บทที่ 7
บางสิ่งที่หายไป
“ช่างเื่เทพเื่เซียนเถอะน่า เอาเป็ว่านี่คือพี่ใหญ่ัทอง หวงหลง ส่วนผู้นี้คือพี่รองเต่าดำ เสวียนอู่ และเ้านั่นน้องเล็กกิเลน ฉีหลิน ”
จูเชว่พญาหงส์ปัดปอยผมที่ปรกหน้าตนเองออก เขาทำหน้าที่แนะนำสัตว์เทพทั้งสามให้จิ่วเหรินแทนซ่งจื้อ สัตว์เทพทั้งสี่นิสัยแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด หวงหลงดูสุขุม เสวียนอู่นั้นไม่วุ่นวายกับผู้ใด จูเชว่เป็พญาหงส์ที่ดูเ้าเล่ห์ ส่วนกิเลนฉีหลินก็ชอบซุกซน
“ไหนๆก็มาถึงนี่แล้ว ข้าอยากสนทนากับท่านซ่งจื้อสักหน่อย” ัหวงหลงเอ่ยเชิญชวน
“เช่นนั้นพี่ใหญ่ก็สนทนากับท่านซ่งจื้อไปเถิด ข้าจะพาจิ่วเหรินไปดูรอบๆนี้เอง” จูเชว่เองก็เอ่ยขึ้นมาบ้าง สายตาทั้งสี่ที่เหลือมองมาที่พญาหงส์ โดยเฉพาะเสวียนอู่ที่ส่งเสียงอยู่ในลำคอ
“เ้าจะพานางไปชมสิ่งใดจูเชว่ ไม่ใช่ว่ากำลังหาพวกทำเื่วุ่นวายหรอกหรือ?”
“โถ่พี่รอง..”
“พวกสัตว์ปีกชอบสร้างเื่ไม่เว้นพัก” เสวียนอู่กล่าวจบก็ขอตัว ทว่าคำพูดนั้นมันกระทบไปถึงจิ่วเหรินที่ยืนกลืนน้ำลายอยู่ด้านข้าง นางเองก็สร้างเื่สร้างราวใหญ่โตไว้เช่นกัน
“อย่าไปสนพี่รองเลย เขาน่ะเป็พวกตาแก่หัวทึ่ม”
“เอาเถอะจูเชว่ เช่นนั้นก็พาฉีหลินไปด้วย แล้วอย่าพากันทำเื่ที่ไม่ดีล่ะ” หวงหลงกำชับน้องสามจูเชว่ที่ชอบหาเื่ให้ปวดหัวไม่เว้น ก่อนจะเดินเคียงไปกับซ่งจื้อเพื่อสนทนาและดื่มชา
“พวกท่านเอ่อ.. เป็เช่นนี้กันหรือ?”
“อย่างไร?”
“ก็แบบว่าชอบทะเลาะกัน ข้านึกว่าพวกท่านจะสุขุมและอยู่แบบสันโดษเสียอีก” จิ่วเหรินนึกภาพของจตุรทิศสัตว์เทพไว้ยิ่งใหญ่และน่าเกรงขาม ทว่าเมื่อได้มาพบเจอหน้ากลับตรงข้ามทั้งสิ้น
“ข้าเป็เพียงสัตว์เทพ ไม่ใช่พระอรหันต์สักหน่อย ไฉนต้องทำตัวสุขุมวางมาดด้วยเล่า”
จิ่วเหรินมีเพียงรอยยิ้มน้อยแทนคำโต้เถียง ส่วนฉีหลินนั้นเดินตามหลังมาเงียบๆไม่ยอมพูดจา
“เหตุใดวันนี้เ้าเงียบแท้ล่ะ? ปกติต้องซุกซนจนข้าปวดหัว”
“ใครกันที่ต้องปวดหัว หาใช่พี่สามสักหน่อย”
“นั่นก็เป็เพราะเ้าทำเื่ แล้วข้าต้องรับผิดแทนอย่างไรเล่าเ้าโง่!” จูเชว่ตอบกลับเสียงห้วน ความสัมพันธ์ของพวกเขาดูคล้ายพี่น้องกันจริง แม้จะเกิดมาเป็คนละเผ่าพันธุ์ก็ตาม
“เล่าเื่ของเ้าบ้างสิจิ่วเหริน” ฉีหลินได้ทีก็เปลี่ยนเื่หันไปคุยกับจิ่วเหรินแทน
“เื่ของข้าหรือ?”
“ได้ยินว่าเผ่าเทพกับเผ่าปีศาจทำากัน สูญเสียไปนับหมื่นนับแสน เื่มันเป็อย่างไรหรือจิ่วเหริน เหตุใดจึงมีาเกิดขึ้น”
ภาพในวันวานย้อนกลับคืนสู่สมองของจิ่วเหริน ฉีหลินตั้งหน้ารอฟังอย่างจดจ่อ ส่วยจูเชว่แม้ไม่ได้หันมาสนทนาด้วย ทว่าเขาเองก็คงอยากรู้เื่าครั้งนั้นเช่นกัน
“เผ่าปีศาจอยากครองอำนาจ อยากเป็ใหญ่ในจักรวาลแห่งนี้”
“พวกมันไม่มีทางเป็ใหญ่ได้!”
จูเชว่โพล่งขึ้นมาอย่างลืมตัว ฉีหลินกระตุกยิ้มทันทีอย่างพอใจ
“แม่ทัพเผ่าเทพฆ่าประมุขเผ่าปีศาจ และยอมตายเพื่อตัดสินแพ้ชนะในครั้งนั้น” จิ่วเหรินกลืนก้อนบางอย่างที่ขึ้นมาจุกอยู่ที่ลำคอ นางไม่อาจบอกใครได้ว่าครั้งนั้นตนกระทำสิ่งใดลงไป
“แม่ทัพซือเหยียนใช่หรือไม่?”
“ท..ท่าน..รู้!!!”
ฉีหลินถอนหายใจด้วยท่าทีสบายอกสบายใจ “ชื่อเสียงเขาดังไปทั่ว์ชั้นฟ้า เซิ่นหลางจวิ้นสลักชื่อเขาไว้ในศิลาทองคำ ว่ากันว่าแม้แต่ร่างที่สิ้นสูญก็ไม่มีผู้ใดพบเห็น”
“!!!”
กิเลนหนุ่มพูดในสิ่งที่ตนล่วงรู้ตามประสาของผู้ที่ชอบซุกซน ทว่าจิ่วเหรินนั้นเริ่มวิตกกังวล หากมีผู้ล่วงรู้ถึงสิ่งที่นางกระทำลงไป มันคงวุ่นวายปั่นป่วนไปทั่วสารทิศแน่นอน
“เ้าไม่ต้องไปสนใจเื่พวกนั้นหรอกจิ่วเหริน อยู่ที่นี่ปลอดภัยและไร้พวกอธรรม”
“พี่สามจะรู้ได้อย่างไรว่าพวกมันจะไม่บุกมาที่นี่?”
จูเชว่จนใจกับคำพูดของฉีหลิน เ้าน้องเล็กกิเลนงั่งที่เขาด่าทออยู่ทุกวี่วัน เ้านี่เหมาะแก่การไปนั่งคัดตำราหรืออ่านคัมภีร์เสริมสติปัญญา
“หากมันมาถึงนี่แล้วกล้าเหิมเกริมกับพลังของจตุรทิศสัตว์เทพ เช่นนั้นเ้าก็ลดตัวไปเป็กระรอกเถอะ!”
การชมวิวทิวทัศน์โดยรอบนั้นไม่ได้สิ่งใดกลับมาเลย เมื่อสองพี่น้องสัตว์เทพเอาแต่ถกเถียงกันตลอดทาง บางครั้งจิ่วเหรินก็ต้องเป็คนคอยห้ามปราม จนกระทั่งทั้งสามมาหยุดหน้าเรือนหลังเล็กที่ตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยว
เรือนหลังน้อยที่ไม่มีใครอยู่อาศัย หรือแม้แต่คนจะเฉียดใกล้ จิ่วเหรินหยุดมองมันด้วยคำถามมากมาย สองสัตว์เทพที่เอาแต่เถียงกันเมื่อครู่ก็ดูเงียบไปถนัดตา
“นานมากแล้วที่เราไม่รู้..”
จูเชว่เอ่ยขึ้นมาท่ามกลางความเงียบ น้ำเสียงนั้นสั่นเครือเล็กน้อย
“มีเื่อันใดเกิดขึ้นหรือ?”
“เดิมทีมันเคยมีบางสิ่งอยู่ในนั้น ทว่าก็หายลับตามไม่พบ”
“บางสิ่ง?”
ฉีหลินถอนหายใจออกมาอีกครั้ง กิเลนหนุ่มน้องเล็กช่างพูดเอ่ยขึ้น “เ้ารู้จักวิหคสีชาดหรือไม่?”
“หะ..หา”
“เคล็ดวิชาใช้โลหิตวิหคสีชาดถูกเก็บซ่อนไว้ในนั้น ทว่ามันกลับหายไปอย่างไร้ร่องรอย มันไม่ควรอยู่ในมือของผู้ใด ความละโมบจะก่อตัวเมื่อคนผู้นั้นรู้ถึงความวิเศษนี้”
“ตะ..แต่ว่าไม่มีผู้ใดเคยพบวิหคสีชาด”
“เฮอะ!” กิเลนหนุ่มพ่นลมหายใจออกมาอย่างขบขัน “เ้าเชื่ออย่างนั้นหรือจิ่วเหริน เช่นนั้นพวกอธรรมจะค้นหาวิหคสีชาดอย่างบ้าคลั่งไม่ยอมแพ้ไปทำไม”
“...”
“ตราบใดที่เคล็ดวิชายังไม่สลาย วิหคสีชาดก็ยังไม่สิ้นสูญ”
เป็อย่างที่กิเลนหนุ่มพูดทุกอย่าง เผ่าปีศาจเชื่อว่าวิหคสีชาดยังอยู่ และพยายามต่อสู้กับเผ่าเทพเพื่อให้ได้โลหิตที่พลิกฟื้นคืนชะตา จิ่วเหรินแอบเป็กังวลเื่โลหิตวิหคสีชาดที่อยู่ในกายของซือเหยียน
“เอ่อท่าน!”
“หือ?”
จูเชว่และฉีหลินที่กำลังจะเดินไปหันกลับมาตามเสียงเรียก จิ่วเหรินส่งยิ้มแหยพร้อมกับเอ่ยคำถามที่คิดว่าจะได้รับคำตอบที่ไขข้อข้องใจของนางได้ทั้งหมด
“หากว่าวิหคสีชาดนั้น ได้มอบโลหิตของตนเพื่อพลิกความตายให้กลับมามีชีวิต”
“แล้วอย่างไร?”
“ท่านว่ามันจะมีผลอะไรตามมาอย่างนั้นหรือ? ข้าเคยได้ยินเื่เล่ามา เลยอยากถามท่านให้กระจ่าง”
พญาหงส์มองหน้ากิเลนน้องเล็ก สลับกับมองจิ่วเหรินที่ยืนสงบรอฟังคำตอบ
“เ้าจะอยากรู้ไปทำไม? เ้าไม่ใช่วิหคสีชาดเสียหน่อย”
“บ..บอกข้าสักนิดไม่ได้หรือท่านทั้งสอง นึกเสียว่าเมตตาเซียนต่ำต้อยเช่นข้าที่อยากรู้เถอะนะ”
จูเชว่เห็นท่าทางอยากรู้เหมือนเด็กน้อยนั้นก็อดหัวเราะไม่ได้ จิ่วเหรินบอกว่าตนเป็เซียนต่ำต้อย นางสรรหาคำพูดได้แบบขอไปทีเสียจริง
“ข้าก็ไม่รู้สักเท่าไรหรอก เคล็ดวิชามันหายไปแล้ว อีกอย่างจะเปิดเคล็ดวิชาเพื่อศึกษาก็ต้องใช้โลหิตวิหคสีชาด แต่ข้าเคยได้ยิน์พูดกันว่า..”
“ว่าอย่างไรหรือ?”
“อืม.. มันเป็เคราะห์กรรมมากกว่าหากทำไปอย่างไม่รู้ แทนที่จะได้ฟื้นคืนกลับดังเดิม ก็อาจกลายเป็หายนะที่ยิ่งกว่า กลายเป็ชะตากรรมน่าหดหู่ที่ยากเกินแก้”
“ละ..แล้วมีทางแก้หรือไม่?”
“ทางแก้ข้าไม่รู้ แต่ถ้าให้เดาก็คงต้องสละชีวิตของตนหรือไม่ก็คนผู้นั้น” ฉีหลินตอบแทน
“สละชีวิตหรือ!”
“เ้าก็อย่าเอะอะใไป นี่มันเป็การคาดเดาของข้าก็เท่านั้น ทางแก้อยู่ในเคล็ดวิชาที่หายไป อีกอย่างวิหคสีชาดนั้นฉลาดล้ำยิ่ง คงไม่ทำเื่โง่อย่างที่เ้าถามหรอก”
เหมือนถูกลากมาตบหน้ากลางฝูงชน จิ่วเหรินชาวาบกับคำพูดของจูเชว่ หากเขารู้ว่านางคือวิหคสีชาดหน้าโง่ตนนั้นที่ทำเื่ทั้งหมด ทั้งสองคงจะสาปส่งนางให้ไปลงนรกอเวจีแทน
จูเชว่และฉีหลินพาจิ่วเหรินกลับมาส่งที่เดิม เห็นซ่งจื้อและหวงหลงยืนอยู่ก่อนแล้ว ท่าทางเหม่อลอยของจิ่วเหรินบอกว่าตนกำลังมีเื่กังวลใจ สีหน้านี้ซ่งจื้อเห็นเมื่อครั้งแรกที่นางมาป่าเค่ออี้
“เ้าพาเซียนน้อยไปชมความสวยงาม หรือพานางไปรังแกกันแน่”
“หา! พี่ใหญ่ ข้าจะไปรังแกจิ่วเหรินทำไมกัน อีกอย่างเราทั้งสามเข้ากันดีมีความสุข” จูเชว่รีบตอบเมื่อเห็นว่ากำลังโดนคาดโทษ ส่วนฉีหลินก็พยักหน้าเป็เชิงว่าจูเชว่พูดถูกต้องทุกอย่าง
#พันธะโลหิตวิหคสีชาด