วิถีเทวะ : กำเนิดคัมภีร์จักรพรรดิเทพยุทธ์

    บทที่ 58 : สยบเพลิงมารเก้าอเวจี ทะลวงจุดสูงสุดวิญญาณก่อกำเนิด

    บทที่ 58 : สยบเพลิงมารเก้าอเวจี ทะลวงจุดสูงสุดวิญญาณก่อกำเนิด


    วูบ! ครืนนนน!

    ท่ามกลางหุบเขาที่รกร้างและเต็มไปด้วยซากหินผาสีดำทะมึนทางตอนใต้สุดของมหาทวีปประจิมวิญญาณ รอยแยกมิติสีเงินยวงถูกฉีกกระชากออกอย่างรุนแรง พลังงานมิติที่ปั่นป่วนซัดสาดฝุ่นผงและเศษเถ้ากระดูกบริเวณนั้นให้ปลิวว่อน ร่างของบุรุษหนุ่มและสตรีโฉมงามร่วงหล่นลงมาจากความว่างเปล่า ปลายเท้าของพวกเขาแตะลงบนพื้นดินที่แห้งผากอย่างหนักหน่วง

    "แค่ก...!"

    ซูหลงอวิ๋นทรุดเข่าข้างหนึ่งลงกับพื้น เขากระอักเลือดสีแดงคล้ำออกมา ใบหน้าหล่อเหลาซีดเซียวลงไปหลายส่วน ทว่ามือขวาของเขายังคงกุมหน้าท้องบริเวณจุดตันเถียนเอาไว้แน่น ภายในนั้น 'เตาหลอมเก้ามังกรกลืนสวรรค์' กำลังสั่นสะเทือนอย่างบ้าคลั่ง ประดุจมีอสูรร้ายกำลังพยายามพังทลายกรงขังออกมา!

    หลิงอวี้ซีรีบถลาเข้ามาประคองร่างของเขาเอาไว้ นัยน์ตาดอกท้อของนางฉายแววตื่นตระหนกและห่วงใย "ซูหลงอวิ๋น! เจ้าเป็นอันใดไป! บาดเจ็บจากการทะลวงมิติหรือถูกตาแก่จ้านอู๋หยาโจมตีกันแน่!"

    "ข้า... มิได้ถูกมันโจมตี... ทว่าเพลิงมารที่ข้าเพิ่งกลืนกินเข้าไป มันดุร้ายกว่าที่คิดไว้มาก"

    ซูหลงอวิ๋นกัดฟันกรอด หยาดเหงื่อเย็นผุดพรายเต็มหน้าผาก "เพลิงมารกลืนวิญญาณเก้าอเวจี เป็นเพลิงสวรรค์ที่มีเจตจำนงแห่งความอาฆาตสูงที่สุด บัดนี้มันรู้ตัวแล้วว่าถูกข้ากักขัง มันกำลังจุดระเบิดพลังทำลายล้างเพื่อแผดเผาเตาหลอมเทวะของข้าจากภายใน! หากข้าไม่รีบสกัดกลั่นและหลอมรวมมันเดี๋ยวนี้ เตาหลอมของข้าต้องปริแตก และร่างของข้าก็คงถูกเผาจนไม่เหลือแม้แต่เถ้าถ่าน!"

    สตรีศักดิ์สิทธิ์หน้าถอดสี นางรู้ดีว่าเพลิงสวรรค์นั้นอันตรายเพียงใด ลำพังเพียงเพลิงอสนีบาตเก้าชั้นฟ้าดวงเดียว ก็ทำให้นางต้องทนทุกข์ทรมานมานานนับปี แต่นี่เขากำลังพยายามจะหลอมรวมเพลิงสวรรค์ดวงที่สี่เข้าสู่ร่างกาย! ช่างเป็นการกระทำที่ท้าทายสัจธรรมของฟ้าดินอย่างถึงที่สุด!

    "ที่นี่อยู่ห่างจากเทือกเขากะโหลกโลหิตหลายหมื่นลี้ ถือว่าปลอดภัยในระดับหนึ่ง จินหลิน! ออกมาคุ้มกัน!"

    ซูหลงอวิ๋นตวาดสั่งการ ราชสีห์เพลิงพุ่งทะยานออกจากถุงวิญญาณ มันแผดเสียงคำรามก้อง ก่อนจะกางอาณาเขตเพลิงคุ้มครองรอบด้าน ซูหลงอวิ๋นไม่รอช้า เขากวาดสายตามองไปเห็นถ้ำลึกที่ซ่อนตัวอยู่ใต้ชะง่อนผา เขารีบพยุงร่างของตนเองก้าวเดินเข้าไปภายในนั้น หลิงอวี้ซีรีบตามเข้าไปและกาง 'ค่ายกลปิดผนึกเหมันต์ซ่อนสวรรค์' ปิดปากถ้ำซ้อนทับอีกเจ็ดชั้นอย่างแน่นหนา

    ภายในถ้ำที่มืดมิด ซูหลงอวิ๋นนั่งขัดสมาธิลงบนพื้นศิลา เขาสูดลมหายใจลึก ปรับสภาวะจิตใจให้เข้าสู่ความสงบนิ่งขั้นสูงสุด ทิ้งความเจ็บปวดทางกายเนื้อไว้เบื้องหลัง

    "เพลิงมารกลืนวิญญาณเก้าอเวจี... เจ้าคิดว่าเศษเสี้ยวความแค้นของมดปลวก จะสามารถเผาผลาญจักรพรรดิผู้นี้ได้งั้นรึ? ฝันไปเถิด!"

    มัจจุราชหนุ่มประสานอินด้วยมือทั้งสองข้าง ทารกวิญญาณหยินหยางเทวะในจุดตันเถียนเบิกตากว้าง ปลดปล่อยแสงสว่างสีทองคำและสีขาวบริสุทธิ์ออกมากดทับเตาหลอมเก้ามังกร!

    แกรก!

    ฝาเตาหลอมถูกแง้มออกเพียงรอยแยกเล็กๆ ทว่าเพียงแค่นั้น ก็มากพอที่จะทำให้คลื่นเพลิงสีดำทมิฬที่แฝงด้วยใบหน้าภูตผีนับแสน พุ่งทะลักออกมาอย่างเกรี้ยวกราด! เสียงกรีดร้องโหยหวนดังก้องไปทั่วห้วงวิญญาณ มันพยายามจะกัดกินเส้นชีพจรและทะเลวิญญาณของซูหลงอวิ๋นในพริบตา!

    "สยบ!"

    ซูหลงอวิ๋นตวาดก้องในห้วงความนึกคิด!

    เขาปลดปล่อยเพลิงสวรรค์ที่อยู่ในครอบครองทั้งสามดวงออกมาพร้อมกัน!

    'เพลิงเยือกแข็งกระดูกปรโลก' แปรสภาพเป็นกำแพงน้ำแข็งสีขาวทมิฬ สกัดกั้นการลุกลามของเพลิงมาร!

    'เพลิงสุริยันผลาญเอกภพ' แปรสภาพเป็นหอกสีทองคำนับหมื่นเล่ม พุ่งทะลวงเข้าแผดเผาใบหน้าภูตผีที่แฝงอยู่ในเพลิงดำ!

    และ 'เพลิงอสนีบาตเก้าชั้นฟ้า' แปรสภาพเป็นตาข่ายสายฟ้าสีม่วงทอง พุ่งเข้ารัดพันและกดข่มเจตจำนงอันเกรี้ยวกราดของเพลิงมารกลืนวิญญาณเก้าอเวจีเอาไว้!

    การปะทะกันของมหัคฆเพลิงทั้งสี่ดวง ภายในร่างกายของมนุษย์ผู้หนึ่ง! นี่คือปาฏิหาริย์ที่แม้แต่ทวยเทพบนสรวงสวรรค์ยังต้องหลั่งเหงื่อเย็น!

    "อ๊ากกกกกก!"

    ความเจ็บปวดที่เหนือล้ำกว่าการถูกฉีกทึ้งวิญญาณนับพันครั้ง ถาโถมเข้าใส่สติสัมปชัญญะของซูหลงอวิ๋น ร่างกายของเขาสั่นสะท้านอย่างรุนแรง ผิวหนังบางส่วนปริแตกและมีเลือดสีทองคำไหลซึม กายามังกรเทวะที่ว่าแข็งแกร่ง กำลังถูกพลังทำลายล้างสี่ขั้วทดสอบจนถึงขีดจำกัด!

    หลิงอวี้ซีที่นั่งเฝ้าอยู่เบื้องหน้า กัดริมฝีปากจนห้อเลือด นางไม่อาจยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือได้ เพราะการแทรกแซงของพลังภายนอกรังแต่จะทำให้สมดุลของเพลิงสวรรค์พังทลาย นางทำได้เพียงส่งกระแสปราณเหมันต์อันอ่อนโยน ไปช่วยหล่อเลี้ยงอวัยวะภายในของเขาไม่ให้แหลกสลายไปเสียก่อน

    "เจ้าต้องทนให้ได้ ซูหลงอวิ๋น... หากเจ้าตาย ข้าจะไม่มีวันให้อภัยเจ้า" นางพึมพำเสียงสั่น

    ในห้วงทะเลวิญญาณอันกว้างใหญ่ไร้ขอบเขตของซูหลงอวิ๋น การต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือด เพลิงมารกลืนวิญญาณเก้าอเวจี พยายามต่อต้านอย่างสุดกำลัง มันดึงเอาความแค้นของซากศพนับล้านในทะเลสาบโลหิต มาเป็นพลังงานขับเคลื่อน หมายจะกลืนกินทารกวิญญาณของเด็กหนุ่มให้จงได้!

    "ต่อหน้าคัมภีร์จักรพรรดิเทพยุทธ์... ความแค้นของปุถุชน ล้วนเป็นเพียงสายลมที่พัดผ่าน!"

    วิ้งงงงงงง!

    ภาพนิมิตของคัมภีร์สีทองคำขนาดยักษ์ ปรากฏขึ้นเหนือทะเลวิญญาณ! ตัวอักษรสัจธรรมนับหมื่นตัวส่องประกายเจิดจ้า อำนาจการปกครองที่แท้จริงแห่งวิถีเทวะ กดทับลงมาบนเพลิงมารสีดำทมิฬ!

    เมื่อต้องเผชิญหน้ากับกลิ่นอายของ 'จักรพรรดิ' ผู้ตั้งกฎเกณฑ์แห่งฟ้าดิน เจตจำนงของเพลิงมารที่เคยเกรี้ยวกราด ก็เริ่มสั่นคลอนและเกิดความหวาดกลัว! มันเป็นเพียงพลังงานแห่งธรรมชาติ ย่อมไม่อาจต่อต้านสัจธรรมที่สูงส่งกว่าได้!

    "จงยอมสยบ! และกลายเป็นส่วนหนึ่งของรากฐานแห่งข้าเสีย!"

    ซูหลงอวิ๋นเร่งเร้าพลังวิญญาณขั้นสูงสุด ทารกวิญญาณหยินหยางเทวะอ้าปากกว้าง ดูดกลืนเอาเพลิงสีดำที่ถูกกดข่มจนอ่อนแรง เข้าสู่ร่างกายของทารกวิญญาณอย่างตะกละตะกลาม!

    ซูมมมมมม!

    วินาทีที่เพลิงมารกลืนวิญญาณเก้าอเวจี ถูกผสานเข้าเป็นหนึ่งเดียวกับทารกวิญญาณ... การเปลี่ยนแปลงอันยิ่งใหญ่ระดับพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินก็บังเกิดขึ้น!

    ปังงงงงงงงง!!!!!

    คลื่นพลังลมปราณอันมหาศาล ระเบิดออกจากร่างของซูหลงอวิ๋นประดุจโลกาวินาศ! ถ้ำหินที่ถูกสกัดไว้สั่นสะเทือนจนแทบจะถล่มลงมา ค่ายกลปิดผนึกเจ็ดชั้นของหลิงอวี้ซีเกิดรอยร้าวอย่างรุนแรง!

    พลังยุทธ์ในร่างของซูหลงอวิ๋น พุ่งทะยานขึ้นอย่างบ้าคลั่ง!

    จากขอบเขตวิญญาณก่อกำเนิดขั้นกลาง... ทะลวงกำแพงที่ขวางกั้นอย่างง่ายดาย!

    ขอบเขตวิญญาณก่อกำเนิด ขั้นสูง! (ขอบเขตที่ 4 ขั้นสูง)

    ทว่าพลังงานของเพลิงสวรรค์ดวงที่สี่ มหาศาลเกินกว่าจะหยุดอยู่เพียงแค่นั้น! มันยังคงผลักดันพลังของเขาให้ทะยานสูงขึ้นไปอีก ประดุจมังกรที่พุ่งทะยานขึ้นสู่เก้าชั้นฟ้า!

    ปัง!

    เสียงทึบๆ ดังก้องจากภายในจุดตันเถียน! ลมปราณในร่างของเขาควบแน่นจนกลายเป็นของเหลวสีทองและสีดำที่อัดแน่นไปด้วยสัจธรรมแห่งการทำลายล้าง!

    ขอบเขตวิญญาณก่อกำเนิด ขั้นสูงสุด! (ขอบเขตที่ 4 ขั้นสูงสุด)!

    เขาหยุดอยู่เพียงครึ่งก้าว ก็จะสามารถทะลวงเข้าสู่ขอบเขตที่ห้า 'ตัดวิญญาณ' ได้อย่างสมบูรณ์! การดูดซับเพลิงสวรรค์ดวงนี้ ช่วยย่นระยะเวลาการบ่มเพาะของเขาไปได้นับร้อยปี!

    ซูหลงอวิ๋นค่อยๆ เปิดเปลือกตาขึ้นอย่างเชื่องช้า

    ทว่า สิ่งที่หลิงอวี้ซีได้เห็น กลับทำให้นางต้องลอบสูดลมหายใจด้วยความสยดสยองระคนหลงใหล!

    นัยน์ตาซ้ายของซูหลงอวิ๋น บัดนี้กลายเป็นสีดำสนิทที่แฝงไปด้วยประกายสีเขียวคล้ำของเพลิงมาร มันลึกล้ำ เยือกเย็น และสามารถมองทะลุลงไปถึงก้นบึ้งของวิญญาณ! ส่วนนัยน์ตาขวาของเขา ยังคงเป็นสีทองคำบริสุทธิ์ที่ส่องประกายสัจธรรมแห่งแสงสว่างและการแผดเผา!

    สองขั้วแห่งสัจธรรม... ความตายอันมืดมิด และแสงสว่างอันศักดิ์สิทธิ์ สถิตอยู่ในดวงตาของบุรุษผู้เดียว!

    "เนตรมารกลืนวิญญาณเก้าอเวจี..."

    ซูหลงอวิ๋นพึมพำแผ่วเบา สุรเสียงของเขาดังกังวานก้องเข้าไปในจิตวิญญาณของผู้ฟัง เขาลูบเปลือกตาซ้ายของตนเองเบาๆ "ยอดเยี่ยม... การหลอมรวมเพลิงมารดวงนี้ มิเพียงแต่ยกระดับพลังปราณของข้า ทว่ามันยังมอบ 'ทักษะเนตร' ระดับเทวะให้แก่ข้าด้วย บัดนี้ เพียงแค่ข้าปรายตามอง ผู้ที่อยู่ต่ำกว่าขอบเขตตัดวิญญาณ วิญญาณของพวกมันก็จะถูกข้าสูบกลืนจนดับสูญโดยที่ข้าไม่ต้องขยับนิ้วแม้แต่นิดเดียว!"

    เขากำหมัดแน่น สัมผัสถึงพละกำลังที่เอ่อล้นประดุจมหาสมุทรที่กำลังเดือดพล่าน "วิญญาณก่อกำเนิดขั้นสูงสุด... ผสานกับเพลิงสวรรค์สี่ดวง และทารกวิญญาณเทวะ... บัดนี้ หากข้าต้องเผชิญหน้ากับขอบเขต 'บรรพชนศักดิ์สิทธิ์ขั้นต้นและขั้นกลาง' ข้าสามารถบดขยี้พวกมันได้ด้วยกำลังของตนเอง โดยมิต้องอาศัยค่ายกลหรือเล่ห์เหลี่ยมใดๆ อีกต่อไป!"

    นี่คือการก้าวกระโดดที่ทำลายกฎเกณฑ์ทุกตำราในมหาทวีป! ผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตที่สี่ ที่สามารถสังหารขอบเขตที่หกได้อย่างง่ายดาย! จักรพรรดิเทพยุทธ์ ได้ทวงคืนอำนาจของตนเองกลับมาอีกส่วนหนึ่งแล้ว!

    หลิงอวี้ซีมองดูบุรุษเบื้องหน้าด้วยสายตาที่ซับซ้อนอย่างถึงที่สุด นางพบว่าตนเองไม่อาจละสายตาจากความสง่างามที่แฝงไปด้วยความอันตรายนี้ได้เลย

    "ยินดีด้วย ที่เจ้าทะลวงขอบเขตสำเร็จ... ซ้ำยังไม่ตายอย่างที่ข้ากังวล" นางเอ่ยเสียงเรียบ ทว่ามุมปากกลับยกยิ้มบางๆ

    ซูหลงอวิ๋นหันมายิ้มให้นาง รอยยิ้มของเขาทำให้บรรยากาศที่กดดันผ่อนคลายลง "เป็นเพราะได้ปราณเหมันต์ของเจ้าช่วยประคองชีพจรไว้ ข้าจึงรอดพ้นจากความเสียหายมาได้... ขอบใจเจ้ามาก อวี้ซี"

    คำขอบคุณที่หาได้ยากยิ่งจากปากของคนเย่อหยิ่งเยี่ยงเขา ทำให้สตรีศักดิ์สิทธิ์ถึงกับชะงักงัน ใบหน้าของนางซับสีระเรื่อขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้ ทว่านางก็รีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติอย่างรวดเร็ว

    "ไม่ต้องมาทำเป็นพูดดี บัดนี้เจ้าแข็งแกร่งขึ้นแล้ว ทว่าศัตรูของพวกเราก็อันตรายขึ้นเช่นกัน... การที่เจ้าขโมยเพลิงสวรรค์ไปจากตาแก่จ้านอู๋หยา ย่อมทำให้มหาทวีปประจิมวิญญาณลุกเป็นไฟไม่ต่างจากแดนอุดรเหมันต์" นางกล่าวเตือนสติ

    ซูหลงอวิ๋นลุกขึ้นยืน เขาสะบัดเสื้อคลุมสีขาวขลิบทอง นัยน์ตาสองสีสาดประกายคมกริบ

    "ข้าย่อมรู้ดี... และข้าก็สัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงของ 'กฎเกณฑ์ฟ้าดิน' ที่กำลังเกิดขึ้นในเวลานี้ด้วย"

    ...

    ในเวลาเดียวกัน ณ ใจกลางเทือกเขากะโหลกโลหิต

    เสียงคำรามด้วยความโกรธแค้นที่สามารถฉีกกระชากสวรรค์ ดังก้องสะท้านมาจากหุบเหวทะเลสาบเลือด!

    "อ๊ากกกกกก! ไอ้เด็กนรก! ข้าจะสับเจ้าเป็นหมื่นชิ้น! ข้าจะสูบวิญญาณเก้าชั่วโคตรของเจ้ามาเผาในตะเกียงนรกตลอดกาล!"

    'จ้านอู๋หยา' จักรพรรดิมารโลหิตผู้ยิ่งใหญ่แห่งขอบเขตที่แปด พุ่งทะยานขึ้นมาจากซากปรักหักพังของค่ายกล สภาพของมันในยามนี้ดูน่าสยดสยองยิ่งนัก ผิวหนังถูกพลังสะท้อนกลับแผดเผาจนไหม้เกรียม จุดตันเถียนได้รับความเสียหายอย่างหนัก แม้จะไม่ถึงตาย ทว่าพลังยุทธ์ของมันก็ลดทอนลงไปมหาศาล และไม่อาจฟื้นฟูได้ในเวลาอันสั้น

    ความหวังที่จะทะลวงเข้าสู่ขั้นกลางของมัน ถูกทำลายป่นปี้ด้วยน้ำมือของเด็กหนุ่มวิญญาณก่อกำเนิด! ความอัปยศนี้ ลึกล้ำยิ่งกว่าการถูกมีดแทงทะลุหัวใจ!

    จ้านอู๋หยาแหงนหน้าขึ้นมองท้องฟ้า มันกัดนิ้วของตนเองจนเลือดไหลริน ก่อนจะวาดอักขระโลหิตขนาดยักษ์ขึ้นกลางอากาศ

    "ค่ายกลสื่อสารระดับจักรพรรดิ... เชื่อมต่อ!"

    วิ้งงงง!

    อักขระโลหิตส่องแสงสว่างวาบ ทะลวงผ่านกฎเกณฑ์ของมิติ เชื่อมโยงจิตสัมผัสของมันไปยังตัวตนระดับสูงสุดที่อยู่อีกสองมหาทวีปที่เหลือ!

    เพียงชั่วอึดใจ ภาพนิมิตของบุคคลสองคนก็ปรากฏขึ้นกลางอากาศ

    ผู้หนึ่ง คือชายชราในชุดนักพรตสีขาวบริสุทธิ์ พระพักตร์ลึกล้ำประดุจจักรวาล... 'นักพรตเทียนจี' ประมุขแห่งดินแดนศักดิ์สิทธิ์หมื่นเต๋า จักรพรรดิยุทธ (ขอบเขตที่ 8)!

    อีกผู้หนึ่ง คือสตรีผู้มีใบหน้างดงามทว่าเยียบเย็นและเต็มไปด้วยรังสีสังหาร แขนซ้ายของนางยังคงมีร่องรอยบาดเจ็บ... 'ไป๋รั่วปิง' ประมุขแห่งวังวังวนเหมันต์ ราชันย์ยุทธ์ขั้นสูงสุด (ขอบเขตที่ 7)!

    การรวมตัวของสามขุมอำนาจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกปุถุชน! การประชุมของตัวตนที่สามารถกำหนดความเป็นตายของทุกสรรพสิ่ง!

    "จ้านอู๋หยา... สหายเก่า ไม่ได้พบกันเสียนาน เหตุใดสภาพของเจ้าจึงได้ดูเอน็จอนาถถึงเพียงนี้?" นักพรตเทียนจีเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าแฝงความเย้ยหยันเล็กน้อย

    "หุบปากของเจ้าเสีย เทียนจี! ข้ามิได้เรียกพวกเจ้ามาเพื่อฟังสุนทรพจน์!"

    จ้านอู๋หยาตวาดก้อง นัยน์ตาสีเลือดสาดประกายความแค้น "ข้าเรียกพวกเจ้ามา เพื่อแจ้งให้ทราบว่า มี 'ตัวแปร' ที่อยู่นอกเหนือการควบคุม กำลังปั่นป่วนโลกใบนี้! มันคือบุรุษหนุ่มในชุดคลุมสีขาว ที่มีพลังวิญญาณก่อกำเนิด ทว่ากลับมีความสามารถในการแฮกค่ายกลและขโมย 'เพลิงมารกลืนวิญญาณ' ของข้าไปต่อหน้าต่อตา! ซ้ำมันยังมีสตรีผู้มีพลังเหมันต์ระดับราชันย์ยุทธ์คอยติดตาม!"

    เมื่อได้ยินคำบรรยายนั้น ทั้งนักพรตเทียนจีและไป๋รั่วปิง ต่างก็เบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงและโกรธเกรี้ยว!

    "บุรุษชุดขาว... และสตรีราชันย์ยุทธ์ธาตุเหมันต์!" ไป๋รั่วปิงเค้นเสียงลอดไรฟัน ความแค้นที่แขนซ้ายถูกทำลายปะทุขึ้นมาอีกครั้ง "เป็นพวกมัน! ไอ้พวกเดรัจฉานที่ทำลายค่ายกลกึ่งเทพของข้า และสังหารคนของข้าไปนับหมื่น!"

    "สตรีผู้นั้น... ต้องเป็นหลิงอวี้ซี ศิษย์ทรยศของข้าเป็นแน่..."

    นักพรตเทียนจีหรี่ตาลง กลิ่นอายความเมตตาจอมปลอมมลายหายไปจนสิ้น เหลือเพียงความเหี้ยมเกรียม "พวกมัน... คือคนเดียวกับที่ขโมย 'เพลิงอสนีบาตเก้าชั้นฟ้า' ของข้าไปจากหอคอยหมื่นเต๋า! ไม่นึกเลยว่า หลังจากหนีรอดจากข้าไปได้ พวกมันยังจะกล้าไปลูบคมพวกเจ้าถึงในถิ่น!"

    ผู้นำสูงสุดทั้งสามต่างมองหน้ากัน ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ ก่อนที่ความเคียดแค้นและความตระหนักถึง 'ภัยคุกคาม' ที่แท้จริงจะก่อตัวขึ้นในใจของพวกมัน

    เด็กหนุ่มขอบเขตวิญญาณก่อกำเนิดผู้หนึ่ง... สามารถลูบคม ขโมยสมบัติ และสร้างบาดแผลให้แก่ตัวตนระดับจักรพรรดิยุทธและราชันย์ยุทธ์ถึงสามคน! นี่มิใช่อัจฉริยะธรรมดา ทว่ามันคือ 'สัตว์ประหลาด' ที่หากปล่อยให้เติบโตต่อไป ย่อมกลายเป็นภัยพิบัติที่กวาดล้างขุมอำนาจของพวกมันจนสิ้นซาก!

    "ในเมื่อพวกเรามีศัตรูคนเดียวกัน... ความขัดแย้งระหว่างมหาทวีป ควรถูกปัดตกไปชั่วคราว"

    จ้านอู๋หยาเสนอขึ้นด้วยน้ำเสียงเหี้ยมเกรียม "ข้าขอเสนอให้พวกเรา... ประทับตรา 'ประกาศิตสังหารสวรรค์สามมหาทวีป'! ระดมกองกำลังทั้งหมด ทั้งฝ่ายธรรมะและฝ่ายมาร ล่าหัวไอ้เด็กชุดขาวและนังศิษย์ทรยศนั่น! ไม่ว่าพวกมันจะหนีไปสุดหล้าฟ้าเขียว หรือมุดลงไปในนรกขุมที่สิบแปด พวกเราต้องจับพวกมันมาสับเป็นชิ้นๆ ให้จงได้!"

    "ข้าเห็นด้วย!" ไป๋รั่วปิงตอบรับทันที นัยน์ตาสีฟ้าครามสาดประกายความตาย "ข้าจะส่งหน่วยลอบสังหารเหมันต์ทั้งหมดของข้าออกไป!"

    "ประเสริฐ... ดินแดนศักดิ์สิทธิ์หมื่นเต๋า ยินดีเข้าร่วม" นักพรตเทียนจีพยักหน้าช้าๆ "บัดนี้ พวกมันคงอยู่ในมหาทวีปประจิมวิญญาณ จ้านอู๋หยา... เจ้าจงปิดพรมแดนทั้งหมด อย่าให้พวกมันเล็ดลอดออกไปได้ พวกข้าจะส่งกองทัพยอดฝีมือขอบเขตบรรพชนศักดิ์สิทธิ์และราชันย์ยุทธ์ ไปสมทบกับเจ้าในไม่ช้า!"

    การประสานมือของสามมหาอำนาจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกปุถุชน! ประกาศิตสังหารที่แสนโหดร้ายและยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์นับแสนปี ได้ถูกประกาศกร้าวขึ้นแล้ว! โลกทั้งใบกำลังมุ่งเป้าหมายมาที่มัจจุราชหนุ่มเพียงผู้เดียว!

    ...

    กลับมาที่โพรงถ้ำอันเงียบสงบ

    ซูหลงอวิ๋นยืนอยู่หน้าปากถ้ำ เขาทอดสายตามองขึ้นไปยังท้องฟ้าสีเลือดที่บัดนี้เกิดปรากฏการณ์แปลกประหลาด เมฆหมอกก่อตัวเป็นรูป 'กากบาทสีโลหิต' ขนาดยักษ์ที่มองเห็นได้จากทุกหนทุกแห่งในโลกใบนี้! มันคือสัญลักษณ์ของประกาศิตสังหารสวรรค์!

    หลิงอวี้ซีเดินมายืนเคียงข้างเขา นางมองดูสัญลักษณ์นั้นด้วยสีหน้าเคร่งเครียด "สัญลักษณ์นั่น... ตาแก่เทียนจีและประมุขคนอื่นๆ คงรู้แล้วว่าเราคือคนเดียวกันที่ก่อเรื่องในทุกมหาทวีป บัดนี้... ห้ามหาทวีปทั้งหมด กลายเป็นศัตรูกับพวกเราอย่างสมบูรณ์ พวกเราไร้ซึ่งที่ซ่อนตัวอีกต่อไปแล้ว"

    "ห้ามหาทวีป... ก็เป็นแค่แผ่นดินของพวกกบในกะลา"

    ซูหลงอวิ๋นแค่นเสียงหัวเราะอย่างโอหัง นัยน์ตาสองสีของเขาสาดประกายความท้าทายที่ทำให้สวรรค์ต้องสั่นสะท้าน เขามิได้หวาดกลัว ทว่าเขากลับรู้สึกเลือดในกายสูบฉีดด้วยความตื่นเต้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมานาน!

    "ในเมื่อพวกมันอยากจะล่าข้านัก... ข้าก็จะให้พวกมันได้ล่าสมใจ ทว่า... พวกมันคิดหรือว่า เหยื่ออย่างข้า จะยอมรอให้พวกมันมารุมทึ้งอยู่ฝ่ายเดียว?"

    ซูหลงอวิ๋นหันมามองสตรีโฉมงาม รอยยิ้มมัจจุราชกว้างขึ้น "อวี้ซี... การหนีซ่อนตัวจบลงแล้ว บัดนี้ ข้ามีพลังมากพอที่จะทะลวงขอบเขต และก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุด ขุมอำนาจเหล่านี้ รังแต่จะทำให้น่ารำคาญ..."

    "พวกเราจะออกจากมหาทวีปประจิมวิญญาณ... มุ่งหน้าสู่ 'ใจกลางแห่งโลกหล้า' ดินแดนที่ซ่อนเร้นสมบัติชิ้นสุดท้ายของจักรพรรดิเทพยุทธ์..."

    เขาชี้มือขึ้นสู่ท้องฟ้า ทะลวงผ่านกากบาทโลหิตนั้นไป! "ปล่อยให้พวกมันตามล่าข้าไปเถิด เมื่อข้ากลับมาอีกครั้ง ข้าจะเหยียบย่ำมหาทวีปทั้งห้าให้จมดิน และเปลี่ยนพวกมันให้กลายเป็นเพียงแท่นเหยียบย่างสู่ความยิ่งใหญ่ของข้า!"

    มหาสงครามแห่งการนองเลือดที่แท้จริง ได้เปิดม่านขึ้นแล้ว! การผจญภัยเพื่อบ

    รรลุวิถีเทวะของซูหลงอวิ๋น กำลังจะก้าวเข้าสู่สมรภูมิที่ยิ่งใหญ่และโหดร้ายที่สุดในชีวิต!


    (จบบทที่ 58)

    คล้ายกับเรื่องวิถีเทวะ : กำเนิดคัมภีร์จักรพรรดิเทพยุทธ์ ที่คุณอ่าน

    เส้นทางเทพยุทธ์​ (Trail of God)

    เส้นทางเทพยุทธ์​ (Trail of God)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    152K 152
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    บันทึกสงครามวอร์เทนเนีย (Wortenia Senki)

    บันทึกสงครามวอร์เทนเนีย (Wortenia Senki)

    นิยาย แฟนตาซี
    64K 246
    ท้าทายดินแดนพระเจ้า

    ท้าทายดินแดนพระเจ้า

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.45M 5206
    เลเวลอัพ

    เลเวลอัพ

    นิยาย เกมออนไลน์
    738K 4984
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ระบบเซียนหมื่นวิถี (นิยายแปล)

    ระบบเซียนหมื่นวิถี (นิยายแปล)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    271K 1043
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    เทพยุทธ์แห่งใต้หล้า [แปลจบแล้ว]

    เทพยุทธ์แห่งใต้หล้า [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    7.72M 2500