ยามเช้าราล์ฟอุ้มโซเฟียเข้าไปอาบน้ำด้วยกันในห้องน้ำในอ่างที่กว้างใหญ่
โรมรันพันตูกับโซเฟียหญิงสาวร้อนแรงอีกครั้งใหญ่ สายๆ ผู้จัดการสาวจึงค่อยแอบออกไป
เด็กหนุ่มออกมารับประทานอาหารกลางวันพวกเขามีกิจกรรมพาไปล่องเรือแม่น้ำวูท้อท แล้วทานอาหารที่ร้านริมน้ำ เขาแชทคุยกับครูสาวแฟนของเขาก็ได้ทราบว่า เธอว่างไม่มีสอนจนถึงตอนเย็นจึงจะไปฝึกซ้อมและประชุมที่กองกำแพงครามรัฐโอค่อน ราล์ฟจึงไม่ได้ไปล่องเรือกับพวกพนักงาน
เขาวาร์ปไปรับตัวแฟนสาวจากโรงเรียนแพนซัสไปที่คอนโด หลังจากกอดกันโคจรพลังดวงดาวในร่างหญิงสาว ราล์ฟทำเธอจนเหนื่อยอ่อนรับเขาอีกต่อไปไม่ไหว
พาเธอวาร์ปขึ้นไปที่ดาดฟ้าโรงแรม หยิบดาบด้ามสวยแกะสลักนูนเป็นรูปสายฟ้าออกมา เด็กหนุ่มใช้ความสามารถระบบทำปลอกดาบหนังสีฟ้าเย็บอย่างสวยงามหุ้มดาบไว้
ลิซมองเห็นก็รู้ว่า เขาทำมาให้เธอ แม้ไม่รู้ว่าดาบนี้จะพิเศษอย่างไรแต่ก็รู้ว่าต้องไม่ธรรมดาแน่นอนเมื่อแฟนของเธอเป็นคนให้
"มันสวยจังค่ะ ราล์ฟขา"
"ดึงออกมาดูสิครับ"
หญิงสาวดีงออกมา ดาบเป็นสีเหล็กลวดลายทแยงยาว เนื้อดาบมีรากสายฟ้าชิ้นเล็กให้เห็น ลิซมองดูลวดลายที่แปลกเธอสัมผัสถึงพลังรุนแรงจากดาบแต่ไม่รู้ว่าคืออะไร
"ผมทำออกมาสองเล่มสำหรับลิซ และผม ใช้จี้หกเหลี่ยมที่ได้จากป่าใหญ่มาค่ามาทำครับ ลองฟันดูครับ"
ราล์ฟโยนหินก้อนหนึ่งไปกลางอากาศให้ตกเบื้องหน้าเธอ
หัวหน้ากองสาวเอาดาบสายฟ้าฟันออก ด้วยแรงของเธอฟันไปเห็นหินแตกกระจายออก ซึ่งดาบธรรมดาก็น่าจะทำได้ หญิงสาวมองไปที่เด็กหนุ่มเธอเดาว่าต้องมีอะไรมากกว่านี้
ราล์ฟยิ้ม
"ผมรอให้ลิซมีพลังดวงดาวในร่างแข็งแกร่งขึ้นมา จนตอนนี้น่าจะใช้สายฟ้าเส้นบางๆ ได้ ลิซลองปล่อยพลังดวงดาวออกมา เพ่งให้เป็นสายฟ้านะครับ"
หญิงสาวหลับตาทำอย่างเขาบอก ยื่นมือที่เรียวสวยไปข้างนอกปล่อยพลังออกมา เห็นเพียงสายเส้นเล็กๆ ออกมาประมาณสิบเซนติเมตร เธอพยายามใหม่คราวนี้วางดาบไว้แล้ว ใช้สองมือยื่นออกตั้งสมาธิปล่อยพลังดวงดาวออกมาเป็นสายฟ้า
"ฟึบ! "
สายฟ้าแปลบปลาบออกมายาวเกือบเมตร ลิซตาแวววาวด้วยความดีใจ หันมองแฟนของเธอ
"คราวนี้ลองใช้ดาบฟันออกไปแล้วเพ่งสายฟ้าปล่อยไปตามแนวดาบครับ"
ลิซฟาดดาบสายฟ้าออกไป ปล่อยพลังไปตามแนวของดาบอย่างที่เขาบอก เมื่อพลังของเธอไหลผ่านดาบพลังสายฟ้าที่ปล่อยออกมารวมกับสายฟ้าในดาบที่มีรากไม้สายฟ้าอัดบรรจุไว้ ฟันออกมาก็เกิดกระแสไฟฟ้าแรงพุ่งออก
"เปรี้ยง! "
สายฟ้าฟาดออกจากดาบดังสนั่น ประกายดาบเห็นเป็นเส้นสายสีฟ้าทแยงยาวขึ้นไปบนฟ้าหลายสิบเมตร
ขณะที่แฟนสาวกำลังตาโตตื่นเต้นกับพลังฟาดของเธอผ่านดาบสายฟ้า หินก้อนหนึ่งก็โยนมาข้างหน้า
"คราวนี้เอาดาบฟันหิน ด้วยพลังสายฟ้าครับ"
ลิซ ฟาดดาบอีกครั้งคราวนี้เธอปล่อยพลังดวงดาวที่มีในตัวอย่างเต็มที่สุดแรงผ่านดาบสายฟ้า ดาบปะทะหินที่ราล์ฟโยนลงมา
"เปรี้ยง! "
สายฟ้าฟาดออกจากดาบดังสนั่นอีกครั้ง เส้นสายฟ้าเห็นยาวขึ้นไปบนฟ้าไกล หินแตกกระจายเป็นชิ้นเล็กน้อยมากกว่าก้อนกรวดอีก
"พลังรุนแรงมาก! "
ลิซมองหินที่กระจัดกระจายเป็นเม็ดเล็กแตกออกไปด้วยความตื่นเต้นดีใจ กอดเด็กหนุ่ม
"ขอบคุณนะคะที่รัก! ทั้งปืนเซฟแอล และดาบนี่ ฉันมีอาวุธพิเศษที่ราล์ฟทำให้ มันดีมากเลยค่ะ"
เธอหอมไปที่ใบหน้าเด็กหนุ่ม เขาจูบแก้มเธอตอบ
"ฉันอยากเห็นราล์ฟใช้ให้ดูบ้างจังค่ะ"
"ไม่มีปัญหาครับ"
เขากอดเธอด้วยมือข้างหนึ่งอีกข้างหยิบหินโยนขึ้นไป
แล้วในมือก็มีดาบสายฟ้าของเขาที่ลักษณะเหมือนกันอีกเล่มหนึ่ง เมื่อหินตกลงมาเบื้องหน้าเขาฟาดออก
เสี้ยววินาทีที่ดาบถูกวาดออกลิซเห็นประกายสีฟ้าวาดตามดาบเป็นภาพติดตา เมื่อดาบสัมผัสโดนหินสายฟ้าสามสี่เส้นพุ่งออกไปนับร้อยเมตรสู่ท้องฟ้าเบื้องบน แม้เป็นเวลากลางวันก็ยังเห็นเส้นแสงใหญ่ชัดเจน ฟ้าสว่างโร่
"เปรี้ยง! "
เสียงสายฟ้าฟาดที่ดังกว่า เสียงที่เธอฟาดเมื่อกี้นับสิบเท่า กระเทือนแรงอัดมาจนหญิงสาวแทบตัวลอยหากไม่เป็นเพราะเด็กหนุ่มกอดเธอไว้
หินที่โดนฟาดแตกออกไม่ได้เป็นเม็ดเล็กเม็ดน้อย แต่เป็นผงควันหายไปในอากาศไม่เหลือแม้แต่อณู!
หัวหน้ากองสาวตาเบิกกว้าง ราล์ฟหัวเราะแล้วก้มลงจูบปากแฟนสาวพาเธอวาร์ปกลับไปที่ห้อง เมื่อเท้าแตะพื้นห้องลิซยังติดใจเขย่าตัวเขาแล้วถาม
"ที่ฟาดดาบเมื่อกี้คือ พลังของราล์ฟตอนนี้หรือคะ"
"เปล่าครับ ผมใช้พลังไปไม่ถึงครึ่ง"
❝❝❝
ราล์ฟกลับมาที่โรงแรมชายนอตต์ เขาจะใช้ร่างแยกเฉพาะเวลาที่ต้องการทำสองอย่างในคนละสถานที่พร้อมกัน และต้องมั่นใจว่าจะไม่มีคนจับได้ เพราะหากใช้พร่ำเพรื่อไปจนมีคนรู้ ที่แม้กระทั่งเป็นคนสำคัญที่สุดอย่างลิซ หากรู้ก็จะสงสัยว่าคนที่เธออยู่ด้วยคือร่างหลักหรือร่างแยก เขาก็อาจถูกมองเป็นตัวประหลาดไปได้
ในโลกไม่มีใครที่ไม่มีความลับ
เด็กหนุ่มใช้คูปองดวงดาวเข้าไปสู่ดวงดาวหมาป่าขนเหล็กเดินทางไปรบร่วมกับมนุษย์ภูเขาอีกครั้งหนึ่ง
กลุ่มนี้เป็นกองค่อนข้างใหญ่เรียกว่า กลุ่มของคูมันน์ คูมันน์คือผู้แข็งแกร่งเทียบเท่าระดับเหนือฟ้าที่คนในดวงดาวนี้เรียกว่า 'กายาแสง' คือมาจากคำเรียกของคนในดวงดาวนี้ว่าคือ ผู้ที่มีพลังระดับปล่อยแสงได้นั่นเอง
ราล์ฟเดินไม่ห่างจากคูมันน์เหมือนคนใกล้ชิดเพราะจากการต่อสู้ที่ได้เห็นทำให้มนุษย์ภูเขารู้ว่าเขาเป็นระดับกายาแสงเช่นกัน นักรบกายาแสงที่พเนจรมาเข้ากับกองกำลังของมนุษย์ภูเขาจึงได้รับการยอมรับนับถือ ยกย่องว่าแข็งแกร่งที่สุด
จำนวนคนเกือบ 50 คน มีระดับกายาแสงถึง 6 คน ไม่ทันที่จะได้เข้าไปถึงจุดที่จะตั้งแคมป์โจมตี พวกเขาก็เจอพายุรุนแรงซัดกระหน่ำ มนุษย์ภูเขาที่มีประสบการณ์โชกโชนบอกว่า นี่ไม่ใช่พายุปกติ มันคือพายุจากพลังของระดับกายาแสงขั้นสูง
เขากล่าวไม่ทันขาดคำ ฝนมรณะก็ตกลงมา ที่มันเป็นฝนมรณะเพราะว่าที่ตกจากฟ้าไม่ใช่น้ำ
แต่เป็นร่างของหมาป่าขนเหล็กนับร้อย!
พวกมันหล่นลงมาจากพายุที่พัดมา เข้าโจมตีมนุษย์ภูเขากลุ่มของราล์ฟ กำลังของพวกนี้ส่วนใหญ่เป็นระดับ 8 บางส่วนเป็นระดับ 9 เมื่อเทียบตามความสามารถต่อสู้ของมนุษย์
และมีหมาป่าขนเหล็กระดับกายาแสงนับสิบตัว!
กลุ่มของมนุษย์ภูเขาที่ส่วนใหญ่เทียบเท่าแค่นักสู้ระดับ 7 ย่อมไม่อาจสู้ได้
ราวกับเป็นการฆ่าฟันฝ่ายเดียว ราล์ฟลอยร่างเข้าต่อสู้ ยิงสายฟ้า เพลิง สลับกับ น้ำแข็งเข้าใส่หมาป่าขนเหล็กระดับกายาแสงสองสามตัวที่ใกล้ที่สุด ที่เขาต้องใช้พลังหลายๆ อย่างเพราะระดับเหนือมนุษย์ หรือกายาแสงแต่ละคนนั้น มีการต้านทานแต่ละอย่างได้ไม่เท่ากันต้องใช้ดูว่า พลังโจมตีอย่างไหนจะจัดการฝ่ายตรงข้ามได้ดีที่สุด
รบราฆ่าฟันกันหลายชั่วโมง จนตอนนี้เหลือนักรบภูเขาไม่ถึงสิบคน ระดับกายาแสงแค่ 3 คนรวมทั้งเขาด้วย ฝ่ายตรงข้ามยังมีกายาแสงอีก 8 ตัว และระดับ 8 และ 9 อีกเกือบ 70 ตัว
หากสู้ต่อไปมีแต่ตายสถานเดียว!
คูมันน์ไม่ยอมที่จะตายเปล่า ส่งสัญญาณพากันฝ่าวงล้อมหนี ถึงริมทะเลมนุษย์ภูเขาเลือกที่จะใช้ใต้น้ำสู้พลังที่เหนือกว่าเพื่อพลังของฝ่ายตรงข้ามจะได้ถูกลดทอนลง ทั้งหมดพุ่งดำลงไปใต้น้ำ หมาป่าขนเหล็กก็พุ่งตามลงไปประหัตประหารฆ่าฟัน
เลือดบนดินที่อาบนอง กลายเป็นสีแดงฉานย้อมแทนน้ำทะเลสีคราม
"เฮือก! "
เขาออกจากการท่องดาวกลับสู่โลกของตัวเอง แม้ไม่ได้เสียชีวิตที่ดาวหมาป่าขนเหล็กแต่รอดได้โดยผ่านการสู้รบที่สุดหฤโหดครั้งหนึ่งในชีวิต
[ใช้ความสามารถและเทคนิคพิเศษได้เป็นประโยชน์ ได้รับคะแนนเพิ่มเติม 700 แต้ม!]
เสียงระบบรายงาน
ได้แต้มมาไม่น้อยเพราะการต่อสู้สุดทรหดนั้น
ส่ายหัว อาบน้ำให้จิตใจสดชื่นสักหน่อย ระหว่างสายน้ำปะทะร่างกายเขาพบว่าตอนนี้พลังดวงดาวไปถึงเกือบจะสุดตอนกลางแล้ว พลังดวงดาวระดับหกจะไปถึงระดับพลังดวงดาวตอนปลายขั้นต้นคือระดับเจ็ดอีกไม่นานหากได้ต่อสู้อย่างดุเดือดเช่นวันนี้
ยังมีเวลาเหลือก่อนจะมีงานเลี้ยงช่วงค่ำ เขาแต่งกายง่ายๆ แล้ววาร์ปไปที่ริมน้ำวูท้อทที่เขาเก็บหินเมื่อวาน สร้างหมอกมัวบดบัง แล้วสร้างห้องเฉพาะขึ้น เลือกหินแถวนั้นสิบก้อนออกมาทำการสังเคราะห์
ในห้องเฉพาะ อากาศแปรปรวนไปมา แสงวูบวาบจากปฏิกิริยาที่หินถูกเปลี่ยนเป็นสิ่งอื่น
สามก้อนกลายเป็นน้ำ สองก้อนกลายเป็นพลอยราคาถูก อีกก้อนกลายเป็นถ่าน ทั้งหกก้อนไม่ได้แร่ธาตุที่มีค่าอะไร แต่ว่าที่เหลือ..
หินก้อนที่ใหญ่ที่สุด ได้แร่สีเงินที่แวววาวแปลกตา ราล์ฟรับรู้ได้ถึงพลังบางอย่างจากมัน!
หินอีกก้อนได้แร่อัญมณีก้อนใหญ่นี่น่าจะมีค่าไม่น้อยเลยเพราะขนาดที่ใหญ่โตของมัน เขาตัดมันออกมาเล็กน้อย
หินก้อนที่สามเป็นเพชร ก้อนขนาดใหญ่
ก้อนสุดท้าย เป็นแร่ที่แปลกมาก มองเหมือนหินสีขาวหม่น แต่เมื่อจับไปกลับนิ่มบิดไปบิดมาได้ราวกับลูกยางเป็นอีกอย่างที่ราล์ฟรู้สึกถึงความไม่ธรรมดาของมัน
มันคืออะไรกัน หินอันแรกที่ให้มาร์คไปหาคำตอบมา ตอนนี้มีปริศนาใหม่เพิ่มมาอีกสองชิ้นแล้ว
ครุ่นคิดไปมาเขาวาร์ปไปที่เมืองเอ็นท์เอาหินสองชนิดคือ หินสีเงินแวววาว และ แร่นิ่มนั้นให้มาร์ค ผู้ช่วยของระบบจัดการไปหาคำตอบ
เพชร กับ อัญมณี เอาไว้ให้คนของบริษัทไปจัดการแต่คงเริ่มจากตัดก้อนเล็กๆ ให้ก่อน เพราะทั้งหมดก้อนใหญ่เกินไป
เสียงข้อความ
/เจ้านายอยู่ที่ไหน
ตอนแรกเขาคิดว่าเป็นวาเนสซ่าหรือแรนดี้ แต่มาดูชื่อกลับเป็นโซเฟีย
/มาหาผมที่ห้องสิครับ
/ค่ะ
ราล์ฟวาร์ปกลับมาที่ห้อง เสียงเคาะประตูเปิดออก โซเฟียในชุดกางเกงขาสั้นเสื้อกล้ามอกต่ำเสื้อรัดเน้นฐานหน้าอกใหญ่น่าเย้ายวนมาก ไม่นึกว่าผู้จัดการของเขาจะกล้าใส่แบบนี้ เขาดึงร่างเธอเข้ามาในห้อง ดันร่างหญิงสาวชิดผนังบดริมฝีปากจูบ
"เจ้านาย ฉันแค่จะมาถามเรื่องอาหารค่ำของโต๊ะเจ้านายแทนลูคัส"
เธอตอบแต่ไม่ค่อยสบตาเขาตรงๆ นัก เด็กหนุ่มล้วงมือหนึ่งเข้าไปจับฐานเนื้อที่อวบขาวนั้นอีกมือค่อยๆ ล้วงสอดลงไปใต้กางเกงขาสั้นของเธอ
"แค่นั้นก็แชทถามก็ได้นี่ อืม .. คิดถึงผมใช่ไหมล่ะครับ"
"อื้ม อ่า .. อย่า คุณราล์ฟ .. เจ้านาย ฉันคิดถึงคุณ แต่ทุกคนกำลังรออยู่ที่ห้อง .. อ่า .. อาหารใหญ่อยู่ นะ"
เธอกล่าวได้ไม่ค่อยเต็มปาก เพราะมือเจ้านายซุกซนล้วงเข้าไปกระตุ้นที่ช่องสงวนอันใหญ่โตที่มีน้ำเริ่มไหลออกมานั้นแล้ว
เจ้านายของเธอก็ไม่กล้าดึงดันต่อ อดใจ เอามือออกยกนิ้วที่ปาดข้างล่างนั้นมาดูดน้ำที่ชุ่ม ต่อหน้าเธอ หญิงสาวรีบฉวยมือเขาไปเช็ดอย่างเอียงอายเขาก็จูบเธออีก แล้วสักพักก็ปล่อย
"คืนนี้ มาอยู่กับผมนะครับ"
โซเฟียเอียงอายหน้าแดง จากนั้นก็พยักหน้าแล้วรีบเดินจากไป กลัวเขาจะรั้งไว้พาลไม่ได้ไปไหนกัน
ค่ำคืนนี้พนักงานเกือบ 20 คน ผลัดกันขึ้นไปร้องเพลง แรนดี้ และ ลูคัสเป็นผู้ที่มีเสียงไพเราะมาก แรนดี้ร้องเพลงรักแล้วก็เหลือบตามองบอสของเธอตลอดเวลา เด็กหนุ่มก็ก้มหน้าจิบไวน์ด้วยความเขิน
ราล์ฟได้ขึ้นกล่าวนิดหน่อย ขอบคุณพนักงานที่ทำงานอย่างเต็มที่แล้วก็เชื่อว่า ปีหน้าจะพาพนักงานทั้งบริษัท แอลอาร์ได้ดั่งใจ มาฉลองความสำเร็จที่สูงถล่มทลายขึ้นไปอีกอย่างแน่นอน
ทุกคนต่างยกแก้วฉลอง แล้วคืนสุดท้ายนี้ก็เป็นคืนที่เครื่องดื่มในแก้วบอสถูกเติมไม่หยุด
ดื่มไม่นานโซเฟียก็บอกคนอื่นว่า ขอขึ้นไปที่ห้องก่อน แล้วไม่ถึงชั่วโมงราล์ฟก็แอบแวบกลับห้องไปโดยเขาเอาคีย์การ์ดส่งให้หญิงสาวไปก่อนหน้านั้น
กำลังจะเข้ามาในห้องไม่ถึงกับเมาแต่กรึ่มได้ที่ ก็มีข้อความจากวาเนสซ่าและแรนดี้ว่าคืนนี้เธอไปหาได้ไหม เขาสะดุ้ง รู้ว่าเธอนอนด้วยกันรีบบอกว่า เดี๋ยวดึกหน่อยเขาจะเข้าไปหา
ราล์ฟเข้าห้องไปเจอโซเฟียที่นั่งเอียงอายอยู่ ทั้งสองนัวเนีย สัมพันธ์สวาทกันอย่างดุเดือด ผู้จัดการทั่วไปของเขาที่จัดว่าอยู่อันดับหนึ่งในเรื่องความร้อนแรง เธอตอบสนองเด็กหนุ่มอย่างเต็มที่สามครั้งกว่าจะหลับไปได้ แล้วเขาก็ไปหาวาเนสซ่า แรนดี้ จัดการปราบทั้งสองลง
กลับมาถึงห้องก็ปลุกโซเฟียขึ้น หญิงสาวที่ดูเหมือนเอียงอายแต่กลับใช้ทุกท่วงท่ากับเขา ทั้งใช้ลิ้นละมุนกับแก่นกายของเขา ใช้บั้นท้ายแน่นหนึบสร้างความเสียวสันต์จนเด็กหนุ่มเสียไปหลายน้ำ
ตอนสายเฮลิคอปเตอร์สามลำ มารับพนักงานบริษัทแอลอาร์ได้ดั่งใจกลับสู่เมืองเอ็นท์ ขากลับเพื่อไม่ให้เป็นที่สงสัยเรื่องโซเฟีย บอสของบริษัทก็เรียกลูคัสกับคาร์ลตันมานั่งด้วยคุยกันเรื่องเพชร และ อัญมณีที่ตัดออกมาส่วนหนึ่ง
โดยอัญมณีให้เอาไปดูว่ามีค่าอย่างไร ให้ทั้งสองจัดการเรื่องการขาย ดำเนินการผ่านร้านหรู ค่าควรเมือง ที่เพิ่งเปิดใหม่ของบริษัท
---------------------