นักเรียนที่มีหมายเลขต้นๆ ต่างถูกเรียกออกไปพูดคุยกับอาจารย์โซเฟียสองต่อสอง ในขณะที่นักเรียนที่เหลือนั้นต่างว่าง อย่างไรก็ตามพวกเขาส่วนใหญ่ก็ได้ใช้เวลานี้ในการทำความรู้จักกัน แน่นอนว่าเซนนั้นต้องการจะทำเช่นนั้นอย่างไรก็ตามเขานึกถึงอดีตที่เขาเคยพยายามจะเข้าหาผู้อื่นและมันก็เละไม่เป็นท่า
ดังนั้นในตอนนี้มีเพียงเซนและนักเรียนที่แต่งตัวเหมือนกับนักเลงที่อยู่ข้างๆ เขาเท่านั้นที่นั่งอยู่เฉยๆกับที่ไม่ได้ไปทำความรู้จักกับเพื่อนร่วมชั้นคนอื่นๆ ในขณะเดียวกันนักเรียนคนอื่นๆ เองก็ไม่กล้าเข้ามาทำความรู้จักกับพวกเขาเช่นเดียวกันเพราะท่าทางของชายนักเลงนั้นดูดุร้ายและน่ากลัว ในขณะเดียวกันเซนนั้นดูเพี้ยนๆ และเงียบเกินไป
อย่างไรก็ตามในหมู่คนปกติมักจะมีคนบ้าที่มักจะทำสิ่งใดไม่เหมือนคนอื่นเสมอ ชายหนุ่มคนหนึ่งรูปร่างค่อนข้างสูงและมีผิวสีแทน เขาตัดผมสั้นและบนใบหน้าของเขานั้นประดับไว้ด้วยรอยยิ้มเสมอ
แม้ว่ารอยยิ้มนั้นจะดูเป็นมิตรแต่ด้วยร่างกายที่ใหญ่โตของเขานั้นสามารถสะกดข่มพวกที่อ่อนแอได้ ชายหนุ่มร่างสูงเดินเข้ามาหานักเลงที่นั่งข้างๆ เซนพร้อมกับกล่าวขึ้น
“สวัสดี! ยินดีที่ได้รู้จักข้าชื่อ ลีโอนาร์ทเรียกข้าว่าลีโอเฉยๆ ก็ได้ เจ้าชื่ออะไร?”
“….”
เมื่อลีโอกล่าวแนะนำตัวนั้นชายท่าทางเหมือนนักเลงนั้นก็ได้ลืมตาของเขาขึ้น พร้อมกับมองตรงไปที่อีกฝ่ายด้วยสายตาที่ดุร้ายนั้น แต่น่าแปลกลีโอที่ดูใสซื่อนั้นไม่แม้แต่จะมีท่าทีที่เกรงกลัวอีกฝ่ายเลย ชายนักเลงเมื่อเห็นว่าลีโอนั้นเข้าหาเขาอย่างเป็นมิตรจึงได้กล่าวสั้นๆ
“จีโน่”
เขากล่าวชื่อของเขาจบเขาก็ได้หลับตาอีกครั้ง เห็นได้ชัดว่าเขาไม่อยากจะสานต่อการสนทนากับลีโอต่อ แน่นอนว่าลีโอนั้นไม่ยอมแพ้ แต่ตอนนี้เขามองมาที่เซนและต้องการจะทักทายชายหนุ่มด้วย
“เจ้าล่ะชื่ออะไร?”
ชายร่างใหญ่กล่าวถามพร้อมกับเอามือมาค้ำโต๊ะของเซน เซนนั้นสังเกตแขนของอีกฝ่ายอย่างละเอียดในระหว่างนั้นและพบว่าอีกฝ่ายนั้นไม่เพียงแต่มีกล้ามเนื้อที่สมบูรณ์แต่ยังมีบาดแผลเล็กๆ จำนวนมาก นั่นแสดงให้เห็นว่าอีกฝ่ายนั้นฝึกฝนมาอย่างหนัก
“ข้าชื่อเซน ยินดีที่ได้รู้จักลีโอ”
เซนกล่าวก่อนที่ทั้งสองจะจับมือกัน ในระหว่างนั้นเซนก็ได้พูดคุยกันเรื่องทั่วไปกับลีโอและพบว่าลีโอนั้นเป็นขุนนางของประเทศนัวร์แห่งนี้ และเขายังไม่รังเกียจที่จะคบกับสามัญชนอย่างเซน ลีโอนั้นไม่ได้ถือตัวหรืออะไรเลยแม้จะมียศขุนนางก็ตาม
“เจ้าสนใจใครในห้องนี้ไหม เจ้าดูสิผู้หญิงในห้องเราส่วนใหญ่ล้วนแล้วแต่ดูดีทั้งสิ้น”
ลีโอกล่าวพร้อมกับมองไปรอบๆ ห้องด้วยสายตาที่หื่นกาม โชคดีที่คนอื่นไม่สังเกตเห็นไม่อย่างนั้นพวกเขาจะคิดเสียว่าลีโอนั้นเป็นโรคจิตอย่างแน่นอน
“ลีโอ!”
เสียงของผู้หญิงคนหนึ่งดังขึ้น ซึ่งเป็นเสียงเรียกของอาจารย์โซเฟีย ลีโอรีบลุกขึ้นอย่างรวดเร็วก่อนที่จะรีบวิ่งออกไปข้างนอกเพื่อพูดคุยกับอาจารย์โซเฟียเป็นการส่วนตัว บรรยากาศรอบตัวเซนนั้นกลับมาเงียบเหงาอีกครั้ง ชายหนุ่มสังเกตได้ว่าเพื่อนร่วมชั้นคนอื่นๆ ล้วนแล้วแต่ออกไปพบกับอาจารย์โซเฟียกันหมดแล้ว และแต่ละคนนั้นใช้เวลาไม่ถึงนาที
ตอนนี้เหลือเพียงแค่เซนกับจีโน่เท่านั้น ในเวลานั้นเองลีโอก็เหมือนจะพูดคุยกับอาจารย์โซเฟียเสร็จแล้ว เขาจึงได้เดินกลับเข้ามาในห้องและเข้ามาหาเซนและจีโน่ อย่างไรก็ตามไม่นานนั้นเสียงเรียกชื่อของอาจารย์โซเฟียก็ได้ดังขึ้น
“เซน และ จีโน่ ทั้งคู่โปรดออกมาพร้อมกัน”
ครั้งนี้แปลกกว่าครั้งอื่นๆ ซึ่งนักเรียนในห้องส่วนใหญ่ล้วนแล้วแต่หันมามองพวกเขาเป็นสายตาเดียวกัน เนื่องจากอาจารย์โซเฟียนั้นได้เรียกคนออกไปสองคนพร้อมกันเป็นครั้งแรก อย่างไรก็ตามลีโอก็ได้กล่าวขึ้น
“สงสัยอาจารย์โซเฟียคงจะขี้เกียจแล้ว จึงได้ให้พวกนายสองคนออกไปพร้อมกัน”
ทั้งเซนและจีโน่ต่างลุกเดินออกไปนอกห้องเรียนพร้อมกัน เมื่อทั้งคู่ออกมาจากห้องเรียนก็พบว่าอาจารย์โซเฟียนั้นนั่งอยู่ที่ม้านั่งบริเวณริมโถงทางเดิน
อย่างไรก็ตามเมื่อทั้งสองเดินมาถึงอาจารย์โซเฟียก็ได้ลุกขึ้น พร้อมกับกล่าวกับทั้งสองคนว่า
“ตามข้าออกไปที่ชั้นล่าง”
เมื่ออาจารย์โซเฟียได้กล่าวจบเธอก็เดินนำทั้งสองออกไปทันที ซึ่งทั้งสองนั้นก็งุนงงเช่นกันอย่างไรก็ตามพวกเขาต่างเป็นคนที่ไม่ต้องการจะถามดังนั้นทั้งสองจึงเลือกตามไปโดยไม่บ่นอะไร อาจารย์โซเฟียนั้นได้พาทั้งสองลงมีที่พื้นที่โล่งที่ปกคลุมไปด้วยหญ้าสีเขียวสดใส
อาจารย์โซเฟียได้หยุดลงในขณะที่หันหลังให้กับพวกเขา ก่อนที่จะหันหลังกลับมาและกล่าวว่า
“พวกเจ้าแตกต่างกับนักเรียนทั่วไป มีหลายอย่างที่น่าสงสัยสำหรับการสอบข้าวของพวกเจ้า โดยเฉพาะเจ้า!”
โซเฟียกล่าวพร้อมกับชี้มาที่เซน ซึ่งชายหนุ่มนั้นไม่ได้แปลกใจแต่อย่างใดที่อีกฝ่ายจะบอกว่าสงสัยเพราะเขานั้นใช้เส้นสาย เป็นสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในโรงเรียนวิลโลแห่งนี้ ซึ่งกรณีของเซนนั้นอาจจะเป็นครั้งแรกที่เกิดขึ้นในประวัติศาสตร์
“ก่อนอื่นข้าจะพูดถึงจีโน่ก่อนแล้วกัน…ในการทดสอบเหตุใดเจ้าถึงได้จงใจสอบให้ได้คะแนนครึ่งๆ กลางๆ ผู้คุมสอบพวกเรานั้นไม่ได้โง่และรายงานเรื่องนี้มาให้ข้า ด้วยความสามารถของเจ้าแล้วข้าสามารถบอกได้เลยว่าต่อให้เป็นห้องหนึ่งห้องหัวกะทิก็ยังต้องมาขอร้องเจ้าให้เข้าร่วมกับพวกเขาด้วยซ้ำ”
จีโน่ที่หลับตามาตลอดเมื่อถูกสายตาของอาจารย์โซเฟียจ้องมองเพื่อที่จะเค้นคำตอบจากเขา ชายหนุ่มก็ได้ลืมตาขึ้นก่อนที่จะกล่าวตอบไป
“ข้าไม่ต้องการจะอยู่ห้องเดียวกับเธอคนนั้น….”
อาจารย์โซเฟียเมื่อได้ยินดังนั้นก็เหมือนจะสามารถคาดเดาสาเหตุที่แท้จริงได้อยู่แล้ว แต่เซนที่ฟังอยู่นั้นไม่ได้รู้เรื่องอะไรเลย เพราะเขาไม่รู้ว่าคนที่จีโน่พูดถึงนั้นคือใคร
“จีโน่เจ้าไปได้แล้ว ข้าทราบความสามารถที่แท้จริงของเจ้าแล้ว และข้าจะช่วยเจ้าสร้างวิธีการฝึกฝนเฉพาะตัวขึ้นเอง”
“ขอบคุณอาจารย์”
จีโน่โค้งคำนับอาจารย์โซเฟียก่อนที่จะหันหลังและเดินกลับไปที่ห้องเรียน ในขณะที่เขากำลังจะจากไปนั้นเขาก็ได้มองมาที่เซนเล็กน้อย ซึ่งเซนก็ไม่ได้รู้ว่าสายตาของอีกฝ่ายนั้นหมายความว่ายังไง
“เอาล่ะ ข้าไม่สนใจหรอกนะว่าเจ้าจะใช้เส้นสายเข้ามาที่นี่ได้ยังไง แต่ข้าขอบอกเลยว่า แม้ว่าห้องเรียนของข้าจะห่วยที่สุด แต่ข้าก็ไม่ต้องการคนไร้ความสามารถ ดังนั้นเจ้าจงบอกข้อเสียของเจ้ามา และบอกสิ่งที่เจ้าต้องการจะเรียนรู้จากข้า!”
อาจารย์โซเฟียกล่าวพร้อมกับใช้สายตากดดันจ้องมองมาที่ชายหนุ่ม ที่เธอทำเช่นนี้นั้นก็เพื่อที่จะให้เซนไม่โกหกและกล่าวตามความจริง ซึ่งเซนนั้นก็ไม่ได้มีความตั้งใจจะโกหกตั้งแต่แรกอยู่แล้ว
“ข้าต้องการเรียนรู้ทุกอย่าง โดยเฉพาะเกี่ยวกับการใช้ออร่าและเวทมนตร์ นั่นคือจุดประสงค์หลักที่ข้าเข้าเรียนที่นี่ แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าข้าไม่ได้มีความสามารถและความรู้เรื่องเวทมนตร์เลยแม้แต่นิดเดียวแม้แต่พื้นฐาน…”
“เจ้าเข้าเรียนที่นี่ได้ทั้งๆ ที่ไม่มีความสามารถด่านเวทมนตร์ใดๆ เลย เหตุใดผู้อำนวยการจึงได้อนุญาตเจ้า…”
อาจารย์โซเฟียมีสีหน้าบึ้งตึงไปเล็กน้อยเมื่อได้ยินว่าเซนนั้นไร้ความสามารถทางด้านเวทมนตร์ โรงเรียนวิลโลนั้นมีการแข่งขันที่รุนแรง และความแข็งแกร่งสำหรับที่นี่แล้วคือทุกสิ่งทุกอย่าง หากอ่อนแอก็จะถูกไล่ออก และโซเฟียนั้นไม่ต้องการเห็นนักเรียนของเธอถูกไล่ออก ดังนั้นก่อนที่เธอจะรู้สึกสนิทสนมกับนักเรียนของเธอ เธอจึงได้จัดการพบปะพูดคุยกันตัวต่อตัวนี้ขึ้นเพื่อที่จะได้คัดเลือกนักเรียนที่มีความสามารถพอและไล่นักเรียนที่หมดหนทางช่วยออกเพราะหากเธอมาไล่ออกทีหลังเธอคงจะเสียใจมากกว่านี้แน่นอน โดยใช้ขออ้างว่าจะหาวิธีฝึกให้กับทุกคน และตอนนี้เซนก็ได้อยู่ในรายชื่อที่จะถูกคัดออกเรียบร้อยแล้ว
“เจ้านับว่าเป็นนักเรียนคนสุดท้ายที่ข้าเรียกออกมา ข้าจะกล่าวกับเจ้าเลยแล้วกัน ดูเหมือนว่าเจ้าจะต้องผิดหวังเสียแล้ว เจ้าได้อยู่ในรายชื่อที่ต้องถูกไล่ออกในวันแรกของการเรียนเพราะความสามารถของเจ้าเอง”
“ต้องการมาเรียนรู้งั้นเหรอ? เหอะ! อย่าพูดให้ขำหน่อยเลย สถานที่แห่งนี้ไม่ใช่สนามเด็กเล่นหรือห้องสมุดเพื่อการเรียนรู้ในชุมชน แต่มันคือสนามแข่งขัน เจ้าเข้าใจหรือไม่? หากใครอ่อนแอผู้นั้นก็หมดสิ้นหนทางที่จะได้อยู่ต่อ!”