ราชันเพลิงผลาญพิภพ

    มนุษย์ vs อสูร

    เวลาผ่านไป 3 วันฟางเฉินและผู้อาวุโสไคทั้งสองได้หารือและถกเถียงกันตลอดมาจนกระทั้งได้ข้อสรุป ทั้งสองได้ใช้แร่ชนิดพิเศษที่ผู้อาวุโสไคเก็บรักษาไว้มาหลายปี แร่ชนิดนี้มีความทนทานอย่างถึงที่สุดแต่มันไม่เหมาะสมกับธาตุเพลิง ดังนั้นฟางเฉินจึงใช้แกนอสูรธาตุเพลิงระดับ 5 ผสมกับแร่ชนิดพิเศษนี้และชิ้นส่วนของอสูรระดับ 5 ที่มีพลังแห่งเพลิงอีกหลายชนิดมาเสริมเพื่อให้ดาบที่จะสร้างทนทานต่อพลังเพลิงและยังช่วยให้ฟางเฉินปลดปล่อยเพลิงออกมาได้ดีขึ้นอีกด้วยแต่ว่าการจะสร้างอาวุธระดับนี้ผู้อาวุโสไคคนเดียวไม่สามารถทำได้ เย่เทียนที่รู้เรื่องจึงสั่งให้ผู้อาวุโสที่มีความสามารถหลอมอาวุธมาช่วยฟางเฉินหลอมดาบขึ้นมาใหม่ผู้อาวุโสหลายคนต่างก็เต็มใจช่วยฟางเฉินอย่างสุดความสามารถพวกเขาใช้ทั้งความรู้และวัตถุดิบที่พวกเขามีช่วยเหลือฟางเฉินส่วนทางด้านพวกอสูรหลังจากที่พวกมันได้สังหารผู้คนไปนับแสนคนพวกมันก็หยุดลงและหายเข้าไปในส่วนลึกของป่าพงไพร เรื่องนี้ทำให้ผู้อาวุโสหยวนรู้สึกได้ถึงอันตรายแต่เมื่อเขาติดต่อไปยังทางนิกายก็พบว่ากองกำลังของผู้อาวุโสนิกายพึ่งจะออกเดินทางได้ไม่นาน“บัดซบ นี่ต้องเป็นฝีมือของเจ้าพวกโง่เขลานั่นแน่ที่ถ่วงเวลาให้กำลังเสริมมาช้าแบบนี้” ผู้อาวุโสหยวนคำรามออกมาด้วยน้ำเสียงโกรธแค้น“พวกเราจะทำยังไงดีผู้อาวุโส” ศิษย์ผู้หญิงที่มาด้วยกล่าวด้วยน้ำเสียงกังวลเพราะอสูรระดับ 7 นั้นทรงพลังอย่างมากและผู้อาวุโสหยวนยังเป็นแค่กึ่งเซียนขั้นกลางเท่านั้นอีกด้วย“พวกเราไม่สามารถทำอะไรได้นอกจากใช้กำลังทั้งหมดต้านทานพวกอสูรเอาไว้ พวกเจ้านำข่าวนี้ไปบอกกองกำลังทั้งหมดให้เตรียมตัวให้พร้อมอีกไม่นานพวกอสูรจะเปิดศึกเต็มกำลังแล้ว” ผู้อาวุโสหยวนกล่าวเมื่อข่าวนี้ถูกส่งออกไปกองกำลังทั้งหมดก็กลายเป็นเคร่งเครียดทันทีพวกเขาที่คิดวว่ากำลังเสริมใกล้มาถึงแล้วก็แทบจะกลายเป็นสิ้นหวังเวลาผ่านไปอีก 7 วัน ผู้อาวุโสจำนวนมากที่ช่วยกันหลอมดาบของฟางเฉินตอนนี้ก็กล่ายเป็นตื่นเต้นเพราะตอนนี้ดาบที่พวกเขาช่วยกันสร้างในที่สุกก็เสร็จสิ้นและดาบของฟางเฉินในตอนนี้ไม่ใช่ระดับปฐพีอีกด้วยแต่เป็นระดับสวรรค์ ตัวดาบสีแดงเพลิงที่หนาและทนทานตามความต้องการของฟางเฉิน“นี่คืออาวุธที่ทรงพลังที่สุดที่พวกข้าหลอมขึ้นมาได้” พวกผู้อาวุโสพากันยิ้มออกมา“ใช่แล้วด้วยวัสดุที่ใช้มีความหลากหลายแต่ทั้งหมดก็ผสานกันได้อย่างลงตัวทำให้ดาบเล่มนี้สามารถทนพลังเพลิงของเจ้าได้แน่” ผู้อาวุโสอีกคนกล่าว“ขอบคุณผู้อาวุโสทุกท่านที่ช่วยเหลือข้าในครั้งนี้” ฟางเฉินคารวะด้วยสีหน้าขอบคุณ“ไม่เป็นไร ตอนนี้เจ้าถือเป็นหน้าเป็นตาของพวกเราสำนักจู่หลง และการที่เจ้าใกล้จะเข้าร่วมนิกายพฤกษาครามเจ้าก็จำเป็นต้องมีอาวุธระดับสวรรค์ใช้อยู่แล้ว” เย่เทียนกล่าว“เอาละตอนนี้เจ้าคงจะสามารถใช้พลังได้ดียิ่งขึ้น และตอนนี้สถานการณ์ของพวกเราก็กำลังเคร่งเครียดเพราะงั้นต่อจากนี้ให้พวกเจ้ารีบฟื้นฟูพลังและเตรียมพร้อมกับต่อสู้ตลอดเวลา” ผู้พิทักษ์ทั้งสองกล่าว“ขอรับ” ผู้อาวุโสทั้งหมดแยกย้ายกันพักผ่อนทันทีฟางเฉินลูบตัวดาบพร้อมกับยิ้มอย่างพึ่งพอใจ ตัวดาบสีแดงราวกับอัญมณีเพลิงที่ร้อนแรง“เป็นยังไงพอใจหรือเปล่า” ชายชราผู้พิทักษ์กล่าวด้วยรอยยิ้ม“ใช่แล้วข้าพอใจมาก อย่างน้อยดาบเล่มนี้ก็น่าจะสามารถทนพลังทั้งหมดของข้าได้แล้ว” ฟางเฉินกล่าว“ถ้างั้นก็ดี ตอนนี้เด็กน้อยเย่เซียนเองก็ทะลวงระดับได้แล้วตอนนี้กำลังเสริมสร้างรากฐานอยู่ แต่จริง ๆแล้วพวกเจ้าควรจะรีบไปนิกายพฤกษาครามกันแล้ว แต่เพราะปัญหาพวกอสูรและยังปัญหาเรื่องกำลังเสริมทำให้ผู้อาวุโสหยวนไม่สามารถพาพวกเจ้าไปยังนิกายได้” หญิงชรากล่าว“ข้าเองก็ไม่คิดว่าในสถานการณ์แบบนี้มนุษย์ก็ยังขัดแย้งและลดทอนกำลังของตัวเองลงแบบนี้” ฟางเฉินส่ายหัว“มันเป็นธรรมชาติของมนุษย์ที่ไม่สามารถทนต่อความโลภของตัวเองได้ เจ้าไม่จำเป็นต้องคิดมาก ในตอนนี้พวกเราควรจะภาวนาขอแค่ให้อสุรระดับ 7 ตัวนั้นไม่แข็งแกร่งกว่าผู้อาวุโสหยวนก็พอ” ชายชรากล่าวเพียงแต่จากนั้นไม่นาน แรงสั่นสะเทือนก็ปะทุออกมา เสียงของฝีเท้าและเสียงคำรามดังออกมาจากป่าพงไพร ตอนนี้เองเหล่าอสุรทั้งหมดที่อยูในส่วนลุกเริ่มปรากฎตัวออกมาพร้อมกับแผ่แรงกดดันออกมาอย่างต่อเนื่อง“พวกมันมากันแล้วรีบเปิดค่ายกลป้องกันเร็วเข้า” หญิงชราคำรามไม่ใช่เพียงแค่สำนักจู่หลง ทุกขุมกำลังต่างก็เริ่มเปิดค่ายกลและเตรียมพร้อมต่อสู้ทันที ผู้อาวุโหยวนระเบิดพลังและเหาะรอบไปด้านหน้ากองทัพอสูรด้วยท่าทางองอาจ“พวกอสูรที่อวดดีพวกเจ้าคิดดีแล้วงั้นเหรอที่กล้ายกทัพมาบุกดินแดนของมนุษย์” ผู้อาวุโสหยวนคำรามออกมาและแผ่แรงกดดันของครึ่งเซียนออกไปทำให้อสุรระดับ 1-5 กลายเป็นหวาดกลัวและหยุดชะงักลง“เหอะ พวกเราเหล่าอสูรอดทนต่อการกระทำของพวกเจ้ามาหลายปีแล้ว และตอนนี้พวกเราจะไม่อดทนอีกต่อไป วันนี้พวกเราอสูรจะสังหารพวกมนุษย์ให้สิ้น” เสียงที่เย็นชาปรากฏพร้อมกับชายหนุ่มที่มีหูและหางของหมาป่าก้าวเท้าออกมา“นั่นคืออสูรระดับ 7 ที่แปลงกายเป็นมนุษย์งั้นเหรอ” เย่เทียนเหาะลอยออกมาสมทบกับผู้อาวุโสหยวนกล่าวขึ้น“อสูรหม่าป่าจันทรา ไม่สิตอนนี้เจ้าน่าจะกลายเป็นอสูรหมาป่าจันมราโลหิตไปแล้วสินะ” ผู้อาวุโสหยวนกล่าวเมื่อเหล่าผู้นำและกองกำลังของพวกเขาเริ่มปรากฎตัวออกมาพวกเขาก็ตื่นตระหนกและมองไปที่อสูรหมาป่าจันทราโลหิตที่ลอยอยู่เหนือสูรทั้งหมดตอนนี้กองกำลังทั้งหมดต่างเริ่มมารวมตัวที่ส่วนนอกของป่าพงไพร แต่แน่นอนว่าพวกเขาไม่ได้นำศิษย์ออกมามากนักและศิษย์ที่อ่อนแอหรือคนสำคัญของพวกเขาล้วนถูกปล่อยไว้ที่สำนักเพราะที่นั่นมีค่ายกลปกป้องอยู่ฟางเฉินและเย่เซียนเองก็ตอนแรกถูกสั่งให้อยู่ในสำนักจู่หลงแต่ว่าทั้งสองไม่ต้องการหลบอยู่ข้างหลังและดูพี่น้องของตัวเองต่อสู้“นั่นหระหรืออสูรระดับ 7 แข็งแกร่งมาก” ฟางเฉินแสดงสีหน้าเคร่งเครียดออกมา“ดุเหมือนว่าต่อให้พูดคุยไปก็ไม่มีประโยชน์สินะ” ผู้อาวุโสหยวนกล่าว“ถูกต้องแล้ววันนี้พวกเราอสูรจะไม่ยอมทนอยู่ในกรงขังนี้อีกแล้ว และต่อจากนี้พวกเราจะล่าสังหารมนุษย์อย่างพวกเจ้าให้หมดและเดินทางกลับแดนศักดิ์สิทธิ์ของพวกเรา” อสูรหมาป่าจันทราโลหิตกล่าว“โอ้ ดูเหมือนเมือ่วิวัฒนาการสำเร็จเจ้าจะได้รับความทรงจำทางสายเลือดมาด้วยสินะ” ผู้อาวุโสหยวนกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง“เริ่มรู้สึกกลัวแล้วงั้นเหรอมนุษย์ แต่ว่าพวกข้าไม่คิดจะปราณีหรอกนะ ฆ่า ฆ่าพวกมันซะ” หม่าป่าจันทราโลหิตคำราม“โฮก!!!!!!!!!!” กองทัพอสูรเริ่มวิ่งเข้าหากองกองกำกลังมนุษย์ทันที

    คล้ายกับเรื่องราชันเพลิงผลาญพิภพ ที่คุณอ่าน