ผู้นำเปาซงกล่าวด้วยความรู้สึกหลายหลาก แต่ดูแล้ว จะเศร้ามากกว่าโกรธ
“ที่แท้ ศัตรูแท้จริงของตระกูลตงฟาง เมื่อ20ปีก่อน ก็คือ .. พวกราชวงศ์ และไอ้พวก4มหาเสนาบดี นี่เอง ..
และ ไซจง ก็มีความสัมพันธ์กับภรรยารองของข้า .. แม่รองของเขาเอง..”
ไม่มีผู้ใดกล่าวอันใดออกมา
เปาซง “ข้า .. หลังเชิดชูราชาแห่งแคว้น ว่าเป็นผู้นำที่ยิ่งใหญ่ ข้าช่างเป็นผู้นำตระกูลที่ตาฝ้าฟางนัก .. ข้า เข้าใจว่าลูกของข้าเพียงหลงผิดชั่ววูบ แต่เขาปิดบังว่าเป็นจอมยุทธขั้น4 แล้วยังเป็นหัวหน้ากลุ่มผู้ทำร้ายตระกูลเรา และยังมีความสัมพันธ์กับหญิงมากมาย! ข้าช่างเป็นพ่อที่ล้มเหลวจริงๆ ”
น้ำตาของเปาซงตระกูลไหลออกมา ไซซีและเจียวินคอยจับแขนเขาเอาไว้อยู่คนละข้าง ทุกคนยังเงียบ แต่ความโกรธเกลียดก็ปะทุขึ้นบางเบา โดยเฉพาะเจ๊ใหญ่ กับลุงซงหาน!
เปาซงเงียบไปครู่ใหญ่ ก่อนกล่าว “เรื่องแผนการของผู้พิทักษ์ทั้งสอง ในวันพรุ่งนี้ ข้าพอเข้าใจได้ มี3ขั้นตอนซินะ คือ 1. รับมือกับกองทหาร 2. เข้ายึดเมืองเฟิงหัว ที่กำลังเน่าเฟะด้วยขุนนางกังฉิน (โกงกิน,เลวทราม) .. แล้ว 3. ค่อยมาจัดการกับพวกของ..ไซจง” เปาซงเอ่ยชื่อลูกอย่างอ่อนแรง
เปาซง “แต่ข้าขอถามว่า พวกท่านมั่นใจในแผนการครั้งนี้เพียงใด?”
อินทรากับชิงชิงสบตากันครู่ใหญ่ ก็กล่าววาจาที่ตระเตรียมกันมาแล้ว
ชิงชิง “ขึ้นชื่อว่าการศึก ยอมไม่มีสิ่งใดแน่นอน .. ข้ารู้เพียงแค่ว่า เราต้องทำให้ดีที่สุด ตามที่เราเตรียมการกันมาแล้วอย่างดี” ชิงชิงแสดงความจริงใจในฐานะแม่ทัพของเธอ การต่อสู้กับศัตรูที่เข้มแข็งกว่าหลายเท่า จะกล่าวมั่นใจในชัยชนะย่อมไม่ได้..
อินทรา “ข้ามั่นใจในแผนการของเรามาก! กล่าวตามตรง ข้าเห็นนิมิตความสำเร็จของตระกูลตงฟาง ที่จะยืนหยัดต่อไป .. เพียงแต่ว่า .. เราอาจจะสูญเสียพี่น้องหลายคนในการศึกครั้งนี้” ผมกล่าวในฐานะเคยทำโปรเจคใหญ่ที่มีความเสี่ยงสูง แต่มันจำเป็นเร่งด้วย เช่น การช่วยเหลือผู้ประสบภัยต่างๆ ในชีวิตก่อน
อาวุโสรอง “พวกเจ้ามั่นใจหรือว่าสิ่งต่างๆ ที่เจ้าแสดงมานี้ มันเป็นจริง? โดยเฉพาะเอกสารเกี่ยวราชโองการเมื่อยี่สิบปีก่อน?” (รายละเอียดของเอกสาร จะนำไปเปิดเผยในที่ประชุมเมืองเฟิงหัว หากยึดเมืองเฟิงหัวได้ ..)
ก่อนที่อินทราและชิงชิงจะเอ่ยตอบ เปาซงก็ตอบแทน “ข้ามั่นใจว่าสิ่งที่ผู้พิทักษ์บอกเล่ามานั้น เป็นจริงทุกประการ!”
แล้วเปาซงผู้นำตระกูล ก็มีใบหน้าแสดงอารมณ์และความรู้สึกที่หลายหลาก แต่ดูแล้ว จะเศร้ามากกว่าโกรธ “หลายวันมานี้ .. นับตั้งแต่วันที่11 ที่ตระกูลเราถูกโจมตี ข้าคิดย้อนเรื่องราวต่างๆ มากมายหลายครั้งแล้ว!”
เปาซงมองที่อินทราและชิงชิง “ท่านผู้พิทักษ์ทั้งสอง คือพรจากสวรรค์ที่มอบให้ตระกูลตงฟาง คือผลบุญที่ตระกูลเราได้สั่งสมมาหลายชั่วอายุคน!”
เปาซงยืนขึ้น พยายามทำเสียงเข้มแข็ง แม้กระนั้นเสียงก็ยังคงสั่นเครือ “ตัวข้า ตงฟางเปาซง ขอเอาชีวิตเป็นประกันให้ทุกคนเชื่อฟัง และเชื่อมั่นในตัว2ผู้พิทักษ์ของตระกูลเรา .. และแม้มีคำสั่งใดๆ ในการทำศึกวันพรุ่งนี้ ก็ห้ามมีผู้ใดกังขาคำสั่งนั้น .. ถึงแม้ว่าคำสั่งนั้น จะเป็นการให้ข้าต้องปลิดชีพตนเองก็ตาม!”
หลายๆ คน “ท่านผู้นำตระกูล!? ๆ ๆ ๆ”
อินทราลุกขึ้น เดินไปหาเปาซง แล้ววางมือไว้บนมือที่สั่นเครือของผู้นำ
อินทรา “ท่านผู้นำช่างองอาจยิ่งนัก! แม้ในยามที่คล้ายจิตใจจะแตกสลาย ก็ยังคงคำนึงถึงตระกูล และความสงบสุขของพวกเรา .. เช่นนั้น ข้า ศรีลัยอินทรา ก็จะขอสาบานด้วยชีวิตและวิญญาณทั้งหมด! ศึกครั้งนี้ เราจะต้องชนะ! แม้ข้าจะสูญเสียแขนขา ดวงตา หรือส่วนร่างกายอื่นใด! ก็จะต้องนำชัยชนะกลับมาให้ได้! เพื่อให้ตระกูลอันทรงเกียรติแห่งนี้ ให้อยู่ยั่งยืน และดำรงอยู่สืบไปภายหน้า!”
แล้วบรรยากาศของความประทับใจ เชื่อมั่น และเริ่มฮึกเฮิม.. ได้กลับเข้ามาแทนที่ความหดหู่อย่างรวดเร็ว แม้กระทั่งตัวของเปาซงเอง ก็ยังคงยิ้มออกมาโดยที่ไม่รู้ตัว
