“แล้วสิ่งที่เจ้าบอกข้าล่ะคืออะไรกันแน่” ชิงเถาคิดว่านอกจากนางแล้วแถวนี้คงไม่ได้มีใครจึงได้เปร่งเสียงออกมานางมองไปรอบๆห้องนอกจากข้าวของเครื่องใช้ที่เหลืออยู่ตามจุดต่างๆก็มีหยากไย่และตัวแมงมุมตัวเล็กๆอยู่เท่านั้น
‘ตรงนี้อย่างไรหละ’เชี่ยนเชี่ยนบินเข้าไปยังใต้เตียงที่อยู่ข้างหน้า
‘ตามมาสิ’เชี่ยนเชี่ยนไม่รู้สึกว่าชิงเถาตามนางเข้ามาจึงได้หันกลับมาเรียกอีกรอบด้วยเสียงเข้มขึ้นอีกเล็กน้อย
“ได้ๆ”นางเอ่ยเพียงสั้นๆแล้วตามเข้าไปดูสิ่งที่อีกคนบอกว่ามีอะไรอยู่แต่ต้องบอกก่อนว่าตัวเชี่ยนชี่ยนกับนางนั่นต่างกันมาก อีกฝ่ายบินเข้าไปได้สบายแต่กับชิงเถาต้องลำบากนางค่อยหมอบคลายเข่าเข้าไปดู ถึงนางจะยังเป็นเด็กสาวแต่ก็ทำให้อึดอัดไม่น้อยเลยนะ
“ไหนที่เจ้าว่า” เมื่อเห็นอีกฝ่ายยืนอยู่ตรงหน้า ชิงเถาเลยถามออกมา
‘นี่ไง นี่ตรงที่ข้ายืนอยู่’หลังจากบอกคำแรกชิงเถาก็ยังทำหน้าเหรอหร่าอยู่ เชี่ยนเชี่ยนเลยต้องย้ำอีกรอบ
“ไม่เห็นมีอะไรเลยหรือว่าจะเป็นแผ่นไม้ที่ใช้ทำพื้นนี่ เป็นไม้ที่พิเศษ”
‘เจ้านี่’ เชี่ยนเชี่ยนร้องใส่เมื่อได้ยินอีกคนถามเช่นนั้นโง่เสียจริงๆ
“แฮร่ๆข้าแค่จินตนาการไปเล่นๆ” ชิงเถารีบยิ้มส่งให้อีกคนไม่รู้ว่าวันนี้เชี่ยนเชี่ยนเป็นอะไรออกจะดุๆกว่าทุกวันสงสัยจะเป็นเพราะสภาพอากาศก็ได้
‘รีบๆเถอะ ถ้าเจ้ากลับไปช้าเดี๋ยวจะถูกสงสัยมาช่วยกันดึงแผ่นไม้นี้ขึ้นก่อน” ชิงเถาได้ยินเช่นนั้นก็เริ่มทำตามที่บอกทันทีนางยื่นมือออกช่วยงัดแงะแผ่นไม้ที่ว่าขึ้นมา เนื่องจากแผ่นไม้มันราบเรียบเหมือนกับพื้นทั่วไปเพียงแต่มีขนาดที่สั่นกว่าจึงสามารถที่จะงัดแงะออกมาทั้งแผ่นได้เลยแต่ว่าขั้นตอนงัดแงะนี้ก็ดูเหมือนจะใช้เวลามากเหมือนกัน
“หรือว่าเราจะย้ายนี่เตียงออกไปก่อนแล้วค่อยมานั่งเอาแผ่นไม้นี้ขึ้นมาดี” ชิงเถาเริ่มไม่ชอบกับท่าของนางเท่าไหร่นอนคว่ำครึ่งล่างเกินอยู่นอกเตียง ส่วนหัวและของลำตัวอีกครึ่งอยู่ใต้เตียง
‘ไม่ได้ ต้องทำแบบนี้’ เมื่ออีกคนห้ามชิงเถาจึงไม่ได้เอ่ยอะไรอีกเพียงแต่ให้แรงทั้งหมดส่งไปที่มือเพื่อดึงเจ้าแผ่นไม้นี้ขึ้นมา ดูเหมือนว่ากาลเวลาผ่านไปนานพื้นนี้นอกจากจะไม่ผุกร่อนแต่กลับยังแน่นมากขึ้นอีกโขเลย
‘แกร๊กก พรึ่บบ’ในที่สุดหลังจากที่ใช้แรงของชิงเถาเกือบหนึ่งเค่อแผ่นไม้ปราการอันโหดร้ายก็ถูกงัดและดึงออกมาสำเร็จ
“เย้เจอล่ะแล้ว เจอ ปละปลวกนี่นา” ชิงเถาที่กำลังส่งเสียงดึใจก็ต้องเจอกับสิ่งที่หน้าตาร้ายกาจตรงหน้าเสียก่อนแมลงตัวเล็กสีน้ำตาลอ่อนตรงหน้าชิงเถาสามารถบ่งบอกชนิดได้เป็นอย่างดี เอ๊ะหรือว่าสิ่งที่เชี่ยนเชี่ยนพามาหาจะเป็นเจ้าปลวกพวกนี้ มันเป็นวัตถุดิบสำคัญในการทำยาใช่หรือไม่นางรีบเงยหน้ามองอีกคนอย่างขอความเห็น
‘ไม่ใช่ที่เจ้าเห็นหรอกน่า ลองปัดๆแล้วลองขุดหน้าดินออกสักหน่อยก่อน’ สิ้นคำเชี่ยนเชี่ยนชิงเถาค่อยโล่งใจหน่อย นางเริ่มทำตามคำแนะนำอีกครั้งรอบนี้ผ่านไปได้ไม่นานก็เผยให้เห็นกล่องโลหะใบเล็ก ถึงกล่องโลหะจะดูเก่าไปมากแต่คาดว่าของข้างในก็น่าจะยังอยู่ดีคาดว่าน่ะนะ
“เจอแล้วอ่ะ อ้ากกกก” ชิงเถาเอ่ยขึ้นอย่างดีใจจนเผลอยืดตัวขึ้นหัวโขลกกับใต้เตียงเสียได้ สงสัยหัวนางคงโนเป็นที่เรียบร้อย
‘ซุ่มซ่ามจริง รีบดูเร็วๆว่ามีอะไรอยู่ด้านในกันแน่’ เสียงเอ่ยเร่งมาแต่ชิงเถาก็เห็นด้วยรีบเปิดออกดูของด้านในทันที ดีที่มันไม่ได้มีกุญแจอะไรอีกแล้วค่อยเปิดง่ายหน่อย
“ดูสินี่คือ” นางคลี่กระดาษที่ม้วนอยู่ด้านในอย่างระมัดระวังเพราะสีของกระดาษก็ออกจะเหลืองเข้มและเนื้อของมันก็เริ่มอ่อนยุ่ยแล้ว
‘สูตรโอสถนี่ ไหนมีอะไรอีกไหม’เชี่ยนเชี่ยนเอ่ยพร้อมดูในกล่องว่ามีอะไรหลงเหลืออีกไหม แต่ก็ไม่พบอะไรแล้วมันมีเพียงกระกาษแผ่นนั้นแผ่นเดียว
“เช่นนั้นก็เก็บกลับไปก่อนเถอะ”ชิงเถาเอ่ยก่อนที่นางจะค่อยๆเก็บมันเข้าไปในกล่องเช่นเดิมแล้วเอามันเก็บไว้ในถุงเพิ่มพื้นที่ของตน
“มีคนมา”
‘มีคนใกล้เข้ามา’ สองคนมองหน้ากันแล้วก็เอ่ยออกมาด้วยคำที่ไม่ต่างกันด้วยตัวเชี่ยนเชี่ยนมีความสามารถมากกว่ามนุษย์จึงรับรู้ได้ดีกว่าส่วนชิงเถานางมีต่างหูไข่มุกช่วยด้วยอีกแรง
‘เช่นนั้นก็รีบๆ เก็บเถอะ’ ชิงเถาเห็นด้วยนางรีบกลบดินที่ผสมปลวกไว้ให้เรียบแบบลวกๆ ก่อนจะเอาแผ่นไม้กลับเข้าที่เดิมของมันแล้วค่อยรีบออกจากใต้เตียงตรงนี้ซะที
“เจ้าจะพาพวกข้ามาทำไมแถวนี้เนี่ย”เสียงแรกดังขึ้นอยู่ไม่ไกลกับตัวตำหนักที่ชิงเถาอยู่
“เถอะน่าพวกเจ้าคงไม่เคยมาแถวนี่นะสิ แต่ข้าได้ยินว่าตำหนักนี้มีผีด้วยนะเราไปลองดูกันเถอะ” อีกเสียงที่ดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆจากการเดินที่มุ่งตรงมาทางตำหนักที่ว่า
“พวกข้าว่า”
“อ๊ายยยยย”
“ว้ายยยย”เสียงร้องดังขึ้นอยู่หน้าทางขึ้นตำหนัก คนที่กำลังจะเข้ามาคือเด็กสาวสามคนอีกฝ่ายที่กำลังเร่งฝีเท้าเดินออกมาก็คือชิงเถานั่นเองแต่กลับมาปะกับซึ่งๆหน้าด้วยบรรยากาศไม่ค่อยดีเท่าไหร่ถึงได้ตกใจกันเช่นนี้
“เฮ่อๆๆตกใจหมด” ชิงเถาเอ่ยปลอบตัวเองออกมาเบาๆ
“นี่เจ้าเข้ามาทำอะไรที่นี่หน่ะ” หนึ่งในเด็กสาวถามชิงเถาออกมาอย่างจ้องจับผิด
“ขะข้าก็มาด้วยจุดประสงค์เดียวกับพวกเจ้านั่นและ”ชิงเถาแกล้งบอกออกมาอย่างเสียงสั่นกลัว
“ระหรือว่าที่นี่” เด็กสาวอีกคนเอ่ยขึ้นด้วยความกลัว
“จะมีผีหรือไม่มีข้าไม่รู้หรอกแต่ข้างในมีหยากไย่เต็มไปหมด ไหนจะความเงียบที่มีเสียงลมดังมาเป็นระยะๆเพียงเท่านั้นข้าก็ต้องรีบออกมาแล้ว ยังเข้าไปไม่ถึงไหนเลย” ชิงเถาบอกสามสาวไป
“เช่นนั้นหรือเราก็อย่าเข้าไปเลยนะ” เด็กสาวเอ่ยห้ามเพื่อนคนที่ชวนมา
“ไม่หรอกเรามีกันตั้งสามคนจะกลัวอะไร” คนที่ได้ยินเรื่องมาก็ยังคงอยากจะพิสูจน์อยู่
“แต่แต่ข้าว่า” เด็กสาวอีกคนที่ยังคงกลัว อยากจะห้ามเพื่อน
“จะอย่างไรก็เถอะข้าขอตัวก่อนก็แล้วกันนะเจ้าคะ” ชิงเถาที่มองสามคนพูดชักชวนและห้ามกันไปมาถึงได้โอกาสรีบหนีตอนที่พวกนางไม่สนใจนางไม่รอให้ใครอนุญาตนางรีบเดินออกมาจากตรงนั้นทันที
“เกือบไปแล้วไหมหละ”ชิงเถาเอ่ยออกมาด้วยเสียงสั่น นางรีบวิ่งมาในทิศทางของทางออกตอนนี้มาได้ครึ่งทางแล้วคงไม่มีใครสงสัยจึงได้หยุดพักให้คลายความหอบเหนื่อยเพื่อเอาแรงจริงๆการวิ่งของนางนั้นดีขึ้นมากแล้ว แต่นางตอนนี้เหมือนคนมีพิรุธอยู่ไม่น้อยก็นางพึ่งจะเป็นโจรขโมยของมานี่นา มันต้องมีตื่นๆกังวลอยู่บ้าง
“เกือบอะไร”
“เย้ยยยย”อยู่ๆก็มีเสียงถามนางออกมา และตัวที่โพล่มาอย่างฉับพลันจนนางตั้งตัวไม่อยู่ถอยหลังไปหลายก้าวเลยทีเดียว หลังก็เอนไปกำลังจะหงายล้ม
“เป็นอะไรไปข้าเอง” มี่หนิงหยางดึงแขนของนางไว้เมื่อเห็นว่าถอยไปไม่หยุด
“เอ่อเฮ้อออ ท่านนั่นเอง” นางถอนหายใจอย่างโล่งอก
“ก็ใช่ไงข้าเองแล้วเจ้าหละหนีอะไรมา” มี่หนิงหยางเอ่ยถามอย่างสงสัยเขาให้คนอื่นไปรอตรงจุดที่นางบอก แต่ตัวเองยังเดินวนไปมาอยู่แถวนี้อยู่เผื่อว่านางจะต้องการความช่วยเหลือและมันก็น่าจะเป็นเช่นนั้นเพราะอยู่ๆเขาก็เห็นชิงเถาวิ่งลัดเลาะออกมาจนมาโพล่อยู่ตรงนี้
“ไม่มีอะไรหรอกเจ้าค่ะข้าแค่ไปแกล้งพวกคุณหนูไว้นิดหน่อย เลยวิ่งหนีพวกนางมา”ชิงเถาบอกไปแบบจริงบ้างหลอกบ้างจะได้สมจริง
“เจ้านี่นะแสบจริงๆ ไปเถอะ น้องเจ้าคงรอแย่แล้วมั้ง”มี่หนิงหยางได้แต่ส่ายหน้ากับเรื่องที่นางบอกเขาไม่ได้ใส่ใจถามอะไรอีกทำเพียงแต่เดินนำหน้านางไปเท่านั้น เกือบไปแล้วไหมหละวันนี้นางพูดคำนี้กี่ครั้งแล้วนะ
หลังจากตามหลังมี่หนิงหยางมาชิงเถาก็มาสมทบกับคนอื่นๆและเดินทางกลับทันทียิ่งชิงเถาที่พึ่งจะทำเรื่องไม่ดีไว้(การขโมยเป็นสิ่งไม่ดีมากๆแต่นางก็ยังทำเพราะไม่มีใครเห็น) จึงชักชวนคนอื่นกลับพร้อมให้เหตุผลว่าจะรีบกลับไปทำของอร่อยให้กินอีกด้วยซึ่งทุกคนก็ตกลงว่าตามที่นางบอก