คนดวงซวยลืมตาตื่นขึ้นมาในห้องเดิมเหมือนกับคราวก่อน พู่ห้อยสีทองอร่ามอยู่ตามมุมเตียงทั้งสี่ แต่ครั้งนี้เขากลับไม่ได้ลุกพรวดพราดเพราะยังนึกว่าเป็แค่ความฝัน และเพราะอยากตื่นจากฝันอันเลวร้ายนั้นจึงหลับตาลงต่อ ข่มตาลงได้ไม่นานเสียงอันคุ้นเคยก็เอ่ยทักขึ้น
“ฟื้นแล้วก็ลุกมาคุยกันดี ๆ”
“เฮือก!”
ซิ่วอิงสะดุ้งโหยงดีดตัวลงจากเตียงไปหลบด้านล่าง เขาโผล่หัวขึ้นมาแค่ครึ่งเดียวลอบมองอีกคนด้วยความกลัว นี่เขายังไม่ตายหรือ รอดตายมาได้อย่างน่าอัศจรรย์!
แล้วต้นฉบับของนิยายล่ะ หากตามเนื้อเื่เขาต้องถูกอัดจนเละเป็โจ๊กไปแล้วมิใช่รึ แต่จะว่าไปต่อให้เขาอยู่หรือตายก็ไม่ส่งผลต่อเนื้อเื่หลักอยู่ดีนั่นแหละ คิดไปก็ใจหายไปสองมือเองสั่นจนควบคุมไม่อยู่ พยายามใจเย็นแต่ก็ไม่เป็ผล เดี๋ยวนะ? สองมือกำลังสั่น?
เขามองที่มือของตัวเอง สองมือกลับมาเป็ปกติไม่มีร่องรอยการถูกฟัน ไม่มีความเ็ปหลงเหลืออยู่ หรือว่าก่อนหน้านั้นเป็เพียงแค่ฝันหรอกหรือ ไม่จริง! ความเ็ปจากการถูกของมีคมตัดผ่านกล้ามเนื้อลงไปถึงกระดูกเขายังจำความรู้สึกนั้นได้ ต่อให้เป็ความฝันก็ไม่น่าจะรู้สึกสมจริงได้มากเท่านี้
สิงเทียนนั่งมองคนที่กำลังพึมพำคนเดียวอย่างออกรส เขาเหนื่อยจะรอคอยให้อีกฝ่ายได้สติแล้ว จึงลุกเดินมายังเตียงใหญ่อย่างช้า ๆ
“เ้าเป็ใคร มีผู้ใดอยู่เื้ักันแน่”
“เอ่อ ขะ ข้าไม่..”
คนข้างเตียงไม่รู้จะตอบอย่างไร ถึงบอกไปว่าไม่รู้เื่ ไม่มีใครชักใย อีกฝ่ายก็คงไม่ปักใจเชื่ออยู่ดี บางทีอาจสั่งให้ลูกสมุนมาตัดมือของเขาอีกครั้งก็เป็ได้ หรือที่แย่ไปกว่านั้นก็อาจจะตัดหัวเขาแทน
ซิ่วอิงมุดหน้าต่ำลง ตอบอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ “เอ่อ คุณชาย ข้าพูดความจริงไปหมดแล้ว ข้าคือคนทำความสะอาดนามว่าซิ่วอิงอย่างไรเล่าขอรับ ข้ามิได้ขโมยอะไร แล้วก็ไม่ได้คิดหักหลังท่านด้วย ข้าจะทำแบบนั้นไปทำไม”
สิงเทียนนั่งลงที่เตียงสีหน้าดูเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง กล่าวว่า “เช่นนั้นแล้ว เหตุใดพลังในตัวเ้าจึงแข็งแกร่งรวดเร็วปานนี้ เ้าแอบอ่านตำราข้า ลอบฝึกปรือจนทะลุถึงขั้นเซียน แล้วจะให้ข้าทำใจเชื่อเ้าลงได้อย่างไร”
ซิ่วอิงก้มหน้าคิด มันก็ถูกอย่างที่อีกฝ่ายบอกมา เขาเป็แค่คนทำความสะอาดจะมีความสามารถนำโด่งพระเอกไปได้ยังไง หากไม่ใช้กลโกงเข้าช่วยก็ต้องมีบางอย่างคอยผลักดันอยู่เื้ั
ซิ่วอิงเกาหัวกระทั่งตัวเขาเองก็เดาไม่ได้ว่าเพราะอะไรถึงได้เก่งขึ้น หากเป็เพราะอ่านตำราพวกนั้น สิงเทียนก็อ่านมันเหมือนกัน ทำไมเขาถึงยังไม่เลื่อนขั้นอีก หรือหากเป็เพราะความมานะบากบั่นในการฝึกปรือ สิงเทียนย่อมฝึกหนักกว่าเขาหลายเท่าตัว แต่ทำไมถึงยังอยู่ขั้นเริ่มต้นอีก ยิ่งคิดก็ยิ่งไม่เข้าใจ
ในโลกนี้ยังเป็โลกนิยายหรือเปล่า ทำไมเนื้อเื่หลังผ่าน่แรกมาแล้วถึงได้เละเทะแบบนี้ ตัวละครที่ไม่มีบทบาทกลับเริ่มมีตัวตนขึ้นมา กลายเป็เป้าหมายให้พระเอกเพ่งเล็งมากกว่าเดิม ความตายที่ต้องเจอกลับผ่านมาได้อย่างฉิวเฉียดโดยไร้เหตุผล
ตกลงมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ หรือสิ่งที่เขาพยายามทำมาโดยตลอดมันกำลังวกกลับมาเล่นงาน จากที่้าฝึกวิชาไว้เอาตัวรอด ดันไปทำให้ตัวเอกของเื่ดร็อปลงซะงั้น แล้วแบบนี้จะให้ทำยังไงต่อ เนื้อหาแรกเริ่มถูกเปลี่ยนจนไม่เหลือเค้าโครงต้นฉบับ แล้วเขาควรจะดำเนินบทยังไงล่ะทีนี้!
สิงเทียนพูดต่อ “ข้าไม่รู้ว่าเ้าเป็อะไรกันแน่ คราก่อนที่เ้าตกจากต้นไม้ส่วนหนึ่งมันอาจเป็เพราะข้าเอง เ้าถูกข้าใช้งานอย่างหนักจนแทบไม่ได้หยุดพัก ไม่แน่ว่าอาจเกิดความอึดอัดขึ้นก็เป็ได้ และเมื่อหลายเดือนก่อนเ้าได้เข้ามาทำความสะอาดในห้องเช่นเคย แต่สิ่งที่ต่างออกไปคือเ้ากลับมายุ่มย่ามกับหีบสมบัติของข้า ทำการขโมยทรัพย์สินไปบางส่วน เื่นั้นข้าเข้าใจและไม่ถือสา แต่ต่อมาเ้ากลับทำท่าทางมีลับลมคมในหลังออกจากห้องข้า พอถูกผู้อื่นพบเข้าโดยบังเอิญเ้าก็วิ่งหนีไปและปีนขึ้นต้นไม้ ก่อนจะะโลงมาและาเ็อย่างที่เห็น”
ซิ่วอิงนั่งฟังอยู่ขอบเตียง ไม่รู้ว่าที่สิงเทียนเล่ามาจริงเท็จแค่ไหน เพราะนั่นเป็เื่ก่อนที่เขาจะมาอยู่ที่นี่ ทั้งยังไม่มีฉากนั้นในนิยายต้นฉบับอีก หากพระเอกอย่างสิงเทียนแต่งเื่ขึ้นมาเพื่อใส่ร้ายเขามันก็มีส่วนเป็ไปได้ แต่เขาจะทำแบบนั้นไปทำไม จะมาสนใจตัวประกอบกระจอกงอกง่อยให้ได้อะไร
ซิ่วอิงว่า “เอ่อคุณชาย ข้าน้อยจำเื่ราวพวกนั้นไม่ได้เลยขอรับ”
สิงเทียนปรายตามองเขาแวบหนึ่ง หันหลังให้แล้วพูดต่อ “เ้าขโมยโอสถทิพย์ของข้านั่นเป็เื่จริง แต่หลังจากร่วงตกลงมาแล้วโอสถทิพย์กลับหายไป ข้าให้หนวยเฉินและหูเซินค้นหาจนทั่วแต่กลับไม่พบอะไรเลย ข้ามั่นใจว่าเ้าต้องดื่มมันไปแล้ว ถึงได้ปล่อยให้เ้าลักลอบอ่านตำรา ฝึกปรือพลัง และแน่นอนว่าการตัดมือก็เป็อีกหนึ่งบททดสอบ เพื่อยืนยันว่าเ้าดื่มมันไปจริง ๆ”
ซิ่วอิงยกมือขึ้นมาพิจารณาอีกครั้ง นิ้วเรียวยาว ผิวพรรณนวลปลั่งดังเดิมไม่มีเปลี่ยน เขาว่า “ท่านตัดมือข้า เพียงเพราะอยากพิสูจน์ข้อเท็จจริง ว่าแท้จริงแล้วมีโอสถทิพย์ไหลเวียนในกายข้าหรือไม่ เป็เช่นนั้นสินะขอรับ”
“ใช่ เป็อย่างที่เ้าเข้าใจ”
ซิ่วอิงอ้ำอึ้ง เขาไม่เคยรู้มาก่อนว่าที่ตนเองสามารถอ่านตำราและฝึกพลังได้รวดเร็วขนาดนี้ เป็ผลพวงมาจากโอสถทิพย์ในกายนี้ งานงอกเข้าเต็ม ๆ ไอ้เ้าซิ่วอิงคนก่อนมันสติดีอยู่ไหมเนี่ย! กล้าดียังไงมาดื่มยาของพระเอก! หนำซ้ำยังผ่านมาไม่รู้นานแค่ไหนแล้ว จะให้กลั่นเอายาออกมาคงไม่ทันการ ป่านนี้คงซึมซับไปถึงแกนกระดูกดำแล้วแน่ ๆ
หลังทราบความผิดทุกอย่างแล้ว ซิ่วอิงก็หน้าซีดเผือดรีบคลานไปหมอบแทบเท้า “คุณชาย ข้าจำอะไรไม่ได้เลยสักนิด จะให้ทำอย่างไรดี ให้ข้าปลิดชีพตนเองดีหรือไม่ หรือปาดคอแล้วเอาโลหิตมาให้ท่านดื่มขอรับ เชิญรับสั่งมาได้เลย”
สิงเทียนส่ายหัว กล่าวว่า “ปลิดชีพแล้วอย่างไร ปาดคอเพื่อดื่มโลหิตมันช่วยอะไร โอสถทิพย์นั่นเป็เพียงสิ่งเดียวที่ข้ามี แต่บัดนี้มันกลับไหลเวียนในกายเ้า ทุกวัน ข้าต้องคอยฝึกทำสมาธิเพื่อเพิ่มลมปราณในการเลื่อนขั้น หากเ้ามีเหตุจำเป็ที่จะต้องดื่มมัน เหตุใดไม่พูดจากันดี ๆ เหตุใดต้องฉกฉวยเอาไปเช่นนี้”
ซิ่วอิงหน้านิ่งไร้คำจะกล่าว ทุกอย่างที่เกิดขึ้นหาใช่ความผิดเขา มันเป็ความผิดของเ้าซิ่วอิงคนก่อนต่างหาก ต่อให้รู้สึกผิดก็รู้สึกผิดได้แค่บางส่วนเท่านั้น เขาจึงว่า “คุณชาย ข้าน้อยขออภัยจริง ๆ แต่หากคุณชาย้าเลื่อนขั้น ข้าจะขออาสาช่วยเอง พลังิญญาและลมปราณในกายข้ามีมากจนเอ่อท้น ข้ายินดีแบ่งมันให้ท่านหากท่านไม่รังเกียจล่ะก็นะ”
เขาพูดไปก็เหลือบมองสีหน้าอีกฝ่ายไปด้วย ไม่รู้ว่าสิงเทียนจะสนใจหรือไม่ แต่ในเมื่อมีโอกาสช่วยเหลือพระเอก เขาก็จะทำอย่างเต็มที่ หากช่วยให้สิงเทียนเลื่อนขั้นและไม่ถูกธาตุไฟเข้าแทรกสำเร็จ เป้าหมายของเขาก็จะบรรลุ เห็นแก่การไว้ชีวิตอันไร้ค่านี้ซิ่วอิงจึงอยากตอบแทนบ้าง แม้ว่าวิธีที่เสนอจะสุ่มเสี่ยงมากก็ตาม
การถ่ายทอดปราณบริสุทธิ์ให้ผู้อื่นนั้นสามารถทำได้ แต่มันคือสิ่งต้องห้าม หากไม่จำเป็ก็ไม่มีใครอยากทำ เพราะนอกจากจะเสี่ยงถูกธาตุไฟเข้าแทรกทั้งคู่แล้ว ยังเป็การผูกจิตไว้ด้วยกันอย่างหนึ่ง การที่ซิ่วอิงมอบพลังให้เขาก็เปรียบเสมือนการเอาิญญามาผูกกันไว้ หากวันใดอีกฝ่ายเกิดตายขึ้นมา อีกคนก็จะต้องตายตามไปด้วย
แต่คนอย่างซิ่วอิงไหนเลยจะสนเื่หยุมหยิมเช่นนี้ ดีเสียด้วยซ้ำที่ต้องมาผูกติดชีวิตไว้กับพระเอกของเื่ เป็เช่นนี้แล้วตัวเขาก็จะปลอดภัยขึ้นหลายเท่า ใครหน้าไหนก็อย่าหวังมาปลิดชีพเขาเชียว หากสิงเทียนตกปากรับคำ แน่นอนว่าต่อจากนี้ชีวิตเขาก็ตกอยู่ในความคุ้มครองของพระเอกเช่นกัน หากวันข้างหน้ามาถึงจุดจบแล้วสิงเทียนได้ขึ้นแท่นเป็อันดับหนึ่ง ตัวเขาก็จะพลอยสบายไปด้วย งานนี้แม้ความเสี่ยงสูงแต่ก็น่าลุ้นไม่แพ้กัน
สิงเทียนครุ่นคิด เขาดูจะสนใจข้อเสนอนี้ไม่น้อย เพราะโอสถทิพย์ถูกแย่งไปแล้ว หลอมรวมเข้ากับเืเนื้อผู้อื่นโดยสมบูรณ์ คนตรงหน้าเองก็ดูจะจริงใจไม่เสแสร้ง ถึงแม้มีนิสัยชอบลักเล็กขโมยน้อย ดังนั้นเขาจะยอมเชื่อดูสักครั้ง
สิงเทียนเอ่ย “เช่นนั้น ข้ารบกวนเ้าด้วย”
ซิ่วอิงยิ้มรับทันที “ได้เลยขอรับ นับั้แ่พรุ่งนี้เป็ต้นไป ข้าน้อยจะคอยมาทำความสะอาดและถ่ายทอดลมปราณให้กับคุณชายเอง”
“อืม เช่นนั้นวันนี้เ้าก็กลับไปก่อน ข้าอยากอยู่คนเดียว”
ซิ่วอิงค้อมศีรษะทีหนึ่ง “ข้าน้อยขอตัว รักษาสุขภาพด้วยนะขอรับ”
นับั้แ่วันนั้นเป็ต้นมา ซิ่วอิงต้องคอยแวะเวียนเข้าไปในตำหนักอยู่เป็ประจำ จากที่เป็แค่ตัวประกอบไร้บท เขากลับกลายเป็บุคคลสำคัญของพระเอกไปเสียแล้ว ทำหน้าที่เป็ที่ปรึกษาคอยถ่ายลมปราณให้ ทั้งยังเป็อาจารย์สอนหนังสือไปในตัว ถึงแม้สิงเทียนจะยินยอมให้ความร่วมมือแต่เื่สำคัญแบบนี้ซิ่วอิงย่อมเข้าใจดีว่าไม่ควรปริปากบอกใคร มีเพียงพวกเขาเท่านั้นที่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น
ความเดิมจากนิยายนั้น ผู้ที่คอยเกลาพลังทิพย์ให้กับพระเอกหลังจากเริ่มจับทางอาการธาตุไฟกำเริบได้แล้ว นั่นก็คือผิงผิง แม่นางน้อยผู้น่ารักใสซื่อซึ่งจะต้องมาเป็เมียคนที่สองในอนาคตอีกฝ่ายนั่นเอง แต่ในขณะนี้เนื้อหาบางส่วนถูกปรับเปลี่ยน เนื่องจากมีไอ้โง่บางคนเผลอเขมือบยาของพระเอกไปแล้ว คงจะไม่เสียหายอะไรหากว่าตำแหน่งนั้นถูกปรับให้เป็เขาแทนในอนาคต ไม่ใช่ในฐานะคนรักหรือครอบครัว แต่หากเป็คนรู้จักเสียมากกว่า
เดิมทีซิ่วอิงเป็แค่ตาลุงหนวดเขียวคนหนึ่ง แต่เพราะดื่มโอสถทิพย์เข้าไป หน้าตาและผิวพรรณจึงดูอ่อนเยาว์ลงมาก เทียบกับพระเอกอย่างสิงเทียนที่เพิ่งย่างเข้าสู่วัยหนุ่มนั้น แทบจะไม่ต่างกันเลยทีเดียว
เนื่องจากพลังิญญาที่มากล้นในกายของซิ่วอิง ทำให้เขาบรรลุขั้นเซียนได้อย่างง่ายดาย ทิ้งระยะห่างจากพระเอกไปไกลโข ดังนั้นจึงต้องไถ่โทษด้วยการถ่ายลมปราณให้อีกฝ่ายอย่างสม่ำเสมอ หมั่นฝึกวิทยายุทธ์ร่วมกับเขาในทุกวัน และเป็เช่นนี้จนกระทั่งวันเวลาได้ล่วงเลยไปแรมปี
ในที่สุดสิงเทียนก็บรรลุขั้นเซียนได้สำเร็จ ขณะเดียวกันซิ่วอิงเองก็บรรลุขั้นสววรค์ไปแล้วเรียบร้อย นั่นจึงยิ่งทำให้อีกฝ่ายเกิดความหงุดหงิดใจ ทั้งที่พยายามจะแซงหน้าให้ได้ แต่กลับกลายเป็ว่าตนต้องตามหลังหนึ่งก้าวเสมอ
ซิ่วอิงได้แต่ตบบ่าปลอบอีกฝ่ายในใจ ต่อให้ไม่อยากนำหน้าพระเอก แต่เพราะฤทธิ์ของยานั่นจึงทำให้เขาก้าวะโรวดเร็ว หากสิงเทียนไม่พอใจตน นั่นก็ช่วยไม่ได้อีกเช่นกัน