หวงเฟิ่งเหยาปล่อยมือจากกิ่งหลานฮวาซึ่งออกดอกอยู่ใกล้เสาแขวนโคมลายหมู่ตานนางสบตาและถามคำถามเขา “ท่านแน่ใจแล้วหรือว่า้าเลือกข้า”
“พวกเราถูกกำหนดตัวกันมาั้แ่เด็กแล้วนะ”
“ถ้าเกิดไม่มีการกำหนดตัวไว้เล่าท่านจะยังสนใจข้า ชอบข้าอยู่ไหม”
ตอนเด็กนางน่ารักแก้มสีชมพูระเรื่อ ช่างฉอเลาะเจื้อยแจ้ว ยามพบหน้าเขาก็อ้อนสารพัดให้เล่นด้วยบ้างก็ให้หาของกินมาฝาก เติบโตมาก็งดงามยิ่งแม้จะเงียบขรึมไปมากด้วยข้อจำกัดของชายหญิง แต่เขาก็ยังชอบที่จะได้พูดคุยกับนางั้แ่เล็กรู้สึกมีความสุขเมื่อได้ยินเสียงหัวเราะและเห็นรอยยิ้มของนางเขาเฝ้ารอนางเติบโตมาหลายปี ย่อมต้องมั่นใจในการตัดสินใจของตัวเอง
“เ้าก็รู้ว่าข้าชอบเ้ามาตลอด”ชายหนุ่มยืนยันเจตนารมณ์เดิมด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“นั่นอาจเพราะเราเป็เพื่อนเล่นกันั้แ่เด็กจึงเกิดความรู้สึกผูกพันข้าเป็ตัวอัปมงคล ท่านไม่กลัวที่จะอยู่ใกล้หรือไร”
ติงเฉิงคุนรู้แล้วว่านางกังวลด้วยเื่อะไรชายหนุ่มขยับเข้ามาใกล้นาง “ข้าไม่ใช่คนโลเลเ้ากับข้าอายุห่างกันหลายปี ไม่ถือเป็เพื่อนเล่นเสียทีเดียวนานแล้วที่ข้าเลิกวางเ้าไว้ในฐานะน้องสาวของจื่อฉิน”
ผู้คนมากมายชื่นชมทั้งต่อหน้าและลับหลังว่าเขาเป็ชายหนุ่มที่ดีมั่นคงและเสมอต้นเสมอปลายกับคุณหนูเฟิ่งเหยา เด็กสาวก็แค่เป็กำพร้าคุณสมบัตินอกนั้นก็ไม่มีอะไรเสียหาย เขาคิดว่าเมื่อแต่งกับนางแล้วนางจะเป็ภรรยาที่น่ารักและเชื่อฟังเขา ซึ่งต้องดีกว่าแต่งกับผู้หญิงอื่นที่มารดาหาให้เพราะเขาไม่ได้เกิดความรู้สึกพิเศษกับพวกนางเ่าั้ หวงเฟิ่งเหยากล้าพูดขัดกล้าเอาแต่ใจ แสดงออกอย่างไม่ปิดบัง แม้ด้วยความเป็เด็กแต่นั่นทำให้เขารู้สึกว่าตัวเองเอ็นดูรักใคร่และคิดว่าสามารถดูแลปกป้องนางได้ไปตลอดชีวิต
หนึ่งชายหนึ่งหญิงเดินคุยกันไปเรื่อยๆพลุเพลิงสวยงามลูกแล้วลูกเล่าถูกจุดเพื่อสร้างบรรยากาศแห่งการเฉลิมฉลองมิตรภาพในหมู่ครอบครัวพ่อค้าสำคัญๆของเมืองหลวง
บนสะพานโค้งไร้ราวกั้นเหนือสระบัวที่ทอดตัวยาวราวพญาัตัวใหญ่หวงเฟิ่งเหยายืนมองเงาจันทราในน้ำ
“ข้าอยากมีเวลาให้เ้ามากกว่านี้”เงาในน้ำมีชายหนุ่มหญิงสาวคู่หนึ่งยืนเคียงกัน
“เวลาอันมีค่าควรหมดไปกับเื่ทำการค้าท่านต้องทำเพื่ออนาคตตัวเองให้มาก อย่าคิดเสียเวลากับคนที่วันๆไม่ได้ทำอะไรเป็ชิ้นเป็อันอย่างข้าเลย”
“ไม่สนใจไม่ได้เพราะอนาคตข้านั้นต้องมีเ้าอยู่ด้วย” ติงเฉิงคุนหักห้ามใจอีกหนที่จะยื่นมือไปกุมมือนางไว้เพราะเกรงจะทำให้นางเสื่อมเสียในที่สาธารณะจึงได้แต่ส่งสายตาแวววามอันเต็มไปด้วยความรักใคร่มอบให้นาง
พอได้รู้ว่าตนเองมีความสำคัญกับชีวิตใครอีกคนและถูกเอ่ยถึงอนาคตเื่แต่งงานสาวน้อยวัยแรกแย้มก็เกิดอาการขวยเขินขึ้นมาบ้างแล้ว นางส่งยิ้มให้เขาแต่เล็กจนโตมีเื่ราวเกิดขึ้นกับนางมากมาย ยังคงมีเขาที่ไม่เปลี่ยนไม่ได้หนีหายไปที่ไหนไกล
หลางเชียนอิงหลังปลีกตัวจากกลุ่มคุณหนูคุณชายช่างพูดได้แล้วก็รีบเร่งเดินหาติงเฉิงคุนกับหวงเฟิ่งเหยาเดินอยู่ร่วมครึ่งเค่อจึงพบทั้งสองคุยกันอยู่บนสะพานหินดังนกยวนยางคู่รักหญิงสาวที่หมายปองอยากครองรักกับคุณชายรูปงามเกิดความรู้สึกหมั่นไส้ว่าเด็กสาวสกุลหวงจริตมารยามากล้นเกินอายุถึงขนาดหลอกล่อคุณชายติงมาพลอดรักกันในที่ลับตาคนอื่นเื่นี้แทบจะทำให้นางปราดเข้าไปผลักเด็กสาวอายุน้อยให้หล่นลงไปในสระบัวดีที่ยังยั้งใจไว้ทัน
อยู่ในบ้านสกุลหวงหวงเฟิ่งเหยาราวกับกรวดหินไร้ค่าพอแต่งตัวอวดโฉมนอกบ้านกลับทำให้ผู้ชายหลายคนส่งสายตามองตามอย่างเพ้อฝันนางคงคิดจะจับติงเฉิงคุนให้มั่นกระมังจะได้แต่งงานออกจากบ้านสกุลหวงอย่างสง่าผ่าเผยฝันไปเถอะ...ไม่มีทางที่นางจะให้นังเด็กนั่นสมใจ!
ในเมื่อผลักหวงเฟิ่งเหยาลงสระบัวไม่ได้นางก็สามารถเรียกร้องความสนใจจากติงเฉิงคุนได้ด้วยวิธีนี้เมื่อกะคะเนด้วยสายตาว่าสระบัวไม่น่าจะลึกนักหญิงสาวก็เรียกบุคคลทั้งสองที่ยืนอยู่แล้วปล่อยให้ตัวเองเซจนร่วงหล่นลงไปยังเบื้องล่าง
“ช่วยด้วย!คุณชายติงช่วยข้าด้วย!” หลางเชียนอิงใส่จริตร้องขอความช่วยเหลือราวกับจะสิ้นใจตายอยู่รอมร่อ
แต่คนที่ลงไปช่วยหญิงสาวกลับเป็บ่าวชายของติงเฉิงคุนเื่นี้สร้างความผิดหวังคำรบแรกให้หลางเชียนอิงยิ่งนัก เมื่อแผนแรกไม่ได้ผลหลังบ่าวคนนั้นพานางขึ้นมาจากสระบัวได้แล้วท่ามกลางแขกร่วมงานที่เริ่มมามุงตามเสียงร้อง นางก็ถลาเข้าไปซุกอกติงเฉิงคุน
“คุณชายเ้าคะข้ากลัวเหลือเกิน”
หวงเฟิ่งเหยามองภาพหญิงสาวโชคร้ายที่กำลังซุกตัวแอบอิงกับอกคู่หมั้นหมายของตนด้วยความรู้สึกทั้งแปลกใจทั้งใอีกคนที่ใไม่แพ้กันก็คือติงเฉิงคุน แต่ด้วยความเป็สุภาพบุรุษชายหนุ่มรีบถอดเสื้อตัวนอกห่อคลุมร่างบอบบางในชุดเนื้อผ้าบางเบาเปียกชุ่ม
“คลุมเสื้อไว้ก่อนนะ”
“ข้าอายอายสายตาผู้คนเหลือเกิน” หลางเชียนอิงสะอื้นเบาๆนางสั่นสะท้านแนบร่างตนเองติดร่างสูงของบุรุษเพศราวกับหาแนวป้องกันสายตาสอดรู้สอดเห็นเรือนร่างอร้าอร่ามใต้เสื้อคลุมตัวหนา
หวงเฟิ่งเหยาเริ่มเห็นคนมามุงเหตุการณ์มากขึ้นเรื่อยๆจึงออกความเห็น
“พานางไปส่งที่รถม้าเถอะเ้าค่ะข้าจะกลับบ้านพร้อมนาง”
เวลาอันแสนสุของนางกับเขาช่างสั้นนักติงเฉิงคุนมีสีหน้าเสียดายอย่างเห็นได้ชัดจนหลางเชียนอิงเกิดความริษยานางขยุ้มอกเสื้อชายหนุ่มแล้วกล่าว
“ขอน้ำใจจากคุณชายส่งข้ากลับบ้านด้วยนะเ้าคะ”
คำอ้อนวอนเสียงสั่นเครือของหลางเชียนอิงสร้างความลำบากใจให้ชายหนุ่มไม่น้อยหวงเฟิ่งเหยาอยากจะออกไปพ้นๆ การถูกซุบซิบนินทาจึงพยักหน้าเป็เชิงยินยอมให้ติงเฉิงคุนอุ้มหญิงสาวผู้โชคร้ายเดินแหวกฝูงชนไปยังรถม้าที่จอดรออยู่ในลานพักรถม้า
กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมีคนไปบอกอี้หงกับหวงจิ่วหลินระหว่างทางที่ติงเฉิงคุนอุ้มหลางเชียนอิงเดินผ่านนางทั้งสองคนนั้นหวงจิ่วหลินได้เห็นรอยยิ้มเยาะเย้ยมาจากหญิงสาวในอ้อมอกชายที่นางเคยหมายปองในขณะที่หวงเฟิ่งเหยากำลังเดินรั้งท้ายติดตามชายหนุ่มไป
“เฟิ่งเอ๋อร์คงจะเสียรู้นังจิ้งจอกนั่นแล้วกระมังท่านแม่”คนพูดไม่ยอมรับว่าตนเองก็เป็หนึ่งในคนที่พลาดเสียทีในแผนแย่งชิงความสนใจของหลางเชียนอิง
“ผู้ชายหนอผู้ชายหลงใหลอะไรนักกับนังจิ้งจอกสองหน้า” อี้หงไพล่ด่าไปถึงหลางรั่วอิ๋ง
ติงเฉิงคุนอุ้มหลางเชียนอิงมาถึงรถม้าที่จอดอยู่ขณะส่งตัวนางขึ้นไปบนรถ หญิงสาวก็เสียหลักอีกหนทำให้ริมฝีปากนุ่มนิ่มแตะเข้ายังแก้มของชายหนุ่ม เขาออกอาการตะลึงไปชั่วขณะหนึ่งเพราะเกรงนางในดวงใจที่เดินตามมาไม่ห่างจะเห็นเข้า
“เชียนเอ๋อร์ไม่ได้ตั้งใจ”นางพูดเสียงเบาแล้วหลบตาเขา
“มีอะไรรึ” หวงเฟิ่งเหยาสังเกตเห็นสีหน้าไม่ค่อยปรกติของติงเฉิงคุน และหากนางตาไม่ฝาดเมื่อกี้มิใช่หลางเชียนอิงจงใจยื่นใบหน้าส่งจูบให้ชายหนุ่มหรอกหรือ
“ไม่มี” ชายหนุ่มตอบ ไม่กล้าสู้หน้าหวงเฟิ่งเหยา ทั้งไม่กล้าบอกความจริงเพราะเกรงหญิงสาวอีกคนจะเสื่อมเกียรติเขาคิดว่านางไม่ได้ตั้งใจดังปากพูด
หญิงสาวบนรถม้ามองหน้าหวงเฟิ่งเหยาด้วยอาการนิ่งเฉยราวกับปฏิเสธว่าไม่มีสิ่งผิดปรกติก่อนหน้านี้ หวงเฟิ่งเหยาคิดในใจนางอายุยังน้อยก็จริง แต่ไม่ได้โง่งมจนไม่ทันมารยาหญิงยิ่งตอนนี้มีตัวอย่างให้เห็นในบ้านทุกเมื่อเชื่อวันนับแต่ท่านอารับอนุเข้ามาอยู่ร่วมบ้านการฟาดฟัดงัดข้อระหว่างอาสะใภ้กับหลางรั่วอิ๋งคือบทเรียนที่นางควรศึกษาไว้
“ข้าจะซักเสื้อคลุมไปส่งคืนคุณชายในวันหลังนะเ้าคะ”นางบอก แต่ชายหนุ่มกลับทำท่าใจลอย
“เฟิ่งเอ๋อร์...”ก่อนหวงเฟิ่งเหยาจะก้าวขึ้นรถม้าติงเฉิงคุนคล้ายจะบอกกล่าวถึงความอัดอั้นในใจเมื่อก่อนหน้านี้แต่เด็กสาวอายุน้อยก็เอ่ยสวนขึ้นมาก่อน
“ท่านอย่าดื่มเหล้าเมามายนักจะไม่ดีต่อสุขภาพ เพราะมีท่านคืนนี้ข้าจึงมีความสุขและจะจดจำมันไว้ข้ายังรอขนมอร่อยๆ จากท่านอยู่ที่บ้านสกุลหวงนะเ้าคะ” นางยิ้มหวานให้เขาดวงตาของนางยิ้มได้เช่นกัน เพียงเท่านี้ หัวใจของติงเฉิงคุนก็พองโตแต่หลังจากปิดม่านลง รอยยิ้มของหวงเฟิ่งเหยาก็หุบฉับ
เมื่อรถม้าเคลื่อนตัวไปอย่างช้าๆหลางเชียนอิงกระชับเสื้อคลุมตัวนอกของบุรุษที่หญิงสาวหลายคนใฝ่ฝันอยากครองคู่ด้วยนางกล่าวทำลายความเงียบอันชวนอึดอัดใจขึ้น
“คุณชายติงเป็สุภาพบุรุษมาก”นางลองหยั่งเชิงอารมณ์ของเด็กสาวที่ใครต่อใครเล่ากันว่านางเอาแต่ใจทั้งยังอารมณ์ร้อน แต่เหตุใดตอนนี้ถึงยังไม่แสดงอารมณ์เกรี้ยวกราดใดๆออกมาสักเสี้ยว
ในความคิดของหวงเฟิ่งเหยานั้นนางกำลังชั่งใจว่าในฐานะคู่หมั้นหมายของติงเฉิงคุนนางควรจะแสดงอาการหึงหวงและแง่งอนใส่เขามากกว่านี้หรือไม่เพื่อให้เขารู้ว่านางไม่พอใจกับเื่ที่เกิดขึ้นเขาเป็คนเดียวที่จะพานางออกไปจากบ้านสกุลหวงอย่างเต็มภาคภูมิท่านปู่วางใจจะให้นางแต่งงานกับเขา นางจะรักษาความรักของชายหนุ่มที่มีต่อนางอย่างไรในขณะที่มีผู้หญิงไร้ยางอายผู้หนึ่งแสดงออกโจ่งแจ้งว่า้าเขา
“คุณสมบัติของเขาข้อนี้ข้ารู้ดีเพราะแต่เล็กจนโตข้ากับคุณชายติงถือว่ามีกันและกันในเกือบทุก่เวลาของชีวิต”
คำตอบแบบยกตนข่มท่านของหวงเฟิ่งเหยาทำเอาหลางเชียนอิงกัดฟันกรอด นางกำปกเสื้อของติงเฉิงคุนแน่นกว่าเดิม
มั่นใจไปเถอะนังเด็กโง่ข้าจะเป็คนทำลายภาพความหลังอันหวานชื่นของเ้าเอง คอยดูก็แล้วกันระหว่างมารยาหญิงกับเด็กน้อยปากเพิ่งสิ้นกลิ่นน้ำนมเช่นเ้าอย่างไหนจะดึงดูดหัวใจของคุณชายติงได้มากกว่ากัน!