เซ็ทถึงกับหัวเราะกลบเกลื่อนพลางเกาหัวแก้เขินเล็กน้อย ขณะที่องค์รักษ์เทพทั้งสี่โผล่ขึ้นมากลางสนามประลองอย่างรวดเร็ว ทำเอาทั้งสนามประลองถึงกับแตกตื่นเพราะองค์รักษ์ทั้งสี่นั้น เปิดตัวมาพร้อมกับปีสีทองขนาดสิบสองปีก ไม่ต้องบอกก็รู้ได้ทันทีว่าพวกเขามาจากเผ่าอวาลอน
และจากจำนวนปีกที่ปรากฏสู่สายตาทุกราชอาณาจักร บ่งบอกได้ชัดเจนว่านี่คือขุมพลังที่เทียบเท่าได้กับแปดองค์รักษ์อาณาจักรเซสซาร์ หรือพูดง่ายๆ ว่าการนำขุมกำลังรบที่ยิ่งใหญ่มาที่นี่ เพียงพอที่จะทำสงครามสร้างความหายนะครั้งใหญ่ได้เช่นกัน
ทุกราชอาณาจักรต่างตกอยู่ในสถานการณ์ตึงเครียด ผิดกับฟ็อกซ์ที่ยังนั่งเป็นผู้ชมดูเหตุการณ์การตรงหน้าอย่างเงียบสงบ ถึงรู้ว่าผู้มาใหม่แข็งแกร่งชินดที่ว่าตัวเขาในเวลานี้ยังสู้ไม่ไหวก็ตาม แต่เฟียสเองคงไม่ยอมปล่อยให้เขาตายแน่นอน ก็เลยไม่รู้ว่าจะเป็นกังวลไปทำไมกัน
ทว่าหากไม่จำเป็นจริงๆ เขาก็ไม่อยากให้ตัวตนของเฟียสประจักษ์สู่สายตาของคนอื่นเหมือนกัน เพราะคงไม่มีใครยากให้อสูรอย่างเฟียส ที่ระเบิดดันเจี้ยนจนทำให้อาณาจักรวิลล์เซสต้า ต้องสูญเสียไปเกินกว่าครึ่งจนเกือบจะล่มสลาย กลับมีชีวิตรอดออกไปจากเผ่าเซเรนง่ายๆ เป็นแน่
สุดท้ายเซ็ทได้แต่สลายมนตราที่ใช้พลางตัวออก พร้อมกับปีกสีทองขนาดใหญ่สิบแปดปีก ทำเอาทุกราชอาณาจักรถึงกับทรุดฮวบลง เพราะที่ยืนอยู่เบื้องหน้าของพวกเขานั้นคือผู้นำสูงสุดของเผ่าอวาลอน และเป็นเทพที่ทรงพลังอำนาจที่สุดในโลกอาร์เทเรี่ยน ขณะที่หัวหน้าองค์รักษ์ทั้งเจ็ดที่เฝ้าอารักขาองค์จักรพรรดิอิกครอส สยายปีกของพวกเขาออกมาทุกคนราวกับพร้อมรบ
ทว่าปีกของพวกเขากลับแตกต่างกันออกไปอย่างสิ้นเชิง มีทั้งปีกขนนกที่ใช้เก็บพลังมานาเหมือนกับเผ่าอวาลอน ปีกวิญญาณที่ใช้ดึงดูดพลังวิญญาณรอบๆ มาเสริมพลังให้ตนเอง ปีกของเผ่าแลมพีส [แวมไพร์] คล้ายๆ กับของซาฟิร่าแตกต่างกันที่ขนาดใหญ่กว่า และที่น่าสนใจคือปีกเหล็กซึ่งเดาได้ไม่ยากว่าคงเป็นของเผ่าเอ็กซ์คิน่าแน่นอน ทำเอาฟ็อกซ์ถึงกับตื่นเต้นจนมือไม้หยุดสั่นไม่ได้ เลยคว้าผลไม้ในจานมานั่งกินหน้าตาเฉย
ส่วนกลางสนามประลองเทียร่ากับอามีน่าก็สยายปีกออกมาเช่นเดียวกัน ปีกของเทียร่าคล้ายคลึงกับปีกของซาเบรียลผู้นำสูงสุดของเผ่าอวาลอนต่างกันที่เธอมีเพียงสิบหกปีก ส่วนอามีน่าหัวหน้าองค์รักษ์ที่แข็งแกร่งที่สุดในเผ่าเซเรนกลับมีปีกสีดำเงางามของเผ่าชาโดว์ [มาร] และมีสิบหกปีกเช่นกัน สุดท้ายซาเบรียลที่เริ่มเห็นว่าสถานการณ์ไปกันใหญ่โตแล้ว จึงออกคำสั่งให้องค์รักษ์เทพถอยออกไป พลางเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้ายิ้มแย้มร่างเริง
"แหม!! น้องเทียร่าพี่ชายแค่แวะมาเยี่ยมเท่านั้น อย่าทำให้วุ่นวายไปหน่อยเลยน่า"
คำพูดเรียบง่ายของซาเบรียลราวทำเอาทุกราชอาณาจักรทรุดฮวบลงกว่าเดิม แม้จะพอรู้มาบ้างว่าผู้ดูแลหอเทียร่ามาจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์ อาณาจักรลอยฟ้า แต่ก็ไม่มีใครรู้ว่าตัวตนของผู้ดูแลหอธรรมดาผู้นี้ จะมีตำแหน่งสูงและเป็นรองเพียงแค่ผู้นำของเผ่าอวาลอนเท่านั้น ไม่มีใครไม่รู้จักฉายาในอดีตของรองผู้นำเผ่าอวาลอน ที่เลือดเย็นโหดร้ายป่าเถื่อนนามว่า ธิดาเทพสงครามโลหิต ก่อนที่จะได้ยินเสียงของผู้ดูแลหอเทียร่าตอกกลับ
"ร้อยวันพันปีไม่เคยมาเยี่ยม เอาความจริง!!"
"อืม!! จะว่าไปพี่ก็แค่สนใจเด็กที่ชื่อว่าฟ็อกซ์เท่านั้นเอง"
คำพูดของซาเบรียลทำเอาคนฟังสับสนมึนงงไปตามๆ กัน จะมีก็แต่เจ้าตัวคนที่ถูกเอ่ยนามกำลังกินผลไม้อย่างไม่สนโลก
"คงไม่ได้คิดว่าจะเลือกให้เจ้าเด็กไปเป็นคู่หมั้นลูกสาวพี่ใช่ไหม!?" เทียร่าขมวดคิ้วถามอย่างสงสัย
"ฮ่า ฮ่า พี่ว่าเจ้าเด็กนั่นคงไม่คู่ควรมากพอหรอกนะ และตอนนี้ลูกสาวของพี่เอง ก็เข้าไปในหอคอยดันเจี้ยนแห่งพระเจ้าแล้ว ที่มาวันนี้ก็เพียงแค่สงสัยเรื่องของเจ้าเด็กน้อยที่ชื่อฟ็อกซ์ก็เท่านั้นเอง" ซาเบรียลตอบอย่างอารมณ์ดี
"อ่อ!! เจ้าเด็กที่ชื่อโซระอะไรนั่นนะหรอ ไม่ใช่ว่ามันไร้พลังรึยังไงกัน!?"
เมื่อคำว่าโซระหลุดออกจากปากของเทียร่า ทำเอาฟ็อกซ์หยุดชะงักการกินต่อทันที ก่อนจะใช้ความเร็วที่เทียบเท่าได้กับตัวตนที่ยิ่งใหญ่ทั้งสาม ที่กำลังยืนประจัญหน้ากันกลางสนามประลอง พร้อมกับน้ำเสียงที่ยากจะคาดเดาอารมณ์ แต่ก็ทำเอาหลายคนตะลึงที่จู่ๆ รัชทายาทลำดับที่ 1 ฟ็อกซ์ เลเทีย ลงไปเผชิญซึ่งๆ หน้ากับตัวตนที่ยิ่งใหญ่แบบนั้น ราวกับไม่รักชีวิตของตัวเองแล้วหรือยังไงกัน
"ไหนๆ ท่านก็มาแล้วช่วยเล่าให้ฟังหน่อยเถอะครับ ว่าโซระเข้าไปที่นั่นกี่วันแล้ว!? แล้วคนจากเผ่าพันธุ์อื่นๆ ที่เข้าไปก่อนหน้าผ่านไปกันกี่วันแล้วครับ" น้ำเสียงที่เรียบง่ายของฟ็อกซ์แต่แฝงไปด้วยการคุกคามอย่างชัดเจน
ดวงตาซาเบรียลถึงกับฉายแววแปลกใจเล็กน้อย เพราะความเร็วที่เด็กน้อยเผ่าเซเรนคนนี้ใช้ เทียบเท่าได้กับองค์รักษ์เทพสิบสองปีกด้วยซ้ำไป ทั้งๆ ที่ยังไม่ขึ้น Rank X หรือใช้ความสามารถที่น่ากลัวที่สุดของเผ่าเซเรน นั่นคือการนำแก่นโลหิตของเผ่าพันธุ์ที่แข็งแกร่ง มาเสริมพลังให้เป็นของตนเองเฉกเช่นแปดองค์รักษ์ของอาณาจักเซสซาร์ ยิ่งอามีน่าไม่ต้องพูดถึง เพราะเธอเป็นเผ่าเซเรนคนแรกที่ถูกท้าประลองโดยรองผู้นำเผ่าชาโดว์
ส่วนสิ่งแลกเปลี่ยนในครั้งนั้นคือแก่นโลหิตของรองผู้นำเผ่าชาโดว์ กับอาวุธพิเศษของน้องชายรองผู้นำเผ่าชาโดว์ที่อยู่กลุ่มเดียวกันกับอามีน่า ที่พลาดท่าตกตายไปภายในหอคอยดันเจี้ยนแห่งพระเจ้ากลับคืนเผ่าพันธุ์ ในเวลานั้นอามีน่าที่กำลังหมดอาลัยตายอยากจึงตบปากรับคำไปและเอาชนะมาได้ หลังจากนั้นเธอจึงได้เลือกใช้ชีวิตอยู่เพื่อที่จะอบรมสั่งสอนนักเรียน และคัดเลือกคนที่เหมาะสมเพื่อไปพิชิตหอคอยแห่งพระเจ้ารุ่นต่อไป
กลับมาทางด้านฟ็อกซ์ที่ใช้วาจาโอหังใหญ่โต ทำให้องค์รักษ์เทพทั้งสี่ถึงกับเดือดดาลพร้อมระเบิดโทสะออกมา และปล่อยแรงกดดันมหาศาลใส่เด็กน้อย ทว่าแค่เพียงพริบตาเดียวก็ถูกออร่าพลังของฟ็อกซ์ ที่เฟียสแอบปล่อยออกมาจางๆ กดดันกลับไปทำเอาองค์รักษ์เทพทั้งสี่ถึงกับทรุดลงไปคุกเข่าทันที
ในเวลานี้ฟ็อกซ์ถูกดึงความสนใจไปยังคนที่ชื่อโซระ ที่ต่อให้เขากลายเป็นผีของโลกใบนี้เขาก็จำได้อย่างแม่นยำว่า โซระก็คือเด็กสาวที่เย็นชาไร้รสนิยมการแต่งตัว แต่เธอก็เป็นอันดับ 1 ในกลุ่มคนต่างโลกที่ถูกส่งมาที่นี่ อีกทั้งยังเป็นยัยตัวแสบที่ทำให้เขาเกลียดมาจนถึงทุกวันนี้ ส่วนเหตุผลนั้นก็คือ [ไปลุ้นเอาทีหลัง]
"ผมขอถามอีกครั้งนึง คนที่ชื่อโซระเข้าไปได้กี่วันแล้วครับ!?"
น้ำเสียงของฟ็อกซ์เริ่มเปลี่ยนเป็นจริงจังมากขึ้นเรื่อยๆ แรงกดดันที่เฟียสปล่อยออกมาก็เริ่มรุนแรงมากขึ้นตามไปด้วย ทำเอาทั้งสนามถึงกับสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัว หนักหน่อยก็เป็นองค์รักษ์เทพทั้งสี่ที่ไม่อาจต้านทานพลังได้ ถึงกับนอนราบติดกับพื้นโดยไม่อาจขัดขืนได้ [ช่วงแรกที่ปล่อยแรงกดดันเน้นไปที่สี่องค์รักษ์เทพ]
คำถามซ้ำของฟ็อกซ์ในครั้งนี้กลับเรียกเสียงหัวเราะจากซาเบรียลได้เป็นอย่างดี พลางปล่อยออร่าพลังที่พุ่งสูงขึ้นจนสนามประลองเริ่มแตกร้าว ขณะที่อามีน่ากับเทียร่าก็ปลดปล่อยออร่าออกมาสะกดข่มอย่างรุนแรงเช่นกัน ทำให้ทั้งภายในและภายนอกสนามประลองถึงกับสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง หัวหน้าองค์รักษ์ของทุกราชอาณาจักรต้องสร้างม่านพลังเพื่อปกป้องบุคคลสำคัญของแต่ละอาณาจักร
เมื่อฟ็อกซ์ไม่ได้คำตอบจากคนตรงหน้าแถมยังโดนยอกย้อนถึงกับเริ่มฟิวส์ขาด เฟียสที่เชื่อมจิตวิญญาณโดยตรงกับฟ็อกซ์ทำให้รู้สึกถึงความเกลียดชังภายในใจของเขา ทำให้ตัวเธอเองเริ่มมีอารมณ์เกลียดขึ้นมาด้วยเช่นกัน เลยเผลอปล่อยแรงกดดันออกมามากถึง 3 ส่วนทำเอาพลังของตัวตนที่ยิ่งใหญ่ทั้งสามที่ปลดปล่อยออกมาถึงกับสลายไป รวมทั้งม่านพลังรอบๆ สนามที่ถูกสร้างขึ้นมาปกป้องบุคคลสำคัญแตกสลายไปในพริบตา
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงองค์รักษ์เทพทั้งสี่ที่ถึงกับบาดเจ็บจนกระอักเลือด กระทั่งลูเคียที่พยายามใช้พลังของเธอป้องกันตัวมาตลอดเวลา ก็ได้รับบาดเจ็บจนกระเด็นไปติดขอบสนามและกระอักเลือดออกมาเช่นกัน ทำเอาฟ็อกซ์ได้สติจากเสียงของลูเคียเพราะหากเธอบาดเจ็บหนัก เกรงว่าคงต้องยื้อเวลาอีกหลายวันหรือเป็นเดือนกว่าเธอจะหายดีเป็นปกติ แล้วถึงจะสามารถออกเดินทางไปได้ จึงจำต้องสลายพลังทันทีพลางหัวเราะกลบเกลื่อนไป
"ขอโทษครับ พอดีลืมตัวไปนิดนึง ถ้ายังไงพวกเราเปลี่ยนสถานที่พูดคุยกันดีไหมครับ" น้ำเสียงที่ฟังดูสบายๆ ของฟ็อกซ์ไม่ได้ช่วยทำให้ทั้งสนามประลองหายจากอาการตกตะลึงอ้าปากค้างแม้แต่น้อย ก่อนที่ซาเบรียลจะได้สติและพยายามปรับอารมณ์คุยตลกขบขันแทน ส่วนเทียร่ากับอามีน่าก็พยายามตบมุกห่วยๆ ของฟ็อกซ์ตามน้ำไป และเป็นอามีน่าที่รีบสั่งการอย่างรวดเร็ว
"องค์จักรพรรดิอิกคลอสรบกวนหาสถานที่เงียบสงบ เพื่อพูดคุยกับผู้นำสูงสุดของเผ่าอวาลอนดีหรือไม่!? ส่วนเอเดนฝากเจ้าตามหน่วยแพทย์ฉุกเฉินมารักษาเด็กคนนั้น และองค์รักษ์เทพทั้งสี่อย่างเร่งด่วน"
สิ้นเสียงการสั่งการของอามีน่าทั้งสนามประลองก็เริ่มกลับสู่ภาวะปกติ ขณะที่องค์จักรพรรดิที่พลันได้สติก่อนจะกระแอมขึ้น แล้วออกตัวนำทางผู้นำซาเบรียลไปที่ห้องประชุม ขณะที่ฟ็อกซ์เดินตามไปติดๆ โดยมีเทียร่ากับอามีน่าตามประกบไปข้างๆ ราวกับคอยป้องกันเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน