พรของอันผิง.

    บทที่ 32 วันเล่นของเด็กๆ

    บทที่32 วันเล่นของเด็กๆ


            วันนี้หลังเลิกเรียนกับท่านพ่อ อันผิงก็นั่งปักผ้าอยู่กับท่านแม่ซึ่งมีลูกศิษย์อย่างสือเว่ยเว่ย และจางชิวเหมย มารวมกลุ่มอยู่ด้วยสือเว่ยเว่ยที่หัดต่ออันผิง ตอนนี้กลับคล่องกว่าอันผิง อาจเพราะอายุของเด็กหญิงมากกว่าและตัวโตกว่าก็ได้ มือก็ใหญ่กว่า ในขณะที่มือของอันผิงและจางชิวเหมยนั้นเล็กทำให้จับเข็มไม่ถนัด

            ลำดับฝีมือการปักดอกไม้อย่างง่ายๆ นั้นตอนนี้พี่สาวสือมาเป็นอันดับหนึ่ง ยังดีที่เธออันดับสอง และจางชิวเหมยอันดับสาม ดีนะที่เธอไม่ใช่ที่โหล่

            เวลาอยู่กันตามลำพังกับท่านแม่ ท่านจึงมักปลอบใจเธอเสมอคงกลัวเธอจะน้อยใจ อันผิงเลยต้องพยายามมากหน่อย แต่ถ้าพูดจากใจจริง เธอว่าฝีมือเธอก็พัฒนาขึ้นมากแล้วนะ เพียงแต่มันก็คล้ายๆกับการคัดตัวอักษรนั่นแหละ

            คนเรา ความถนัดนั้น มักไม่เท่ากันหรอก ส่วนเธอจากโลกเดิมก็ยังไม่รู้ว่าถนัดอะไร มาโลกนี้ยังมีพรสวรรค์ให้ขอได้ชดเชยกับพรแสวงที่ต้องฝึกฝนกันต่อไป อย่างน้อยตอนนี้เธอก็รู้วิธีทำถั่วงอกไข่เค็ม ทำปลาแห้ง และการเพาะเห็ดฟาง

            ตอนนี้จึงเป็นสือเว่ยเว่ยคอยแนะนำเหล่าน้องสาวทั้งหลายซึ่งพี่สาวสือก็อธิบายดี และใจเย็น อาจเพราะว่าเธอทำได้ก่อนด้วยนิสัยที่ค่อนข้างเรียกร้องความสนใจที่ติดมาจากการเป็นเด็กกำพร้าจึงทำให้พี่สาวสือชอบที่จะสั่งสอนน้องๆเพราะมันทำให้เธอรู้สึกว่าตัวเองมีความสำคัญ และมีคนที่ต้องพึ่งพาเธอ

            แต่เดี๋ยวนี้ นิสัยในเรื่องนี้ก็ลดน้อยลงแล้ว น่าจะเพราะป้าโจวที่อบรมสั่งสอนเพราะครั้งหนึ่งพี่สาวสือจะแย่งอันผิงเล่าเรื่องอะไรสักอย่างให้ท่านแม่ฟังป้าโจวที่อยู่ด้วยจึงตักเตือนขึ้นมาว่า ท่านแม่ถามอันผิงและคนที่ตอบก็ควรเป็นอันผิง

            ส่วนเจ้าถ้าอยากเล่า ก็มาเล่าให้ที่บ้านฟังได้หรือไม่ถ้าน้องเล่าไม่ครบ เจ้าที่เป็นพี่ก็คอยเสริม อย่างอันหยางทีแรกอันผิงนึกว่า พี่สาวสือจะหน้างอ แต่กลับตั้งใจฟังป้าโจว พยักหน้ารับและหันมาขอโทษอันผิงที่ตัวเองแทรก แต่เพราะนิสัยนี้ติดมาแต่ต้นก็ยังมีหลงเหลืออยู่บ้าง แต่ก็ถือว่าเป็นไปในทางที่ดีล่ะนะ

            เพราะพี่สาวสือเป็นคนปักผ้าได้ก่อน จึงเย็บถุงใบเล็กและปักลายดอกไม้ซึ่งจะเอาไว้ใส่ของ หรือใส่เงินก็ได้ ให้กับน้องๆ รวมไปถึงจางเหล่า และอันหยางด้วยน้องสาวทั้งสองรับอย่างดีใจ จางเหล่าก็เหมือนกัน และกล่าวขอบคุณ แต่อันหยางมีทีท่าอึดอัด

            สือเว่ยเว่ยคงจับสังเกตได้จึงพูดว่าถุงใบเล็กของอันหยางรู้สึกว่าลายดอกไม้มีตำหนิ เธอจะนำไปแก้ไขก่อนเมื่อเหล่าเด็กๆ ต่างออกจากบ้านไปแล้วอันผิงกำลังจะถามอันหยางว่าทำไมไม่รับถุงของพี่สาวสือ ก็เป็นท่านแม่พูดขึ้นมาว่า

            “หยางเอ๋อร์โตแล้ว ถึงไม่กล้ารับของแทนใจเด็กสาว”

            เดี๋ยว อันหยางเด็กแปดขวบย่างเก้าขวบเองนะท่านแม่อันผิงได้แต่ตะโกนในใจ

            พอท่านแม่พูดเย้า อันหยางก็หน้าแดงเล็กน้อยแต่พยายามรักษาความสุขุมเอาไว้

            “ข้า ข้าได้ยินในสถานศึกษา ถ้ามีหญิงสาวปักผ้าให้ถ้ารับของพวกนาง คือการตอบรับ และให้ความหวังนาง”

            พี่ชาย ท่าน ท่าน จะแก่แดดไปไหม แต่จะว่าอันหยางก็ไม่ได้เพราะพวกบัณฑิตมักได้รับความสนใจจากหญิงสาวอยู่แล้วและในสถานศึกษาของเขาก็มีนักเรียนหลายช่วงอายุเสียด้วยสิ เหตุการณ์แบบนี้น่าจะเกิดขึ้นบ่อย จนพวกเขาพูดคุยกันเป็นแน่

            แต่เชื่อเธอเถอะ พี่สาวสือคงไม่ได้คิดถึงขั้นนั้นไม่งั้นจะทำมาให้ทุกคนทำไม ป่านนี้ไม่รู้คิดมากไปไหนถึงไหนแล้ว

            ท่านแม่อมยิ้มกับคำตอบของอันหยาง หันมาถามอันผิง

            “ผิงเอ๋อร์ พี่สาวสือเป็นอย่างไร”

            แล้วเธอต้องตอบอย่างไรล่ะ

            “ก็เป็นพี่สาวของอันผิง และก็เป็นน้องสาวของพี่ชายด้วยถึงจะคนละพ่อแม่” ท่านแม่ต้องการคำตอบแบบนี้ใช่ไหมคะ

            ท่านแม่ลูบหัวเธออย่างเอ็นดู

            “ใช่แล้ว พี่สาวสือเป็นพี่สาวผิงเอ๋อร์ ชิวเหมยและน้องสาวของหยางเอ๋อร์กับจางเหล่าด้วย”

            อ้อ ท่านแม่ต้องการชี้ให้อันหยางเห็นถึงความสัมพันธ์นี้

            “อีกอย่าง พี่สาวสือนางปักลายดอกไม้เป็นแล้วถึงได้เห่อที่จะทำถุงใบเล็กให้พวกเจ้า น่าจะไม่รู้ด้วยซ้ำว่าการให้ถุงผ้าหมายถึงอะไร ถ้าหยางเอ๋อร์รู้ก็ควรบอกพี่สาวสือไป ที่ไม่รับเพราะอะไรป่านนี้น้อยใจแย่แล้ว”

            “ข้า ข้า ก็แค่พูดไม่ออก เรื่องแบบนี้น่าอาย”

            “พี่ใหญ่ ชอบพี่สาวสือเหรอ” เป็นอันผิงที่โพล่งถามความจริงเธอก็เข้าใจเด็กวัยนี้นะ วัยแห่งการล้อเรื่องแฟนและเริ่มแยกแยะความแตกต่างระหว่างชายหญิงออกบ้างแล้ว โดยเฉพาะคนที่เรียนอยู่ในสถานศึกษาอย่างอันหยางในนั้นคงสอนกฎเกณฑ์หลายอย่าง

            ขณะที่จางเหล่าที่วัยเดียวกัน แต่เขาเรียนที่โรงเรียนท่านพ่อซึ่งท่านพ่อไม่ได้แยกเรื่องนี้ ด้วยยังเห็นทุกคนเท่ากันในเรื่องการเขียนอ่านถึงแม้อายุจะต่างกัน

            “ไม่ ไม่ใช่อย่างนั้นนะน้องสาว ข้าชอบ เอ้อ หมายถึงชอบแบบน้องสาวนะ”

            “เอ้อ แล้วชิวเอ๋อร์ล่ะ”

            “ก็เหมือนกับน้องสาว”

            “พี่ใหญ่ก็มีน้องสาวสามคน” อันผิงทำเป็นยกมือขึ้นนับและค้างไว้ที่สามนิ้ว

            “แต่ข้ารักน้องสาวมากที่สุด” คงกลัวน้องสาวจะน้อยใจจึงอธิบายเพิ่มขึ้น อันผิงเลยตอบรับด้วยการยิ้มหวานและตอบรับว่า

            “เจ้าค่ะ ข้าก็รักพี่ใหญ่มากกว่าพี่จางเหล่าและพี่รอง” พี่รองก็คือหยางเป่า

            “ถ้าอย่างนั้นหยางเอ๋อร์ก็รับถุงผ้าจากพี่สาวสือได้แล้วใช่ไหม”

            “ขอรับ และข้าจะอธิบายให้นางเข้าใจด้วยต่อไปจะได้ไม่ไปให้ถุงผ้าใครซี้ซั้ว” ท่านแม่ยิ้มรับกับคำตอบของอันหยางและเขาก็วิ่งออกจากบ้านไป คาดว่าคงไปหาสือเว่ยเว่ยเพราะไม่นานทั้งสองก็ตามกันกลับมา พี่สาวสือมีสีหน้ายิ้มแย้มอย่างเดิม

            ดูท่าแล้ว สือเว่ยเว่ยก็ไม่ค่อยเข้าใจเรื่องความรักชายหญิงเธอทำทีมาเป็นสั่งสอนอันผิงเรื่องนี้ด้วย เรื่องห้ามเย็บถุงผ้าให้ใครง่ายๆแล้วก็หันไปหาท่านแม่ว่า

            “ท่านป้า แล้วอย่างงี้ ข้าจะทำอะไรให้ได้บ้างเจ้าค่ะถ้าถุงผ้าปักให้แล้วเกิดการเข้าใจผิดอย่างนี้”

            ท่านแม่หัวเราะ ก่อนจะกล่าวอย่างเอ็นดูว่า

            “ถ้าเป็นพวกเจ้าพี่น้องทำให้กัน ก็ไม่ถือว่าผิด”

            “ถ้าอย่างนั้น ในอนาคตข้าปักผ้าเช็ดหน้าก็ให้อันหยางกับจางเหล่าได้อยู่ใช่ไหมเจ้าคะ”

            “ย่อมได้”

            “อันผิง ที่ข้าสอนเมื่อกี้ เจ้าลืมไปเถอะนะอย่างไรพวกเราพี่น้องก็ทำของให้กันได้”

            อันผิงจึงพยักหน้ารับอย่างแข็งขัน

            เรื่องของชายหญิงจึงจบเพียงแค่นี้ เมื่อสือเว่ยเว่ยก็มีทีท่าปกติอันหยางก็เลยผ่อนคลายลงไปเองโดยอัตโนมัติ ความจริงแล้วเรื่องพวกนี้เด็กหญิงต้องรู้สึกไวกว่าเด็กชายไม่ใช่เหรอ แต่กลับกลายเป็นพี่ชายเธอเสียอย่างนั้น

            เออ เธอยังไม่เล่าสินะ เพราะการขายต้นกล้าพริก อาจางฝายจึงได้เปลี่ยนหน้าที่จากคุมงานย้ายเข้ามาช่วยท่านพ่อเพาะต้นกล้าพริกแทนเพราะเรื่องนี้ต้องใช้คนที่ไว้ใจและใกล้ชิดกับครอบครัวอันท่านพ่อท่านแม่จึงลงความเห็นว่าเป็นอาจางฝาย ตอนนี้พื้นที่หลังบ้านกลายเป็นที่เพาะต้นกล้าพริก และอาจางฝายจะได้ไม่ต้องเดินเยอะเกินไป จะได้ดีต่อขาของอาจางฝายด้วย

            อันผิงเคยตรวจสอบแล้ว อาจางฝายเพราะขาสองข้างนั้นไม่เท่ากันเวลาเดินจึงทำให้ขาข้างใดข้างหนึ่งรับน้ำหนักมากเกินไป ถ้าย้ายมาทำตรงนี้ก็จะถือว่าทำงานแบบไม่ต้องเดินเคลื่อนที่มากนัก เพราะพื้นที่การทำงานแคบลง

            ครั้นจะขอพรให้ขาอาจางฝายกลับมาเท่ากัน มันก็จะดูเกินจริงไปอาจมีเรื่องเข้ามาหาอาจางฝายได้ สิ่งที่เธอทำได้ ก็เลยขอพรให้ขาอาจางฝายนั้นสามารถรับน้ำหนักได้ปกติและจะไม่มีโรคตามมา อย่างเช่นข้อกระดูกอักเสบเพราะรับน้ำหนักตัวมากเกินไปแค่นี้ก็หายห่วงแล้ว

            แน่นอนว่าทั้งท่านพ่อและท่านแม่ไม่ได้บอกเรื่องนี้กับอาจางฝายเพียงใช้คำว่าคนที่ไว้ใจได้ ก็ทำให้อาจางฝายยอมรับหน้าที่นี้แล้ว

            ส่วนงานคุมด้านนอก ท่านพ่อได้จ้างสามีสะใภ้หลิวมาทำหน้าที่แทนแต่ก่อนจะรับหน้าที่จะต้องเรียนรู้จากอาจางฝายก่อน สามีสะใภ้หลิวทำได้ดีและเขาก็ดีใจที่ได้งานนี้ อาจเพราะนอกจากทำสวนของตัวเองแล้วเวลาที่เหลือของสามีสะใภ้หลิว ถ้าไม่ขึ้นเขาไปหาของป่าก็เข้าในเมืองไปหางานรับจ้าง ซึ่งไม่ใช่ว่าจะได้ทุกวัน

            แต่ตอนนี้ได้งานบ้านอัน นอกจากมีรายได้ที่แน่นอนทุกเดือนอีกอย่างงานก็ไม่ได้ทำตลอดเวลาด้วย แถมยังอยู่ใกล้บ้านทำให้อยู่ใกล้ลูกและเมียด้วย ตอนนี้ลูกสาวกำลังเป็นเจ้าก้อนแป้งน้อยน่ารักน่าชังอย่างยิ่ง

            พวกอันผิง ก็ชอบแวะไปเยี่ยมทารกน้อย ดีว่าตอนไปเจ้าก้อนแป้งนั้นรับแขกนอนอ้าปากส่งเสียงอ้อแอ้พูดคุยด้วย แต่เธอเคยเดินผ่านบ้านตอนที่ลูกสะใภ้หลิวร้องก็แผดเสียงได้ใจอยู่เหมือนกัน

            เด็กอะเนอะ ยังพูดไม่ได้ อะไรไม่ได้ดั่งใจก็ทำได้แค่ร้องบอก

            เพราะหลังบ้านกลายเป็นที่เพาะต้นกล้าพริกไก่ทั้งหลายที่รวมกับที่ออกลูกมาอีก มีร่วม 10 ตัวจึงถูกย้ายไปไว้ที่ดินข้างบ้านแทน และกรงก็ถูกขยายให้ใหญ่ขึ้นไปด้วยเพื่อที่ไก่จะได้ไม่อยู่กันอย่างแออัด ตอนนี้ยังคิดอะไรกับพวกไก่ไม่ออกมีเพียงสูตรไก่ย่าง ไก่ตุ๋น แต่ดูท่านแม่จะทำเป็นอยู่แล้ว

            สำหรับเธอที่อยากมีไก่เยอะ อาจเพราะช่วงมาถึงที่นี่ใหม่ๆนั้นดูขาดแคลนไปเสียหมด ถ้ามีเยอะ ก็จะมีเนื้อ มีไข่ให้ได้กินตลอดและขายได้ด้วย

            อ้า ยังจำเรื่องแห เครื่องมือที่ใช้จับปลา ที่ท่านพ่อจะไปหามาได้ไหมท่านพ่อฝากซื้อโดยให้เถ้าแก่อู๋เป็นผู้ดำเนินการหามาให้และตอนนี้เถ้าแก่อู๋ก็นำมาให้ที่บ้าน

            ดังนั้น ท่านพ่อ ลุงโจว จึงนำแหไปจับปลากัน พวกเด็กๆ จึงตามไปด้วยแม้แต่เถ้าแก่อู๋ก็ตามไปด้วย ด้วยความอยากรู้เหมือนกัน

            ท่านพ่อเป็นคนลองทอดแหคนแรก พอเหวี่ยงไปเท่านั้นแหละผลที่ได้ทั้งคนทั้งแหเซไปพร้อมกัน ดีว่าไม่ตกน้ำตกท่าไป ทำเอาเด็กๆ ขำกันทั่วหน้าแม้แต่ผู้ใหญ่สองคนก็ด้วย

            ก็นะท่านพ่อเป็นบัณฑิต ไม่ใช่ชาวประมงนี่นา แต่ท่าทอดแหขำมากเจ้าค่ะ

            ต่อมาเป็นเถ้าแก่อู๋ ครานี้คนไม่เซไปพร้อมกับแห แต่ว่าไม่ได้ปลาเถ้าแก่อู๋จึงขำตัวเองไปพร้อมกับเด็กๆ

            อันผิงจึงใช้การค้นหาดูวิธีทอดแหจับปลา กำลังท่องวิธีอยู่ในใจแต่ลุงโจวดันชิงตัดหน้าทำสำเร็จเสียก่อน ได้ปลาติดแหขึ้นมาแค่ 2 ตัว ถึงจะได้แค่นี้ ก็ทำให้คนที่เหลือเฮกันใหญ่เธอก็เลยต้องพับความคิดของตัวเองไปด้วยประการฉะนี้ แต่ก็ดีใจที่ลุงโจวหาวิธีได้ท่านลุงสุดยอดเจ้าค่ะ

            พอจับจุดวิธีใช้แหกันได้ ท่านพ่อกับเถ้าแก่อู๋ก็ใช่ว่าจะทำได้ในทันทีลองอยู่หลายครั้ง จึงสามารถจับปลาได้ แต่โดยรวมยังเป็นลุงโจวที่ทอดแหจับปลาได้มากที่สุด

            ระหว่างที่ทุกคนสนใจกับการเหวี่ยงแหจับปลาอันผิงก็เดินสำรวจบริเวณรอบๆ แม่น้ำ เธอมาตรงนี้บ่อยเพราะต้องมาหัดว่ายน้ำกับลุงโจว เพราะต้องเพ่งสมาธิไปที่เรื่องว่ายน้ำเธอจึงไม่เคยได้เดินดูรอบๆ เท่าไหร่

            พื้นที่แถวนี้ เต็มไปด้วยผักป่า ประเภทกระเทียมที่การขยายพันธุ์เป็นแบบแตกหน่อ มันเลยมีเป็นดงอันผิงไม่แปลกใจว่าทำไมชาวบ้านถึงไม่คิดจะปลูกมันแค่คุณเดินมาที่นี่ก็มีให้เก็บเยอะแยะแล้ว

            เลยไปอีกไม่ไกลก็มีกอของขิงอยู่ นี่ก็เหมือนกัน

            เมื่อสำรวจพืชผักอย่างเพลินๆ ท่านพ่อก็มายืนอยู่ใกล้ๆที่มาอาจเพราะเป็นห่วงว่าลูกสาวจะหายไปจากสายตา อันผิงเลยทำตัวไร้เดียงสาถามท่านพ่อว่าพวกนี้ต้นอะไรบ้าง

            ท่านพ่อจึงบอกว่านี่เรียกว่าขิง และถือว่าเป็นสมุนไพรชนิดหนึ่งถ้าร้านขายยาในเมืองติดประกาศรับซื้อ ชาวบ้านก็จะมาขุดกันและนอกจากนั้นยังเอาไปประกอบอาหารได้ด้วย

            สุดท้ายท่านพ่อจึงขุดหัวขิงกลับไปด้วย จะได้ให้ท่านแม่ทำปลาผัดขิงหรือปลานึ่งขิง เพราะตอนนี้จับปลาได้ราว ๆ 50 ตัวแล้ว

            ผู้ใหญ่ทั้งสามคนจึงแบ่งปลากันที่บ้านอัน ท่านแม่มอบถั่วงอกให้เถ้าแก่อู๋ไปลองผัดกินด้วยเถ้าแก่อู๋ไม่ปฏิเสธ รับไปด้วยความยินดี วันต่อมาเขาก็มาขอซื้อบอกว่าคนในครอบครัวของเขาชอบกันมาก และเปรยๆ อยากเอาไปขายให้คนในเมืองแต่ท่านพ่อบอกว่าคงต้องรอสักระยะ ให้เหลาอาหารจูมีรายการอาหารใหม่ก่อน

            ส่วนผู้เชี่ยวชาญการใช้แหอย่างลุงโจวได้บอกกับเด็กๆ ว่าวันไหนอยากกินปลาก็ให้มาบอก ลุงจะใช้แหจับมาให้เยอะๆ เลย 

            ลุงโจวไม่ค่อยเห่ออุปกรณ์หาปลาอันนี้เลย มีเวลาว่างเมื่อไหร่ลุงโจวจะต้องแบกแหไปจับปลากลับมาได้วันละเกือบ 20 ตัว 

            บ้านอัน บ้านโจว บ้านหลิว จึงมีทั้งปลาแห้ง ปลาแดดเดียวจนสุดท้ายปริมาณเยอะเกินไป 

            ลุงโจวคนดีของสังคม จึงเอาไปแจกจ่ายให้ชาวบ้านฟรีๆ ไม่คิดเงินให้ได้กินปลากันทั่วหน้า เพราะปลานั้นหามาไม่ยากเลยแค่เหวี่ยงแหแป๊บเดียวก็ได้ปลาเยอะมาก

            ส่วนอันผิงสนใจเจ้ากุ้งฝอยทั้งหลายมากกว่าแต่เพราะตาข่ายของแหกว้างเกินไป ก็ยังจับพวกมันไม่ได้สงสัยเธอจะต้องทำที่จับมันเองเสียแล้ว แต่ตอนนี้ถึงจะฝึกว่ายน้ำได้คล่องแล้วแต่ว่าเด็กน้อยก็ยังไม่เหมาะกับน้ำเท่าไหร่ ก็ต้องพับโครงการกุ้งฝอยไว้อย่างเดิม

            สิ้นสุดของเดือนนี้ ท่านพ่อก็ไปบอกผู้ใหญ่บ้านให้มารับต้นกล้าพริกไปปลูกได้ตอนนี้ชาวบ้านจึงทยอยมาซื้อต้นพริกกันที่บ้านอันพวกเขากลับไปด้วยความหวังกับการปลูกครั้งนี้ถึงแม้จะทราบว่าต้องรออีกหนึ่งเดือนถึงจะเห็นผล แต่ในเมื่อบ้านอันปลูกได้มีรายได้เพิ่ม พวกเขาก็ต้องทำได้เช่นกัน

     

    คล้ายกับเรื่องพรของอันผิง. ที่คุณอ่าน

    เหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 2 สยบสวรรค์)

    เหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 2 สยบสวรรค์)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.13M 1288
    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    นิยาย แฟนตาซี
    161K 179
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    เทพมารลิขิตฟ้า

    เทพมารลิขิตฟ้า

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    72K 42
    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    นิยาย แฟนตาซี
    1K 34
    เลเวลอัพ

    เลเวลอัพ

    นิยาย เกมออนไลน์
    738K 4984
    สดุดีมหาราชา [แปลจบแล้ว]

    สดุดีมหาราชา [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    9.93M 1273
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    เมิ่งฝาน จักรพรรดิไร้เทียมทาน

    เมิ่งฝาน จักรพรรดิไร้เทียมทาน

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.54M 3732
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367