ตอนที่ 24 : โอสถ์คืนชีพ
“อืม เห็นทีข้าคงไม่จำเป็ต้องอ้อมค้อมข้อมูลที่ข้า้านั้นเกี่ยวกับแก่นโลหิต” หลานเทียนกล่าว
“แก่นโลหิตอย่างนั้นหรือ”เหมยหลินกล่าวพลางยกมุมปากยิ้มอย่างมีเลศนัย
“ท่าน้ารู้อะไรเกี่ยวกับมันกันล่ะข้ารู้เยอะทีเดียว ฮิฮิ เห็นทีจะคุยกันตรงนี้คงไม่เหมาะเชิญตามข้ามา”เหมยหลินกล่าวพลางเดินนำหลานเทียนไปยังบันไดวนที่นางเดินลงมาก่อนหน้าท่วงท่าการเดินของนางราวกับนางแมวยั่วสวาท สะโพกอันกลมกลึงเอวเล็กคอดทำให้หลานเทียนใจเต้นไม่เป็จังหวะ
เมื่อเดินขึ้นไปตามนางหลานเทียนนั้นััได้ถึงแรงกดดันที่มากกว่าชั้นที่หนึ่งเกือบเท่าตัวจากวัตถุที่ถูกจัดวางอย่างเป็ระเบียบตามชั้นวางไล่เรียงไปั้แ่สมุนไพรอายุสิบไปตลอดไปจนถึงร้อยปี ซากสัตว์หายากหลากชนิดรวมไปถึงชิ้นส่วนของสัตว์อสูรอายุราวร้อยปีที่ไม่อาจนับได้ด้วยการปราดตามองทั้งยังมีอาวุธชุดเกราะมากมายมหาศาลที่ส่งกลิ่นอายระดับปฐีที่มีจำนวนเพียงพอสำหรับทหารกองร้อยหนึ่งอย่างสบายๆ ข
ขณะเดินขึ้นบันไดนั้นนางก็ทำลายความเงียบเชียบลงด้วยการชวนหลานเทียนคุยเกี่ยวกับหอการค้าแมงมุมทมิฬสาขานครสมุทรเหมันต์
“สิ่งของในแต่ละชั้นนั้นถูกแบ่งั้แ่ระดับต่ำไปจนสูงไล่ตามชั้นขึ้นไปในชั้นแรกที่ท่านเพิ่งผ่านไปเมื่อครู่จะสามารถพบได้เพียงสมุนไพรอายุต่ำกว่าสิบปีความหายากของมันง่ายดายทั้งยังสามารถปลูกขึ้นได้โดยไม่ยากเย็นนักชิ้นส่วนของสัตว์อสูรระดับสร้างฐานจนถึงระดับปฐีขึ้นกลางที่อายุไม่เกินสิบปีก็อยู่ในชั้นที่หนึ่งเช่นเดียวกันส่วนอาวุธและชุดเกราะนั้นในชั้นที่หนึ่งเป็เพียงอาวุธชั้นต่ำที่ถูกหลอมและสร้างขึ้นมาอย่างง่ายเท่านั้นโดยช่างทั่วไป”เหมยหลินกล่าวพลางเดินขึ้นบันไดวนต่อไป
“แล้วชั้นอื่น ๆ ล่ะ”หลานเทียนกล่าวถามต่อ
“โดยรวมชั้นที่หนึ่งมีสิ่งของที่มีระดับหนึ่งถึงสิบปีชั้นที่สองระดับสิบปีถึงร้อยปี ชั้นที่สามระดับร้อยปีถึงพันปีชั้นที่สี่พันปีถึงหมื่นปีชั้นที่ห้าหมื่นปีขึ้นไปรวมไปทั้งวัสดุหายากที่ไม่อาจค้นพบได้ในระยะเวลาร้อยปีที่ผ่านมาชั้นที่หกมีเพียงวัตถุที่ไม่อาจค้นพบได้ในระยะเวลาพันปีและชั้นที่เจ็ดเป็สิ่งที่ค้นพบได้ในระยะเวลาหมื่นปี”นางกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบราวกับเป็เื่ธรรมดาที่น่าเบื่อ
“หืมเท่าที่ข้ารู้หอการค้านี้มีทั้งหมดแปดชั้นมิใช่หรือมันมีสิ่งใดที่นั่นกันแน่ท่านถึงปิดบังมันต่อข้า” หลานเทียนกล่าวถามอย่างสงสัยใคร่รู้
“ฮิฮิเ้านี่ร้ายกาจยิ่งนักรู้จักกันเพียงไม่กี่สิบนาทีเท่านั้นกลับ้าสำรวจห้องพักของข้าอิสตรีที่อ่อนต่อโลกอย่างนั้นหรือเ้าช่างใจร้อนยิ่งนัก”นางกล่าวพลางหมุนตัวกลับมามองหลานเทียนด้วยน้ำเสียงทีเล่นทีจริงพร้อมสายตาออดอ้อนต่อหลานเทียน
“ไม่ข้าไม่ได้มีความคิดเช่นนั้น”หลานเทียนกล่าวตอบปัดทันทีแม้จะไม่ชอบที่นางล่วงรู้ความลับของตนเท่าไหร่แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่านางมีเสน่ห์ต่อเพศตรงข้ามไม่น้อย
“ลี่เหอนี่เตียงของเ้าพร้อมเครื่องนอน แต่นี้ไปเ้าไม่จำเป็ต้องนอนบนพื้นหรือบนซากสัตว์อสูรนั่นแล้ว”ระหว่างทางนั้นหลานเทียนก็ลอบสื่อสารกับลี่เหอพร้อมทั้งนำเตียงที่ได้รับมานั้นเข้าไปยังห้วงนิรันดร์จัดวางไว้ที่มุมหนึ่งใกล้กับประตูปราณธาตุวารีที่ขณะนี้มีกลุ่มดาวเต่าทั้งแปดดวงและประกายดาวอีกดวงบนบานประตูอันเป็ตำแหน่งที่ความเข้ากันได้ของธาตุนางและประตูปราณตรงนั้น
“ช่างงดงามใหญ่โต ทั้งยัง…นุ่มนิ่ม”ลี่เหอทิ้งตัวนอนลงบนเตียงพร้อมกับสีหน้าราวเด็กน้อยที่ได้ของเล่นใหม่น้ำเสียงของนางเปี่ยมไปด้วยความร่าเริงแววตาที่มีความสุขอย่างยิ่ง หลานเทียนเองก็ยังไม่ค่อยเห็นแววตาของนางที่มีความสุขเช่นนี้ได้บ่อยนักลี่เหอนั้นนอกจากเวลาที่หลานเทยีน้าให้ช่วยแล้วนั้นเวลาส่วนมากของนางหมดไปกับการนอนหลับพักผ่อนการได้เตียงที่นุ่มสบายขนาดกว้างขวางนั้นย่อมเป็ของขวัญชิ้นโตแสนพิเศษที่ถูกใจนางที่สุด
“เ้าชอบข้าก็สบายใจพักผ่อนให้สบายเถอะ ที่แห่งนี้ข้าไม่สมควรได้รับอันตรายใด”หลานเทียนกล่าวกับนางพลางแบ่งััส่วนหนึ่งเดินตามเหมยหลินไปพร้อมกัน
“แน่นอนสิ่งใดที่นายท่านมอบให้ข้าข้าย่อมนิยมชมชอบมันแน่นอน” นางกล่าวพลางกลิ้งไปมาบนที่นอนราวลูกแมวน้อยความเย่อหยิ่งในคราแรกที่พบกันนั้นบัดนี้ไม่หลงเหลือแม้เศษเสี้ยวราวกับนี่คือนิสัยที่แท้จริงของนางยามที่รู้สึกปลอดภัย
“เชิญท่าน” เหมยหลินกล่าวพลางผายมือเก้าอี้นวมตัวยาวภายในห้องรับรองที่หรูหราการตกแต่งด้วยของมีค่ามากมายชุดโต๊ะเก้าอี้ที่เข้ากันเป็เอกลักษณ์ภายในห้องคล้ายกับเรือนรับรองในพระราชวังสมุทรเหมันต์ หลานเทียนดึงัักลับคืนมาจากห้วงนิรันดร์พร้อมกับเดินไปยังเก้าอี้ที่เหมยหลินชี้ให้และนั่งลงบนเก้าอี้ความนุ่มสบายของมันนั้นเป็ความสบายที่หลานเทียนไม่เคยได้ััมาก่อนแม้จะอยู่ในพระราชวังมาชั่วเวลาหนึ่งแล้วก็ตามแสดงให้เห็นได้อย่างชัดเจนว่าทางสมาคมการค้าแมงมุมทมิฬนั้นร่ำรวยมากขนาดไหน
“เอาล่ะที่นี่คงเหมาะสมที่เราจะพูดคุยกันสองต่อสองแล้วนะฮิฮิ”เหมยหลินกล่าวพลางนั่งลงข้างหลานเทียนและโน้มหน้าเข้าใกล้จนััได้แม้แต่ลมหายใจของนางดวงตาสีฟ้าอันยั่วยวน ริมฝีปากอันเอิบอิ่มทาด้วยสีแดงสด ความใกล้ชิดขนาดนี้ส่งให้ก้อนเนื้อกลมกลึงที่หน้าอกของนางัักับต้นแขนของหลานเทียนทำให้หลานเทียนถึงกับต้องลอบกลืนน้ำลายอึกหนึ่งและเบือนหน้าหนี
“นายท่านข้าไม่ชอบนางจริง ๆ” ลี่เหอกล่าวด้วยน้ำเสียงไม่พอใจกับกริยาท่าทางของเหมยหลินที่มีต่อหลานเทียนก่อนจะกลับไปนอนเกลือกกลิ้งเช่นเดิม
“อ่า อืม” หลานเทียนกล่าวตอบลี่เหอขณะนี้การอยู่ภายในห้องปิดกับสตรีที่นุ่งน้อยห่มน้อยเช่นเหมยหลินนั้นเป็สถานการณ์ที่เขานั้นรู้สึกเหมือนกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ความเป็ชายถูกกระตุ้นขึ้นมาไม่น้อยจากท่าทียั่วยวนของนางแต่ถึงกระนั้นหลานเทียนก็พยายามตั้งสติและทำสมาธิไม่ให้วอกแวกลุ่มหลงไปกับนาง
“เข้าประเด็นเถอะเ้ารู้อะไรเกี่ยวกับการฟื้นฟูแก่นโลหิตบ้าง”หลานเทียนรีบกล่าวเข้าประเด็นก่อนที่จะเผลอไผลไปกับนาง
“เห้อเ้านี่ไม่เข้าใจอิสตรีจริง ๆ ฮิฮิ เข้าเื่ก็ได้ เห็นแก่เ้านะ”นางกล่าวพลางดึงตัวกลับไปนั่งในระยะห่างมากขึ้นกว่าเดิมราวหนึ่งคืบ
“เ้าสูญเสียแก่นโลหิตหรือจะนำไปรักษาผู้ใดล่ะ”เหมยหลินกล่าวถามหลานเทียนด้วยน้ำเสียงจริงจังมากขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย
“ทั้งสองอย่าง”หลานเทียนกล่าวตอบ
“ถึงแม้มันจะเป็ข้อมูลที่มีราคาแต่ก็เป็สิ่งที่ได้มาอย่างไม่ยากเย็นนักฉะนั้นข้าจะบอกเ้าทุกอย่างเกี่ยวกับแก่นโลหิตทั้งหมดเลยแล้วกัน”เหมยหลินกล่าวพลางยันตัวขึ้นนั่งตัวตรง
“แก่นโลหิตนั้นแต่เดิมมันเป็สิ่งที่ใช้เพื่อคงสมดุลของลมปราณในร่างกายการใช้ออกของแก่นโลหิตนั้นอาจจะเกิดจากการใช้เคล็ดวิชาหรือใช้ลมปราณรีดเค้นออกมาก็ตามตัวแก่นโลหิตนั้นจะมอบพลังปราณสูงขึ้นกว่าหนึ่ง่ชั้นให้กับผู้ใช้ในระยะเวลาหนึ่งอย่างจำกัดยิ่งจำนวนแก่นโลหิตมากขึ้นยิ่งทวีพลังมากขึ้นไปตามกันหากแต่ความสำคัญของมันนั้นเปรียบได้กับจุดเริ่มต้นของชีวิตการฟื้นฟูและการคงสภาพของอวัยวะทั่วทั้งร่าง คนเราโดยทั่วไปมีแก่นโลหิตในร่างราวสิบหยดตลอดชีวิตมันจะถูกร่างกายสร้างขึ้นเองตามธรรมชาติราวสิบสามปีนับั้แ่เกิดอันเป็่วัยที่เหมาะสมแก่การเริ่มฝึกฝนลมปราณที่สุดและจะเพิ่มขึ้นหลังจากนั้นทุกสิบปี ถึงกระนั้นแล้วการใช้แก่นโลหิตนั้นไม่อาจฟื้นฟูได้เองโดยธรรมชาติและหากแก่นโลหิตในร่างกายถูกใช้ไปครึ่งหนึ่งแล้วการรักษาฟื้นฟูหรือกระทั่งยื้อชีวิตย่อมเป็ไปไม่ได้ผู้ที่ฝืนใช้แก่นโลหิตครึ่งหนึ่งของตนนั้นไม่เคยมีผู้ใดรอดชีวิตได้เกินหนึ่งปีแม้จะใช้การรักษาที่ดีที่สุดในตอนนี้ก็ตาม”เหมยหลินหยุดลงพลางสังเกตหลานเทียนที่ตั้งใจฟังนางเองที่เห็นดังนั้นก็ยิ้มออกมาก่อนจะสูดลมหายใจเข้าและถอนหายใจครั้งหนึ่ง
“หากไม่เป็สถานการณ์คับขันยิ่งยวดที่ถึงกับชีวิตแล้วแก่นโลหิตนั้นนับเป็สิ่งต้องห้ามและความอัปยศของเหล่าผู้คนในยุทธภพั้แ่อดีตจนถึงปัจจุบันแต่ความลับของแก่นโลหิตนั้นยังมีอีกมากมายอย่างแน่นอนที่เรายังไม่รู้ถึงแม้ผู้คนจะพยายามค้นคว้าหาความลับของมันมากกว่าพันปีแล้วก็ตามบ้างว่ามันซุกซ่อนความลับที่จะเปลี่ยนให้มนุษย์มีพลังอำนาจใกล้เคียงกับเทพเ้ากึ่งเทวะหรือแม้กระทั่งระดับเทวะ ซึ่งทั้งสองเป็เพียงแค่สิ่งที่ถูกคาดการณ์เท่านั้นตลอดประวัติศาสตร์ของมนุษย์ยังไม่มีการก้าวข้ามขีดจำกัดของจักรพรรดิทั้งสี่อันเป็ระดับปฐมราชันย์ได้เลยก็ตาม”นางกล่าวพลางยกแก้วน้ำที่หลานเทียนเองก็ไม่อาจรู้ได้ว่านางนำออกมาจากที่ใดขึ้นมาจิบและกล่าวต่อทันที
“ส่วนเื่การฟื้นฟูนั้นช่างเป็โชคของเ้าที่เราบังเอิญได้รับสิ่งที่ช่วยฟื้นฟูแก่นโลหิตได้หากนำมาปรุงร่วมกับอีกสิ่งหนึ่งสิ่งแรกเป้นสมุนไพรที่หายากยิ่งยวดและอีกสิ่งคือไขกระดูกของสัตว์อสูรที่มีระดับราชันย์ขึ้นไปที่เมื่อนำสิ่งทั้งสองปรุงมันอย่างถูกต้องแม่นยำโดยผู้ชำนาญยิ่งแล้วจะได้โอสถนามว่าโอสถ์คืนชีพสรรพคุณของมันนั้นสามารถรักษาผู้ที่แม้จะปางตายให้หายกลับคืนในไม่กี่ลมหายใจสร้างแม้กระทั่งอวัยวะที่สูญเสียไปได้ทั้งแขนขาหรือกระทั่งลำตัวหากเ้ายังไม่ถูกสะบั้นคอหลุดจากบ่าไปเสียก่อนโอสถนี้ย่อมคืนชีวิตให้กับเ้าได้อย่างไม่มีข้อแม้ใดสิ่งที่ทางสมาคมการค้าแมงมุมทมิฬเราได้รับมานั้นเป็สมุนไพรที่ในรอบหมื่นปีจะหาได้สักต้นมันมีชื่อว่า หญ้าพลิกโลกาเพียงนามของมันก็สามารถทำให้เกิดาได้แล้วโชคดีที่เื่นี้ยังไม่แพร่ออกไปยังโลกภายนอกสรรพคุณของหญ้าพลิกโลกานั้นสามารถใช้ในการรักษาเส้นชีพจรลมปราณที่แตกสลายทั้งยังเพิ่มพูนระดับพลังปราณถึงหนึ่ง่ชั้นจากระดับดาราเป็ปราณราชันย์ได้อย่างราบรื่น แค่นี้เ้าก็คงเข้าใจแล้วสินะว่าเหตุใดมันถึงสามารถก่อาได้หากอาณาจักรใดได้กำเนิดผู้ฝึกยุทธ์ ระดับปราณราชันย์แม้จะคนเดียวก็ตามการถ่วงดุลย์อำนาจจะเปลี่ยนไปสมดุลจะถูกทำลายลงและเมื่อนั้นไม่จำเป็ต้องมีสัตว์อสูรทรงพลังหรือภัยพิบัติระดับล้างโลกมนุษย์ด้วยกันจะห้ำหั่นทำลายกันอย่างไม่ไยดี อาณาจักรจะล่มสลายลงภายในข้ามคืน หึเ้าอาจจะกำลังคิดอยู่สินะว่าที่ข้าพูดไปคงเกินไป แต่ข้าจะบอกอะไรให้เ้ารู้ไว้อย่างหนึ่งว่าบนโลกนี้ไม่มีอะไรที่มนุษย์ทำลายไม่ได้หรอก ฮิฮิ”เหมยหลินกล่าวด้วยน้ำเสียงร่าเริง
“อืม แล้วที่เ้าบอกว่ามีสองสิ่งที่จำต้องรวมกับหญ้าพลิกโลกา สิ่งนั้นคืออะไร”หลานเทียนกล่าวถามหลังฟังความของเหมยหลินจบ
“โอ้นั่นเป็ข่าวร้าย มันคือโลหิตของอสูรระดับดาราอายุหมื่นปีขึ้นไปยิ่งแข็งแกร่งเท่าไหร่โอกาสำเร็จยิ่งสูงโลหิตของมันนั้นจำเป็ต้องใช้ถึงสามหยดในการนำมาปรุงกับใบหนึ่งใบของหญ้าพลิกโลกาและนั่นก็จะกลายเป็สิ่งที่เ้า้า ฮิฮิ นี่คือหนทางที่ง่ายที่สุดที่ข้านึกได้คือจากโอสถ์คืนชีพ ส่วนอีกทางมันช่างคลุมเครือ และน้อยคนนักที่ล่วงรู้ถึงการมีอยู่ของสิ่งมีชีวิตชนิดหนึ่งซึ่งอาศัยอยู่ที่ใดไม่มีใครทราบแน่ชัดพวกมันสามารถควบคุมโลหิตได้ดั่งใจนึก สิ่งมีชีวิตดึกดำบรรพ์ชั่วร้ายอาศัยในเงามืดยามค่ำคืน หวังได้กลืนกินโลหิตผู้ผ่านทาง พวกโลหิตวิปลาศแต่ข้าว่ามันเป็แค่เื่เล่าหลอกเด็กเท่านั้น เพราะถ้าหากมันมีตัวตนอยู่จริงทางสมาคมเราย่อมค้นพบมันได้อย่างแน่นอน” เหมยหลินกล่าวด้วยน้ำเสียงกระตือรือร้นขึ้นมา
“ส่วนประกอบเ่าั้ข้าก็พอมีอยู่บ้างหญ้าพลิกโลกาหนึ่งใบที่ว่ากันน่ะหากแต่ข้อแม้สองข้อ หากเ้าตอบคำถามของข้าได้อย่างตรงไปตรงมาข้าจะมอบมันให้เ้าแน่นอนไม่สิข้าจะปรุงให้เ้าหนึ่งเม็ดโอสถ์คืนชีพที่เ้า้า”หลานเทียนที่ได้ยินดังนั้นถึงแม้จะ้ายาเม็ดนั้นหากแต่จำเป็ต้องคิดให้รอบคอบตอนนี้เขามิได้เป็ต่อในการเจรจานี้ต้นแต่ต้นทั้งยังตกเป็รองจนไม่สมควรได้รับข้อเสนอใด
“หื้มท่านก็มิใช่คนเลวร้ายอะไร เพียงแต่ประหลาดเท่านั้นย่อมได้ข้าจะตอบคำถามของท่านทั้งสองข้อ”หลานเทียนนิ่งอยู่สักพักหนึ่งก่อนกล่าวออกไปทำลายบรรยากาศเงียบสงบไปทันที
“เ้าน่าประหลาดกว่าข้าเป็ไหนๆ ใจร้ายเสียจริงบุรุษหนุ่มผู้นี้ถึงกลับกล้าว่าอิสตรีผู้เลอโฉมเช่นข้าประหลาดฮิฮิ เอาล่ะข้อแรกที่ข้า้าคำตอบจากเ้าและหากเ้าโกหกข้าจะรู้อย่างแน่นอน”นางกล่าวพลางยิ้มออกมาอย่างมีเลศนัยย์
“นายท่านข้าเพิ่งสังเกตบางสิ่งนางพรางกายอยู่ ภายใต้รูปลักษณ์เบื้องหน้าที่ท่านเห็นนั้นไม่ใช่ตัวจริงของนางอย่างแน่นอน หากแต่ข้าไม่อาจเผยตัวจริงของนางได้นางใช้บางสิ่งบางอย่างที่ไม่อาจจะใช้พลังปราณตรวจจับได้แม้แต่น้อยช่างน่าอัศจรรย์” ลี่เหอจู่ ๆ ก็พูดโพล่งออกมาและชันตัวนั่งลงบนเตียง
“เช่นนั้นเองรึขอบใจเ้ามากลี่เหอ”หลานเทียนกล่าวตอบพลางพยายามนึกถึงตัวตนของผู้ที่ปลอมตัวอยู่เบื้องหน้าว่านางเป็ใครกันแน่
“สิ่งที่ข้าอยากรู้เกี่ยวกับเ้าอย่างแรกเ้าสูญเสียแก่นโลหิตไปถึงสามหยดเพื่ออะไรถึงสามหยดและเ้าใช้วิธีใหนสกัดแก่นโลหิตออกมา”เหมยหลินกล่าวถามอย่างตรงไปตรงมาไม่หลงเหลือทางให้หลานเทียนได้ตอบอย่างอื่นได้เลยนอกจากความจริงราวกับนางล่วงรู้ความเปลี่ยนแปลงของร่างกายหลานเทียน
“ข้าใช้เพื่อสังเวยแลกกับบางสิ่งโดยใช้ปราณเค้นแก่นโลหิตออกมา”หลานเทียนกล่าวไปตามจริง
“แลกกับกระดูกที่แข็งดุจโลหะชั้นเลิศช่างเหมาะสมกับเ้านะ ฮิฮิ เ้าคงทรมาณน่าดู เอาล่ะข้าอยากรู้เท่านี้เ้า้าอะไรอีกหรือไม่ ส่วน เม็ดยานั่นในวันที่เ้าเข้าร่วมประลองข้าจะนำไปให้เ้าด้วยตัวเอง อย่าได้กังวลข้ามิเคยผิดคำพูดเื่ที่เราคุยกันในวันนี้นอกจากข้าและเ้าล้วนไม่มีผู้ใดล่วงรู้อย่าได้กังวลไปถึงต่อให้เ้าปากพล่อย ก็คงไม่มีผู้ใดเชื่อเป็แน่ ถึงเ้าจะมิใช่คนแบบนั้นก็ตาม”วาจาของนางใน่แรกนั้นแน่นอนยังคงเป็เหมยหลินผู้เดิมหากแต่น้ำเสียงในปะโยคหลังกลับแฝงไปด้วยพลังอำนาจที่หลานเทียนนั้นรับรู้ได้ทันทีว่าอิสตรีผู้ยืนอยู่เบื้องหน้านั้นแข็งแกร่งอย่างยิ่ง และเป็ผู้ที่ไม่อาจตอแยด้วยได้
“หากไม่้าสิ่งใดแล้วให้ข้าไปส่งเ้าไหม”เหมยหลินกล่าวถามด้วยน้ำเสียงปกติไร้ซึ่งแรงกดดันใดราวกับเป็คนละคน
“ไม่ล่ะข้าได้สิ่งที่ข้า้าแล้ว”หลานเทียนตอบพลางชันตัวลุกขึ้น
“เช่นนั้นให้ข้าลงไปส่งท่านหวังว่าเราจะได้พบกันอีกในรูปลักษณ์ที่ งดงามกว่าวันนี้ฮิฮิ”นางกล่าวจบก็เดินนำหลานเทียนลงบันไดและไปยืนรออยู่หน้าประตูทางออกหาการค้านี้แล้วโดยที่หลานเทียนนั้นไม่รู้สึกตัวเลยว่านางเคลื่อนที่ได้เร็วขนาดนั้นโดยไม่ได้ใช้พลังปราณดเล็ดรอดออกมาเลย
หลานเทียนประสานมือก่อนเดินออกไปนอกอาณาเขตและเดินทางกลับสู่พระราชวัง
ภายในพระราชวังทหารอารักขาหลายสิบนายวิ่งมาหาหลานเทียนเพื่อนำทางเขาไปยังห้องพักที่องค์จักรพรรดิประทานให้ ศักดิ์ของหลานเทียนในตอนนี้ในพระราชวังนั้นเรียกได้ว่าเป็ร พระโอรสบุญธรรมได้ทีเดียวทั้งทหารอารักขาที่ขึ้นตรงกับองค์จักรพรรดิ ห้องพักส่วนตัวในพระราชฐานชั้นในแม้ขุนนางที่อยู่กับองค์จักรพรรดิมานานก็ยังไม่เคยได้รับสิ่งเหล่านี้แม้แต่อย่างเดียวและยิ่งกว่าสิ่งอื่นใดคือตราัที่มีอำนาจเหนือทุกผู้คนเป็ตราที่เทียบเท่าองค์จักรพรรดิเสด็จมาด้วยตนเองไม่ว่าหลานเทียนจะไปที่ใดในทวีปสมุทรเหมันต์นี้เพียงสำแดงตราัก็ไม่มีผู้ใดกล้าขวางทาง หากมีผู้ที่คิดกระทำย่อมแปลว่าผู้นั้นเป็ฏมีโทษทัณฑ์ขั้นสูงสุด
“ท่านหลานเทียนองค์จักรพรรดิมีรับสั่งให้ท่านพักผ่อนให้เต็มที่หาก้าสิ่งใดสามารถสั่งข้าได้โดยตรง จากวันนี้จนถึงวันเดินทางไปงานประลองยุทธข้าจะเพิ่มกองทหารอารักขารอบตำหนักของท่าน องค์จักรพรรดิตรัสให้ปกป้องท่านให้ดีที่สุดห้ามมิให้เกิดสิ่งใดผิดพลาดได้แม้แต่น้อย”ราชองครักษ์หยงฝูกล่าวด้วยสีหน้าและน้ำเสียงเคร่งขรึม
“ลำบากพวกท่านแล้ววันนี้ข้าแค่จะกลับไปพักผ่อนเท่านั้นไม่มีที่ใดจะไปอีก”หลานเทียนกล่าวพลางเดินนำทหารเกราะเงินไปทางที่คุ้นเคยกลับตำหนัก
“หากท่านจะไปข้างนอกโปรดบอกกล่าวพวกเราได้เลย พวกเราจะตามไปอารักขาท่าน เื่ที่ประตูเมืองฝั่งตะวันออกนั้นพวกข้ารับรู้แล้ว แต่มิได้มีการลงโทษเนื่องพวกเขามิได้ทำผิดกฎของทหารใด”หยงฝูกล่าว
“โอ้นั่นเป็สิ่งที่สมควรแล้วท่าน ข้าเองที่วิสาสะเข้ามาโดยไม่แจ้งพวกท่านก่อน”หลานเทียนกล่าวตอบอย่างนอบน้อมเช่นเคยไม่มีการวางตัวใดทำให้องครักษ์ทั้งหลายต่างรักใคร่เอ็นดูหลานเทียนเป็พิเศษรวมไปถึงข้าราชบริพารใรวังก็เช่นกัน
เมื่อเดินทางถึงห้องทหารทั้งสิบคนนั้นก็ได้หยุดลงและตั้งกลุ่มเป็เวรยามตลอดทางเดิน
“ลี่เหอเ้าเป็ไงบ้าง” หลานเทียนเมื่อกลับมาถึงห้องก็รีบสื่อสารกับนางทันที
“ผู้ที่กักขังข้าอยู่ที่นี่อย่างแน่นอน”ลี่เหอกล่าวขึ้นมาพร้อมกับสีหน้าที่แปรเปลี่ยนไป
“ถ้าเป็เช่นนั้นคงไม่นานเราก็จะได้พบคนผู้นั้นอย่างแน่นอน” หลานเทียนกล่าวปลอบใจนางมิให้ใจร้อนจนเกินไป
“ข้าจะพักผ่อนสักหน่อยวันพรุ่งจำเป็ต้องเข้าเฝ้าองค์จักรพรรดิ”หลานเทียนกล่าวกับลี่เหอ ก่อนที่เขาจะทิ้งตัวลงบนที่นอนอันนุ่มสบายและคุ้นเคยจึงหลับไปได้โดยง่าย ทางลี่เหอเองก็เฝ้าระวังภัยยามหลานเทียนหลับเสมอทำให้เขาหลับสนิทได้ในทุกค่ำคืน ไม่จำเป็ต้องระแวดระวังสิ่งใดเมื่อมีนางอยู่ข้างๆ