ยอดเขาหลักของเขาเสวียนฮวง
บนชะง่อนผาเงียบสงัดไร้เงาผู้คน
ถ้ำบำเพ็ญที่เคยถูกม่านหมอกหนาปกคลุม บัดนี้ประตูหินเปิดกว้าง
ไป๋จื่อรุดมาถึงก่อนจะพุ่งตัวเข้าไปในถ้ำทันที
บนลานว่างกลางถ้ำ หญิงชรานางหนึ่งนอนทอดร่างแน่นิ่ง นางคือหงกู เ้าสำนักเขาเสวียนฮวง ใบหน้ายามนี้ซีดเผือดเป็สีเทาหม่น ดวงตาทั้งสองปิดสนิท
"อาจารย์!"
ไป๋จื่อโผเข้าไปประคองร่างอาจารย์ขึ้นมา พลางรีบจับชีพจรที่ข้อมือ ทว่ากลับไร้สัญญาณชีพใดๆ นางจึงรีบโคจรปราณแท้ถ่ายทอดเข้าไปช่วย แต่กลับถูกแรงสะท้อนตีกลับจนลมปราณติดขัด
นางไม่รอช้า รีบควักโอสถ 2 เม็ดออกมาบดละเอียด แล้วกรอกใส่ปากอาจารย์อย่างรวดเร็ว
ชั่วครู่หนึ่ง อาจารย์จึงค่อยๆ ลืมตาขึ้น
"อาจารย์!" ไป๋จื่ออุทานด้วยความดีใจ
หงกูมองไป๋จื่อด้วยสายตาว่างเปล่า ลมหายใจรวยริน "อาจารย์ถูกขัดจังหวะตอนปิดด่าน... เส้นลมปราณขาดสะบั้น... ไม่รอดแล้ว..."
นางสั่นสะท้านพลางยกมือขวาขึ้น "นี่คือมรดกสืบทอดของเขาเสวียนฮวง... วันนี้ข้ามอบให้เ้า..."
ในฝ่ามือที่แบออกของหงกู มีหยกสีเขียวชิ้นหนึ่งวางอยู่
มันไม่ใช่หยกธรรมดา ตัวอักษรสลักคำว่า 'เทียนตี้เสวียนฮวง' บ่งบอกถึงความล้ำค่า เพราะสิ่งนี้คือหลักฐานยืนยันตัวตนของเ้าสำนักเขาเสวียนฮวง
ไป๋จื่อรีบรับหยกชิ้นนั้นมา
หงกูเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงขาดห้วง "เดิมทีแค่รอให้ออกจากด่าน... หลอมรวมมุกั... ก็จะทะลวงสู่ระดับสร้างรากฐานได้... แต่เฉินฉี่มันสมคบกับโจรชั่ว... ทรยศอาจารย์ทำลายสำนัก... เ้าอย่าได้เดินตามรอยข้า... วิถีแห่งเต๋ามิอาจเห็นแก่ความสัมพันธ์ส่วนตัว... เ้าเด็กพรานป่านั่น... เป็ทั้งวาสนาและคราวเคราะห์... ฆ่ามันซะ..."
หยกสีเขียวขนาดชุ่นครึ่ง รูปทรงโบราณ สลักลวดลายประณีต มีรูเจาะร้อยเชือกเส้นเล็ก เมื่อกำไว้ในมือจะััได้ถึงความเย็นเยียบ หากใช้ััิญญาตรวจสอบ จะเห็นตัวอักษรและภาพวาดละเอียดยิบย่อย ซึ่งก็คือคัมภีร์วิชาทั้งหมดที่เขาเสวียนฮวงสืบทอดต่อกันมา
ไป๋จื่อกำหยกในมือแน่นด้วยความะเืใจ
การที่อาจารย์มอบหยกเสวียนฮวงให้ ย่อมหมายความว่าบัดนี้นางได้กลายเป็เ้าสำนักคนใหม่ แต่คำพูดที่ว่าศิษย์พี่ทรยศอาจารย์ทำลายสำนักคืออะไร? แล้วเ้าเด็กพรานป่านั่นหายไปไหน จะให้นางตามไปฆ่าได้อย่างไร?
"อาจารย์..."
อาจารย์ของนางยังคงลืมตาค้าง แววตาเต็มไปด้วยความเคียดแค้นไม่ยินยอม ทว่าร่างเริ่มเย็นชืดลงเรื่อยๆ พลังชีวิตดับสิ้น ิญญาหลุดลอยจากร่างไปแล้ว
ไป๋จื่อมองร่างไร้ิญญาสลับกับหยกในมือ ความรู้สึกผิดและความเศร้าโศกถาโถมเข้ากลางอกจนแทบทนไม่ไหว น้ำตาหลั่งรินออกมาไม่ขาดสาย
แม้อาจารย์จะมีนิสัยดื้อรั้น เคร่งครัดและเข้มงวด แต่นางก็เป็ผู้ชุบเลี้ยงไป๋จื่อจนเติบใหญ่ ถ่ายทอดวิชา นำพานางก้าวเข้าสู่เส้นทางผู้ฝึกตน ทั้งยังมองนางเป็คนในครอบครัวเพียงคนเดียว ถึงขั้นมอบเขาเสวียนฮวงให้ดูแล ทว่านางกลับเคยแอบกังขาในการกระทำของอาจารย์ และความประมาทเพียงชั่วครู่ ก็ทำให้อาจารย์ต้องมาจบชีวิตลงเช่นนี้
อาจารย์... ศิษย์อกตัญญูเหลือเกิน!
บนหน้าผาสูงชัน สายน้ำตกไหลหลากลงมาราวกับแถบผ้าสีขาว
ท่ามกลางม่านน้ำตกอันเชี่ยวกราก ร่างสองร่างร่วงดิ่งลงมาก่อนจะจมหายไปในพริบตา
ครู่ต่อมา บนผิวน้ำที่กระเพื่อมเป็ระลอกคลื่น คนสองคนก็โผล่พรวดขึ้นมา ทั้งคู่ตะเกียกตะกายขึ้นฝั่งแล้วล้มฟุบลง
ตุบ!
คนหนึ่งนอนหงายหน้าหมดสติ ส่วนอีกคนทิ้งกระบี่ลงบนพื้น ยกมือปาดน้ำออกจากใบหน้า พลางหันกลับไปมองเื้ัและหอบหายใจอย่างหนักหน่วง
เบื้องหน้าคือทะเลสาบกว้างใหญ่
ผืนน้ำแผ่ขยายออกไปราว 100 จั้ง โอบล้อมด้วยป่าทึบและแนวเขาสลับซับซ้อน
ม่านน้ำตกไหลทิ้งตัวลงสู่ทะเลสาบโดยตรง เสียงคลื่นซัดสาดดังสนั่น ละอองน้ำสีขาวฟุ้งกระจายไปทั่ว หากมองขึ้นไป้าราว 30 จั้ง จะเห็นชะง่อนผาขนาดใหญ่ขวางลำน้ำไว้ ทำให้สายน้ำหักเหทิศทาง ละอองน้ำที่สาดกระเซ็นสะท้อนแสงอาทิตย์เกิดเป็รุ้งเจ็ดสี
เหนือขึ้นไปอีก 30 จั้ง กระแสน้ำที่เชี่ยวกรากเปลี่ยนเป็ลำธารสายเล็ก ระหว่างสายน้ำที่ไหลเอื่อย ปากถ้ำที่ถูกพงหญ้าปกคลุมก็เผยให้เห็นลางๆ
ถ้ำมัวหยา
อวี๋เย่เงยหน้ามองด้วยแววตาเคียดแค้นที่ยังไม่จางหาย แต่ลึกๆ กลับรู้สึกจนปัญญา
ที่นั่นคือถ้ำมัวหยา สถานที่ที่กักขังเขาไว้ร่วม 2-3 เดือน เปลี่ยนเขาจากคนคุกให้กลายเป็ผู้ฝึกตน พลิกผันชะตากรรมจากตายเป็รอด และเป็ที่ที่เขาเพิ่งหนีตายออกมา
ประตูถ้ำมัวหยาถูกปิดตาย เหลือเพียงช่องระบายอากาศและช่องรับแสง 2 ช่องบนหน้าผา ช่องหนึ่งเชื่อมกับสำนักเขาเสวียนฮวง ส่วนอีกช่องอยู่สูงลิบและมีน้ำตกเชี่ยวกรากขวางกั้น ซึ่งล้วนเป็ทางตัน
แต่น่าเจ็บใจที่ในจังหวะคับขัน นอกจากเขาจะฆ่าเฉินฉี่ไม่สำเร็จแล้ว ยังถูกยันต์ไฟซัดจนเสียที ซ้ำยังกลัวว่ามันจะเรียกพรรคพวกที่แข็งแกร่งกว่ามาสมทบ จึงจำต้องเลือกทางรอดสุดท้ายด้วยการะโลงมา
เฮ้อ ปราณกระบี่หายไปไหนหมดกัน?
ช่างเถอะ เอาชีวิตให้รอดก่อน หากไป๋จื่อหรือพวกของเฉินฉี่ตามมาทัน เขาคงไม่มีทางรอดแน่
อวี๋เย่หันไปมองด้านข้าง
กู่ยวี่ยังคงนอนหลับตาแน่นิ่ง ไร้การเคลื่อนไหว
ตอนที่เขาพากู่ยวี่ะโออกจากถ้ำและร่วงลงมาตามน้ำตกกว่า 30 จั้ง เขาอาศัยแรงกระแทกของน้ำช่วยผ่อนแรงจึงไม่าเ็สาหัส แต่กู่ยวี่สำลักน้ำไปหลายอึกจนหมดสติ ตอนนั้นไม่มีเวลาพะวง จึงจำต้องปล่อยให้ลอยไปตามน้ำ จนกระทั่งขึ้นฝั่ง กู่ยวี่ก็ยังไม่ฟื้น
"กู่ยวี่! กู่ยวี่!"
เขาเรียกซ้ำสองสามครั้ง แต่ไร้เสียงตอบรับ
จะทิ้งไว้ที่นี่ไม่ได้ และที่นี่ก็ไม่ใช่ที่ที่จะอยู่นาน
อวี๋เย่หยุดพักหายใจครู่หนึ่ง ก่อนจะแบกกู่ยวี่ขึ้นพาดบ่า คว้ากระบี่ยาวบนพื้น แล้วสาวเท้าวิ่งมุ่งหน้าเข้าสู่ป่าลึกทันที
หลังจากอวี๋เย่พากู่ยวี่จากไปได้ราว 1 ก้านธูป ร่างหนึ่งก็โผล่พรวดขึ้นมาจากผิวน้ำ
ยังไม่ทันคลานขึ้นฝั่ง ร่างนั้นก็ล้มคะมำลงไปอีกรอบ เขาตะเกียกตะกายลุกขึ้นอย่างซวนเซ ปากแผลที่หัวไหล่เริ่มมีเืทะลักออกมาอีกครั้ง เสียงครางดังรอดไรฟันด้วยความเ็ปและแค้นเคือง
ไอ้เด็กบัดซบ แน่จริงอย่าหนีสิวะ!
คนผู้นี้คือเฉินฉี่
หลังจากไป๋จื่อออกจากถ้ำมัวหยา เขาก็รีบตามล่าอวี๋เย่ออกมาทันที ทว่าพอดิ่งตามน้ำตกลงมาถึงทะเลสาบ อวี๋เย่กลับอันตรธานหายไปอย่างไร้ร่องรอย าแที่หัวไหล่ทวีความเ็ปจนเขาแทบคลั่ง
ไอ้เด็กพรานบ้านนอกนั่น ฝึกปราณกระบี่ได้อย่างไร?
วิชากระบี่และวิชาตัวเบาของมันอาจเกี่ยวข้องกับไป๋จื่อ แต่ในสำนักเต๋าทั่วต้าเจ๋อ ไม่มีใครรู้วิธีฝึกปราณกระบี่ สิ่งที่เรียกว่าปราณกระบี่มีอยู่เพียงในตำนานเท่านั้น
นอกจากมุกัแล้ว มันยังมีวาสนาะเืฟ้าอะไรซ่อนอยู่อีก?
ขณะที่เฉินฉี่กำลังสงสัย ประกายแสงกระบี่สายหนึ่งก็ร่อนลงมาตรงหน้า
บนแสงกระบี่ยาว 3 ฉื่อ มีชายวัยกลางคนยืนตระหง่านอยู่
นั่นคือปู้อี้ เขายิ้มเย็นพลางเอ่ยขึ้น "เฉินฉี่ เ้ายังจำสัญญาที่ให้ไว้ได้หรือไม่?"
"เอ่อ..."
เฉินฉี่มองปู้อี้ที่เหินเวหาอยู่บนกระบี่ด้วยความริษยาและหวาดหวั่น เขารีบก้มตัวลงอย่างลนลานทั้งที่ยังแช่อยู่ในน้ำลึกระดับเอว "ไม่ทราบว่าท่านพี่ปู้หมายถึงเื่ใด—"
"เ้าเคยบอกข้าว่า อาจารย์ของเ้าได้มุกัและคัมภีร์จากโพ้นทะเลมา ขอเพียงข้าพาเ้ากลับไปยังฉีโจว เ้าจะช่วยข้าชิงสมบัตินั้นมา หรือว่าเ้าลืมไปแล้ว?"
"จำได้สิขอรับ ข้าจำได้แน่นอน!"
"แต่ข้าได้ยินจากปากอาจารย์เ้าว่า นางไม่รู้เื่นี้เลย"
"อาจารย์ข้าเ้าเล่ห์นัก ทั้งยังเชี่ยวชาญการคำนวณ คงจงใจปิดบังเป็แน่"
"หึ อาจารย์เ้าจะปิดบังหรือไม่ก็ช่างเถอะ แต่ข้าขอถามหน่อย เหตุใดเ้าถึงหนีมาโดยไม่บอกกล่าว?"
สีหน้าของปู้อี้เย็นเยียบ แววตาฉายจิตสังหารชัดเจน
เฉินฉี่รีบโบกมือปฏิเสธพัลวัน "สิ่งที่ข้าพูดไม่มีคำลวงแม้แต่น้อย! แต่เกิดเื่ไม่คาดฝันขึ้น มุกักับคัมภีร์ถูกไอ้เด็กพรานป่าชิงไป จากนั้นมันก็ถูกศิษย์น้องขังไว้ในถ้ำมัวหยา วันนี้ข้าสบโอกาสล่อศิษย์น้องออกไปจนเจอตัวมัน แต่ใครจะคิดว่ามันจะลงมือทำร้ายข้าจนาเ็แล้วหนีออกจากเขาเสวียนฮวง ข้าไม่มีเวลาแจ้งท่านพี่ปู้ จึงต้องรีบตามมันมา..."
"เด็กพรานป่าทำร้ายผู้ฝึกตนระดับกลั่นปราณ ขั้น 4 จนาเ็งั้นรึ?"
ปู้อี้ส่ายหน้าพลางเอ่ยเสียงเย็น "เฉินฉี่ เ้ากำลังรนหาที่ตาย ข้าจะสงเคราะห์ให้!"
"ช้าก่อน! ท่านพี่ปู้โปรดดูนี่ก่อน—"
เฉินฉี่หน้าถอดสี รีบชี้ไปที่แผลฉกรรจ์บนไหล่ "นี่คือรอยแผลจากปราณกระบี่! โชคดีที่ข้าหลบได้ทัน ไม่อย่างนั้นคงกลายเป็ศพเฝ้าถ้ำ หรือไม่แขนก็คงขาดสะบั้นไปแล้ว!"
ปู้อี้ชะงัก ขมวดคิ้วแน่น
าแที่หัวไหล่ของเฉินฉี่กว้างเท่าหัวแม่มือ มิได้เกิดจากคมกระบี่ฟันฟาด แต่ถูกพลังมหาศาลเจาะทะลวงผ่านร่างโดยตรง
"ต่อให้ข้าจะกล้าหลอกอาจารย์หรือศิษย์น้อง แต่ข้าไม่มีทางกล้าหลอกท่านพี่ปู้เด็ดขาด!"
เฉินฉี่ปั้นหน้าสลดแต่งเื่โป้ปด "ไอ้เด็กนั่น... มันชื่ออวี๋เย่ มันไม่เพียงชิงมุกัไป แต่ยังขโมยคัมภีร์โพ้นทะเลไปด้วย มิเช่นนั้นมันจะฝึกปราณกระบี่ในตำนานได้อย่างไร!"
ปู้อี้นิ่งเงียบไป
"อย่าเพิ่งใจร้อน ฟังข้าเล่าก่อน—"
เฉินฉี่หอบหายใจแล้วรีบใส่ไฟต่อ "ศิษย์น้องข้าจับตัวอวี๋เย่มาที่เขาเสวียนฮวง มุกัและคัมภีร์จึงตกอยู่ในมืออาจารย์ แต่อาจารย์อายุขัยใกล้หมด ไร้หนทางสร้างรากฐาน จึงตัดสินใจเดิมพันครั้งสุดท้าย หวังใช้มุกัหลอมเป็โอสถเสวียนฮวง ทว่ามุกัถูกอวี๋เย่กลืนลงท้องไปแล้ว จึงต้องใช้ร่างมันเป็เตาหลอมมนุษย์เพื่อสกัดยา อาจารย์กลัวจะผิดพลาด จึงสั่งให้ศิษย์น้องหลอกล่อและป้อนโอสถบำรุงมัน ใครจะคิดว่ามันจะอาศัยมุกัผลัดเปลี่ยนเนื้อหนัง แล้วแอบใช้ฤทธิ์โอสถฝึกปราณกระบี่อย่างลับๆ! วันนี้ข้าโดนมันทำร้ายที่ถ้ำมัวหยาถึงเพิ่งตาสว่าง ต้องโทษที่อาจารย์ฉลาดเกินไปจนสุดท้ายพลาดท่าเสียทีเอง!"
เขาเหลือบมองอีกฝ่ายพลางเอ่ยหยั่งเชิง "ท่านพี่ปู้ ข้าขอเสียมารยาท ท่านเป็ถึงยอดฝีมือระดับสร้างรากฐาน ย่อมรู้จักปราณกระบี่หรือไม่?"
ปู้อี้ตอบ "ใช้กระบี่ควบคุมปราณ ข้าทำได้คล่องแคล่ว"
"แล้วการใช้ปราณเป็กระบี่ สังหารคนอย่างไร้ร่องรอยเล่า?"
"หากมีคัมภีร์ ย่อมฝึกฝนได้ไม่ยาก"
"นั่นอย่างไรเล่า! คนธรรมดาฝึกเพียงไม่กี่เดือนกลับใช้ปราณกระบี่ได้ หากในตัวมันไม่มีคัมภีร์โพ้นทะเล ต่อให้เป็ท่านพี่ปู้ก็คงไม่เชื่อหรอก!"
เฉินฉี่แสร้งทำท่าเจ็บแค้นใจ พลางชี้มือไปทางแนวป่า "ไอ้เด็กนั่นหนีเตลิดเข้าป่าไปทางนั้นแล้ว ท่านพี่ปู้รีบตามไปเร็วเข้า!"
ในที่สุดปู้อี้ก็เริ่มหวั่นไหว เขาเหยียบแสงกระบี่เตรียมจะพุ่งทะยานตามล่าอวี๋เย่ แต่แล้วก็ชะงักและวกกลับมา "น้องเฉินฉี่ ตามข้าไปด้วยกัน!"
"ข้าาเ็อยู่ เกรงว่าจะตามไปไม่ไหว..."
เฉินฉี่ยังไม่ทันปฏิเสธ ร่างที่เปียกโชกก็ถูกกระชากลอยขึ้นจากน้ำเสียงดัง
ซ่า!
เขาอุทานลนลานด้วยความหวาดผวา "ท่านพี่ปู้ โปรดเมตตาด้วย—"
เขาเสวียนฮวง
บนชะง่อนผาสูงชัน
ปากถ้ำที่เคยถูกม่านหมอกปกคลุม บัดนี้ถูกปิดตายด้วยก้อนหิน ตรงกลางมีแผ่นศิลาตั้งตระหง่าน สลักอักษรไว้ว่า 'สุสานหงกู ผู้สืบทอดรุ่นที่ 12 แห่งเขาเสวียนฮวง'
ถ้ำบำเพ็ญของหงกู บัดนี้กลายเป็หลุมฝังศพของนางไปเสียแล้ว
หน้าป้ายสุสานมีคนยืนอยู่ 4 คน
คือไป๋จื่อ ชายหญิงวัยกลางคนคู่หนึ่ง และชายชราวัยล่วงห้าสิบปี
ชายและหญิงวัยกลางคนคุกเข่าลงโขกศีรษะหลายครั้ง เอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ปนเปทั้งความรู้สึกผิดและความโล่งอก "เราสองคนปลีกวิเวกบนเขามาหลายปี แม้ไร้ความสำเร็จยิ่งใหญ่ แต่ก็ได้ครองคู่เป็คู่บำเพ็ญ ยามนี้ต้องกลับบ้านเกิด ขอโขกศีรษะกราบลาพระคุณอาจารย์ ณ ที่นี้!"
หลังกราบไหว้เสร็จสิ้น ทั้งสองก็หันหลังเดินจากไป
ชายชราคุกเข่ากราบตาม "ศิษย์ไม่ลืมคำสอนของอาจารย์ ใจจริงอยากอยู่ช่วยศิษย์น้องเล็กดูแลสายเืเขาเสวียนฮวงต่อไป เพียงแต่... ศิษย์คิดถึงบ้านเหลือเกิน อยากกลับไปดูบ้านเกิดสักครา"
ชายชราลุกขึ้นยืน สีหน้าเต็มไปด้วยความขมขื่น
ไป๋จื่อพยักหน้ารับอย่างเงียบงัน
ก่อนจะเดินจากไป ชายชราอดไม่ได้ที่จะหันมาเตือน "ศิษย์น้องเล็ก บนเขานี้เหลือเพียงเรา 4 คนที่รอดชีวิต ศิษย์พี่ศิษย์น้องคนอื่น ไม่ถูกฆ่าก็หายสาบสูญ ทรัพย์สินถูกปล้นชิงจนหมดสิ้น เรือนพักและถ้ำบำเพ็ญส่วนใหญ่ถูกเผาวอด ข้าว่าเ้าหลบไปพักรักษาตัวสักระยะเถอะ แล้วค่อยคิดบัญชีแค้นทีหลัง!"
ไป๋จื่อเม้มปากแน่นไม่เอ่ยคำใด ใบหน้าเ็าซีดเผือดไร้สีเื
"เฮ้อ ศิษย์น้องเล็ก ดูแลตัวเองด้วย!"
ชายชราทอดถอนใจแล้วเดินจากไปอย่างเงียบเหงา
ไป๋จื่อยืนนิ่งอยู่หน้าป้ายสุสานของอาจารย์ตามลำพังเนิ่นนาน
จนกระทั่งยามโพล้เพล้ แสงสายัณห์ย้อมขอบฟ้าจนแดงฉาน นางจึงหันมองไปยังทิวเขาเบื้องหน้า น้ำตาเริ่มเอ่อคลอเบ้า
เป็ดั่งคำที่ว่า ศิษย์พี่ทั้งสองและศิษย์พี่หญิงที่เพิ่งจากไป รอดมาได้เพราะเก็บตัวบำเพ็ญอยู่ในถ้ำลึก ส่วนศิษย์คนอื่นๆ ไม่ถูกฆ่าล้างก็กระจัดกระจายหายสาบสูญ
เขาเสวียนฮวงที่อาจารย์ส่งมอบให้ สำนักที่สืบทอดมาถึงรุ่นที่ 12 บัดนี้เหลือเพียงนางลำพัง สำนักที่เคยรุ่งเรืองเหลือเพียงชื่อในอดีต
เพียงวันเดียว เหตุใดทุกอย่างจึงพังทลายลงถึงเพียงนี้?
และตลอด 3-4 เดือนที่ผ่านมา เกิดสิ่งใดขึ้นกันแน่?
อาจารย์เคยกล่าวไว้ ฟ้าไม่ปิดบังความลับ วิถีแห่งเต๋าไร้เยื่อใย คำสอนของอาจารย์ย่อมไม่ผิด และแม้ไป๋จื่อจะทำสิ่งที่ขัดต่อมโนธรรม แต่นางก็ปฏิบัติตามคำสั่งอาจารย์อย่างเคร่งครัด นางจึงมิได้ทำสิ่งใดผิด
แล้วใครเล่าที่ผิด?
ศิษย์พี่เฉินฉี่... มันทรยศอาจารย์ทำลายสำนัก สมคบคนนอกเข่นฆ่าพี่น้องร่วมสำนัก มันสมควรตายหมื่นครั้ง!
ปู้อี้... เป็ถึงยอดฝีมือระดับสร้างรากฐาน แต่กลับทำตัวเยี่ยงโจรป่า เผาผลาญ ฆ่าฟัน และปล้นชิงอย่างไร้ยางอาย มันไม่สมควรได้รับการอภัย!
อวี๋เย่... มันชิงมุกัไป นำพาหายนะมาไม่สิ้นสุด ทั้งยังแอบหลอมมุกัฝึกปราณกระบี่ จนยั่วโทสะปู้อี้และนำพาโศกนาฏกรรมมาสู่สำนัก หายนะของเขาเสวียนฮวงครั้งนี้ มันย่อมมีส่วนต้องชดใช้!
ทว่าคำสั่งเสียสุดท้ายของอาจารย์กลับย้ำเตือนไว้... ว่าเด็กหนุ่มผู้นั้นคือวาสนา และเป็คราวเคราะห์ของนาง...