เทียนกำลังอยู่กับแม่นภา เลยยังไม่ทักแฝดน้องนุ่น เลยส่งจิตบอกไปว่า
“ ไปรอที่สนามเด็กเล่น” เทียนหันบอกแม่ขอเดินไปสนามเด็กเล่นก่อนค่อยเข้าบ้าน แม่พยักหน้าแล้วไปบ้านก่อน
“ เล่ามา ทำไมถึงไม่ยอมไปเกิด” เทียนใส่คำถามทันที
“ นุ่นเป็นห่วงพี่นิ่ม อยากจะอยู่ช่วย” แฝดนุ่นรีบบอก
“ ช่วยเรื่องอะไร” เทียนสงสัย
“ นุ่นเองก็ไม่รู้ แต่ว่านุ่นรู้เพียงแต่ว่าจะมีคนกลายเป็นหิน ทั้งพ่อ แม่ และพี่นิ่ม และทุกๆ คนในเมืองซันชายแห่งนี้” นุ่นบอกกับเทียน
“ เธอมีนิมิตรล่วงหน้าหรือ” เทียนโพล่งออกมาทันที
“ ใช่ “
“ แล้วรู้ไหมใครสาป แล้ว จะเกิดเมื่อไร” เทียนรีบถาม
“ ไม่รู้นุ่นรู้แค่นี้เท่านั้น” เสียงนุ่นอ่อนลง
เทียนนึ่งสนิท จะมีเรื่องแบบนี้ได้อย่างไร คนจะกลายเป็นหิน หรือว่าเป็นคำสาป
แล้วใครจะสาปคนทั้งเมืองได้ แล้วจะไปเริ่มต้นที่ไหน จะเชื่ออะไรกับผีตนหนึ่ง
เทียนคิดไปมา ก็ให้น้องนุ่นไปดูแลนิ่มตามเดิม หากมีอะไรให้มาบอก เพราะอยู่ห่างกันแค่ไม่กี่หลังเท่านั้น
“ ท่านเจ้าที่ ทำไมอนุญาตแฝดน้องนุ่นอยู่ที่นี่ได้” เทียนลองถามเจ้าที่
“ น้องนุ่นเธอน่าสงสาร เธออยู่ที่นี่และก็ตายที่นี่ เธอไม่มีพิษกับใคร เพียงแค่ยังมีห่วงอยู่มาก เจ้าไม่ต้องห่วงหรอก” เจ้าที่บอก
“ ข้าไม่ห่วงหรอก แค่ถามเฉยๆ แต่สงสัยเรื่องที่เธอบอกว่าจะมีคนกลายเป็นหิน มันจะเป็นไปได้อย่างไร ใครจะทำเช่นนั้นได้” เทียนถามกลับไปที่เจ้าที่
“ ข้าไม่รู้หรอกเรื่องของมนุษย์ แต่ข้าเชื่อหนูนุ่น เธอไม่เคยโกหก เจ้าต้องระวังให้ดี” เจ้าที่เตือน คืนนี้เทียนตัดสินใจว่าจะไปดูเมืองโบราณเพื่อสำรวจ คิดว่าอาจจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องคำสาปให้กลายเป็นหินก็ได้ กรึ๊ง ๆ ๆ เสียงจากปู่อินทรีย์ดังมา
“ อาเทียนมีเรื่องใหญ่เกิดขึ้นอีกแล้ว เวลานี้หน่วยสืบสวนพิเศษ ของเราได้รับการร้องขอให้ไปดูสถานที่เกิดเหตุที่เมืองโบราณที่โผล่ขึ้นมาใหม่ มีเหตุการณ์ประหลาดเกิดขึ้น มีการสำรวจ สถานที่แห่งหนึ่งในเขตเมืองโบราณ คนที่เข้าไปในบริเวณนั้น พบรูปปั้นหินเป็นจำนวนหลายพัน แล้วบริเวณรอบๆ ปรากฏว่าพบงูเป็นจำนวนมาก เธอช่วยไปตรวจสอบที่เกิดเหตุด้วย แล้วแจ้งมาที่ปู่โดยด่วนเลยนะ” ปู่อินทรีย์รีบแจ้งเทียนให้ไปตรวจสอบด่วน พอดีกะว่าจะไปอยู่แล้ว ก็ดี จะได้ไม่ต้องหลบซ่อนเข้าไป
เทียนเข้าไปในเมืองโบราณอีกครั้ง พบกองกำลังทหารมาเฝ้ากันเต็มไปหมด
เทียนยื่นบัตรประจำตัวให้ไป แล้วก็มีทหารรีบพาไปที่เกิดเหตุทันที พบเจอผู้พันธานีมารอต้อนรับอยู่
“ คุณหมอเทียน เชิญทางนี้เลยครับ “ ผู้พันธานีรีบพาเทียนเดินมาที่หน้าถ้ำแห่งหนึ่งที่อยู่เลยเขตเมืองโบราณมาไม่ไกล อยู่เชิงเขาลูกที่ใกล้ที่สุด ด้านหน้าถ้ำมี
ผู้คนรออยู่ด้านหน้าหลายคน มีคนบาดเจ็บเพราะโดนงูกัดอยู่ เกือบสิบคน มีหมอทหารกำลังไล่ฉีดยาแก้พิษงู เทียนสอบถามผู้บาดเจ็บ แล้วเอาหยกนิลกาฬมาช่วยดูดพิษงูให้คนบาดเจ็บที่เหลือด้วย จึงรู้ว่าข้างใน มีรูปปั้นมนุษย์อยู่มากมาย
และมีงูมากมายเฝ้าอยู่เช่นกัน ทางทหารกำลังคิดจะฉีดยาเข้าไปเพื่อฆ่างู ที่อยู่ภายในถ้ำทั้งหมด แต่เทียนขอให้เขาไปสำรวจก่อน รอเขาออกมาค่อยเริ่ม
เทียน เดินเข้าไปในถ้ำแต่เพียงผู้เดียว ภายในด้านในพบกับ รูปปั้นหิน มีทั้งที่เป็นเด็ก ผู้หญิง คนแก่ คนหนุ่ม เรียกว่ามีทุกวัย เทียนใช้มือสัมผัสที่รูปปั้น สำรวจที่จิตวิญญานแต่ก็ไม่มีเหลืออยู่เลย ในรอบๆ ตัวถ้ำกลับมีงูจำนวนมาก แต่ไม่มีตัวใดเข้าใกล้เทียนแม้แต่ตัวเดียวอาจเป็นเพราะพลังมหาเทพของเทียนที่ปล่อยออกมา เทียนมองไปที่คนเหล่านี้รู้สึกว่า เป็นไปได้ที่พวกเขากำลังหนีภัยธรรมชาติเข้ามาในที่แห่งนี้ เลยถูกสาปให้กลายเป็นหิน หรือว่ามีคนสามารถใช้คำสาปไดจริงๆ หรือ? เทียนมายืนอยู่หน้าป้ายหินอันใหญ่ เขียนภาษาแปลกๆ ไม่รู้เขียนว่าอะไร ด้านหน้ามีโลงศพหินโลงใหญ่ ตั้งอยู่ เทียนหยิบโทรศัพท์ขึ้นถ่ายรูปป้ายหิน เทียนไม่อยากเปิดโลงศพ เพราะไม่อยากไปรบกวนศพ อยากให้อยู่อย่างสงบ
แต่ก็อยากรู้ว่าเป็นศพใคร จึงรีบส่งรูปส่งไปให้ปู่อินทรีย์ ให้หาคนช่วยแปลให้ด้วย
หลังจากนั้นเทียนก็เดินออกมา จากถ้ำแห่งนี้ แล้วเทียนก็เล่าให้ทุกคนฟังเรื่องภายในมีอะไรบ้าง ฝ่ายหัวหน้าหน่วยจึงสั่งลูกน้องฉีดยาเพื่อจะฆ่างูในถ้ำ เพื่อจะเข้าไปสำรวจต่ออีก แม้แต่เทียนที่เอ่ยปากห้าม พวกเขาก็ไม่ยอมฟัง
เทียนเลยออกมา แล้วก็กลับทันที แล้วเทียนก็ได้รับข้อความที่แปลขึ้นมาจากคนของปู่อินทรีย์ หลุมศพชื่อ เมดูซ่า ส่วนป้ายหินเป็นคำเตือน ใครรบกวนความสงบจะต้องถูกคำสาป ให้กลายเป็นหิน ลงชื่อ สเธโน่ พี่สาว เทียนรีบกลับไปถามท่านเทพโอสถทันที
ณ สำนักเทพโอสถ
“ ท่านอาจารย์ศิษย์อยากรู้เรื่องคำสาปเมดูซ่า” เทียนคำนับอาจารย์เสร็จก็ถามทันที
“ เมดูซ่าไปโผล่ที่โลกมนุษย์ได้ยังไง” เทพโอสถสงสัยยิ่ง
“ สเธโน่พี่สาวเมดูซ่า นำศพเมดูซ่าไปฝังที่สงบแห่งหนึ่ง ในโลกมนุษย์ แล้วขู่ว่าถ้าใครมารบกวนจะถูกคำสาปเมดูซ่า ให้กลายเป็นหิน” เทียนอธิบายแบบรวบรัด
“ เรื่องเป็นเช่นนี้เอง เฮ้อ ชีวิตของนางเมดูซ่า ช่างน่าสงสารมากนัก ปกตินางเป็นนักบวชผู้ถือพรหมจรรย์ที่วิหารเทพีอธีน่า กลับ ถูกขืนใจโดย มหาเทพเจ้าโพไซดอน แทนที่เทพีอธีน่าจะเห็นใจนาง กลับโทษนางที่ทำให้วิหารของเธอแปดเปื้อน จึงสาปให้นางเมดูซ่า ซึ่งเป็นหญิงสาวที่มีความงดงามเป็นหนึ่งในวิหารแห่งนั้น ให้เส้นผมที่เคยเงางามกลายเป็นงูพิษอยู่บนหัวนางนับร้อยตัว และยังห้ามไม่ให้นางมองผู้ชายไปตลอดชีวิต โดนสาปอีกครั้ง ถ้าหากนางมองไปที่ผู้ชายคนใดให้คนผู้นั้นกลับกลายเป็นหินไปในทันที และยังขับไล่นางให้ไปอยู่ปราสาทที่อยู่กลางทะเลทราย ส่วนพี่สาวทั้งสองของนาง คือ สเธโน่กับยูริอาลี ก็พลอยถูกสาปไปด้วยถึงจะมีเส้นผมที่เป็นงูพิษเช่นกัน แต่ทั้งสองไม่สามารถมองใครแล้วทำให้เป็นรูปปั้นหิน เหมือนเมดูซ่า ทั้งสามถูกบังคับให้อยู่ที่ปราสาทกลางทะเลทราย
โชคร้ายของเมดูซ่ายังไม่หมด ลูกครึ่งเทพเจ้าเพอร์ซีอุส ยังตามมาล่าสังหารนางถึงที่ปราสาทโดยมีเหล่าเทพทั้งหลายให้การสนับสนุน ด้านอาวุธ สุดท้ายนางก็ถูกตัดศรีษะขาด และถูกเพอร์ซีอุสนำศรีษะของนางไปเป็นอาวุธจัดการกับเหล่าศัตรูของเขา สุดท้ายศรีษะของนางก็ถูกมอบให้เทพีอธีน่า นำไปสร้างเป็นโล่ประจำตัวของนาง “ เทพโอสถเล่าถึงชีวิตผู้อาภัพของนางเมดูซ่าให้เทียนฟัง
“ พวกเทพเจ้าเหล่านี้ช่างชั่วช้า เลวทรามจริงๆ “ เทียนเริ่มมีอารมณ์ไม่พอใจฝูงเทพเจ้าที่ทำชั่วเหล่านี้
“ ส่วนเรื่องคำสาปของนางเมดูซ่า ที่สเธโน่ กล่าวถึงนั้น น่าจะเป็นดวงจิตที่เมดูซ่าทิ้ง เอาไว้ให้พี่สาวทั้งสองหลังจากที่นางตายไป จะได้เอาไว้เพื่อป้องกันตัว
แต่ว่าจะอยู่ในรูปอาวุธแบบใดนั้นไม่เคยปรากฏ เพราะพวกนางก็ไม่ค่อยใช้ให้ใครเห็น คงจะกลัวว่า หมู่เทพเจ้าคนอื่นจะรู้” ท่านเทพโอสถอธิบาย
“ ถ้าอย่างนั้น พวกมนุษย์โลก คงไม่รู้เรื่องคำสาปเหล่านี้เป็นแน่ ถึงได้ไม่กลัว
แถมยังจะไปรบกวนศพของเมดูซ่าอีก เฮ้อ.. ตอนมีชีวิตก็ทุกข์ระทมพออยู่แล้ว
นี่ตายไปแล้วยังจะถูกผู้คนมารบกวนอีก ศิษย์คิดว่า พี่สาวนางคงไม่ยอมแน่ คงจะโมโห และอาจพาลโกรธคนไปทั่งทั้งเมือง แล้วถ้าเกิดนางใช้คำสาป แล้วเราจะมีวิธีแก้บ้างหรือไม่ขอรับ” เทียนถามท่านอาจารย์
“ วิธีแก้ไขคำสาปโดยทั่วไป คำสาปเกิดจากใคร ก็ต้องแก้ที่คนนั้น แต่ถ้าคำสาปเกิดจากอาวุธใด ก็ต้องทำลายอาวุธนั้น นี่เป็นหลักการ” ท่านเทพโอสถอธิบาย
“ ศิษย์ต้องรีบกลับไปแล้ว พวกมนุษย์โลกที่ไม่รู้ อาจทำอะไรไปโดยไม่รู้ผลที่ตามมาแน่” เทียนจึงรีบกลับทันที
พอเทียนกลับมาก็รีบโทรหาปู่อินทรีย์ทันที
“ ปู่ทราบข้อความของแผ่นหินที่ส่งมาให้ผมแล้วจัดการอย่างไรบ้างหรือเปล่าครับ”เทียนถามไปก่อน
“ ทางฝ่ายความมั่นคง พวกเขาจะให้เคลื่อนย้าย โลงหินออกมาข้างนอกแล้วจะเปิดพิสูจน์ ว่าเป็นศพนางเมดูซ่าจริงหรือไม่ ถ้าเป็นจริง คงเป็นข่าวดังไปทั่วโลกแน่” ปู่อินทรีย์เอ่ยขึ้น
“ แล้วพวกเขาไม่กลัวคำขู่บนศิลาหินนั่นเลยหรือครับ ตัวอย่างที่ในถ้ำก็เห็นอยู่” เทียนอธิบายให้ฟัง
“ พวกเขาไม่กลัวหรอก โลกนี้จะมีคำสาปแบบนั้นได้อย่างไร” ปู่อินทรีย์ก็ไม่เชื่อ
“ ผมก็หวังเช่นนั้น” เทียนคิดแล้วขนาดปู่อินทรีย์ยังไม่เชื่อเลย จึงรีบใส่หน้ากากฮูตี๋
แล้วรีบไปที่ถ้ำนั้นทันที แต่ว่าไม่ทันแล้ว โลงหินได้ถูกนำมาวางไว้ด้านนอกแล้ว
แล้วตอนนี้ถูกเปิดเป็นทีเรียบร้อยแล้ว ปรากฏว่ามีหญิงสาวไม่มีหัว นอนอยู่อย่างสงบ ผิวพรรณของนางยังคงอยู่ในสภาพสมบูรณ์ แต่ตอนนี้มีสายลมพัดอย่างแรงราวกับพายุพัดไปรอบๆ และปรากฏ ผู้หญิงผมเป็นงูค่อยๆ ลอยลงมาจากฟ้า ถือไม้เท้ารูปงู มองไปที่ทหารนับร้อยคน อย่างโกรธแค้น ทุกคนต่างตกตะลึง ที่จู่ๆ ก็มีคนโผล่มาจากฟ้า นางใช้ไม้เท้าวาดไปรอบๆ ทหารหลายร้อยคน ที่ยืนอยู่กลับกลายเป็นหินไปทันที เทียนรีบเข้าไปห้ามแต่ไม่ทันเสียแล้ว
“ หยุดก่อน “ เทียนรีบเข้าไปห้ามทันที
“ เฮอะ พวกเจ้ากล้ารบกวนน้องสาวของข้า สมควรตาย” สเธโน่ กล่าวด้วยความโมโห
“ คนพวกนี้ไม่รู้ว่าพวกท่านเป็นใคร ข้าขอให้ท่านยุติเรื่องนี้ แล้วก็นำศพของน้องสาวท่านกลับไป เพราะสถานที่แห่งนี้ไม่เหมาะที่จะเป็นที่เก็บศพของนางได้อีกแล้ว” เทียนแนะนำไปตามความคิด
“ แน่นอนข้าต้องนำศพน้องข้าไปแน่ แต่ก่อนไปข้าจะสาปพวกเจ้าทั้งหมดให้กลายเป็นหินให้หมด” แล้วนางก็ชี้ไม้เท้างู มาที่เทียนทันที
เทียนไม่ได้หลบแต่ใช้พลังมหาเทพส่งไปต้านพลังของไม้เท้างู ตูม ! สเธโน่ถอยหลังไปหลายก้าว ทำท่าตกตะลึง ไม่คิดว่าจะมีมนุษย์บนโลก มีพลังขนาดนี้
“ เจ้าเป็นใครกันแน่ ทำไมเจ้าไม่ถูกกดพลัง “ สเธโน่ตกใจสงสัยเป็นอย่างยิ่ง
“ ข้าเป็นศิษย์ท่านเทพโอสถ ชื่อเทียน ท่านไม่ต้องห่วงข้าไม่คิดทำร้ายท่านข้าเข้าใจความรู้สึกของพวกท่านพี่น้อง หากข้ามีโอกาสข้าจะชิงศรีษะเมดูซ่ามาให้ร่างกายของนางจะได้อยู่ครบถ้วน” เทียนให้ความหวัง
“ เฮอะ อย่างเจ้าเนี่ยนะ ขึ้นไปแดนเทพเจ้าเมื่อไร ก็แค่ฝุ่นเล็กๆ เท่านั้นเอาล่ะข้าสู้เจ้าในดินแดนโลกนี้ไม่ได้ เห็นแก่เจ้ามีเจตนาดีกับน้องสาวข้าข้าจะไม่เอาเรื่อง “ เสร็จแล้วนางก็กวาดมือไปที่โลงศพเมดูซ่า เข้าไปเก็บแหวนมิติของนาง ขณะที่นางทำท่าจะจากไป
เทียนรีบตะโกนบอกว่าให้ช่วยคนก่อน นางจึงวาดไม้เท้าไปที่ผู้คนอีกครั้ง ผู้คนที่เป็นหินก็กลับมาเป็น มนุษย์ตามเดิม แล้วนางก็หายวับไป ท่ามกลางความตื่นตะลึง ของคนที่อยู่รอบนอกที่เห็นเหตุการณ์