เสียงกุกกัก ที่ตามกันมาเป็นขบวน เกวียนม้าที่ขนเหล่าผู้บาดเจ็บจำนวนมาก ไปตลอดเส้นทางยาวของคารวานขนาดยาวเหยียด ไกลสุดลูกหูลูกตา พร้อมเหล่าชาวบ้านที่เริ่มกลับถิ่นฐานบ้านเกิดตนด้วยบางก็ เศร้าหมองโศกเศร้าโสกา จากการสูญเสียคนที่ตกรักจากกลุ่มโจรที่ผ่านมา หรือสัตว์อสูรที่คร่าชีวิตบุคคลที่รักไป บางก็กุมมือภาวนาทุกครั้งที่ก้าวเดินไม่ให้ตนได้รับฟังสิ่งใดที่ทำให้คิดฟุ้งซ้านไปได้มากกว่านี้สิ่งเดียวที่ยังมุ้งมั้นตั้งตารอคือภาพคนรักที่ปกป้องเมืองและเข้าไปช่วยลูกๆ ของตนนั้นกลับมาอย่างปลอดภัย
กองกำลังใหม่จากเมืองหลักเข้าประจำการแทน บุคลากรเดิมที่ตอนนี้ออกศึกสำรวจครั้งใหญ่นี้ไปแล้ว ได้ระดมกำลังเข้าห่ำหั่นฝูงอสูรมายา ที่เข้ามาป่วนในระยะหลัง ที่มีจำนวนที่มากกว่าปกติ ทว่ากลับมิใช่ปัญหาอันใดแก่พวกเค้าแม้แต่น้อย การมาครั้งนี้ขนวิทยาการลำหน้ารูปลักษณ์ปืนใหญ่ที่มีลูกแก้วชันตัวกลางอากาศเป็นศูนย์รวมที่คอยสูบพลังปราณสายธาตุธรรมชาติต่างๆ ที่เหล่าชาวยุทธที่ประจำตำแหน่งแต่ละสาย แต่ละธาตุทำการลำเลียงไว้ ก่อนจะยิงเป็นแสงพลังลากยาวทำลายขนาดใหญ๋หลายสายกวาดร่างอสูรมายาเป็นลูกแก้วมายา นับหมื่นๆ ลูกภายในพริบตา
ละถือเป็นการขยายพื้นที่หมู่บ้านให้ใหญ่โตกว่าเดิมไปในตัวเนื่องจาก ป่าไม้ที่ปิดกันการมองเห็นและเคยเป็นเหมือนกำแพงธรรมชาติตอนนี้ถูกขับสลายเป็นธุลีเป็นที่เรียบร้อยไปแล้ว แน่นอนว่าศึกนี้ไม่ใช่ศึกที่ยืดเยื้อ พวกมันบุกได้เพียงไม่กี่ระรอกก็ล่าถอยออกไปตามคำสั่งสัตว์อสูรระดับหัวหน้ากลุ่มอื่นที่ตัดสินใจถอยออกห่างกว่าเดิมนับ พันลี้ทันที ความขัดแย้งภายในพวกมันปะทุเนื่องจากการลงทุนครั้งนี้ล้มเหลว
บรรดาว่าที่โอสถเลื่อนระดับของพวกมันถูกเหล่ามนุษย์ทำการช่วยเหลือได้ทันท่วงที ครั้งนี้การบุกครั้งถัดไปคงไม่ได้ง่ายดายเช่นนี้อีกแล้ว สงครามระหว่างสัตว์อสูรและมนุษย์จึงถือว่าจบลงไปก่อน ณ ตอนนี้เหลือเพียงศึกระหว่างอสูรที่ห่ำหั่นกันด้วยความแค้นที่ตนต้องเสียเวลาและบุกยึดความเป็นใหญ่ของแต่ละจุดๆ โดยรังที่สามที่เหลือเพียงอสูรช้างยักษ์เพียงตนเดียวที่เหลือรอดก็อดหัวเสียไปด้วยเช่นกันไม่ได้ การสูญเสียของพวกมันครั้งนี้นับว่าสูงที่สุดในบรรดา รังอสูรกลุ่มอื่นๆ แผนการทุกอย่างปรับเปลี่ยนไปหมด อีกทั้งตัวตนที่สำคัญในการหล่อหลอมวัตถุดิบคืออสูรทากที่ตอนนี้ถูกพาตัวไปพร้อมอสูรเสือดำหน้าบากเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
เหล่าบรรดาอสูรที่กลับมาจึงตกลงกันใหม่ตอนนี้มีเพียงต้องจำยอมถอยห่างจากจุดเดิมทันที ภายใต้การสอดส่องของหน่วยสำรวจที่ยังไม่กลับจากภารกิจซึ่งขออยู่ต่อ เพื่อตรวจสอบให้แน่ใจว่าจะไม่มีการบุกซ้ำของเหล่าอสูร ซึ่งถือว่าเป็นความรอบคอบและคุ้มค่ากับสิ่งที่พวกเค้าสามารถยืนยันความสำเร็จ ณ ปัจจุบันได้ เส้นทางการเดินทางกลับของกลุ่มคณะสำรวจ ที่ตอนนี้เหลือผู้รอดชีวิตเพียง 1 ใน 3 ของกองกำลังทั้งหมด
นับว่าเป็นการสูญเสียที่ไม่แพ้กัน เนื่องจากคนที่น้อยอยู่แล้วยิ่งทำให้เมืองมีความเปราะบางมากยิ่งขึ้น การปกป้องเมืองจึงต้องมีความเข้มงวดที่มากเป็นพิเศษ บรรดาผู้คนที่บาดเจ็บที่ยังเดินไหวก็ต่างเดินกระเพกสลับก่อบ่า พวกพ้องโฮ่ร้องชัยชนะ พูดคุยกันสนุกปาก เต็มพื้นป่าภายใต้การ คุ้มกันหน่วยที่เหลือที่ออกสำรวจพื้นที่ใกล้เคียง
"เป็นเช่นไรได้ความคืบหน้าอะไรบ้างหรือเปล่า ? เสียงหมางต้าที่ตอนนี้นั่งสมาธิทำการฟื่นฟูกำลังรอบตัวเต็มไปด้วยหมอกโอสถฟื่นฟู ตลบอบอวน หัวอู่เหรินที่นั่งสมาธิตรงข้ามหลังเข้ามาในกระโจมเกวียนก็ นั่งนิ่งไปชั่วครู่ได้เพียงแค่ส่ายหัวไปมาเพียงเท่านั้น นางที่สูญเสียพลังปรานไปไม่น้อยจากการสร้างร่างแยกจำแลงวายุที่ใช้ลองเชิงต่อสู้กับอสูรจิ้งจอกเหมันต์โชคดีที่คู่ต่อสู้ของนางนั้นดูเหมือนจะมั่นใจในฝีมือของตนมากเกินไป ห่วงการตั้งรับเป็นสำคัญเพียงนางเล่นลูกเล่นนิดหน่อยก็ติดกับโดยไม่รู้ตัว
แต่ศึกนี้ก็ทำให้นางได้ผลประโยชน์และความรู้หนึ่งที่มีค่ามานั้นคือ เหล่าสัตว์อสูรระดับหัวหน้านั้นไม่เพียงแค่วิวัฒนาการแต่พลังและความสามารถภายนอกเท่านั้น ความคิดความอ่านกลับเริ่มเหมือนมนุษย์ทุกระเบียบนิ้วมีการพลิกเเพลงความสามารถ และหัดมีกลยุทธ์เป็นของตัวเองแล้ว สิ่งนี้้่ทำให้นางได้รายงานเข้าไปที่เมืองหลักไปในทันที
ข้อมูลที่เป็นประโยชน์และอีกสิ่งหนึ่งที่นางสงสัยมาแต่เริ่ม คือเตาขนาดใหญ่ที่รับการโจมตีของสะสมของหมางต้าไปเต็มๆ แม้พลังจะถูกริบรอนไปบ้างแต่พลังทำลายนี้ ไม่อาจดูแคลนได้แม้แต่น้อยแต่สิ่งลึกลับนี้สามารถต้านทานและยังคงสภาพเดิมได้อย่างไร้ที่ติ หากพูดถึงสมบัติลับหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เหล่าชาวยุทธต่างได้รับมาจากแดนลึกลับ หรือตกทอดทุกอย่างล้วนแล้วแต่เป็นสรรพวุธทั้งสิ้น แต่สิ่งนี้จะเรียกว่าสรรพวุธได้หรือไม่กัน
นางได้แต่ส่ายหน้าอีกครั้งก่อนจะเริ่มทำสมาธิเหมือนหมางต้าและรวบรวมพลังอย่างเงียบขรึมอีกทีในขณะที่หมางต้าเองตอนนี้ไอเป็นระรอกๆ สภาพเค้าดูไม่ค่อยสู้ดีเท่าไหร่ แม้การฟื่นฟูจะใช้การดูดซึมจากตัวยาโอสถโดยตรงไม่ได้ผ่านการกลืนกินตัวโอสถเข้าไปก็ตาม แต่กระบวณการฟื่นฟูนี้กลับช้าไม่ต่างจากที่กินเท่าไหร่เลยแม้แต่น้อยที่เป็นเช่นนี้เนื่องผลข้างเคียงจากเค้าเป็นคนควบคุมการยิงพลังขนาดยักษ์ที่อยู่ในเต้นท์กองทัพหลัก แลกมากับพลังที่เสียไปมหาศาล
ตั้งแต่ศึกที่เริ่มขึ้นและแผนการที่ถูกเตรียมไว้ บุรุษผู้นี้ก็ทำการปดกั้นตนจากภายนอกทันทีจดจ่อกับการอัดพลังเสริมไปเรื่อยๆ อย่างใจจดใจจ่อ และสามารถปลดปล่อยพลังทำลายเต็มพิกัดเข้ากับจังหวะเดียวกับอสูรปักษาโลหิตที่เข้ามาพอดิบพอดี ทำให้สามารถสังหารมันได้อย่างง่ายดาย แม้นี้จะเป็นความเสี่ยงที่อาจทำให้คนทั้งหมดในที่นี้ต้องตายหากแต่ ผลลัพธ์ที่ตนนั้นได้ ลองผิดลองถูกมาแล้วกลับเป็นผลสำเร็จสมบูรณ์แบบไปโดยปริยาย