เวลาผันผ่านไปเกือบถึงหนึ่งก้านธูป! ในที่สุดโฉมสะคราญผู้สูงศักดิ์กับนายน้อยแห่งจวนแม่ทัพประจิมก็พากันเดินออกมาจากกระโจมใหญ่ ใบหน้าประดับไว้ด้วยรอยยิ้มทั้งคู่ ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าการสนทนากันครั้งแรกของพวกเขาเป็นไปได้ด้วยดีเอามากๆ
“เย่หยุนซี อย่าได้ลืมฝึกฝนทักษะที่ข้ามอบให้เป็นอันขาด ถึงแม้พลังมันจะไม่ได้ร้ายกาจเท่าทักษะบ่มเพาะลมปราณแต่มันสามารถยืดอายุขัยของเจ้าได้” ก่อนจากไป นางไม่วายหันมากล่าวกำชับ
เย่หยุนซีพยักหน้ารับ “ตกลงๆ ข้าจะฝึกฝนตามที่องค์หญิงว่า”
หลังสิ้นสุดบทสนทนา! หยุนฉางเยว่ก็เดินกลับขึ้นรถม้าของราชวงศ์ไปในทันที ส่วนทางฝั่งของเย่หยุนซีเองก็เลือกที่จะเดินกลับกระโจมของตนเองเช่นเดียวกัน
“เสี่ยวหลิง เจ้าตัวน้อยเป็นอย่างไรบ้าง?” เมื่อมาถึง! เย่หยุนซีเอ่ยถามหญิงงามในคราบบุรุษซึ่งกำลังดูแลราชสีห์ทองคำสามตาอยู่ไม่ห่างกาย
หลิงจียกยิ้มบาง “เจ้าตัวน้อยของคุณชายพ้นขีดอันตรายแล้ว ขอเพียงให้โอสถฟื้นฟูอีกสักหน่อยก็น่าจะฟื้นในเร็ววัน”
“เห้อ เช่นนั้นก็ดี” เย่หยุนซีถอนหายใจด้วยความโล่งอก ก่อนจะนั่งลงยังเก้าอี้ที่อยู่ไม่ไกล
หลิงจีลุกขึ้นเดินมารินน้ำชาให้ “แล้วเรื่ององค์หญิงหยุนฉางเยว่เป็นอย่างไรบ้าง เข้ากันได้ดีหรือเปล่า”
เด็กหนุ่มพยักหน้าพร้อมทั้งเผยรอยยิ้มบางเบา “นางดูซื่อตรงและเป็นกันเองกว่าที่คิด นับว่าเป็นสตรีที่น่าสนใจอยู่เหมือนกัน”
โฉมสะคราญในคราบบุรุษเมื่อได้ยินเช่นนั้นก็นิ่งอึ้งไปสักพัก ก่อนจะยกมือป้องปากแล้วหัวเราะออกมาอย่างช่วยไม่ได้
“เสี่ยวหลิงท่านหัวเราะอะไรหรือ?” เด็กหนุ่มเอ่ยถามด้วยความสงสัย
“คิกคิก ขออภัยคุณชาย ในตอนแรกข้าคิดว่าท่านจะแสดงความหลงใหลในตัวองค์หญิงมากกว่านี้”
“หือ! แล้วมันผิดปกติงั้นหรือ?” เขาเอ่ยถามอีกครั้ง
“อืม......จะว่าไงดีล่ะ ตั้งแต่ที่ข้ารู้จักองค์หญิงหยุนฉางเยว่มา บุรุษที่เข้าใกล้นางล้วนแต่ตกอยู่ในภวังค์แห่งความหลงใหลกันทั้งสิ้น จะมีก็เพียงคุณชายที่ยังแสดงท่าทางปกติเช่นนี้ออกมาได้” หลิงจีกล่าว
เย่หยุนซีหัวเราะเบาๆ “ฮ่าๆ ความจริงแล้วข้าก็เหมือนบุรุษทั่วไปที่ชื่นชอบสตรีงาม เพียงแต่ข้าหักห้ามใจตนเองได้ดีกว่าพวกเขา”
“คิกคิก ข้าเชื่อแล้วเจ้าค่ะ” หลิงจีเห็นด้วยกับคำพูดนั้น ขนาดตอนอาบน้ำชำระล้างร่างกายให้นาง ผู้ชายคนนี้ก็ยังอดทนอดกลั้นจนถึงที่สุด
“เอาล่ะๆไม่พูดแล้วๆ พวกเราดูแลเจ้าตัวน้อยกันมาทั้งคืน แยกย้ายกันไปพักผ่อนจะดีกว่า”
หลังจากพูดคุยกันมาได้สักระยะ! ทั้งเย่หยุนซีและหลิงจีก็เดินไปยังเตียงของตนเองที่อยู่คนละฝั่งของกระโจม ก่อนจะเอนตัวลงนอนพักผ่อนอย่างสบายใจ
ซึ่งในระหว่างที่กำลังหลับใหลอยู่นั้น! จิตวิญญาณของเย่หยุนซีก็พลันปรากฏขึ้นที่ด้านหน้าของหอคอยหยินหยางทั้ง ๆที่เขามิได้ตั้งใจเข้ามา
“นี่มันเรื่องอะไรกันล่ะเนี้ย?” เด็กหนุ่มมองซ้ายมองขวาด้วยความสงสัย
“เด็กน้อย เจ้าไม่ต้องตกใจไป บัดนี้จิตอสูรอสรพิษเหมันต์นิมิตมายากำลังจะเริ่มการยกระดับ ดังนั้นจิตวิญญาณตั้งต้นของเจ้าจึงถูกดึงมายังที่นี่” เสียงที่คุ้นเคยดังกังวาน
“เอ๋! แต่ข้ายังไม่ได้ดูดซับแก่นอสูรเลยนะขอรับ!” เย่หยุนซีเต็มไปด้วยความงุนงงระคนแปลกใจ เขายังไม่ได้ทำอะไรเลยแท้ๆทำไมจิตอสูรของเขาถึงได้ยกระดับเองกัน
“มิติเก็บของไร้ขอบเขตเชื่อมต่อกับจิตวิญญาณของเจ้า อสรพิษเหมันต์นิมิตมายาจึงได้ใช้ช่องทางนั้นดูดซับแก่นอสูรธาตุหยินซึ่งอยู่ด้านใน” เทพธิดาเซียนเหยากล่าวแถลงไข
ดวงตาของเย่หยุนซีฉายแววสั่นสะท้าน “ถึงกับดูดซับแก่นอสูรด้วยตัวเองได้!! นี่มันจิตอสูรอะไรกัน!!!”
“เอาล่ะ! เจ้าไม่ต้องพูดให้มากความ รีบทำจิตให้สงบและคงที่ซะ........อีกไม่นานพลังมหาศาลของอสรพิษเหมันต์นิมิตมายาจะปะทุขึ้นมาแล้ว และเจ้าต้องแบกรับมัน” เทพธิดาเซียนเหยากล่าวเรียกสติอีกครั้ง
เย่หยุนซีที่กำลังตกตะลึงรีบนั่งลงทำจิตใจให้สงบอย่างที่ได้รับคำแนะนำโดยไม่รอช้า
ในช่วงเวลาต่อมา! ไอปราณเหมันต์ที่เย็นยะเยือกก็พลันพรั่งพรูไปทั่วพื้นที่ฝั่งหยิน ทำให้เย่หยุนซีรู้สึกเหน็บหนาวจนปวดไปทั่วทั้งร่าง
‘อึก! ทรมานเหลือเกิน!!’ เขากรีดร้องในใจอย่างบ้าคลั่ง
แต่แล้วทันใดนั้น! พลังความหนาวเย็นอันมหาศาลก็ถูกดูดเข้าไปร่างวิญญาณของเย่หยุนซี ทำให้เขายิ่งรู้สึกเจ็บปวดมากขึ้นกว่าเก่า! เจ็บปวดเสียจนต้องแผดเสียงกรีดร้องคำรามออกมา
“อ๊าก!!........ อดทนเอาไว้ตัวข้า!!”
ภายใต้พลังอันมหาศาล เด็กหนุ่มทำอะไรไม่ได้นอกจากควบคุมสติของตนเองเอาไว้ไม่ให้สลบไประหว่างกระบวนการยกระดับ
“วาบ!!”
หลังจากทุกข์ระทมกับความเจ็บปวดมาได้สักพัก ตรงบริเวณพื้นที่ฝั่งหยินก็ปรากฏดวงตาอสรพิษสีอำพัน จากนั้นร่างอสรพิษสีขาวขนาดใหญ่ที่มีเขาสองข้างก็เผยตัวออกมาโอบล้อมร่างวิญญาณของเย่หยุนซีเอาไว้
“ฟ่อ!”
“จะ เจ้า เจ้าถึงกับกลายเป็นจิตอสูรระดับพิภพ” จิตวิญญาณของเด็กหนุ่มอุทานอย่างตื่นตระหนก ทั้งๆที่กำลังอ่อนแรงเต็มที
“ใช่! พอได้เจอกับวัตถุดิบที่เหมาะสมก็จะยกระดับไวเช่นนี้แหละ” เทพธิดาเซียนเหยากล่าวราวกับไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร
ถ้าหากมีแก่นอสูรระดับเซียนที่เข้ากันได้ ไม่แน่อสรพิษเหมันต์นิมิตมายาอาจจะกลายเป็น ‘จิตอสูรระดับเซียน’ในทันที
“แห๊กๆ เจ้าเนี้ยนะนึกอยากจะดูดซับก็ดูดซับ ขอข้าเตรียมตัวหน่อยไม่ได้หรือไงกัน” เย่หยุนซีบ่นพึมพำขณะยกมือขึ้นลูบหัวของอสรพิษสีขาวขนาดใหญ่ ในใจเต็มไปด้วยความตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่ง
เพราะจิตอสูรระดับปฐพีถือเป็นจิตวิญญาณชั้นเลิศในดินแดนแห่งนี้ และคนที่ได้ครอบครองก็ถูกขนานนามว่าเป็นอัจฉริยะกันทั้งนั้น