5 2-2
ตอนที่9 ตลาดมืด
ซูหนี่เดินออกมาจากที่ซ่อนหลังต้นไม้ใหญ่ สีหน้าท่าทางทั้งหมดของอีกฝ่ายเมื่อครู่ ล้วนแล้วแต่อยู่ในสายตาของเธอทั้งสิ้น เ้าตัวหรี่ตาแคบฉายแสงเย็นะเืและตระหนักได้ในทันทีว่า เวลานี้กู่หวานหวานรู้สึกเช่นใดกับตน
ดูท่าจะทนสวมหน้ากากรับบทเป็น้องสาวผู้แสนดีต่อไปไม่ไหวแล้วสินะ ถึงต้องเผยสันดานชั่วๆออกมาแบบนี้?
ก็ช่างประไร ต่อให้บุกมาทางน้ำหรือทางบก ฉันก็พร้อมเหยียบแกให้จมดินเสมอ!
ซูหนี่มุ่งหน้ากลับบ้าน ตอนนี้ทั้งกู่กัวเฉิงและภรรยาต่างก็ออกไปทำงานข้างนอกกันหมดแล้ว ภายในบ้านจึงโล่งไร้ผู้คน เธอเข้าไปในครัว จัดการตอกไข่สามฟอง ตั้งน้ำมันเจียวให้ตัวเองกิน ตามด้วยชงน้ำตาลทรายแดงหนึ่งช้อนโต๊ะใส่แก้ว จากนั้นจึงนั่งรับประทานอาหารเช้าของวันอย่างเอร็ดอร่อยอยู่ที่โต๊ะอาหาร
เ้าของเดิมไม่เคยมีชีวิตที่สุขสบายเช่นนี้มาก่อนเลยแม้สักวัน กระทั่งน้ำต้มกระดูกหมูที่เป็ของเหลือทิ้ง เธอยังไม่มีโอกาสได้ลองลิ้มชิมรสแม้สักครั้งด้วยซ้ำ
ระหว่างตักข้าวเข้าปากพลางครุ่นคิดอยู่นั้น จู่ๆซูหนี่พลันได้ยินเสียงดังจากนอกประตูบ้าน
เ้าตัวเร่งกวาดข้าวจานอาหารบนโต๊ะเก็บเรียบ วิ่งหลบภัยซ่อนตัวอยู่ท้ายหลังหม้อใบใหญ่ในห้องครัวอย่างว่องไว
วันนี้กู่หวานหวานแอบกลับบ้านก่อนเวลา เพียงชั่วโมงถัดมา เธอก็เร่งเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่ สวมใส่แขนยาวแต่งกายค่อนข้างมิดชิดเป็พิเศษ ลักษณะการแต่งตัวของเธอเวลานี้ดูแตกต่างไปจากปกติอย่างสิ้นเชิง
โดยปกติแล้ว หญิงสาวคนนี้ชื่นชอบความสวยงามเป็ที่สุด จึงมักสวมใส่ชุดกระโปรงผ้าพลิ้วโปร่งสบาย โบกแปรงปัดเนรมิตเครื่องสำอางบนใบหน้าชนิดจัดเต็ม แต่วันนี้กลับแปลกไป กู่หวานหวานไม่แม้แต่จะแต่งหน้าทำผมใดๆ เพียงแค่รวบผมสวมหมวกฟางปีกกว้างอย่างลวกๆ ลักษณะท่าทางดูรีบร้อนไปเสียหมด
สองมือของเธอถือจับกระเป๋ากุมไว้แน่น ประหนึ่งกำลังแบกครองสมบัติอยู่ใต้วงแขน
กู่หวานหวานชะโงกศีรษะหันซ้ายแลขวาอยู่หลายรอบ มองผ่านช่องประตูหน้าต่างจนมั่นใจจึงค่อยเดินออกจากบ้านไปอย่างรวดเร็ว
วันนี้เธอขอลากิจฉุกเฉินเพื่อการนี้โดยเฉพาะ
แรกเริ่มเดิมที เธอตั้งใจจะดำเนินแผนการหลังเลิกงานใน่เย็น แต่เพราะเหตุการณ์่เช้าที่เกิดขึ้น ทำให้เธอโกรธจนสติแตก ทำใจเย็นอดทนรอไม่ไหวอีกต่อไป
ซูหนี่ริเริ่มเคลื่อนไหวอีกครั้ง สะกดรอยติดตามเธอไปอย่างเงียบงัน
สมาชิกทั้งสามของบ้านสกุลกู่ล้วนเป็เ้าหน้าที่รัฐกันทั้งสิ้น แต่น่าแปลกนัก ทั้งที่ตอนนี้เป็เวลาทำงาน แต่กู่หวานหวานดันกลับบ้านก่อนเวลา มิหนำซ้ำยังแต่งตัวผิดประหลาดจากเดิม ทำตัวลับๆล่อๆราวกับจะไปขโมยของบ้านไหน มันออกจะ…
ััที่หกของซูหนี่ชี้ชัด เื่นี้จะต้องเกี่ยวข้องกับตัวเธออย่างแน่นอน!
ดูท่านางเอกดอกบัวขาวคนนี้จะทนสวมหน้ากากเล่นละครต่อไปไม่ไหวแล้วจริงๆสินะ!
เมื่อคิดได้เช่นนั้น ซูหนี่ก็ระดมสมองอย่างสุดกำลัง เร่งทบทวนเนื้อหาของนวนิยายเื่นี้โดยด่วน
ประกายตาทอแสงสว่างเจิดจ้า นึกออกแล้ว!
ต้องขอเกริ่นก่อนว่า เดิมทีซูหนี่ค่อนข้างมั่นใจว่า ตัวเธอในเวลานี้ยังไม่พร้อมสำหรับการแก้แค้นใดๆทั้งสิ้น คิดจะจัดการคนตระกูลกู่ตอนนี้เป็เื่ที่ค่อนข้างยาก หลังกลับจากหมู่บ้านตงผิงค่อยว่ากันใหม่ แต่ใครจะไปคาดคิดล่ะ กลับกลายว่าเป็กู่หวานหวานเสียเองที่สร้างโอกาสนั้นให้แก่เธอ!
สะกดรอยตามกู่หวานหวานเข้าไปในตรอกซอยเล็กๆบนถนนห่างไกลสายหนึ่ง ภายในนี้พื้นที่ค่อนข้างคับแคบ สภาพแวดล้อมย่ำแย่ ทั้งเหม็นอับและสกปรกเป็ที่สุด ตลอดทางสองข้างขนาบไปด้วยกำแพง และมีผู้คนตั้งแผงขายของเหมือนทุกที่ทั่วไป
แผงขายของเล็กๆเหล่านี้เต็มไปด้วยลับลมคมใน มองผิวเผินอาจเห็นเป็แค่สินค้าธรรมดาสามัญ แต่แท้จริงแล้วมี ‘บางอย่าง’ ที่พิเศษกว่านั้นซุกซ่อนอยู่
ซูหนี่จำได้ว่าตลาดมืดแห่งนี้เป็หนึ่งในฉากสำคัญที่สร้างจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ให้แก่กู่หวานหวาน อีกทั้งส่งผลถึงทิศทางของตัวละครตัวนี้ไปจนจบเื่ เพราะนับั้แ่ที่เธอปลุกพลังจี้หยกเปิดใช้งานห้วงมิติพื้นที่ได้นั้น สถานที่แห่งนี้ก็คือก้าวแรกแห่งความสำเร็จของเธอ
ซูหนี่กระตุกมุมปากอย่างแรง เมื่อปะติดปะต่อเื่ราวทุกอย่างได้แล้ว จึงรีบหมุนตัวจากไปทันที
ขณะเดียวกัน ที่แผงขายของแห่งหนึ่งในตรอกซอยเล็กๆแห่งนี้
กู่หวานหวานก้าวฉับเลี้ยวขวาซ้ายอย่างช่องชำนาญ ราวกับกำลังเดินเล่นอยู่ในสวนหลังบ้านตัวเอง เดินไปตามเส้นทางที่คุ้นเคยจนกระทั่งพบกับชายฉกรรจ์ผู้มีรอยแผลเป็บนใบหน้าคนหนึ่ง ซึ่งอีกฝ่ายเองก็กำลังเช็ดน้ำลายระหว่างจ้องมองตัวเธออยู่หลายครั้ง
เผชิญพบกับสายตาน่ารังเกียจของชายผู้นั้น กู่หวานหวานก็ลดศีรษะลงกึ่งหนึ่ง แต่ใบหน้ายังคงเคร่งขรึมทำราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ทว่าภายในใจของเธอกลับรู้สึกขยะแขยงจนแทบอาเจียน ไหนจะสภาพแวดล้อมรอบข้างที่สกปรกโสโครกอย่างที่สุด ขืนปล่อยตัวเองให้อยู่ที่นี่นานไปกว่านี้ มีหวังเธอได้จับไข้ป่วยหนักแน่ๆ
ชายฉกรรจ์ที่มีรอยแผลเป็เคลื่อนตรงเข้ามาหา หวดฝ่ามือใหญ่ตบกระแทกเข้าใส่ก้นโค้งงอนของเธออย่างแรง มีทิ้งท้ายขยำบีบปิ๊บๆเป็การทักทายตามปกติ
กู่หวานหวานได้แต่ก้มหน้าสบถด้วยความขยะแขยง กี่ครั้งต่อกี่ครั้งเธอก็ไม่เคยรู้สึกชินสักที!
ชายฉกรรจ์มีรอยแผลเป็คนนี้ไม่ได้ดุร้ายเพียงแค่หน้าตา กระทั่งนิสัยใจคอยังเหี้ยมโหดเืเย็นอีกด้วย
เบื้องลึกในสายตามีแต่ความชั่วร้ายซ่อนเร้นอยู่เต็มเปี่ยม โดยเฉพาะกับหญิงสาวคนนี้ที่มักจะสวมเสื้อผ้ามิดชิด ชอบทำลับๆล่อๆ เขารู้สึกเสมอมาว่า เธอคนนี้มีเสน่ห์น่ารักน่าค้นหาซะเหลือเกิน
กู่หวานหวานร่นถอยไปก้าวหนึ่ง ดัดเสียงเอ่ยทุ้มต่ำว่า
“พี่หลง ่นี้รับงานรึเปล่า?”
พี่หลงแสยะยิ้มกว้างดูชั่วร้ายสุดขั้ว รอยแผลเป็บนใบหน้าเคลื่อนขยับตามมัดกล้ามเนื้อ และสิ่งนี้เองที่ยิ่งทำให้เขาดูน่าสยดสยองมากขึ้นไปใหญ่
“มีอะไรก็ว่ามา?”
กู่หวานหวานหยิบรูปเหมือนแผ่นหนึ่งยื่นให้พี่หลงดู ระบายเสียงแจกแจงรายละเอียดอยู่สองสามประโยค ก่อนจะรีบเก็บรูปใบดังกล่าวกลับเข้ากระเป๋าถือของตนอย่างว่องไว
หากรูปใบนี้หลุดหายออกไป มันจะกลายมาเป็หลักฐานชิ้นสำคัญที่ใช้มัดตัวเธอได้ในทันที!
ดังนั้น ห้ามทำหายเด็ดขาด!
แล้วเสร็จเธอจึงหยิบเงินจำนวน 500 หยวนออกมาจ่ายให้พี่หลง
“อ่ะนี่ เงิน 500 หยวน หลังงานสำเร็จด้วยดี เดี๋ยวฉันให้เพิ่มอีก 500 หยวน”
ทันทีที่เธอยื่นเงินเคลื่อนเข้าไปใกล้ พี่หลงพลันได้กลิ่นน้ำหอมแบรนด์ดังที่ฉีดฟุ้งตามร่างกายของหญิงสาว เขาถึงกับแลบลิ้นเลียริมฝีปากแผล็บๆ
ดูท่าภูมิหลังของเธอคนนี้คงไม่ธรรมดาจริงๆ
พี่หลงส่งเสียงพร่าหัวเราะเบาๆ
“แต่งานที่น้องสาวอยากให้พี่ทำ มันออกจะเสี่ยงอยู่นะ ถ้าถูกยิงตายขึ้นมาล่ะ…”
ร่องรอยความสมเพชปนโสโครกเล็กน้อยฉายสว่างผ่านดวงตาของกู่หวานหวาน ไอ้อันธพาลคนนี้มันจะโลภอะไรนักหนา คิดจะกลืนช้างเข้าไปทั้งตัวเลยรึไง?
เธอกัดฟันข่มความรังเกียจไว้ภายในใจ และพูดขึ้นว่า
“ไม่ต้องห่วง ฉันรับรองได้ว่าจะไม่มีเื่พรรค์นั้นเกิดขึ้นกับพี่หลงแน่นอน ถ้ารู้สึกว่าราคานี้ยังน้อยไป ไว้งานสำเร็จเมื่อไหร่ฉันจะจ่ายเพิ่มให้อีก”
สิ่งเดียวที่เธอ้าก็คือ การกำจัดนังซูหนี่ให้พ้นทางไปซะ ต่อให้คราวนี้จะต้องทุ่มจนหมดตัวก็ตามที!
พี่หลงกลืนน้ำลายอึกใหญ่ พูดด้วยรอยยิ้มอันน่าขยะแขยงว่า
“ไม่ต้องหรอกจ้ะน้องสาว พี่ไม่ได้้าค่าจ้างเพิ่ม แต่เสร็จงานแล้ว น้องต้องไปนอนกับพี่สักคืน!”