วันเวลา 3 เดือนผันผ่านไปรวดเร็วมาก หลังจากใช้ความพยายามอย่างหนัก ในที่สุดเย่หยุนซีก็มาถึงบันไดขั้นที่ 100,000 ได้สำเร็จ ซึ่งมันเป็นจุดที่เขาพึงพอใจเอามากๆ เพราะคงไม่มีระดับเซียนหน้าไหนมาถึงจุดนี้ได้ภายใน 7 เดือนแน่ๆ ถึงแม้จะมีทักษะที่พิเศษและพิสดารสักแค่ไหนก็ตามที
“ฝู่! โชคดีนะที่หอคอยหยินหยางค่อยๆปลดปล่อยแรงกดดันให้กระทบร่างกายข้าทีละนิด ไม่เช่นนั้นเกรงว่าข้าอาจถูกบดขยี้จนร่างสลาย”
เย่หยุนซีนั่งขัดสมาธิพลางถอนหายใจ จากนั้นหยิบโอสถฟื้นฟูลมปราณจำนวนมากและกลืนกินมันเข้าไปในทันที ก่อนที่จะเริ่มโคจรทักษะบ่มเพาะของตนเองในเวลาต่อมา
ใช่แล้ว! บุรุษคิดจะใช้เวลา 4 เดือนที่เหลือบ่มเพาะพลัง เนื่องจากสถานที่แห่งนี้มีไอปราณที่หนาแน่นกว่าดินแดนระดับต่ำราวสวรรค์กับผืนปฐพี ดังนั้นการบ่มเพาะนี่ที่จึงเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดอย่างไม่ต้องสงสัย ดีไม่ดี! ตบะอาจจะพุ่งพรวดไปถึงระดับจักรพรรดิเลยก็เป็นได้ ถ้าหากเขามุ่งมั่นตั้งใจที่จะไปให้ถึงระดับนั้น
ตัดภาพกลับมาทางเผ่าเทพและเผ่าปีศาจกันบ้าง หลังจาก 3 เดือนผันผ่านพวกเขาก็มาถึงบันไดขั้นที่ 5,000 กันเป็นอย่างต่ำ
ส่วนเหล่าผู้นำหลักทั้ง 8 คนนั้น ตอนนี้อยู่บนบันไดขั้นที่ 10,000 และกำลังนั่งสมาธิปรับตัวให้เข้ากับแรงกดดันมหาศาลที่กดทับร่างกายของพวกเขาเอาไว้
สุดท้ายคือองค์หญิงแห่งเผ่าเทพและองค์ชายเผ่าปีศาจ บัดนี้พวกเขาอยู่บนบันไดขั้นที่ 12,000
‘แหกๆ นี่มันก็ผ่านไป 3 เดือนแล้ว ไม่รู้ว่าคนๆนั้นจะไปถึงขั้นไหน’ องค์หญิงเหว่ยหยางครุ่นคิดในใจพร้อมทั้งยกมือขึ้นปาดเหงื่อที่ไหลริน
องค์ชายกู่เทียนหลงยกยิ้ม “หากไม่ไหวก็ยอมแพ้แล้วอยู่ที่ขั้นนี้ไปซะเถอะ องค์หญิงเผ่าเทพแห่งชีวิตผู้แสนอ่อนหัด”
“เหอะๆ สภาพของเจ้าก็ไม่ได้ดีไปกว่าข้าสักเท่าไร ขาสั่นอยู่ไม่ใช่หรือไง องค์ชายปีศาจแห่งความตายผู้ต่อยต่ำ” องค์หญิงเหว่ยหยางเอ่ยปากสวนกลับทันควัน
ด้วยความที่เผ่าพันธุ์ของพวกเขาเป็นศัตรูกัน การปะทะคารมจึงเกิดขึ้นทุกครั้งเมื่อต้องเผชิญหน้า ราวกับว่านี่คือวัฒนธรรมอย่างหนึ่งของทั้งสองเผ่า และถ้าหากไม่ใช่เพราะกฎเกณฑ์แดนลับแห่งการทดสอบ ไม่แน่พวกเขาอาจจะเปิดศึกจนตายกันไปข้างเลยก็เป็นได้
“ฮ่าๆ ต่อยต่ำ? คำพูดนี้จะใช้กับข้าได้อย่างไร ถึงแม้ข้าจะมีพรสวรรค์น้อยที่สุดในบรรดารุ่นเยาว์ของราชวงศ์เทพปีศาจแห่งความตาย แต่ก็ยังสามารถต่อกรกับรุ่นเยาว์อันดับที่ 10 ของราชวงศ์เทพเทพชีวิตเช่นเจ้าได้อย่างสูสีไม่ใช่หรือ” กู่เทียนหลงกล่าวเย้ยหยัน
‘อึก!’
องค์หญิงเหว่ยหยางถึงกับพูดไม่ออกเมื่อได้ยินคำพูดเหล่านั้น เพราะในด้านพรสวรรค์ รุ่นเยาว์ของเผ่าเทพปีศาจแห่งความตายรุ่นนี้นับว่าแข็งแกร่งกว่ารุ่นเยาว์ของเผ่าเทพแห่งชีวิตจริงๆตามที่กู่เทียนหลงว่า
“หึ! แม้จะมีพรสวรรค์มากกว่าแต่พวกเจ้าก็ยังเอาชนะพวกเราไม่ได้อยู่ดี.........ดูอย่างท่านอากู่หลินเฉินของเจ้าสิ ถึงแม้พรสวรรค์สะท้านสวรรค์สะเทือนปฐพี แต่สุดท้ายก็ทำได้แต่เสมอกับธิดาศักดิ์สิทธิ์ ท่านอาเหว่ยเสวียนจี ของพวกข้า” นางพยายามขุดคุ้ยเรื่องเก่าๆเมื่อช่วงสงครามศักดิ์สิทธิ์ครั้งล่าสุดออกมากล่าวอ้าง
บุคคลทั้งสองที่นางเอ่ยถึงนั้น หนึ่งคือบุตรชายคนโปรดของจักรพรรดิปีศาจแห่งความตาย ผู้ถือครองกายาจักรวาลดับสูญและเส้นลมปราณกลืนกินสวรรค์
ส่วนอีกคนคือธิดาคนโปรดของจักรพรรดิเทพแห่งชีวิต ผู้ถือครองกายาเทพธิดาไร้มลทินและเส้นลมปราณแห่งการชำระล้าง
เมื่อหลายร้อยปีก่อนทั้งสองได้นำทัพเผ่าเทพและเผ่าปีศาจเผชิญหน้ากันในสงครามศักดิ์สิทธิ์ แต่มิอาจหาผลแพ้ชนะได้ จนมันกลายเป็นสงครามศักดิ์สิทธิ์ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่ผลออกมาเสมอกัน เนื่องจากทั้งสองฝั่งต่อสู้กันนานจนไม่มีเรี่ยวแรงแม้แต่จะก้าวเดินเลยสักครึ่งก้าว
“เหอะ มันก็แค่เรื่องเก่าๆ แถมทางฝั่งพวกเจ้าก็มิได้ชนะแล้วจะเอามาอ้างได้อย่างไร..........อ๊ะ! อย่าบอกนะ พวกเผ่าเทพเดี๋ยวนี้ดีใจเพียงเพราะผลเสมอในสงคราม” กู่เทียนหลงยิ้มอย่างเหยียดหยาม
โฉมสะคราญแห่งเผ่าเทพได้แต่กำหมัดแน่น กัดฟันกรอด ไม่คิดจะโต้เถียงกับองค์ชายแห่งเผ่าปีศาจคนนี้อีกต่อไป จากนั้นก้าวขึ้นบันไดในทันที
‘หึ! เผ่าเทพมันก็แค่นี้’ กู่เทียนหลงที่ได้รับชัยชนะจากการตีฝีปาก เริ่มก้าวเดินขึ้นบันไดขั้นต่อไปเช่นเดียวกัน
เมื่อวันเวลา 4 เดือนใกล้จะผันผ่าน ทั้งสองก็มาถึงบันไดขั้นที่15,000 ซึ่งถือเป็นขีดจำกัด ส่วนทางฝั่งผู้นำหลักทั้ง 8 แม้จะทุลักทุเลแต่ก็พาตัวเองมาถึงขั้น 12,000 ได้สำเร็จตามเป้าหมาย
สุดท้ายคือเย่หยุนซีซึ่งนั่งอยู่บนบันไดขั้นที่ 100,000 บัดนี้ร่างกายของเขาเต็มไปด้วยแสงสีขาวและสีดำเปล่งประกายสลับกันไปมา
เปลือกตาที่ปิดสนิทตลอด 4 เดือนค่อยๆเปิดออกช้าๆ เผยให้เห็นดวงตาที่แปรเปลี่ยนจากสีดำกลายเป็นสีทองอำพันสว่างไสว ดูแล้วเข้ากับใบหน้าที่ทั้งหล่อเหลาและงดงามของเขาเป็นอย่างมาก แถมพลังตบะยังพุ่งพรวดไปถึง ระดับจักรพรรดิขั้นที่ 1 ตามที่ได้คาดการณ์เอาไว้
“ฝู่! วันนี้แล้วสินะ ที่ข้าจะได้ออกไป” เย่หยุนซีชันกายลุกขึ้นยืน ใบหน้าเต็มไปด้วยความตื่นเต้นดีใจ
ซึ่งทันใดนั้นเอง ลำแสงสีทองหลายพันสายก็พลันพุ่งลงมาจากฟากฟ้า พวกมันพุ่งลงมายังตำแหน่งที่ผู้เข้าร่วมการทดสอบทุกคนยืนอยู่ ก่อนจะกลายเป็นของรางวัลหลากหลายอย่างแตกต่างกันออกไป ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นอาวุธและอุปกรณ์ป้องกันที่สุดแสนจะล้ำค่า
ในบรรดาเทพและปีศาจทั้งหมด มีเพียง 8 ผู้นำหลัก กับ 2 ชนชั้นราชันเท่านั้นที่ได้เคล็ดวิชาระดับสวรรค์เป็นของรางวัลคนละ 3 ทักษะ
โดย 8 ผู้นำหลักได้ทักษะระดับสวรรค์ขั้นต่ำ ส่วน 2 ชนชั้นราชันได้รับทักษะระดับสวรรค์ขั้นสูงตามความเหมาะสม