โคตรมวยไทยถล่มโลกเซียน

    ตอนที่ 102 ศัตรูในอดีตชาติ 1

    หลังจากซ้อมมวยเสร็จขจรก็กลับตำหนักริมน้ำ ก็เข้าไปในแผ่นหนังมิติ เพราะหินเจ้าปัญญารู้แล้วว่าเลือดอเล็กซ์นั้นเกิดมาจากอะไร

    “ นี่คือส่วนผสมที่มาจากสัตว์บรรพกาล รุ่นเดียวกับ เจ้ากิเลนเพลิง ทั้งสองล้วนไม่ได้อยู่บนโลกนี้ ข้าเดาว่า พวกมันคงมาจากโลกอื่น แล้วไอ้เจ้าปีศาจตัวนี้คงถูกแช่แข็งทำให้มีสภาพสมบูรณ์ พอมากระทบเข้าไปในร่างของอเล็กซ์ เลยทำให้ไขกระดูกของมัน เข้าไปชะล้างไขกระดูกของ อเล็กซ์ได้ จนทำให้ร่างของเขากลายพันธุ์เช่นนี้”

    “ ถ้าเช่นนั้น ถ้าเราปลูกถ่ายไขกระดูกให้อเล็กซ์ใหม่ เขาก็จะกลับมากลายร่างเป็นคนได้เหมือนเดิมใช่ไหม”

    “ ถ้าเป็นปีศาจตัวอื่นๆ ก็คงทำได้ไม่ยาก แต่ว่านี่สัตว์บรรพกาลตัวนี้ มีพลังพอๆ กันกับ เจ้ากิเลนเพลิง แต่ว่าหากเจ้าสามารถมีพลังถึงขั้นมหาเซียนได้ ก็ยังพอมีทางช่วยถ่ายไขกระดูกสัตว์บรรพกาลนี้ออกมาได้”

    “ ท่านพูดวิธีที่มันเป็นไปได้หน่อย ขั้นมหาเซียนใช่ฝึกกันง่ายดายซะเมื่อไร ท่านก็น่าจะรู้ ชาตินี้ผมอาจตายเสียก่อนที่จะฝึกได้ถึงขั้นนั้น”

    “ ก็ยังมีอีกวิธีหนึ่ง คือใช้พลังอัฐิธาตุตั๊กม้อแห่งสำนักเทียนซาน สลายพลังปีศาจนี้ไป แล้วค่อยใช้ น้ำทิพย์สวรรค์ 1 หยด ของสำนักวังน้ำทิพย์ มาแทนไขกระดูกให้เด็กน้อยผู้นี้”

    “ ดี ถ้าเช่นนั้น ผมจะไปสำนักเทียนซาน นิมนต์หลวงจีนมาช่วย แล้วจากนั้นไปขอแบ่งน้ำทิพย์ จากสำนักวังน้ำทิพย์ เอง แล้วท่านพอรู้จักหนทางไปหรือไม่”

    “ รู้ ทั้งสองสำนักล้วนอยู่ในแดนภาคกลางของ โลกเซียน หาไม่ยากหรอก”

    “ ดี ตกลงตามนี้ ผมจะรีบเคลียร์งาน หลังจากชกชิงแชมป์ ที่สนามราชดำริ แล้วผมจะออกเดินทางไปทันที”

    ขจรออกจากแผ่นหนังมิติไป หินเจ้าปัญญา ก็หัวเราะออกมาเบาๆ 

    “ ในที่สุดเจ้าก็ยอมไป โลกเซียนจนได้ ท่านราชันหลิงเทียน รอข้าอีกหน่อยจะช่วยให้ท่านฟื้นคืนพลังอีกไม่นานแล้ว”

    ณ ห้างสรรพสินค้าฟิวเจอร์พาร์ครังสิต มีนักบวชสองรูป แต่งกายคล้ายกับนักบวชธิเบต ไม่ได้สวมหมวก เป็นชายหนุ่มคนหนึ่งวัย 24 ปี ร่างอ้วนท้วน นามว่า หยวนไค อีกคนหนึ่งเป็นเณรน้อยวัยไม่ถึง 10 ขวบโกนหัวโล้นนามว่าหยวนตี้ กำลังยืนอยู่หน้าห้างสรรพสินค้า มองคนเดินเข้าออก ร้านไก่ทอดเจ้าดัง ได้แต่กลืนน้ำลายลงคอ

    “ ศิษย์พี่ข้าหิวแล้ว”

    “ ท้องของเจ้าเล็กแค่ท้องแมว แต่ข้าซิใหญ่เท่ากับท้องหมู ข้าหิวกว่าเจ้าหลายเท่านัก”

    “ เรามายืนขอบิณฑิบาตรตรงนี้ ไม่มีใครเห็นเลย เราไปยืนหน้าร้านไก่ทอดเลยได้ไหมศิษย์พี่”

    “ ตอนนี้คงไร้หนทาง อื่น คงต้องฝ่าคนเฝ้าหน้าประตูไปให้ได้ มิเช่นนั้น พวกเราได้อดตาย ก่อนไปพบท่านอาจารย์ลุงแน่ๆ”

    หยวนไคเลยเดินเข้าไปหน้าประตูห้าง รปภ. 2 คนเข้ามาขวางเอาไว้

    “ ข้างในนี้ไม่อนุญาตให้ นักบวชมาเดินขอบิณฑบาตรด้านใน เชิญที่ด้านนอกครับ”

    “ แต่ว่า ข้างนอกนี้ผู้คนไม่มีแทบไม่มีเลย ขอให้พวกอาตมาเข้าไปสักหน่อยจะได้ไหม”

    “ ไม่ได้ นี่เป็นกฏของเรา”

    “ อมิตตาพุทธ อาตมามีภารกิจสำคัญต้องทำ ดังนั้น อย่าได้ว่าอาตมาเลยนะ”

    หยวนไคเอ่ยจบ ก็ยิงพลังดัชนีเทียนฟ้า พุ่งออกไปจี้จุด รปภ. หน้าห้างเอาไว้ ทำให้ทั้งสองยืนนิ่งทั้งคู่

    “ รีบไปกันเถอะ เรามีเวลา 1 ชั่วยาม ที่จะขอบิณฑบาตรเท่านั้น”

    ทั้งสองมายืนอยู่ตรงทางเข้าออกร้าน แล้วทำการขอบิณฑบาตรทันที

    “ พวกเราเดินทางมาไกล ตอนนี้ไร้เงินทองจับจ่าย ขอประสกทั้งหลายโปรดเมตตา

    บริจาคไก่ทอดสักชิ้นสองชิ้น เพื่อประทังชีวิตให้อาตมาทั้งสองด้วยเถิด”

    หลวงพี่หยวนไค เอ่ยนำก่อน คนเข้าออก ไม่ได้สนใจเท่าไร แต่พอเณรน้อยหัวโล้นเอ่ยว่า

    “ ขอไก่ทอดสักชิ้น อาตมาหิวจนตาลายหมดแล้ว” ทำให้ผู้คนเอ็นดู ต่างซื้อไก่ทอดพร้อมน้ำดื่มให้ เณรน้อยกันมากมายได้หลายถุง ส่วนศิษย์พี่หยวนไค ขอมาหนึ่งชั่วยามได้แค่ ชิ้นเดียว

    “ ศิษย์พี่เราไปกันเถอะ ข้าหิวแล้ว”

    “ อืม รีบไป เดี๋ยวคนเฝ้าประตูก็จะกลับมาเคลื่อนไหวเป็นปกติแล้ว”

    ทั้งสองคนออกมานอกห้าง แล้วมานั่งใต้ร่มไม้ แล้วกินไก่กันอย่างเอร็ดอร่อยไม่นานก็หมด

    “ ศิษย์พี่ เมื่อไรเราจะไปหา อาจารย์ลุงเจอเสียที”

    “ ดวงแก้วอัฐิธาตุ เริ่มส่องแสงสว่างมากขึ้นแล้ว อีกไม่นานพวกเราก็จะได้เจออาจารย์ลุง ต่อไปพวกเราคงไม่ลำบากอย่างนี้อีกแล้ว”

    หยวนไค หยิบ ดวงแก้วที่ด้านในบรรจุอัฐิธาตุของท่านตั๊กม้อ ซึ่งกำลังส่องแสงรางๆ ไปทางทิศใต้ ซึ่งเป็นใจกลางเมืองหลวง อยู่ตำหนักริมน้ำ ที่พักของขจร

    วันนี้ขจรมามหาลัย เข้าพบกับอาจารย์หมอธารินทร์แล้วบอกว่า

    “ ผมค้นพบวิธีที่จะช่วยแล้ว แต่ก็คงต้องหยุดเรียนไปสักพัก ต้องให้อาจารย์ช่วยเหลือแล้ว”

    “ ไม่มีปัญหา เธอเป็นคนเก่งอยู่แล้ว อาจารย์เชื่อว่า กลับมาคงเรียนรู้ทันเพื่อนๆ ส่วนเรื่องการสอบอาจารย์จะช่วยชี้แนะเอง แล้วเธอจะไปที่ไหน แล้ว ไปกี่วัน”

    “ คงจะเป็นหุบเขาในประเทศจีน ผมต้องไปกับ อาจารย์เทียน คงไม่เกินเดือนครับ”

    “ ขอบคุณเธอมาก ชีวิตของอเล็กซ์ขึ้นอยู่กับเธอแล้ว ขืนปล่อยเขาเอาไว้ต่อไปเขาต้องกลายเป็นสัตว์ร้าย จะไม่เหลือความเป็นมนุษย์อีกต่อไป อาจารย์รบกวนเธอแล้ว”

    “ ไม่เป็นไรครับ ผมเสร็จธุระทางนี้แล้ว ผมจะเดินทางทันที คิดว่าน่าจะเป็นจันทร์หน้าครับ”

    อาจารย์หมอธารินทร์ดีใจยิ่งนักที่รู้ว่า อเล็กซ์ยังพอมีโอกาสหายได้

    ทางด้านทาโร่ กับ ยูกิ นั้นความจริงพวกเขาไม่มาแค่ท่องเที่ยวในเมืองไทย แต่ว่าพวกเขาเป็นคนของ ตระกูลโคงะ พวกเขามาเพื่อประมูลดาบซามูไรของตระกูลมาซามูเนะ ที่ท่านโชกุนสมัยนั้นได้มอบให้กับ ออกญาเสนาภิมุข หรือ ยามาดะ นางามาสะ ซึ่งหลังจากเขาถูกวางยาพิษตายไป ดาบมาซามูเนะ ก็หายสาบสูญไป จนกระทั่ง

    บริษัทประมูลใต้ดินของไทย ได้ส่งเทียบเชิญไปทั่วโลก ว่าจะมีการจัดการประมูลสินค้าจากทั่วโลก หนึ่งในสินค้าประมูลก็คือ ดาบมาซามูเนะ ซึ่งถือว่าคมที่สุดในยุคนั้น

    “ คุณป้าคะ งานนี้มีคนของตระกูล อิงะได้ส่งคนมาร่วมงานนี้ด้วย คุณพ่อก็ส่งคนมาช่วยพวกเราอีกสิบคน คาดว่าพรุ่งนี้จะมาถึง คุณป้าช่วยหาโรงแรมใกล้นี้ให้พวกเขาด้วยนะคะ อีกสองวันจะเริ่มงานประมูลแล้ว”

    “ พูดแบบนี้หากฝ่ายเราได้ดาบไป อาจมีการนองเลือดกันใช่ไหม”

    “ ก็อาจเป็นแบบนั้น เพราะคนที่มาคือ เคนไซ มันเป็นนักดาบอันดับ1 ของญี่ปุ่นในตอนนี้ มันประกาศแล้ว ว่าจะไม่ยอมให้ใครเอาดาบของ ท่านยามาดะไปอย่างแน่นอน”

    “ แล้วจะแย่งกันไปทำไม ดาบโบราณแบบนี้ทำขึ้นมาใหม่ก็ได้ไม่ใช่เหรอ?”

    “ ไม่ได้แล้ว ว่ากันว่า ตระกูลที่สร้างดาบมาซามูเนะนั้น ไม่มีใครหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่คนเดียว ดาบมาซามูเนะที่เหลืออยู่ ก็หายสาบสูญไปจนเป็นจำนวนมาก ในญี่ปุ่นมีหลงเหลือแค่ไม่ถึง 10 เล่ม รัฐบาลประกาศห้ามซื้อขาย ถือเป็นสมบัติของชาติ ยกเว้นว่า ได้มาจากต่างประเทศ ทางตระกูลโคงะเชื่อว่า หากได้ครอบครองจะนำพาให้ตระกูลของเรา มั่นคงยั่งยืนไปอีกหลายร้อยปีครับ”

    “ ให้พวกเขามาพักที่ค่ายมวยของป้าก็ได้ แค่ไม่กี่วัน ไม่ต้องไปอยู่ที่อื่นหรอก”

    ส่วนขจรกลับไปถึงตำหนักริมน้ำ ท่านชายก็ยืนบัตรเชิญ พร้อมกับมีรายการสินค้าให้ขจรดู

    “ สำนักงานประมูลใต้ดิน ปี 2022 ”

    ขจรเปิดดูรายการ ก็ตกใจไม่คิดว่า สมบัติมากมายของแต่ละชาติ ทำไมมาอยู่บริษัทประมูลนี้ได้

    “ พวกเขาเอาสินค้า พวกนี้มาจากไหนกันครับ”

    “ พวกเขารับซื้อสินค้าพวกนี้จากหลายประเทศ จากเว็บใต้ดิน และ ร้านค้าของเก่าโดยทั่วไป พวกเขาเป็นมืออาชีพอยู่แล้ว ส่วนใหญ่เป็นของแท้ รัฐบาลไม่กล้าเข้าไปเตะต้อง ดูเหมือนว่า เจ้าของจะมีคอนเนคชั่นกับ คนใหญ่ คนโตทั่วโลก ที่สำคัญพวกเขามีการประมูลบนเรือที่จอดบนน่านน้ำสากล รัฐบาลไทยไม่มีสิทธิทำอะไรพวกเขาได้”

    ขจรมองสินค้าที่มาประมูล มีอยู่ชิ้นหนึ่ง ทำให้ขจรเกิดรู้สึกคุ้นเคยเป็นอย่างยิ่ง

    “ นี่มันหนังไกรสรราชสีห์ ที่ปูเอาไว้หน้าบัลลังก์ทอง ของพระเจ้าเอกทัศน์นี่?”

    ขจรเห็นปุบก็จำได้ เพราะมันไม่ใช่หนังราชสีห์ธรรมดา มันเป็น หนังราชสีห์ที่กำปั่นเรือชาวอังกฤษนำมาถวยพระเจ้าเอกทัศน์ แล้วทรงรับเลี้ยงมันเอาไว้ และคนที่เลี้ยงดูใกล้ชิดมันมากที่สุด คือ ทับนั่นเอง ทรงประทานนามมันว่า ไกรสร สุดท้ายมันตายไป พระองค์เลยเก็บหนังมันเอาไว้ ปูที่หน้าบัลลังก์ทองของพระองค์

    ก่อนกรุงแตกมันถูกขโมยไป นึกไม่ถึงมันจะมาปรากฏขึ้นมาอีกในวันนี้

    แล้วทันใดนั้นก็มีข่าวด่วน ออกทีวี ขจรก็มองไปที่ข่าว พบว่า ชนกลุ่มน้อยพม่านับร้อยกลุ่ม รวมกลุ่มกันตั้งเป็นสหพันธรัฐใหม่ชื่อว่า คองบองแลนด์ โดยมีนายพลจางเฟยสนับสนุน และมี กษัตริย์องค์ใหม่แห่งราชวงศ์คองบอง ชื่อว่า พระเจ้ามังระ โดยนายพลจางเฟยให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวว่า พระเจ้ามังระในอดีตกลับชาติมาเกิดใหม่ จะรวบรวมแผ่นดินพม่าให้มาเป็นหนึ่งเดียวอีกครั้ง

    ขจรพอได้เห็นภาพ ก็เกิดปวดรอยแผลที่ตรงหน้าผากอย่างรุนแรง ที่เป็นรอยกระสุนปืนที่ถูกยิงมาเมื่อในอดีตชาติ

    “ ตาเฒ่าอะแซหวุ่นกี้ พระเจ้ามังระ พวกแกก็มาเกิดใหม่เหมือนกันหรือนี่ ดี พวกเราต้องได้เจอกันแน่”

    ขจรใช้มือลูบแผลเป็นที่หน้าผาก ที่ถูกอะแซหวุ่นกี้ยิงตาย เบาๆ อาการบาดเจ็บก็ค่อยๆ ทุเลาลง 

    “ เป็นอะไรหรือเปล่า” ท่านชายภาสกรเห็นขจรมองดูทีวี แล้วเห็นขจรกำหมัดแน่นคล้ายกำลังโกรธ ซึ่งท่านไม่เคยเห็นมาก่อน

    “ ไม่มีอะไรครับ แค่คิดว่า หน้าตาพวกเขาคล้ายกับคนรู้จัก”

    “ เรื่องนี้ รัฐบาลไทย กับ รัฐบาลเมียนมาร์ กำลังประชุมปรึกษากัน จะไม่ยอมปล่อยให้ คนกลุ่นนี้มาสร้างประเทศระหว่างสองประเทศ เชื่อว่าไม่นานพวกเขาคงถูกกวาดล้างอย่างแน่นอน”

    ขจรกับท่านชายภาสกร พา ถิงถิงมาทานอาหารที่ โรงแรม เพื่อเปลี่ยนบรรยากาศ

    ผู้จัดการชินก็ เข้ามาบอกข่าวเรื่องโครงการสร้างบ้านพักคนชรา

    “ ตอนนี้ โครงการแรกของเราได้สร้างเสร็จแล้ว มีคนจองเต็มหมด แล้วเราได้ทำการพาคนที่วัด มาเข้าอยู่ตามที่คุณชายสั่งเรียบร้อยแล้วครับ”

    “ ขอบคุณมากครับ ตอนนี้ หลวงตาคงสบายใจขึ้น”

    “ ท่านสบายดี ท่าฝากบอกมาว่า หากคุณชายว่างก็ให้ไปเยี่ยมท่านด้วย”

    “ มีเวลาผมต้องไปเยี่ยมท่านแน่”

    “ อ้อ  แล้วตอนนี้ทางหน่วยความมั่นคงได้ คืนที่ 20 ไร่แถวพระรามเก้ามาให้คุณชายแล้วนะครับ”

    “ แล้วพวกเขาขนย้ายอะไรไปบ้างรู้ไหม?”

    “ ไม่มีครับ แต่รู้สึกว่า มีการระเบิดทำลายพื้นที่ไปหลายจุดครับ”

    ขจรพยักหน้า คิดว่าพื้นที่ทดลองชั้นใต้ดินแบบนั้น ไม่สมควรให้ใครรู้จริงๆ 

    “ แต่ว่าพอเราทำการปรับพื้นที่ เราได้ตัดต้นยางนาต้นหนึ่ง กลับมียางไม้สีแดงไหลออกมาคล้ายกับเลือด ทำให้พวกเราไม่กล้าตัด เลยมาสอบถามคุณชายว่า ควรจะทำอย่างไรต่อดีครับ”

    “ ยางสีเลือด?”....