บทที่ 3 ความกังวลของผู้ใหญ่บ้าน
“ข้าขอขอบพระคุณความเมตตาของท่านเซียนขอรับ ด้วยสติปัญญาอันน้อยนิดของข้าจึงไม่กล้าคาดหวังอะไรมากไปกว่าการใช้ชีวิตธรรมดาๆ ให้สิ้นไปในโลกมนุษย์แห่งนี้ขอรับ” ปู้ฟานประสานมือคารวะ
ทันทีที่พูดจบ เสียงอื้ออึงก็ดังขึ้นมาทันที
ชาวบ้านมากมายมองปู้ฟานด้วยสายตาที่ไม่เชื่อในสิ่งที่ได้ยิน แม้แต่หวางฉางกุ้ยก็ยังรู้สึกกระวนกระวายใจจนอยากจะวิ่งไปอุดปากปู้ฟานเอาไว้ทันที
【คุณได้ปฏิเสธภารกิจ 'เข้าสำนักเทียนเสวียน'】
การปฏิเสธภารกิจจะไม่มีบทลงโทษใดๆ มีเพียงความน่าเสียดายที่ต้องเสียวิชาดาบระดับสุดยอดและอาวุธวิเศษระดับสุดยอดไปเท่านั้น
ใบหน้าของผู้าุโเย่ฉายแววประหลาดใจเล็กน้อย เขาเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นและมองสำรวจเด็กหนุ่มชุดผ้าป่านที่อยู่ตรงหน้า “เ้าคิดดีแล้วหรือ? หากพลาดโอกาสนี้ไป ชั่วชีวิตนี้เ้าก็จะเป็ได้แค่คนธรรมดาคนหนึ่งเท่านั้น”
“ท่านเซียน ข้าคิดดีแล้วขอรับ” ปู้ฟานประสานมือคารวะ
“ในเมื่อเ้ายังคงยืนกรานเช่นนั้น ข้าก็ไม่สามารถบังคับเ้าได้”
ผู้าุโเย่ส่ายหน้าและไม่ได้พูดอะไรมากนัก หากเป็คนที่มีคุณสมบัติโดดเด่นปฏิเสธ เขาอาจจะยังโน้มน้าวอีกสักสองสามคำ แต่เด็กหนุ่มชุดผ้าป่านที่อยู่ตรงหน้าเป็เพียงแค่รากิญญาห้าธาตุแบบผสม ซึ่งไม่ว่าจะอยู่ในโลกเซียนที่ไหนก็เป็คนที่มีหรือไม่มีก็ได้
“พี่ปู้ฟาน ทำไมหรือเ้าคะ? ทำไมท่านถึงไม่ยอมไปบำเพ็ญเพียรที่สำนักเทียนเสวียนกับพวกเรา?” ต้าหนี่ที่ยืนอยู่ข้างๆ อดไม่ได้ที่จะถาม
“นั่นก็เพราะว่า... คนเรามีความตั้งใจแตกต่างกันไป นั่นไม่ใช่เส้นทางที่ข้า้าจะเดิน” ปู้ฟานส่ายหน้า “อีกอย่าง ข้ามีรากิญญาห้าธาตุแบบผสม ซึ่งสามารถบำเพ็ญเพียรได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น”
“แต่ถึงอย่างนั้นก็บำเพ็ญเพียรได้นี่นา...”
ต้าหนี่อยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ปู้ฟานก็ห้ามเอาไว้
“เอาล่ะ เอาล่ะ เมื่อขึ้นไปบนเขาแล้ว เ้าก็อย่าลืมตั้งใจบำเพ็ญเพียรให้ดีล่ะ!”
ปู้ฟานเมินสายตาที่เต็มไปด้วยความเกลียดชังทั้งสองคู่และยิ้มพลางลูบศีรษะของต้าหนี่ เขาไม่ได้เป็เด็กหนุ่มที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ ไม่ว่าใครก็ดูออกว่าต้าหนี่คิดอะไรอยู่
“หึ เ้าคนโง่ มีโอกาสจะได้เป็เซียนกลับไม่ยอมเป็ กลับยอมเป็ชาวนาขุดดินที่น่าเวทนา” ในเวลานั้นเอง ก็มีเสียงที่ไม่มีใคร้าได้ยินดังขึ้น
เมื่อได้ยินเสียงนี้ ปู้ฟานก็รู้ทันทีว่าเป็ใครโดยที่ไม่ต้องหันไปดู
“ดูเหมือนว่าเ้าจะคันตัวแล้วสินะ”
มุมปากของปู้ฟานโค้งขึ้นเป็รอยยิ้ม
เมื่อเห็นรอยยิ้มนี้ เด็กชายอ้วนสกุลซ่งที่ตั้งใจจะมาเยาะเย้ยก็ถอยหลังไปสองสามก้าว เขากลัวถูกปู้ฟานคนนี้ซ้อมเป็อย่างมาก
คนอื่นๆ เมื่อเห็นเขาต่างก็หลบหน้าหลบตา แต่มีเพียงปู้ฟานคนเดียวเท่านั้นที่พอเจอหน้ากันเมื่อใดก็จะเข้ามาสั่งสอนเขาเมื่อนั้น
ปัญหาก็คือคนที่เขารวมตัวกันมาเป็กลุ่มเพื่อมาหาเื่ปู้ฟาน ก็ไม่มีใครที่สามารถสู้เด็กคนนี้ได้เลย
“เ้า! เ้ามีอะไรให้น่าภูมิใจนัก! เมื่อข้ากลายเป็เซียนแล้ว ข้าจะบีบเ้าให้ตายด้วยมือข้างเดียวเลย คอยดูเถอะ!” อย่ามองว่าเด็กชายอ้วนสกุลซ่งพูดจาโหดร้าย แต่ขาของเขากลับสั่นไปหมดแล้ว
“ข้าจะรอ!”
ปู้ฟานคิดในใจว่า “ข้ากลัวว่าจะไม่มีวันนั้น”
หลังจากนั้น ต้าหนี่และซ่งเสี่ยวชุนก็ร่ำลาพ่อแม่ด้วยความอาลัยอาวรณ์ ก่อนจะถูกผู้าุโเย่ใช้เครื่องมือวิเศษบินได้พาตัวไป
เมื่อมองดูยานที่บินออกไปไกลลับตา ปู้ฟานก็มีสีหน้าอิจฉา
ไม่รู้ว่าเมื่อไรเขาจะได้อาวุธวิเศษที่ใช้บินเป็ของตนเองบ้าง
ดูเหมือนว่าต้องรีบทำภารกิจแล้วสิ
“ท่านเซียนไปกันหมดแล้ว ตอนนี้เ้ามาเสียใจก็ไม่มีประโยชน์แล้ว” หวางฉางกุ้ยมองเห็นแววตาที่อิจฉาของปู้ฟาน เขากล่าวอย่างเจ็บใจ “ข้าไม่เข้าใจเลยจริงๆ ว่ามีคนมากมายขนาดไหนที่อยากจะเข้าสำนักเซียนแต่ไม่มีโอกาส แต่เ้ามีโอกาสกลับปฏิเสธไป”
ปู้ฟานยิ้มจางๆ แต่ก็ไม่ได้อธิบายอะไร เขารู้ว่าผู้ใหญ่บ้านพูดเช่นนี้ก็เพราะหวังดีกับเขา แต่ทำอย่างไรนกกระจอกถึงจะเข้าใจความทะเยอทะยานของหงส์ได้
หวางฉางกุ้ยถอนหายใจยาว “ข้าได้ยินผู้าุโเย่คนนั้นพูดว่า เพราะรับต้าหนี่และเด็กชายสกุลซ่งไปแล้ว ต่อไปสำนักเทียนเสวียนก็จะไม่มาที่หมู่บ้านของเราเพื่อรับศิษย์อีกแล้ว”
สาเหตุที่สำนักเทียนเสวียนมาที่หมู่บ้านเล็กๆ ที่ห่างไกลอย่างหมู่บ้านกาล่าเพื่อรับศิษย์ ปู้ฟานก็พอจะเข้าใจบ้าง
ดูเหมือนว่าจะมีผู้าุโคนหนึ่งในสำนักเทียนเสวียนมาจากหมู่บ้านกาล่า เมื่อผู้าุโท่านนั้นเสียชีวิตไปแล้วก็ไม่มีผู้สืบทอด เ้านายของสำนักเทียนเสวียนจึงเห็นแก่คุณงามความดีที่ผู้าุโท่านนั้นมีต่อสำนัก จึงให้ศิษย์ในสำนักมาที่หมู่บ้านกาล่าเพื่อรับศิษย์ทุกๆ สองสามปี
ตอนนี้หาศิษย์ได้แล้ว ก็ย่อมจะไม่มีเหตุผลที่จะกลับมาอีก
“เด็กอย่างเ้าจะต้องมาเสียใจในภายหลังแน่ๆ” หวางฉางกุ้ยจ้องปู้ฟานอย่างไม่พอใจ
เสียใจหรือ?
กลัวว่าชั่วชีวิตนี้จะไม่เสียใจเลยต่างหาก
“ผู้ใหญ่บ้านอย่าพูดถึงเื่นี้เลย ข้าได้ยินมาว่าท่านกับคุณป้าทะเลาะกัน และถูกคุณป้าจับหูออกมาไล่ออกจากบ้านใช่หรือไม่ขอรับ?” ปู้ฟานยิ้มอย่างกระเซ้าเย้าแหย่และกระซิบถาม
สีหน้าของหวางฉางกุ้ยเปลี่ยนไปในทันที “เ้าไปสอดรู้สอดเห็นเื่อะไร! ข้ากับภรรยาของข้ารักกันดี!”
“ข้าเข้าใจขอรับ!” ปู้ฟานเลิกคิ้วและลดเสียงลง “มีคำกล่าวว่า ถ้าอยากจะเอาชนะผู้หญิง ก็ต้องทำให้พวกนางรู้ว่าความสามารถของเ้าเป็เช่นไร! เมื่อสองสามวันก่อนข้าได้ยาจากหมอลี่มาตัวหนึ่ง ได้ยินมาว่ามีประโยชน์กับผู้ชายมากขอรับ!”
“เด็กอย่างเ้านี่ ไม่เรียนรู้สิ่งดีๆ กลับไปเรียนรู้สิ่งที่ไม่ดีเข้า” หวางฉางกุ้ยจะไม่รู้ความหมายในคำพูดของปู้ฟานได้อย่างไร สีหน้าก็เปลี่ยนไปในทันทีพร้อมกับพูดอย่างจริงจัง “ข้าเป็คนแบบนั้นหรือ?”
“ก็น่าเสียดายนะขอรับ ข้าคิดว่าผู้ใหญ่บ้าน้าเสียอีก” ปู้ฟานส่ายหน้าและถอนหายใจ พร้อมกับทำสีหน้าเสียดาย
“ยาตัวนั้นมีประโยชน์จริงๆ หรือ!” เมื่อเห็นปู้ฟานกำลังจะเดินจากไป หวางฉางกุ้ยก็รีบดึงมือปู้ฟานเอาไว้และลดเสียงลง
“ผู้ใหญ่บ้าน เมื่อครู่ท่านไม่ได้บอกหรือว่าท่านไม่ใช่คนแบบนั้น?” ปู้ฟานหัวเราะในใจแต่ก็แสร้งทำเป็ไม่รู้เื่
“นั่นก็... ข้าไม่้าหรอก แต่ข้ามีเพื่อนคนหนึ่งที่้าจะบำรุงร่างกายเสียหน่อย” หวางฉางกุ้ยไออย่างกระอักกระอ่วน ใบหน้าไม่แดงแม้แต่น้อย
เพื่อนหรือ?
“โอ้...” ปู้ฟานลากเสียงยาวพร้อมกับทำท่าเหมือนเข้าใจทันที “เป็เพื่อนของผู้ใหญ่บ้านนี่เอง!”
“ถูกต้อง เป็เพื่อน!” แม้ว่าหวางฉางกุ้ยจะคลุกคลีกับผู้คนมานานจนหน้าด้านยิ่งกว่ากำแพงเมือง แต่ในตอนนี้ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกอับอายเล็กน้อย
ปู้ฟานจะไม่รู้ได้อย่างไรว่า “เพื่อน” ที่หวางฉางกุ้ยพูดถึงนั้นก็คือตัวหวางฉางกุ้ยเอง
เพราะก่อนที่จะได้วิชาฝึกเซียน เขาได้เรียนรู้ศิลปะการต่อสู้ การเขียน การวาดภาพ หมากรุก กลยุทธ์ทางการทหาร การคำนวณ การแพทย์โหราศาสตร์ และวิชาลี้ลับอื่นๆ ทั้งหมดแล้ว
ตอนนี้ในช่องคุณสมบัติของเขาก็มีฉายาว่า “หมอเทวดา”
แน่นอนว่าเขาสามารถมองเห็นได้อย่างรวดเร็วว่าหวางฉางกุ้ยนั้นมีพลังงานไม่เพียงพอ ดังนั้นเขาจึงพูดเช่นนั้นกับหวางฉางกุ้ยเพื่อรับภารกิจจากหวางฉางกุ้ย
และก็เป็ไปตามคาด เมื่อหวางฉางกุ้ยขอสูตรยาจากเขา ตัวอักษรกลุ่มหนึ่งก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า พร้อมกับเสียงเตือนในสมอง
【ความกังวลของหวางฉางกุ้ย】
【คำอธิบายภารกิจ: ในฐานะผู้ใหญ่บ้านที่ต้องดูแลเื่เล็กน้อยในหมู่บ้านมาเป็เวลาหลายปี และในบ้านก็มีเื่ยุ่งเหยิงให้ต้องจัดการ ทำให้ร่างกายของเขาอ่อนแอลงเรื่อยๆ จนเมื่อต้องเผชิญหน้ากับภรรยา เขาก็ไร้ซึ่งเรี่ยวแรง เด็กหนุ่มเอ๋ย จงช่วยเหลือผู้ใหญ่บ้านผู้น่าสงสารคนนี้เถิด】
【รางวัลภารกิจ: ค่าประสบการณ์ 2000 แต้ม, วิชาเซียนระดับสุดยอด】
【ยอมรับ! ปฏิเสธ!】
ปู้ฟานรู้สึกประหลาดใจ
วิชาเซียนระดับสุดยอด?
หรือว่าเป็วิชาที่ใช้ฝึกฝนให้เป็เซียนจริงๆ?
ปู้ฟานยอมรับภารกิจโดยไม่ลังเล และบอกสูตรยาให้กับหวางฉางกุ้ย เมื่อได้ยินดังนั้น หวางฉางกุ้ยก็มีสีหน้าดีใจสุดขีด และยังขอบคุณปู้ฟานแทนเพื่อนที่ไม่รู้จักของเขาอีกด้วย
หลังจากนั้นเขาก็จากไปอย่างมีความสุข คิดว่าจะรีบกลับบ้านไปลองใช้สูตรยาตัวนั้น
“แปลกจัง ทำไมถึงยังไม่มีข้อความแจ้งเตือนว่าทำภารกิจสำเร็จนะ?”
หวางฉางกุ้ยไปไกลแล้ว แต่ก็ยังไม่มีข้อความแจ้งเตือนว่าภารกิจสำเร็จ ปู้ฟานรู้สึกประหลาดใจ “หรือว่าต้องรอให้ผู้ใหญ่บ้านลองใช้สูตรยานั้นก่อนถึงจะถือว่าทำภารกิจสำเร็จ?”