คู่บุพเพสะท้านฟ้า อยากเห็นนักว่าใครจะกล้ากับชายาผู้บ้าบิ่น [นิยายแปล]

    บทที่ 44 ความล้มเหลวนับเป็นอะไร (เปิดฟรีวันที่ 3 พฤศจิกายน 2568)

     

    บทที่ 44 ความล้มเหลวนับเป็นอะไร

     

    เขาสามารถจินตนาการได้เลยว่าเพียงประกาศข่าวโอสถฟื้นปราณคุณภาพระดับสี่และโอสถถอนพิษคุณภาพระดับห้าออกไปชื่อเสียงของจี้เหรินถังจะต้องพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว!

            ท้ายที่สุดผู้จัดการใหญ่หนิงก็ส่งมอบตำราว่าด้วยโอสถและโรคยากรักษาจำนวนเก้าเล่มให้เซียวหลิงอวิ๋นพร้อมกับเงินเก้าหมื่นเหรียญทองจากการซื้อโอสถถอนพิษ

            เซียวหลิงเย่แทบตะลึงตาค้างโอสถขั้นสามทั่วไป ราคาเพียงหนึ่งหมื่นเหรียญทองเท่านั้นแต่ของพี่สาวกลับขายได้ถึงเม็ดละสามหมื่น!

            เมื่อได้เงินมาเซียวหลิงอวิ๋นกับเซียวหลิงเย่ก็รีบไปซื้อเรือนเก้าลาน[1]ในย่านจิ้งหย่าซึ่งมีทำเลเงียบสงบราคาเก้าหมื่นเหรียญพอดี

            เซียวหลิงเย่รู้สึกเสียดายเงินนักแต่พี่สาวกลับบอกว่าเรือนเก้าลานราคาเก้าหมื่นเหรียญนี้เป็นจำนวนที่สอดคล้องกับศาสตร์ฮวงจุ้ยชั้นเลิศ ถือว่าพวกเขาได้ของดีเกินคุ้ม!

            เซียวหลิงเย่ไม่เข้าใจศัพท์ทางวิชาเช่นนี้ของปรมาจารย์สื่อวิญญาณนักแต่เมื่อพามารดาและพี่ชายมาถึง เพียงก้าวเข้าเรือนเขาก็สัมผัสได้ถึงความเย็นสบายแผ่ซ่านส่วนเซียวหลิงอวิ๋นก็เพิ่งจัดวางตำแหน่งฮวงจุ้ยสุดท้ายเสร็จพอดี

            ใบหน้าที่ยังคงซีดเซียวของหลิ่วซื่อเพียงได้ย่างเข้าสู่เรือนอันงดงามนี้ก็เผยรอยยิ้มชื่นชอบจากใจ “เรือนนี้ถูกใจข้ายิ่งนัก รู้สึกว่ามีเรี่ยวแรงขึ้นมาก”

            เซียวหลิงเฟิงเองก็สัมผัสได้เช่นกันแต่เซียวหลิงอวิ๋นไม่พูดว่านี่เป็นเพราะนางได้ปรับแต่งเรือนนี้ให้เป็น‘เรือนเก้ามงคล’ ที่สมบูรณ์แบบที่สุด โดยเรือนนี้รวบรวมไอวิญญาณ โชคลาภความมั่งคั่ง ความสมบูรณ์ ความเจริญ ความร่ำรวย ความก้าวหน้า ความผูกพันและสุขภาพมาไว้ด้วยกัน แม้แต่พระราชวังก็ยังสู้ไม่ได้

            ทุกคนต่างเลือกเรือนย่อยที่ถูกใจมาพักจากนั้นเซียวหลิงอวิ๋นจึงสอบถามหลิ่วซื่อถึงบรรดาคนสนิทที่เคยอยู่กับนางในอดีต

            คาดไม่ถึงว่ามารดาจะตอบว่านอกจากหลิ่วหมัวมัวแล้วที่เหลือต่างถูกเนรเทศไปชายแดนพร้อมคนในตระกูลท่านตากันหมด

            “เป็นความผิดของแม่เองหากไม่ใช่เพราะแม่ประมาทจนถูกวางแผนใส่ร้าย…ตระกูลท่านตาเจ้าก็คงไม่ต้อง…”

            หลิ่วซื่อพูดค้างไว้แสดงชัดว่ามีเรื่องปกปิดอยู่เซียวหลิงอวิ๋นก็พลันนึกถึงคำของเซียวหลิงเฟิงที่เคยบอกว่าความจริงเรื่องความบริสุทธิ์ของแม่ไม่ได้ง่ายดายอย่างที่คิด

            เซียวหลิงอวิ๋นมั่นใจว่าต้องมีเงื่อนงำใหญ่ซ่อนอยู่

            “อวิ๋นเอ๋อร์ หลิ่วหมัวมัวเคยดูแลเจ้าเสมือนลูกแท้ๆซื่อสัตย์ต่อตระกูลหลิ่วอย่างยิ่ง ตอนโดนลงโทษตามกฎตระกูลหากไม่ได้นางบังแส้แทนแม่ แม่อาจไม่มีชีวิตรอดมาได้แต่นางกลับถูกซ่างกวนหลิวจับคลุมถุงชนให้ชายพิการผีพนัน ชีวิตลำบากเกินทนอวิ๋นเอ๋อร์ หากเจ้ามีวิธี ต้องช่วยนางออกจากนรกนั้นให้ได้”

            แววตาของเซียวหลิงอวิ๋นฉายความเย็นชา

            ความชั่วของซ่างกวนหลิวมีมากเกินไปกรรมย่อมตามสนองทีละเรื่อง!

            เมื่อรู้ที่อยู่ของหลิ่วหมัวมัวแล้วเซียวหลิงอวิ๋นก็กลับห้องเพื่อเตรียมตัว และตั้งใจจะออกไปทันที

            แต่พอเปิดประตูห้องของตนออกกลับพบชายหนุ่มในชุดดำที่ไม่ได้รับเชิญนั่งจิบชาอย่างสบายใจอยู่ในนั้นจนต้องสะดุ้ง

            รูปโฉมงดงามหล่อเหลาราวกับสลักจากหยก ดวงตาลึกล้ำเมื่อกระทบแสงทอประกายราวหมู่ดารากว้างใหญ่แฝงไว้ด้วยความลึกลับชวนให้หลงใหลทว่ากลิ่นอายทั้งร่างกลับเย็นเยียบสูงส่งราวเทพเซียนลงมาจุติเพียงแรกสบตาก็ยากจะละสายตา

            แต่ในสายตาของเซียวหลิงอวิ๋นสิ่งที่เด่นชัดที่สุดคือม่านไอสีม่วงเย็นเยียบหนาทึบที่ปกคลุมไปทั่วทั้งห้อง...เขาคือหลีเย่หาน

            เซียวหลิงอวิ๋นปิดประตูแล้วเดินเข้าไปนั่งข้างเขาอย่างเป็นธรรมชาติคิ้วงามขมวดเล็กน้อย เอ่ยถามอย่างสงสัย “ท่านมาที่ห้องข้าทำไม”

            หลีเย่หานเห็นนางไม่คิดหลบเลี่ยงกลับนั่งเคียงข้าง แสงในตาเขาจึงอ่อนลงเล็กน้อย ดวงตาลึกซึ้งแฝงรอยยิ้มบาง “ข้าเพียงอยากมาเยี่ยมว่าที่พระชายาของตน...มิได้หรือ”

            เซียวหลิงอวิ๋นเพิ่งรินชายกขึ้นจิบพอได้ยินคำพูดเขาก็ทำเอาเกือบสำลักตาย นางจ้องเขาเขม็งแล้วเอ่ยอย่างไม่เกรงใจ “อย่ามาล้อข้ายังจำได้ว่าครั้งแรกที่เราพบกัน ท่านขอให้ข้าทำนายชะตาคู่บุพเพให้มิใช่ว่าชะตาของท่านจะพิฆาตคู่ครองของตนเองหรือไร อย่าได้กังวลไปท่านถูกลิขิตให้เดียวดาย เราไม่มีทางเป็นคู่กัน สบายใจได้”

            แม้เอ่ยเช่นนั้นแต่นางกลับรู้สึกอึดอัดในอกอย่างประหลาด จึงเผลอมองเขาอีกครั้งเห็นเพียงเขาหลุบตาลง รอยยิ้มที่มุมปากจางลงจนแทบมองไม่เห็น

            นางพลันรู้สึกเหมือนตนพูดผิดรีบเอ่ยต่อ “ท่าน…ท่านอย่าเป็นเช่นนี้ เรื่องโชคชะตาไม่ใช่สิ่งตายตัวชะตาชีวิตของคนเปลี่ยนได้ทุกขณะตามการตัดสินใจของตน เหตุที่ท่านต้องเป็นเช่นนี้สาเหตุหลักมาจากไอม่วงมงคลรอบกายท่านมีพลังทำลายล้างโดยไม่เลือกเป้าหมายไอนี้รุนแรงเกินไปจนผู้คนรอบข้างล้วนได้รับผลกระทบ นี่ไม่ใช่ไอม่วงธรรมดาและท่านควบคุมมันไม่ได้จึงทำให้เป็นอย่างนี้ แม้ข้าไม่เคยเจอแต่ในฐานะที่ข้าเป็นปรมาจารย์สื่อวิญญาณ หากหาวิธีควบคุมไม่พบข้าก็จะช่วยท่านดูดมันออกให้หมด!”

            “หึหึ” จู่ๆ เสียงหัวเราะต่ำทุ้มก็แว่วขึ้น หลีเย่หานช้อนตาขึ้นในดวงตาแฝงรอยล้อเลียน ค่อยๆ โน้มใบหน้าหล่อเหลามาใกล้เอ่ยกระซิบข้างหูด้วยรอยยิ้ม “ดีสิ ข้าจะรอวันที่พระชายาดูด…ออกจากตัวข้าให้หมด”

            เสียงอบอุ่นน่าฟังนั้นแฝงเสน่ห์เย้ายวนเพียงได้ยิน หญิงใดก็ยากจะกลั้นเสียงกรีดร้อง

            ยิ่งถ้อยคำยังชวนให้ตีความไปในทางกำกวม!

            เซียวหลิงอวิ๋นใบหน้าร้อนวาบราวกับจะมีควันพวยพุ่งออกมานางอยากจ้องเขาให้ตายเสียที่บิดเบือนคำพูดของนางให้กลายเป็นเช่นนี้

            ที่แท้สีหน้าหม่นหมองเมื่อครู่นั้นก็เป็นเพียงการแสร้งทำ!

            เซียวหลิงอวิ๋นโกรธจัดจนดึงหลีเย่หานลุกขึ้นแล้วผลักออกไปนอกห้อง“รีบไสหัวไปซะ ดูดบ้าอะไร อยู่โสดตายไปทั้งชาติก็แล้วกัน!”

            หลีเย่หานปล่อยให้นางดึงมือเขาออกไปดวงตาเต็มไปด้วยความเอ็นดู เสียดายนักหน้าเซียวหลิงอวิ๋นที่ตอนนี้แดงจัดด้วยความอายหันไปอีกทางจึงไม่ทันได้เห็น

            นางผลักเขาออกไปนอกห้องแล้วปิดประตูเสียงดังใบหน้ายังร้อนผ่าวไม่ยอมหาย หัวใจก็ยังเต้นไม่เป็นส่ำ

            ช่างประหลาดนักชาติก่อนไม่ว่าชายรูปงามเพียงใดมายืนอยู่ตรงหน้านางก็ไม่เคยมีอารมณ์หวั่นไหวแม้แต่น้อยแต่กับหลีเย่หาน...เพียงคำพูดหรือการกระทำเล็กน้อยก็ทำให้นางหัวใจเต้นผิดจังหวะได้เสียแล้วช่างเสน่ห์เหลือร้าย!

            ขณะกำลังคิดกับตัวเองเสียงของหลีเย่หานที่เจือรอยยิ้มก็ลอดมาจากนอกประตู “จริงสิ ว่าที่พระชายาข้ามาคราวนี้ก็เพื่อบอกเจ้าว่า เจิ้นกั๋วโหวจะกลับมาเมืองหลวงในอีกไม่กี่วัน”

            เซียวหลิงอวิ๋นสะดุ้งครั้นรีบเปิดประตูออกไปก็เห็นเพียงเงาดำพุ่งจากไปอย่างรวดเร็ว

            เมื่อเอ่ยถึงบิดานางก็อดขมวดคิ้วไม่ได้ แท้จริงแล้วในความทรงจำของร่างเดิมเจิ้นกั๋วโหวเซียวจ้านนั้นมีภาพเลือนรางนักสิ่งที่จำได้ชัดมีเพียงว่าเมื่อใดที่เขากลับมา นางก็ไม่ต้องอดอยากแต่ก็แทบไม่ได้เจอหน้ากันเลย แม้กระทั่งหน้าตาแท้จริงของเขาก็ยังจำได้ไม่ชัด

            แต่การที่เขากลับมาครานี้ก็ดีเหมือนกันรอให้เขากลับมาแล้ว นางจะให้ซ่างกวนหลิวประกาศความจริงในปีนั้นต่อหน้าผู้คนเพื่อคืนความบริสุทธิ์ให้แก่หลิ่วซื่อ!

     

    เซียวหลิงอวิ๋นจัดการตัวเองครู่หนึ่งเห็นว่ายังเพิ่งเที่ยงจึงมุ่งหน้าไปยังที่อยู่ซึ่งหลิ่วซื่อบอกไว้

            พอออกมาถึงถนนก็ได้ยินชาวบ้านที่เดินสวนทางกันพูดคุยกันอย่างออกรส

            “ได้ยินหรือยัง ซ่างกวนอวี้ล้มเหลวในการทะลวงขั้นอีกแล้ว!นี่เป็นโอสถทะลวงขั้นเม็ดที่สองแล้วนะไม่เคยมีใครกินถึงสองเม็ดแล้วยังทะลวงไม่สำเร็จเลยนี่ไม่ใช่ว่าเป็นการยืนยันคำพูดของปรมาจารย์เซียวว่าทั้งชีวิตซ่างกวนอวี้จะไม่มีวันก้าวหน้าได้อีกหรือ!”

            “รู้นานแล้วล่ะ ซ่างกวนเหวินยังบอกอีกว่าที่ซ่างกวนอวี้ล้มเหลวติดๆกันแบบนี้ เป็นเพราะปรมาจารย์เซียวเล่นตุกติกแล้วยังบอกว่าจะให้ปรมาจารย์เซียวต้องออกมาอธิบายด้วยนะ!”

            “เช่นนั้นตระกูลซ่างกวนคงต้องผิดหวังแล้วสิไม่มีใครรู้ร่องรอยของปรมาจารย์เซียวหรอก ข้าว่านางต้องอยู่ในจวนอ๋องเก้าแน่ๆไหนจะเป็นคนสนิทของอ๋องเก้าอีก ไม่แน่ว่าทั้งคู่คงจะ...ฮึฮึฮึ”

            คนพูดหัวเราะอย่างลามกเซียวหลิงอวิ๋นถึงกับอยากเข้าไปชกหน้าสักที

            ทว่าเมื่อได้ยินว่าซ่างกวนอวี้ล้มเหลวอีกครั้งนางก็แค่นยิ้มเย็น

            ความล้มเหลวของซ่างกวนอวี้นับเป็นอะไรได้รอดูเถอะ ตระกูลซ่างกวนทั้งตระกูลกำลังจะซวย!

             


    [1] เรือนเก้าลาน คือ รูปแบบสถาปัตยกรรมบ้านจีนโบราณประเภทหนึ่งที่ประกอบด้วยอาคารหลายหลังที่ล้อมรอบลานภายในหลายๆลาน

    คล้ายกับเรื่องคู่บุพเพสะท้านฟ้า อยากเห็นนักว่าใครจะกล้ากับชายาผู้บ้าบิ่น [นิยายแปล] ที่คุณอ่าน