“ลู่จิวสินะ”
“ครับ”
บรรยากาศกดดันทำเอาลู่จิวหายใจไม่ทั่วท้อง แม้พี่สาวตรงหน้าจะสวยมากอย่างที่ตงฟางบอก บรรยากาศรอบๆตัวของเธอกลับน่ากลัวเป็นอย่างมาก ไม่ต่างจากยืนอยู่กลางดงของสัตว์อสูร ลู่จิวที่มาส่งแหวนเก็บของตามที่ตงฟางบอกทำได้เพียงแค่พยักหนักตอบคำถามเท่านั้น อย่างไรก็ตามหลังจากเขามอบแหวนให้พี่ซิงเยียนท่าทีของเธอก็เปลี่ยนไปอย่างกับเป็นคนละคนกัน เมื่อรู้ว่าสิ่งที่เขายื่นให้มาจากตงฟาง
“ลู่จิว เอาล่ะพี่สาวจะให้ยายี่จงเช่นเดิม ส่วนคนคุ้มกัน 20 คนพี่สาวเตรียมเอาไว้แล้ว ขอให้เดินทางปลอดภัย”
“ครับ
“ตงฟางฝากอะไรมาบอกพี่สาวด้วยไหม”
“ไม่ครับ มันบอกให้ผมมอบแหวนพอ”
“งั้นก็ขอให้เดินทางปลอดภัย”
—-------
“ไหนดูซิ ส่งอะไรมาให้พี่สาวกัน หืม!”
ซิงเยียนเบิกตากว้างกับสิ่งที่อยู่ในแหวนเก็บของ มันเป็นสิ่งที่เธอไม่กล้าจะแตะต้องเพราะราคาของมันสูงเกินไป แม้หอประมูลโคมกระจ่างจะเคยเก็บมันมาขาย แต่ก็เมื่อหลายสิบปีก่อน ตอนนี้ตงฟางกลับนำมามอบให้เธอพร้อมกับเขียนจดหมายมาด้วยเธอจึงรีบเปิดอ่าน
“วาห์ ทำไมไม่มีคำหวานๆฝากด้วยนะ ”
ซิงเยียนรีบวิ่งกลับเข้าไปในห้องด้วยท่าทางตื่นเต้นแล้วทำตามคำแนะนำของตงฟางให้เธอกินมันหนึ่งผล ส่วนอีกผลที่เหลือเธอจะทำยังไงก็ได้ จะขายหรือว่าจะกินมันเธอเป็นคนตัดสินใจ แต่ตงฟางยังคงอยากให้เธอกิน ซิงเยียนจึงจะทำตามจดหมายของตงฟางด้วยการกินมันทั้ง 2 ลูกไม่คิดจะนำมันออกมาขาย
เธอได้ยินข่าวของกลุ่มคนที่เข้าไปหาผลน้ำพุแห่งวิญญาณเมื่อวาน พวกเขากลับมาพร้อมกับพูดถึงเรื่องแปลกประหลาดแล้วก็หลายคนตกตาย การนำมันออกมาขายอาจจะทำให้เธอมีส่วนเกี่ยวข้องกับการพุ่งตัวหายไปของผลน้ำพุแห่งวิญญาณได้ หากเธอไม่ใช่เจ้าของพวกเขาเหล่านั้นก็ต้องบีบบังคับให้เธอยอมบอกคนที่นำเข้าประมูล เพื่อตัดปัญหาเธอจึงต้องกินมันทั้งสองลูกตามความหวังดีของตงฟาง
—--------------------------------
“เฮ่ยดูนั่น เป็นเขา”
“ใคร มันเป็นใคร แล้วทำไมถึงดูไม่ต่างจากเด็กอายุ 15 ”
ศิษย์สายในจำนวนมากมองไปยังตงฟาง หากนับอายุทางใบหน้า ตงฟางไม่ต่างจากเด็กยืนอยู่ในกลุ่มของผู้ใหญ่เลยสักนิด ส่วนสูงของเขาก็ยังไม่ถึงมาตรฐานของผู้ชาย จึงทำให้เขาโดดเด่นไม่น้อย เรื่องพลังวิญญาณของเขาก็โดดเด่นไม่ต่างกัน ทำให้ศิษย์สายในที่ล้วนอายุ 20 กว่ามองจ้องเขาด้วยความสงสัย บางคนมีความไม่พอใจกับความสามารถของตงฟางที่เกินหน้าเกินตาพวกมันไป
“ตงฟาง คนที่ผ่านการทดสอบระดับ 5 ของ 2 ตึก”
“ฮะ มันเนี๊ยนะ ระดับเพียงก่อตั้งวิญญาณขั้น 6 จะเป็นไปได้ยังไงกัน”
“ตามข่าวบอกมาอย่างนั้น ตอนนี้ใครต่างก็มองเขาทั้งนั้น บ้างก็บอกว่าเป็นคลื่นลูกใหม่ของสถาบัน บ้างก็บอกว่าเขาจะกลายเป็นผู้แข็งแกร่งที่สุด”
“แต่ข้าว่ามันก็เป็นแค่ข่าวลือเท่านั้นแหละ เป็นนักหลอมยาระดับ 3 แล้วยังไง เป็นนักเล่นแร่แปรธาตุระดับ 4 แล้วยังไง แม้มันจะเป็นนักยันต์ระดับ 3 ด้วยระดับพลังแค่ก่อตั้งวิญญาณ เดี๋ยวมันก็ได้ตายเพราะความโดดเด่น”
“ได้ยินว่ามันมีเรื่องกับตระกูลจงด้วย ตอนนี้จงหูที่เป็นศิษย์โดยตรงโกรธมากๆ คิดว่าวันนี้มันน่าจะถูกเล่นงานแน่นอน”
“เหอะๆ อัฉริยะเหรอ สุดท้ายก็ตายด้วยน้ำมือคนที่บ่มเพาะมาก่อน”
“ให้ตายสิ พวกนี้มันจะขี้อิจฉาไปแล้ว” ตงฟางถอนหายใจออกมาด้วยความรู้สึกหนักอกหนักใจ พวกผู้ชายที่มองเขาส่วนมากมองเขาในทางไม่ดี ผิดจากศิษย์สายในที่เป็นผู้หญิง เพราะพวกเธอกำลังนำความจริงของตงฟางมาพูด
โดยเขายังไม่เห็นคำนินทาเลยสักนิด มีเพียงแค่คำพูดที่บอกว่าเขา เก่ง ฉลาด มีความสามารถ แล้วเขาก็เป็นเด็กหล่อ จนตัวของเขาที่แอบฟังศิษย์สายในทางฝั่งผู้หญิงคุยกันถึงขั้นฉีกยิ้ม ไม่สนใจศิษย์ผู้ชายเลยสักนิดเดียว ต่อให้มันจะด่าเขาก็ตาม ยังไงคำพูดของศิษย์หญิงก็สามารถเยียวยาวใจของเขาได้ทุกครั้งที่เขาแอบฟัง
“ตงฟาง!”
เสียงร้องตะโกนดังมาจากทางด้านหลัง ไม่นานศิษย์สายในมากมายต่างก็แหวกทางหลังจากถูกพลังระดับผสานวิญญาณขั้น 9 ข่มขู่
“เจ้าเป็นใครเหรอ ?” ตงฟางเอียงคอสงสัย แกล้งทำเป็นไม่รู้จักคนที่ร้องตะโกนด่าเขา ทั้งๆที่เขารู้จักมันดี แม้จะเจอกันเพียงแค่ครั้งเดียว แต่การส่งคนของมันมาทำลายบ้านของเขา ทำให้ตงฟางพยายามจำมัน
“นี่เจ้า….ได้ ข้าจะบอกเจ้าใหม่ก็ได้ ข้าจงชาง เป็นศิษย์สายในลำดับที่ 81 วันนี้ข้า…”
“โอ้ว จงชางเองเหรอ ข้าตงฟาง ศิษย์สายในลำดับที่ 345 ยินดีที่ได้รู้จัก เอาล่ะ เงียบหน่อยก็ดีนะ มันรบกวนคนอื่นๆ”
ตงฟางทำหน้าปกติของเขา ไม่รู้ร้อนรู้หนาว ด้วยการเอ่ยชื่อของจงชางอย่างสนิทไม่ต่างจากคนอายุรุ่นเดียวกัน ทำให้มันโกรธเป็นอย่างมากจนเส้นเลือดปูนโปนขึ้นบนใบหน้า ทันใดนั้นมันก็เริ่มระเบิดพลังออกมา แต่ตงฟางกลับยิ้มแล้วชี้นิ้วไปยังยอดตึกเป็นเวลาเดียวกันกับอาจารย์ปรากฎตัว
“เจ้ากำลังจะต่อสู้ในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้อย่างนั้นเหรอ เจ้าคงไม่อยากเข้าไปแล้วใช่ไหม”
“เจ้า” ตงฟางกลั้นขำ เขาเห็นอาจารย์ลอยมาตั้งแต่ไกลแล้วจึงพยายามยุแหย่ให้จงชางระเบิดพลังความโกรธออกมา แล้วก็เป็นไปตามคาดเพราะตอนนี้มันกำลังถูกตำหนิจากอาจารย์ที่มาเปิดประตูหออาวุธเฟยเทียน
“ฝากไว้ก่อนเถอะ แกจะไม่ได้ออกมาจากหออาวุธเฟยเทียน”
“แกทำได้เหรอจงชาง จากข่าวบอกเอาไว้ว่าคนที่เข้าไปมีเพียงศิษย์ในเท่านั้น”
“เหอะ ข้าจะไม่พูดมาก ทุกอย่างแกจะเห็นด้วยตาตัวเอง ว่าข้าจะฆ่าเจ้ายังไง”
ตงฟางไม่ตอบโต้ใดๆ อีก เขาเพียงแค่เดินหลบหลีกหายเข้าไปในกลุ่มของศิษย์จนไปโผล่ทางฝั่งศิษย์พี่หญิง ด้วยการหลบมาอยู่ตรงนี้เขาเชื่อว่าพวกผู้ชายไม่กล้าเดินมาหาเรื่องเขาอย่างแน่นอน
“ตายจริง มองใกล้ๆหล่อไม่เบาเลยนะเราอะ”
“จริงด้วยๆ ดูสิ แม้กล้ามจะไม่มีแต่ก็หล่อมากๆ พรุ่งนี้เช้าถ้าว่างไปเดินเล่นในเมืองกับพี่สาวไหม”
“แหะแหะ ผมขอปฎิเสธนะครับ ต้องหลอมยาอีกเยอะเลย” ตงฟางยกมือเกาหัวทำตัวเป็นเด็กน้อยคนหนึ่ง ทันทีที่เขาปรากฎตัวศิษย์พี่หญิงต่างก็รุมล้อมเขาจนไม่สนใจการปรากฎตัวของเหล่าอาจารย์ที่กำลังทยอยบินเข้ามายังเกาะลอยฟ้าแห่งนี้
“พวกเจ้าพอได้แล้วหรือยัง”
เสียงของหนึ่งในอาจารย์ที่ปรากฎตัวออกมาราว 20 คนเอ่ยไปทางฝั่งของศิษย์หญิงที่กำลังถามต่างๆนานา เกี่ยวกับวิธีการผ่านบททดสอบของตึกต่างๆ ตงฟางจึงเล่าให้ฟังว่าเขาต้องหลอมยาอะไรบ้าง เขียนยันต์อะไรบ้าง รวมไปถึงเขาต้องหลอมสร้างอาวุธแบบไหน ส่วนทางฝั่งศิษย์ชายพวกเขาต่างพูดเรื่องของตงฟาง แต่อยู่ในอารมณ์ที่ต่างออกไปเพราะพวกเขาโกรธตงฟางมากที่แย่งความสนใจของผู้หญิงไปทั้งหมด
“เฮ่ยดูนั่น เหล่าศิษย์สายตรงมาอยู่ที่นี่ด้วย หรือว่าพวกเขาจะเข้าไป”
“ไม่ ไม่ใช่ พวกเขาเข้าไปในหออาวุธเฟยเทียนหลายปีก่อนแล้ว อาวุธของพวกเขาก็ได้ระดับที่สูงมากๆติดมือออกมาด้วย ไม่จำเป็นต้องเข้าไปอีกเพราะกฎบอกเอาไว้ว่าศิษย์ทุกคนจะได้รับอาวุธเพียงแค่ 1 ภายในหอเฟยเทียน หยิบแล้วหยิบเลยไม่สามารถคืนหรือเปลี่ยนได้”
“ดูนั่น ศิษย์สายตรงลำดับที่ 2 สังกัดตึกยาและสมุนไพร”
เหล่าชายต่างมองจ้องไปยังหญิงสาวสวมใส่ชุดสีเขียวอ่อนมีผ้าสีขาวปิดทับใบหน้า เธอกำลังลอยอยู่บนท้องฟ้าข้างๆอาจารย์ของเธอ ตงฟางก็เผลอมองจ้องไปเช่นกันจนรู้ว่าเธอและอาจารย์หญิงของเธอมาจากตึกยาและสมุนไพร แต่เขากลับไม่เคยเห็นมาก่อน รู้เพียงแค่ว่าทั้งสองจะต้องสวยแน่นอนเพราะออร่าความสวยมันทะลุผ้าปิดหน้า
“ดูนั่น ศิษย์สายตรงลำดับที่ 3 ครั้งก่อนเข้านำดาบมังกรหยกออกมาด้วย ว่ากันว่ามันเป็นอาวุธระดับ 7 เลย”
“จริงเหรอ”
เสียงศิษย์เริ่มคุยกันเป็นช่วงๆ หลังจากรู้ว่าศิษย์สายตรงและอาจารย์มารวมตัวกันที่หออาวุธเฟยเทียนกันถึงครึ่งของสถาบัน ทันใดนั้นพวกเขาต้องเงียบเสียง เมื่อได้ยินเสียงของอาจารย์คนเดิมเอ่ยออกมา
“ศิษย์พี่ ผู้นำนิกายไม่ค่อยปรากฎตัวเหรอ ตั้งแต่ข้าเข้าสถาบันไม่เคยเห็นเขาเลย”
“ไม่แปลกหรอกศิษย์น้อง ผู้นำนิกายเป็นคนลึกลับมากยากที่ใครจะเห็น พวกเราเคยเห็นเพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้น เอาล่ะ ศิษย์น้องตงฟางเตรียมตัวเอาไว้นะ จำไว้ว่าต้องรีบหาอาวุธที่เข้ากับตัวเองให้ได้เพราะข้างในมีเวลาเพียง 1 วันเท่านั้น เมื่อเวลาหมดลงทุกคนจะถูกเคลื่อนย้ายออกมา ต่อให้จะทำอะไรอยู่ก็ตาม”
“อ๋อ ขอบคุณศิษย์พี่ แล้ว ศิษย์สายในทุกคนต้องเข้าไปไหม”
“ตามกฎทุกคนสามารถเข้าไปได้ แต่ก็มีกฏย่อยออกมาอีกเล็กน้อย ว่าศิษย์ในที่เคยเข้าไปจะไม่สามารถเข้าไปได้ ดังนั้น 3 ปีที่ผ่านมานี้ศิษย์ในที่ไม่เคยเข้าไปถึงมีสิทธิ์”
“อ๋อ แสดงว่าศิษย์สายในที่อยู่ที่นี่ส่วนหนึ่งต้องการเข้าไป ส่วนอีกกลุ่มหนึ่งต้องการมาดูอาวุธที่ถูกนำออกมา”
“ใช่แล้วศิษย์น้องตงฟาง พวกพี่สาวก็มาดูแบบนั้นเช่นกัน ด้วยความอยากรู้ว่าใครจะได้อาวุธทรงพลังที่สุด”
ตงฟางพยักหน้า เขาคาดหวังมากเช่นกันเกี่ยวกับอาวุธข้างในหออาวุธเฟยเทียน
“เงียบ~!”
เสียงเต็มไปด้วยความกดดันพวยพุ่งไปทั่วสถาบันเฟยเทียนจากอาจารย์ที่กำลังตั้งมือเหมือนกำลังจะใช้พลังวิญญาณร่ายยันต์บางอย่าง ในระหว่างที่ทุกคนเงียบเสียง ตงฟางก็เริ่มมองจ้องไปยังอาจารย์ทั้งยี่สิบที่ตอนนี้กำลังบินล้อมหออาวุธเฟยเทียน แล้วประกบมือด้วยท่าทางแปลกๆ ผสานนิ้วไปมาด้วยท่าทางน่าสนใจ ทันใดนั้นวงเวทย์ขนาดใหญ่ได้ปรากฎเหนือหออาวุธเฟยเทียน สร้างความตื่นตกใจให้ศิษย์สายในที่เคยมายังสถานที่แห่งนี้เป็นครั้งแรก
“จงเปิด หออาวุธเฟยเทียน~!”
เสียงพูดจากอาจารย์ทั้ง 20 พูดขึ้นมาพร้อมกัน จังหวะที่เสียงก้องกังวานไปทั่วนั้น วงเวทย์ก็เริ่มสั่นสะเทือนก่อนที่มันจะระเบิดพลังไปทั่วจนทุกคนที่มองจ้องล้มลงไปนั่งบนพื้นดิน ตงฟางที่ลงไปนอนก่อนเพื่อนเพราะรับรู้ได้ถึงพลังวิญญาณจำนวนมหาศาลกำลังจะระเบิด เขาก็รีบมองจ้องไปยังวงเวทย์ขนาดใหญ่ที่ตอนนี้กำลังมีหมอกสีฟ้าปรากฎใจกลางวงเวทย์เหมือนกับประตูมิติเตรียมจะส่งพวกเขาไปยังสถานที่ใดสถานที่หนึ่ง
“เอาล่ะทุกคนจงฟัง ต่อจากนี้ไปให้ทุกคนตั้งใจตามหาอาวุธให้ได้สักเล่ม จำที่ข้าเตือนเอาไว้ พวกเจ้าไม่ใช่คนเลือกอาวุธ แต่อาวุธเป็นคนเลือกพวกเจ้า หากอาวุธชิ้นไหนไม่เลือก ต่อให้พวกเจ้าจะฝืนก็ไม่สามารถนำมันออกมาได้ เอาล่ะ จงใช้เวลา 1 วันให้ดีเพราะต่อจากนี้ไปพวกข้าไม่สามารถช่วยเหลือพวกเจ้าได้ เมื่อครบ 1 วัน พวกเจ้าจะถูกดึงกลับมาเอง ไม่ว่าจะมีชีวิตหรือเป็นศพ จงไปซะ~!!!”
เสียงสุดท้ายของอาจารย์ดังก้องไปทั่ว ก่อนที่ศิษย์สายในผู้ไม่เคยเข้าไปจะถูกวงเวทย์ดึงตัวเขาไปยังกลุ่มหมอกสีฟ้า ตงฟางที่ถูกพลังงานลึกลับดึงให้ลอยตัวขึ้นไปเขาก็ไม่รอช้ามองจ้องไปยังจงชางทันที ในการเข้าไปในหออาวุธเฟยเทียนมันจะต้องเปิดฉากฆ่าเขาในทันที เพราะที่นั่นไม่น่าจะมีกฎห้ามฆ่ากัน ทันใดนั้นตงฟางกลับเห็นบางอย่าง เมื่อจงหูที่เคยเข้าไปในหออาวุธเฟยเทียนชูป้ายบางอย่างทำให้มันลอยเข้าไปข้างในได้เช่นกัน
“น่าสนุกดีนี่ งั้นมาวัดกันว่าใครจะเจ็บกว่า” ตงฟางฉีกยิ้มกว้าง เขาคิดว่าตัวเองคงจะถูกไล่ล่าหนักกว่าที่คิดเอาไว้เพราะระดับจารึกวิญญาณเข้าไปในหออาวุธเฟยเทียนโดยที่เขาไม่คาดคิดมาก่อน เขาคิดว่าตัวเองจะได้ฆ่ากันกับมันช่วงเข้าสู่ประตูเทพธิดาที่จะเปิดหลังจากนี้อีก 2 อาทิตย์ มันกลับเข้ามาในหออาวุธเฟยเทียน เขาจึงอดยิ้มไม่ได้