสำเร็จจนได้ ไอ้หนูข้าต้องขอบใจเจ้ามาก ข้าจะกลืนกินวิญญาณของเจ้า  แล้วภาระของเจ้าทั้งหมดข้าจะช่วยสานต่อให้เอง”

    เสียงของเทพแห่งรัตติกาล ดังเข้ามาในหัวของเสี่ยวเทียน

    “ ออกไปนะ  ออกไปจากหัวของข้านะ” เสี่ยวเทียนส่งเสียงร้องด้วยความตกใจ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะพลังของเทพแห่งรัตติกาลนั้นมากว่าเสี่ยวเทียนมากมาย

    “ โอ้ นี่เจ้ามีพลังของนางพญาควายป่าด้วยหรือนี่ เฮอะ แค่พลังของปีศาจชั้นต่ำ เอ๊ะ นี่เจ้ามีหยกของสามราชาอีกอันด้วยหรือนี่ โอ้ ช่างสุดยอดไปเลย นี่เจ้ามีรู้เคล็ดวิชาคัมภีร์นิรันดร์อีก ด้วย ฮ่า ฮ่า ฮ่า ข้านี่โชคดีเสียนี่กระไร ข้าสามารถซึมซับพลังหยกมังกรฟ้าได้ทั้งสองอันได้แล้ว   แต่เอ๊ะ ! แล้วเจ้าเป็นใคร กัน?”

    ในขณะที่เทพแห่งรัตติกาลควบคุมจิตวิญญาณของเสี่ยวเทียนไว้แล้ว และกำลังดีใจที่เห็นคัมภีร์นิรันดร์ และ หยกมังกรฟ้าอีกอัน แต่จู่ๆ ก็พบกับอาจารย์ลู่เอินในสมองของเสี่ยวเทียนด้วย 

    “ เจ้าเทพ แร่ร่อน บังอาจคิดกลืนกินวิญญาณของศิษย์ข้าเชียวรึ? เช่นนั้นก็ดีมาเป็นพลังวิญญาณให้ศิษย์ของข้าเลยก็แล้วกัน”  อาจารย์ลู่เอินพอพูดออกไป ก็ปล่อยพลังมหายุทธ์ดูดจักรวาลออกมา  ตูม ๆ ๆ ๆ !!           อ๊ากกกกกกกก !!  เทพรัตติกาลก็ส่งเสียงร้องออกมาอย่างโหยหวน จิตวิญญาณถูกพลังมหายุทธ์ดูดจักรวาลทำให้ วิญญาณล้วนถูกสลายกลายเป็นพลังานเข้าสู่ ห้วงทะเลจิตของเสี่ยวเทียน 

    “ ทำสมาธิโคจรพลังตามวิธีรับพลังที่ข้าสอนไว้ เร็ว”   อาจารย์ลู่เอินเห็นเสี่ยวเทียนกำลังตกใจ ยืนนิ่งไม่ทำอะไร จึงร้องสั่ง เสี่ยวเทียนรีบลงนั่งสมาธิโคจรพลังเพื่อต้อนรับพลังที่เข้ามาในร่างอย่างมหาศาล ทะลักเข้ามาในจุดเก็บพลับทั้งสาม

    แล้วโคจรไหลเวียนเข้าสู่ห้วงจิตสำนึก  โลกทั้งใบของเสี่ยวเทียนเริ่มขยายขอบเขตกว้างใหญ่ไพศาลมากขึ้น เข้าสู่จักรวาลสัมผัสอันใหม่ พลังปราณพรหมเทพพุ่งทะลักขึ้นไป จากระดับที่ 24 แล้วก็ขึ้นระดับไปอย่างรวดเร็ว ระดับ 25 26 27 28 29 30  แล้วมันยังไม่หยุด เพราะพลังเทพรัตติกาลนั้นหนาแน่นยิ่งนักมันยังพุ่งขึ้ไปอีก 31 32 33 34 35 36 37 38 39 40 มันทำท่าว่าจะยังไม่หยุด แต่กฏธรรมชาติได้กำหนดไว้ที่พิภพชั้นนี้มีพลังแค่ ปราณพรหมเทพที่ 40 เท่านั้น เสี่ยวเทียนเลยนำพลังที่เหลือสะกดเอาไว้ที่จุดเก็บพลังอันดับแรกก่อน  เสี่ยวเทียนลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง กับพลังจิตจักรวาลที่เพิ่งได้ซึมซับมาใหม่

    “ โอ้โห ข้าสัมผัสสิ่งต่างๆ บนพิภพชั้นที่สองได้หมดเลย อาจารย์นี่สุดยอดไปเลย”...

    คล้ายกับเรื่องเทียนนักรบยอดคุณหมอ ภาคสี่ ตอนราชันเก้าพิภพ (จบแล้ว) ที่คุณอ่าน