ตอนที่ 11. ความลับแตก?
"เฮ้ย! เชี่ย... เพลงบ้าอะไรวะเนี่ย แม่งโคตรเดือดดดด!"
เสียงอุทานของไอ้จอมดังลั่นรถสองแถว ทำเอาป้าที่นั่งถือตะกร้าผักอยู่ข้างๆ สะดุ้งโหยงจนผักบุ้งเกือบกระเด็น จอมรีบดึงหูฟังข้างหนึ่งออกจากหูของตัวเอง แล้วยัดเยียดใส่หูของวินที่กำลังนั่งสัปหงกอยู่ข้างๆ อย่างไม่ปรานี
"มึงฟัง! ไอ้วิน มึงต้องตั้งใจฟัง! กูเพิ่งโหลดมาจาก MusicZone เมื่อเช้า แม่ง... คือที่สุดของแจ้!"
วินทำหน้าตาเบื่อหน่ายเหมือนคนเพิ่งตื่นนอน รับหูฟังมาใส่แบบเสียไม่ได้ ทันทีที่เสียงดนตรีดังขึ้น เขาก็ต้องกัดริมฝีปากแน่นเพื่อกลั้นขำ
ตึ้บ! ตึ้บ! ตึ้บ! แกร๊งงงง!!
เสียงกลองเบรกบีทผสมกับเสียงกีตาร์ดรอปสายต่ำจนพื้นสั่น... มันคือเพลง "ความมืดมิด" ที่เขาเพิ่งจะอดหลับอดนอนนั่งทำเมื่อคืนก่อน โดยใช้นามแฝงว่า "Future"
"...ความมืดมิด... กัดกินหัวใจ... าแนี้... ไม่มีวันหาย..."
วินฟังเสียงร้องว้ากของตัวเองที่ผ่านการมิกซ์จนดุดัน แล้วพยักหน้าเออออห่อหมกไปกับเพื่อน "เออ... ก็มันส์ดีนะ ดนตรีแน่นดี ดูอินเตอร์ดีว่ะ"
"มันส์ดีพ่อง!"
จอมสวนกลับด้วยความอินจัดจนน้ำลายแทบพุ่ง "นี่มันระดับปฏิวัติวงการเพลงไทยเลยนะเว้ย! มึงดูเนื้อหาดิ โคตรดาร์ก โคตรเรียล ไม่ใช่เพลงรักน้ำเน่าดาษดื่น กูว่านะ... ไอ้วง Future เนี่ย ต้องเป็พวกนักดนตรีใต้ดินฝีมือระดับพระกาฬแน่ๆ เผลอๆ อาจจะเป็พวกโปรดิวเซอร์เมืองนอกมาทำเพลงไทยด้วยซ้ำ ซาวด์มันล้ำเกินคนไทยไป"
วินเบือนหน้าหนีออกไปมองนอกหน้าต่างรถสองแถว ไหล่สั่นเล็กน้อยจากการกลั้นหัวเราะ
'ฝรั่งบ้านป้าแกสิ กูนั่งทำหัวฟูอยู่ข้างๆ มึงเนี่ย'
"ขำไรวะ?" แว่นที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามถามอย่างสงสัยเมื่อเห็นเพื่อนตัวสั่น
"เปล่า... แค่... นึกถึงหน้าอาจารย์วิชาเคมีตอนทำหลอดทดลองแตกเมื่อวานเฉยๆ" วินแถสีข้างถลอกพลางปาดน้ำตาที่เล็ดออกมา
……
โรงอาหารคณะนิเทศศาสตร์ ชีวิตของวินใน่สัปดาห์นี้วุ่นวายจนแทบไม่มีเวลาหายใจ ไหนจะเรียน ไหนจะต้องวิ่งรอกไปเป็มือกีตาร์แบ็คอัพให้กับวง Paper Plane ของค่ายพี่ป้อมอีก
ที่ต้องคอยประคองวงรุ่นใหม่ที่เล่นผิดๆ ถูกๆ ให้รอดตายบนเวที แล้วตกดึกก็ต้องกลับมาเล่นประจำที่ร้าน Blue Moon
แต่ความเหนื่อยล้านั้นกลับถูกชะล้างด้วยความบันเทิงรูปแบบใหม่...
เสียงเพลงที่ดังก้องมาจากลำโพงกระจายเสียงของโรงอาหารคณะ ไม่ใช่เพลงป๊อปใสๆ อย่างที่เคยเปิด แต่มันคือเพลง "ความมืดมิด" ที่กำลังกระแทกกระทั้นโสตประสาทนักศึกษานับร้อย
"...ความมืดมิด! กัดกินหัวใจ!..."
"กรี๊ดดดด! แก... เพลงนี้อีกแล้ว ฉันชอบมากกกก!" กลุ่มนักศึกษาสาวดาวคณะโต๊ะข้างๆ กรีดร้องวี๊ดว้ายพลางโยกหัวเบาๆ ตามจังหวะ
วินที่กำลังโซ้ยก๋วยเตี๋ยวต้มยำถึงกับสำลักน้ำซุป 'แคกๆๆ... เฮ้ย เดี๋ยว... นี่ดีเจคลื่นวิทยุคณะเอามาเปิดเลยเหรอ? มันดังขนาดนี้แล้วเหรอวะ?'
เขาแกล้งทำเป็เช็ดปากแล้วเงี่ยหูฟังบทสนทนาของสาวๆ
"เขาว่ากันว่าคนร้องต้องหล่อมากแน่ๆ เลยแก ดูลึกลับ น่าค้นหา อาจจะเป็ลูกครึ่งร็อกเกอร์ผมยาว เซอร์ๆ หน่อยก็ได้"
"ใช่ๆ ฉันก็ว่าอย่างนั้น โอ๊ยยย แค่ฟังเสียงว้ากก็เข่าอ่อนแล้วอ่ะแกรรรร อยากเป็ความมืดมิดให้เขากัดกินหัวใจจังเลย"
วินนั่งอมยิ้มแก้มตุ่ยอยู่คนเดียว พลางก้มมองสภาพตัวเองในกระจกเงาของร้านขายน้ำ... เสื้อนักศึกษาหลุดลุ่ย ผมเผ้ายุ่งเหยิง ขอบตาดำเป็หมีแพนด้า
'น้องครับ... ถ้าเห็นหน้าพี่ Future ตอนนี้ น้องอาจจะอยากเอาตีนก่ายหน้าผากแทนก็ได้นะ สภาพพี่อย่างกับโจรป่า 500 เพิ่งลงจากเขาเลย'
ความรู้สึกของการเป็ "ซูเปอร์สตาร์นิรนาม" มันช่างหอมหวานปนจั๊กจี้หัวใจ เขาเดินไปไหนมาไหนก็มีแต่คนพูดถึงเพลงของเขา ริงโทนมือถือของรุ่นพี่ที่เดินสวนกันก็เป็เพลงเขา แม้แต่ในห้องน้ำชาย เขายังได้ยินคนฮัมท่อนฮุกเพลงของเขาขณะยืนฉี่
……
คืนวันเสาร์ที่ร้าน Blue Moon คนแน่นขนัดจนแทบไม่มีที่ยืน วินกำลังยืนจูนสายกีตาร์อยู่หลังร้านเตรียมขึ้นโชว์รอบดึก ทันใดนั้นเฮียเอกก็เดินหน้าตาตื่นเข้ามาหา
"วิน! วันนี้ขอเพลงหนักๆ หน่อยนะ ลูกค้าเรียกร้องมาเยอะ วัยรุ่นแม่งกำลังคึก"
"ได้ครับเฮีย จัดให้ครับ เดี๋ยวผมจัด Thunder Storm ชุดใหญ่ให้เลย" วินรับคำอย่างกระตือรือร้น
"เออ... ดีๆ แต่มีอีกเพลงนึงที่ลูกค้าขอมาทุกโต๊ะเลย" เฮียเอกทำหน้าลำบากใจเล็กน้อย "นายเล่นเพลงนั้นเป็ยัง?"
"เพลงไรครับ?"
"ก็เพลง 'ความมืดมิด' ของวง Future ที่กำลังดังไง ลูกค้าเขียนใส่กระดาษขอมาเป็สิบใบแล้วเนี่ย บอกอยากฟังเวอร์ชันที่นายเล่น"
วินชะงักมือที่กำลังหมุนลูกบิดกีตาร์ เสียวสันหลังวาบเหมือนโดนน้ำแข็งราดใส่
'ชิบหายแล้ว... ขืนกูเล่นเหมือนต้นฉบับเป๊ะๆ เฮียเอกสงสัยตายห่า เพลงแนวนูเมทัลซาวด์สังเคราะห์ยับขนาดนั้น กีตาร์ตัวเดียวจะเล่นยังไงให้เหมือนวะ'
"เอ่อ... พอแกะได้ครับเฮีย แต่คงเล่นไม่เหมือนเป๊ะนะครับ ซาวด์ต้นฉบับเขามันมีเสียงสังเคราะห์เยอะมาก ผมเล่นกีตาร์ตัวเดียว มันอาจจะไม่แน่นเท่านะครับ" วินรีบออกตัวกันเหนียว
"เออๆ เล่นๆ ไปเหอะ นายเก่งอยู่แล้ว เอาให้มันส์ก็พอ ลูกค้าเขาอยากฟังเนื้อหากับเมโลดี้ นายเรียบเรียงใหม่ตามสไตล์นายเลย" เฮียเอกตบไหล่ให้กำลังใจก่อนเดินออกไป
วินถอนหายใจเฮือกใหญ่ 'เอาก็เอาวะ... คัฟเวอร์เพลงตัวเอง มันคงไม่ยากเท่าไหร่หรอกมั้ง'
เมื่อขึ้นเวทีไป วินก็ต้องงัดทักษะการแสดงระดับออสการ์ออกมาใช้ เขาแกล้งทำเป็ก้มดูเนื้อเพลงที่จดใส่กระดาษ แกล้งลองกดคอร์ดหาคีย์อยู่ครู่หนึ่ง เพื่อให้ดูเหมือนว่าเขาเพิ่งจะแกะเพลงนี้มาสดๆ ร้อนๆ ไม่ใช่เ้าของเพลงมาเอง
"ครับ... เพลงต่อไปมีคนขอมาเยอะมาก เพลงของวง Future... ผมเพิ่งแกะเมื่อกี้เลย ถ้าผิดพลาดยังไงขออภัยด้วยนะครับ" วินพูดใส่ไมค์ด้วยน้ำเสียงถ่อมตัว
เขาเริ่มดีดกีตาร์... แต่แทนที่จะเล่นแบบนูเมทัลหนักๆ วินเปลี่ยนมันเป็เวอร์ชัน อะคูสติก ร็อค ที่ดุดัน เขาตบสายกีตาร์แรงๆ เพื่อสร้างจังหวะแทนกลอง และใช้เสียงแตกจากตู้แอมป์ช่วยในท่อนฮุก
"...ความมืดมิด... กัดกินหัวใจ..."
ถึงจะแกล้งเล่นบิดเบือนจากต้นฉบับยังไง แต่ "อินเนอร์" มันก็ปิดไม่มิด ท่อนที่เขาว้ากออกมาด้วยพลังเสียงต้นฉบับ ทำเอาคนทั้งร้านขนลุกซู่ ลูกค้าบางคนถึงกับหยุดกินเหล้าแล้วหันมาจ้องเวทีตาค้าง
"เชรดดด... ไอ้เด็กนี่มันของจริงว่ะ ร้องได้ฟีลกว่าต้นฉบับอีกมั้งเนี่ย" ลูกค้าโต๊ะหน้ากระซิบกันอย่างทึ่งๆ
หลังจากลงเวทีท่ามกลางเสียงปรบมือเกรียวกราว วินยกมือไหว้ขอบคุณลูกค้าและเฮียเอก ก่อนจะรีบเก็บกีตาร์ใส่เคสสะพายหลัง เขาปฏิเสธคำชวนดื่มต่อจากนักดนตรีวงอื่นอย่างสุภาพ เพราะใจของเขาตอนนี้จดจ่ออยู่กับสิ่งอื่นที่สำคัญกว่า
วินเดินออกจากร้าน Blue Moon แล้วสตาร์ทรถมอเตอร์ไซค์มือสองคู่ใจ ขี่ฝ่าลมยามค่ำคืนมุ่งหน้ากลับสู่ "ฐานทัพ" ของเขา ที่แมนชั่นบ้านสวน
ระหว่างทางที่จอดติดไฟแดง วินได้ยินเสียงเพลงที่คุ้นหู...
"...ความมืดมิด... กัดกินหัวใจ..."
มันคือเสียงเพลง "ความมืดมิด" เวอร์ชันต้นฉบับที่เขาทำเองกับมือ กำลังเปิดคลอเบาๆ มาจากวิทยุธานินทร์เก่าๆ ของร้านขายลูกชิ้นปิ้งข้างทาง วินเผลอยิ้มออกมาภายใต้หมวกกันน็อก
'ขนาดร้านลูกชิ้นยังเปิด... สงสัยจะดังจริงแฮะ'
เมื่อกลับถึงห้องพักชั้น 4 วินล็อกประตูแ่า ทิ้งตัวลงบนเก้าอี้ทำงานโดยที่ยังไม่ได้เปลี่ยนชุดนักศึกษา เขาเอื้อมมือไปกดปุ่ม Power เปิดคอมพิวเตอร์สเปคเทพทันที
วู๊บบบบ.... เสียงพัดลมระบายความร้อนดังกระหึ่ม หน้าจอ CRT ขนาด 17 นิ้วค่อยๆ สว่างวาบขึ้น
วินขยับเมาส์คลิกเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต เสียงโมเด็มดังครืดคราดอยู่ชั่วอึดใจ ก่อนที่สัญลักษณ์การเชื่อมต่อจะปรากฏขึ้นที่มุมขวาล่าง
เขาเปิดเว็บบราวเซอร์ เข้าสู่หน้าอีเมลที่ใช้สมัครสมาชิก MusicZone หัวใจของเขาเต้นรัวเมื่อเห็นตัวเลขแจ้งเตือนใน Inbox
Inbox (15)
"โห... เพียบเลยว่ะ"
วินกวาดสายตาไล่อ่านหัวข้ออีเมลด้วยความรู้สึกเหมือนกำลังเดินเลือกซื้อของในซูเปอร์มาร์เก็ต แต่ละฉบับล้วนส่งมาจากค่ายเพลงชื่อดังที่เขาคุ้นหู
Subject: สนใจซื้อลิขสิทธิ์เพลง "ความมืดมิด" - ฝ่ายลิขสิทธิ์ ค่าย G-Wave
Subject: ข้อเสนอร่วมงานโปรเจกต์พิเศษจากค่าย Indy Room
Subject: ขอสัมภาษณ์คุณ Future ลงคอลัมน์ "หน้าใหม่ไฟแรง" นิตยสาร Music Today
แต่ละค่ายต่างยื่นข้อเสนอตัวเลขที่น่าสนใจ ทั้งหลักหมื่นและหลักแสน เพื่อขอซื้อลิขสิทธิ์เพลงไปให้นักร้องในสังกัดร้อง หรือขอซื้อตัวเขาไปเป็ศิลปิน
แต่สายตาของวินกลับไปสะดุดเข้ากับอีเมลฉบับหนึ่งที่ส่งมาจาก "BigEar" User ที่ทักเขามาคนแรกในบอร์ด ซึ่งหัวข้ออีเมลดูแตกต่างจากคนอื่นอย่างสิ้นเชิง
Subject: ผมรู้ว่าคุณ้าอะไร... มากกว่าแค่เงิน - BigEar
วินเลิกคิ้วสูง 'ไอ้หมอนี่มันมาแปลก... รู้ทันซะด้วย'
เขาคลิกเข้าไปอ่านเนื้อหาข้างใน มันสั้น กระชับ แต่ได้ใจความ
"คุณ Future... เพลงของคุณมีจิติญญาที่ค่ายใหญ่ๆ ผลิตไม่ได้ ผมรู้ว่าคุณไม่ได้ทำเพลงนี้แค่เพื่อขายลิขสิทธิ์กินเปล่า ถ้าคุณอยากสร้างตำนานของตัวเอง... ได้โปรดติดต่อผมกลับมานะครับ"
วินเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ประสานมือไว้ที่ท้ายทอย รอยยิ้มเ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นบนใบหน้า
เขายังไม่กดตอบกลับใครทั้งนั้น ตอนนี้เขาเนื้อหอมยิ่งกว่าปลาทูแม่กลอง ขืนรีบตกลงปลงใจตอนนี้ราคาตกแน่ รอให้กระแสมันจุดติดทั่วเมืองมากกว่านี้อีกหน่อย ค่อยว่ากัน
วินปิดหน้าจอคอมพิวเตอร์ลง ปล่อยให้ห้องกลับสู่ความมืดสลัว แสงจันทร์สาดส่องเข้ามาทางหน้าต่างบานใหญ่
เขาเงยหน้ามองดวงจันทร์ แล้วกระซิบบอกตัวเองเบาๆ
"สนุกดีว่ะ... ชีวิตแบบนี้”