ตอนที่ 37 จารึกเจตจำนงกระบี่
*****ไม่อนุญาตให้นำนิยายไปดัดแปลงหรือเผยแพร่ช่องทางอื่นทุกกรณีนะครับ*****
ภายในแต่ละประเทศ นอกจากแคลนใหญ่ๆ แล้วก็ยังมีองค์กรต่างๆ กองกำลังทหาร และนิวโฮป ที่มีกลุ่มของเวเนเตอร์รวมตัวกัน
บางประเทศที่เป็นทุนนิยม บริษัทยักษ์ใหญ่ต่างๆ ต่างตั้งแคลนเป็นของตนเองเพื่อหาผลประโยชน์จากอบิส หรือแม้แต่บางพื้นที่หน่อยงานภายในได้ตั้งแคลนของตนเองไว้ก็มี เช่นแคลนประจำจังหวัด แคลนประจำเมือง
เพราะเหตุนี้ ปัจจุบันถึงกับมีโรงเรียนกวาดวิชาเวเนเตอร์ หรือมีโรงเรียนเวเนเตอร์ที่เอกชนลงทุนด้วยตนเองโดยเฉพาะ
ทั้งหมดนี้เพราะมนุษย์โลกได้ตระหนักถึงพลังของแร่สปีริต ซึ่งเป็นแหล่งพลังงานแห่งอนาคตที่ใช้ทดแทนน้ำมัน ก๊าซ และหินแร่ของโลกที่กำลังจะหมดไป
มันแทบจะไม่น่าเชื่อว่าอบิสที่ผู้คนเคยหวาดกลัว ในตอนนี้กลับเป็นแห่งทรัพยากรที่ผู้คนแย่งชิงกัน
.........
เฟิร์สไล่ดูคลิปการลงเทรดของเวเนเตอร์ระดับโลกราวกับเขาเป็นแฟนคลับของพวกเขา
เขาใช้เวลาไปถึงเจ็ดวันกว่าจะยับยั้งตัวเองเพื่อไม่ให้ดูคลิปเหล่านี้ได้ เขาได้ศึกษาพลังของเวเนเตอร์แต่ละคนและความสามารถของมอนสเตอร์ที่อยู่ในอบิสระดับสูง
แต่น่าเสียได้ที่คลิปเหล่านี้สั้นนัก แถมจะเป็นคลิปที่มีการตัดต่อเป็นส่วนใหญ่
การต่อสู้ส่วนใหญ่ก็ใช้เพื่อโปรโมทเวเนเตอร์คนนั้นๆ มากกว่า ซึ่งแน่นอนว่าเวเนเตอร์เหล่านั้นล้วนกลายเป็นคนดังของโลก
ยอดวิวของแต่ละคลิปล้วนไม่ต่ำกว่าหมื่นล้านวิว
เวเนเตอร์บางคนกลายเป็นดาราที่มีค่าตัวที่สูงมาก กระทั่งดาราบางคนยังผันตัวมาเป็นเวเนเตอร์ก็มี
แต่ก็อย่างที่พ่อของเขาบอก คนที่จะประสบความสำเร็จแบบนี้ล้วนมีแค่ยอดพีระมิดเท่านั้น มันยังมีอีกหลายคนที่เป็นเวเนเตอร์ธรรมดา และต้องประกอบอาชีพนี้บนความเสี่ยง
ตอนนี้เฟิร์สไม่ได้คิดเรื่องแคลนหรืออะไรที่ระดับสูงกว่านั้น เขากลับมาโฟกัสที่การบ่มเพาะของเขาอีกครั้ง
“ดูเหมือนว่าฉันจะสามารถสั่งซื้อแกนสปีริตในอินเทอร์เน็ตได้ การใช้ชีวิตในยุคนี้ช่างสะดวกสบายเสียจริง”
ระหว่างที่เฟิร์สหาข้อมูล เขาก็ได้รับข้อมูลนี้มา
หากทำการสั่งซื้อแกนสปีริตเป็นจำนวนมาก เขาสามารถสั่งในอินเทอร์เน็ตได้ แล้วนิวโฮปจะนำแกนสปีริตมาส่งให้ถึงที่
แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็ต้องการผ่านขั้นตอนการพิจารณาคุณสมบัติจากนิวโฮปเสียก่อน
ความจริงแล้วนั่นคือการประเมินจากนิวโฮปว่าคนๆ นั้นจะมีศักยภาพคุ้มกับที่เขาลงทุนหรือไม่
แต่สำหรับผู้หลับใหลหลายสิบปีอย่างเฟิร์สแล้ว มันแทบจะเรียกได้ว่าเป็นสวัสดิการชดเชยอย่างหนึ่ง จากผู้ประสบภัยรุ่นแรก
อย่างไรก็ตามนิวโฮปนั้นได้สร้างกำไรอย่างมหาศาลจากธุรกิจนี้
เฟิร์สทำเรื่องยื่นกู้กับนิวโฮป เขาใช้วงเงินที่เหลือทั้งหมดซื้อแกนสปีริตเป็นจำนวนหกพันก้อน นั่นคิดเป็นมูลค่าถึงสามพันล้านบาทเลยทีเดียว
มันเป็นตัวเลขที่น่ากลัวมากสำหรับหนี้ก้อนโต
ความจริงแล้วหากเขาสามารถใช้เงินที่เหลือซื้อแกนสปีริตจนทำให้ตนเองบ่มเพาะไปถึงขั้นดาราขาวแปดแฉกได้ เขาก็ต้องการที่จะทำมัน แต่น่าเสียดายที่ขั้นเจ็ดไปขั้นแปด ต้องใช้แกนสปีริตถึงหกพันสี่ร้อยก้อน ซึ่งนับว่าเป็นจำนวนที่มากกว่าเท่าตัว มันจำเป็นต้องใช้เงินสามพันกว่าล้านเป็นอย่างต่ำ ซึ่งวงเงินกู้ของเขานั้นเหลือเพียงแค่พันกว่าล้านเท่านั้น
เวลาผ่านไปเพียงแค่ครึ่งวัน เฟิร์สก็ได้รับอนุมัติการกู้เงิน เขารู้สึกประหลาดใจเป็นอย่างมากที่ได้รับการตอบรับรวดเร็วเช่นนี้
แท้จริงแล้วนิวโฮปย่อมต้องตรวจสอบศักยภาพของเฟิร์ส แต่หลังจากเหตุการณ์ที่ผ่านมา วอชเชอร์ของนิวโฮปได้ยืนยันว่าเฟิร์สนั้นเป็นผู้มีความสามารถพิเศษ จึงคุ้มที่จะลงทุน อีกทั้งเขายังสามารถรอดพ้นวิกฤติเหตุการณ์รังมอนสเตอร์มาได้ นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้นิวโฮปอนุมัติให้เขาอย่างรวดเร็ว
จริงๆ แล้วแม้นิวโฮปจะให้วงเงินกู้ไว้สูงก็จริง แต่การขอกู้เงินโดยเปลี่ยนเป็นแกนสปีริตเพื่อบ่มเพาะ นั่นเป็นอะไรที่ยุ่งยากพอดู เพราะหากเป็นแค่เงินแล้ว นิวโฮปอาจจะอนุมัติให้อย่างง่ายดายเพื่อไปซื้อสินค้าอื่น แต่สำหรับแกนสปีริตในจำนวนที่มากขนาดนี้แล้ว
จำนวนที่มากขนาดนี้สามารถทำให้แกนสปีริตขาดตลาดในช่วงหนึ่งได้เลยทีเดียว หากไม่ได้รับอนุมัติของจากส่วนกลาง
แต่เมื่อเฟิร์สที่เป็นผู้มีความสามารถพิเศษยื่นความประสงค์เข้ามา นิวโฮปที่เห็นในศักยภาพย่อมพร้อมที่จะลงทุนให้คนๆ นี้กลายมาเป็นคนของเขา
ด้วยจำนวนวงเงินกู้ขนาดนี้ การจะหาคืนนั้นต้องใช้ระยะเวลาเป็นจำนวนมาก ซึ่งในระหว่างนี้นิวโฮปย่อมสามารถทำกำไรจากเขาได้อย่างแน่นอน
ทุกอย่างนั้นคือธุรกิจ ไม่มีใครที่ได้อะไรมาฟรีๆ มันคือกฎของการแลกเปลี่ยนที่เท่าเทียมกัน
เฟิร์สได้รับข้อความตอบกลับ
“เรียน คุณเอกศักดิ์ ชนะสกุล การกู้ยืมของคุณได้ถูกอนุมัติแล้ว แกนสปีริตทั้งหมดหกพันก้อนจะถูกส่งภายในสามวัน กรุณาเตรียมสถานที่สำหรับจัดเก็บให้ดี หากสูญหายหลังจากทำการส่งมอบแล้ว ทางนิวโฮปจะไม่มีส่วนรับผิดชอบในกรณีนี้ ขอบคุณที่ใช้บริการ”
ข้อความเหล่านี้ถูกส่งมายังกำไลข้อมือของเขา แน่นอนเพราะนี่คือสิ่งของที่เขาได้รับมอบมาจากนิวโฮปโดยตรง มันคือสัญลักษณ์ในการเป็นเวเนเตอร์ ซึ่งต่างจากโทรศัพท์มือถือทั่วไป
“เมื่อทุกอย่างราบรื่นดี ฉันก็ควรมุ่งเน้นไปที่ถ้ำกระบี่ได้แล้ว”
ถ้ำกระบี่ที่เฟิร์สสร้างขึ้นมา ที่นี่คือสถานที่ลับของเขา
ด้านนอกของถ้ำถูกปิดบังด้วยวงแหวนอักขระพรางตาและวงแหวนอักขระป้องกันเป็นอย่างดี มันจะต้องเป็นเวเนเตอร์ดาราแดงที่แข็งแกร่งเท่านั้นถึงจะสามารถพังวงแหวนอักขระของเขาได้
เฟิร์สเข้าไปในถ้ำแล้วเหลือบมองรอยกระบี่ที่สลักอยู่บนผนังนับสิบรอย บนพื้นมีวงแหวนค่ายกลดาวเคลื่อนดาราคล้อยอยู่ ทว่าร่องรอยของกระบี่นั้นกลับแผ่เจตจำนงกระบี่ออกมาจางๆ
เด็กหนุ่มร่างบางนำกระบี่ร้อยอสูรสีแดงชาดออกมาจากแหวนมิติเก็บของ แล้วเริ่มเคลื่อนไหวร่ายรำกระบี่อย่างต่อเนื่อง
ภายใต้การรำกระบี่สิบกระบวนท่าจะมีกระบี่หนึ่งที่สลักผนังถ้ำเอาไว้ ซึ่งในทุกๆ รอยจะมีเจตจำนงกระบี่ของเขาแฝงอยู่
ยิ่งร่องรอยกระบี่มีมากขึ้น เจตจำนงกระบี่ก็จะแผ่แรงกดดันออกมา
สำหรับร่องรอยกระบี่ที่แฝงเจตจำนงเหล่านี้ หากมีผู้ฝึกฝนกระบี่หรือผู้ใช้กระบี่ที่ยังไม่เข้าขั้นมาที่นี่ พวกเขาก็จะสามารถฝึกฝนกระบี่จนเข้าถึงวิถีกระบี่ผ่านร่องรอยกระบี่เหล่านี้ได้
เฟิร์สยังจำได้ว่าครั้งหนึ่งอาจารย์ของเขาได้เล่าว่าอาจารย์เคยฝึกฝนกระบี่วิธีนี้ จนสามารถเข้าถึงวิถีกระบี่ได้
เขาจึงนำวิธีนี้มาเลือนแบบ สร้างถ้ำกระบี่ที่จารึกเจตจำนงกระบี่ของตนเองเพื่อบ่มเพาะกายากระบี่ขึ้นมา
“น่าเสียดายที่จารึกกระบี่เหล่านี้เป็นแค่วิถีกระบี่ขั้นที่หนึ่งเท่านั้น มันจึงไม่ได้แผ่เจตจำนงกระบี่ออกมามาก เพราะเหตุนี้ฉันจึงต้องเพิ่มจารึกกระบี่ให้ได้มากที่สุดเพื่อใช้จำนวนมาทดแทนความทรงพลังที่ขาดไป”
การร่ายร่ำกระบี่ของเฟิร์สนั้นไม่มีแบบแผน มันไม่ใช่เคล็ดวิชากระบี่ แต่เป็นการร่ายรำตามวิถีกระบี่ของเขาเท่านั้น
แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังเป็นผู้ฝึกฝนวิถีกระบี่ที่หนึ่ง นั่นจึงทำให้จารึกกระบี่ของเขาแผ่เจตจำนงกระบี่ออกมาได้ ไม่ใช่รอยกระบี่ธรรมดาที่ไม่มีมูลค่าใดๆ
เฟิร์สใช้เวลาถึงสามวันในการร่ายรำกระบี่ในถ้ำ เขาทำเช่นนี้อย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย
จนกระทั่งห้องที่อยู่ภายในถ้ำเต็มไปด้วยจารึกกระบี่ของเขาซึ่งแผ่แรงกดดันของเจตจำนงกระบี่ออกมาอย่างเป็นที่น่าพอใจ
หากคนธรรมดาเข้ามาที่นี่แล้ว พวกเขาจะไม่สามารถทดต่อแรงกดดันกระบี่นี้ได้
หากไม่สลบไปในทันที พวกเขาอาจจะไม่สามารถก้าวเข้ามาในถ้ำนี้ได้แม้แต่ครึ่งก้าว
ถ้ำกระบี่ที่เฟิร์สสร้างขึ้นจึงไม่ใช่ที่ที่คนธรรมดาควรก้าวเข้ามา
ตอนนั้นเองกำไลบนข้อมือของเด็กหนุ่มก็มีข้อความแจ้งเตือน
“ขณะโดรนของนิวโฮปเขตภาคเหนือแห่งประเทศไทยได้ถูกส่งออกไปแล้ว กรุณาเตรียมพร้อมที่จะรับพัสดุของท่านด้วย”
มันเป็นข้อความที่นิวโฮปส่งมา
“เหมือนว่าฉันจะได้เวลาบ่มเพาะอย่างจริงจังแล้ว”
ทันทีที่กล่าวจบร่างอันผอมบางของเด็กหนุ่มก็ทะยานออกจากถ้ำ ร่างของเขาพุ่งออกไปราวกับกระบี่เล่มหนึ่ง พลิ้วไหวไปตามเหล่ายอดไม้