[จบ] เกิดใหม่ชาตินี้มาเป็นภรรยาอ้วนยุค 90

    บทที่ 30 การเจรจาธุรกิจ

    บทที่ 30 การเจรจาธุรกิจ


    เขายังพูดไม่ทันจบ ลู่ฮ่าวก็ใช้ขายาว ๆ ลงจากรถแล้วตามเจียงหนานไปอย่างรวดเร็ว


    ฉินเฟิงเม้มริมฝีปากเป็นรอยยิ้ม นั่งเอนตัวบนรถสามล้อ มองตามเงาหลังของลู่ฮ่าว เขาอดไม่ได้ที่จะหัวเราะ


    หลังจากวันนี้ เขาจะตั้งตารอจุดประกายความรักระหว่างยัยหมูน้อยกับเจ้าทึ่มอย่างลู่ฮ่าว


    เจียงหนานลากถุงกระสอบสองใบตรงไปยังร้านยาสมุนไพรของเถ้าแก่เนี้ยหยางในความทรงจำด้วยความยากลำบาก


    ฉับพลัน มือขวาเธอก็เบาหวิว มองตามก็พบว่าถุงกระสอบในมือถูกฉกไป


    เธอสะดุ้งตกใจ คิดว่าพบเจอการโจรกรรมเสียแล้ว


    เธอเคยทำงานที่นี่ในชาติก่อน สภาพสังคมค่อนข้างวุ่นวายอย่างไรเธอรู้ดี


    ครั้นผินศีรษะมอง ใบหน้าที่ปกปิดจนเห็นไม่ชัดของลู่ฮ่าวก็พลันปรากฏสู่คลองจักษุ


    ชั่วพริบตานั้น ความอบอุ่นก็ซึมวาบในหัวใจของเจียงหนาน เธอถามออกไปด้วยความประหลาดใจ “คุณมาได้อย่างไรเนี่ย?”


    ลู่ฮ่าวพูดด้วยท่าทางเฉยเมยเหมือนอย่างเคย “ฉันกลัวเธอถูกหลอก เดี๋ยวต้องหาคำอธิบายให้คุณปู่อีก”


    “อ้อ ไปกันเถอะ อยู่ทางนั้น”


    เจียงหนานรู้สึกชื่นมื่นใจ รอยยิ้มพลันแต่งแต้มเต็มใบหน้า เธอชี้ไปยังร้านที่มีกระสอบวางกองอยู่ข้างหน้า


    เมื่อเดินถึงหน้าร้าน เธอพูดกับลู่ฮ่าวว่า “คุณรอสักครู่ ฉันจะไปหาเถ้าแก่เนี้ย”


    เจียงหนานวางถุงกระสอบลง เพ่งมองเข้าไปในร้านยาสมุนไพร


    ชายผิวสีแทนตัวสูงใหญ่ พันผ้าขนหนูรอบคอคนหนึ่ง กำลังออกมาจากร้านยาสมุนไพรเพื่อหามกระสอบพอดี


    พอเจียงหนานเห็นเขา เธอก็รู้สึกสนิทใจขึ้นมาทันที


    ต้าหลิว!


    พี่ต้าหลิวที่เคยร่วมทำงานในร้านขายสมุนไพรกับเธอเมื่อชาติก่อน


    เจียงหนานระงับความตื่นเต้นภายในใจ เดินไปสอบถามเขาว่า “สวัสดีค่ะ เถ้าแก่เนี้ยหยางอยู่ไหมคะ?”


    ต้าหลิวปาดเหงื่อ สีหน้านิ่งเฉย “เธอมีอะไร?”


    เจียงหนานตอบว่า “ฉันมาส่งสมุนไพรค่ะ เถ้าแก่เนี้ยอยู่หรือเปล่า?”


    “รอสักครู่”


    ต้าหลิวแบกกระสอบเข้าไปในร้าน


    หลังจากนั้นไม่นาน หญิงวัยกลางคนไว้ผมสั้นคนหนึ่งก็เดินออกมาพร้อมกับชายร่างใหญ่


    เจียงหนานเห็นหญิงวัยกลางคนมาแต่ไกล ในใจรู้สึกตื่นเต้นแทบไม่ไหว


    คนผู้นี้คือเจ้านายใจดีที่เธอพบตอนมาทำงานในเมืองเมื่อชาติก่อน


    ป้าหยางจากร้านยาสมุนไพร


    เธอเป็นหญิงชนบทที่มีสติปัญญาและความสามารถมากกว่าบุรุษ


    เจียงหนานรีบวิ่งตรงไปหาพวกเขา


    ชายร่างใหญ่กล่าวว่า “คนนี้นี่แหละที่บอกว่ามาส่งสมุนไพร”


    เจียงหนานยิ้มอย่างสุภาพ กล่าวทักทายอีกฝ่าย “สวัสดีค่ะป้าหยาง”


    “เธอมีสมุนไพรหรือ?” ป้าหยางถามพลางพินิจมองเธอ


    “มีค่ะ อยู่ทางนี้”


    เจียงหนานรีบวิ่งไปยังข้างถนนแล้วแก้มัดถุงกระสอบ


    ป้าหยางเห็นชายที่หน้ามีแผลเป็นยืนอยู่หน้าถุงกระสอบ จึงไล่มองสำรวจอีกหลายครั้งหน แววตาแฝงด้วยความระแวดระวังหลายส่วน


    เธอรวบหยิบหวงฉีป่าหนึ่งกำมือ ตรวจสอบดู แล้วพูดด้วยน้ำเสียงผิดหวังอยู่บ้าง “มีสมุนไพรแค่นี้หรือ?”


    เจียงหนานอธิบายว่า “วันนี้ฉันเอามาไม่เยอะค่ะ ฉันมาที่นี่เพื่อเจรจาธุรกิจกับคุณ หากเจรจาสำเร็จ สมุนไพรชั้นดีแบบนี้ คุณจะได้มากเท่าที่ต้องการ”


    ได้มากเท่าที่ต้องการ?


    ป้าหยางได้ยินดังนั้นก็เริ่มสนใจทันที “ไปคุยกันในร้านเถอะ”


    เจียงหนานพยักหน้าหงึกหงัก “ได้ค่ะ”


    เธอหันไปพูดกับลู่ฮ่าว “ถ้าคุณมีธุระก็ไปทำก่อนได้เลยนะ ฉันจะไปคุยเรื่องธุรกิจกับป้าหยาง หรือคุณจะมากับฉันก็ได้”


    รถสามล้อของฉินเฟิงยังคงอยู่ที่นั่น


    ลู่ฮ่าวลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ทำได้แค่ตามเข้าไป


    เขาตรึกตรองว่า ในเมื่อสาวอ้วนคนนี้เป็นภรรยาในนามของเขาแล้ว ฉะนั้นอย่าทำอะไรผิดพลาดเสียจะดีกว่า


    ป้าหยางพาพวกเขาเข้าไปในร้าน ภายในร้านเต็มไปด้วยสมุนไพร มีประตูหลังเข้าสู่สวนหลังบ้านอีกทอดหนึ่ง


    ในสวนหลังบ้านมียาสมุนไพรจีนนานาชนิดกำลังตากแห้ง


    ป้าหยางเป็นคนเรียบง่าย เจ้าตัวนำเก้าอี้สองตัวมาให้ “นั่งเถอะ”


    จากนั้นก็มองเจียงหนาน ถามด้วยรอยยิ้มว่า “สาวน้อย เธอจะคุยเรื่องอะไร?”


    เจียงหนานมองไปรอบ ๆ สถานที่ที่เธอเคยทำงานมาหลายเดือนในชีวิตก่อนหน้า หลากหลายความรู้สึกประดังประเดเข้ามาในใจ เธอได้กลับมาที่นี่อีกครั้งแล้ว


    ทว่าคราวนี้ สถานะต่างกัน


    เธอแนะนำตัวอย่างจริงจัง “ป้าหยางคะ บ้านของฉันอยู่ที่เชิงเขาเป่ยซาน ตอนนี้เป็นช่วงเวลาที่ดีในการขุดหาสมุนไพรสำหรับพวกชาวบ้าน ปีที่แล้ว ๆ มา สมุนไพรของเราถูกพ่อค้าที่ชื่อเหล่าหวงเก็บไปหมด เหล่าหวงคนนั้นกดราคาต่ำไม่พอ แถมยังโกงน้ำหนักอีก ฉันสอบถามมาบ้างแล้ว เถ้าแก่เนี้ยหยางเป็นผู้ค้าสมุนไพรที่ซื่อสัตย์สุจริต ฉันเลยอยากจะร่วมงานด้วยค่ะ”


    ป้าหยางตาเป็นประกายน้อย ๆ เมื่อได้ยินเจียงหนานพูดถึงเหล่าหวง 


    แววตาที่มองเจียงหนาน แฝงเร้นความพินิจสำรวจอยู่หลายส่วน


    แน่นอนว่าเหล่าหวงเป็นคู่แข่งอย่างแท้จริง เป็นคู่แข่งที่ไม่ได้จิตใจบริสุทธิ์เท่าไรนัก


    ในปีก่อน ๆ เหล่าหวงเป็นคนรับซื้อสมุนไพรจากเขาเป่ยซานทั้งหมด


    เธอแย่งชิงมาไม่ได้เลย


    ป้าหยางถาม “จะร่วมมืออย่างไรล่ะ?”


    เจียงหนานมองหล่อนด้วยดวงตาเป็นประกายระยิบระยับ กล่าวว่า “ฉันจะรวบรวมสมุนไพรจัดส่งให้คุณ หากำไรส่วนต่างจากตรงกลาง คุณคิดเห็นอย่างไรคะ?”


    เจียงหนานไม่มีต้นทุนในการส่งสมุนไพรไปยังโรงงานแปรรูปในเมือง คงทำได้แค่ร่วมมือกับคนค้าสมุนไพรเท่านั้น


    ตอนนี้ เธอต้องการคนที่ตัวเองควรค่าแก่การไว้ใจ


    ป้าหยางเป็นคนซื่อตรงมาก เธอจึงวางใจเต็มที่


    “นี่... เธอจะรวบรวมสมุนไพรที่ดีขนาดนี้ได้จริงหรือ?” ป้าหยางหยิบจับหวงฉีจำนวนครึ่งถุงของเจียงหนานมาดูอีกครั้ง


    สมุนไพรจีนชั้นดีจะดึงดูดคนค้าสมุนไพรเป็นพิเศษ


    เจียงหนานตอบว่า “สมุนไพรย่อมต้องแบ่งตามคุณภาพ เราจะกำหนดราคาตามนั้นค่ะ”


    ป้าหยางพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ


    เธอสนใจเจียงหนาน แต่พอมองดูใบหน้าอ้วนกลมอันไม่ประสีประสาแล้วยังรู้สึกไม่ค่อยน่าเชื่อถือเท่าไรนัก


    ป้าหยางถามอีกครั้งว่า “สาวน้อย เธออายุเท่าไรหรือ? คนในครอบครัวเธอรู้หรือเปล่า นี่ไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ นะ”


    เจียงหนานแนะนำชายที่ปิดปากเงียบอยู่ข้างกายมาตลอดให้ป้าหยางรู้จัก “นี่คือคนในครอบครัวฉันค่ะ เขาเห็นด้วย”


    ลู่ฮ่าวพลันเป็นจุดสนใจขึ้นมา เขาช้อนตามองผู้หญิงสองคนที่กำลังคุยกันจนบรรยากาศครึกครื้น


    แน่นอนว่าเขาไม่เอ่ยวาจาออกมาสักประโยค


    เจียงหนานหยิกเขาทีหนึ่ง “คุณคือคนที่คอยสนับสนุนฉันเนอะ”


    ป้าหยางมองชายที่มีผ้าก๊อซพันใบหน้าด้วยสีหน้าซับซ้อน


    เจียงหนานเห็นแล้วก็รีบกล่าวว่า “หน้าเขาเป็นแผลนิดหน่อยน่ะค่ะ ไม่ได้เป็นคนไม่ดีอะไร”


    ป้าหยางครุ่นคิดอยู่นาน ก่อนตัดสินใจว่า “เอาล่ะ งั้นเรามาคุยกันเรื่องราคากัน”


    “หวงฉีคุณภาพชั้นหนึ่งครึ่งกิโลต่อราคาห้าไคว*[1] ผูกงอิงห้าเหมา*[2] ส่วนพวกปั้นเซี่ย โกฐสอ ฉันอยากให้มากกว่าราคารับซื้อในหมู่บ้านสักหลายเหมา คุณคิดว่ายังไงคะ?”

     

    ราคาที่เจียงหนานเสนอให้คือราคาที่คิดมาดีแล้วว่าคุ้มค่า

     

    ป้าหยางเป็นคนตรงไปตรงมา เจียงหนานยื่นข้อเสนอให้ถูกจุดเลยไม่ได้กดราคามากนัก เธอพยักหน้าแล้วพูดว่า “ได้ เธอกลับไปเก็บรวบรวมสมุนไพร ส่งมาให้ทางฉันโดยยึดราคาตามนี้”

     

    เจียงหนานเห็นป้าหยางตอบรับแล้ว นัยน์ตาก็ขยับไหวเล็กน้อย กล่าวต่อด้วยรอยยิ้มว่า “ป้าหยาง หากเราร่วมมือกัน คุณก็ต้องแสดงความจริงใจให้เห็นค่ะ ถ้าฉันรวบรวมสมุนไพรแล้วคุณกดราคาจะทำอย่างไร? หรือถ้าเอาไปกักตุนไว้ ฉันก็รับผิดชอบไม่ไหวนะ เรามาตั้งราคาให้ดีกันเถอะค่ะ คุณให้เงินมัดจำฉันสักหน่อย ฉันจะได้ไม่ต้องกังวล”

     

    ป้าหยางมีสีหน้าลำบากใจ “สาวน้อย พวกเราเป็นธุรกิจขนาดเล็ก เกรงว่าจะให้เงินมัดจำไม่ได้”

     

    เจียงหนานมาที่นี่ในวันนี้ก็เพื่อเงินมัดจำ

     

    ไม่อย่างนั้น เธอคงเงินหมดตัว ไม่สามารถขยายการทำงานในหมู่บ้านได้

     

    พอป้าหยางปฏิเสธเธอ เธอก็จะไม่ใจร้อน ใบหน้าเจ้าเนื้อแย้มยิ้มตาหยี พูดอย่างใจเย็นว่า “อันที่จริงก่อนหน้านี้ เหล่าหวงก็มาขอให้ฉันร่วมมือด้วย แต่ฉันไม่ชอบนิสัยของเขา จึงได้มาหาคุณถึงที่นี่ ถ้าพวกคุณไม่จริงใจ ฉันก็จะไปหาเหล่าหวงต่อ หรืออาจส่งตรงไปยังโรงงานแปรรูปในเมือง สมุนไพรจากเขาเป่ยซานของเราไม่ว่าจะไปที่ไหนก็เป็นที่รู้จัก”

     

    ร่วมมือกับเหล่าหวง?

     

    ถ้าอย่างนั้นพวกเขาคงหมดวาสนากับสมุนไพรจีนจากเป่ยซานแน่แล้ว

     

    ป้าหยางยอมประนีประนอมในที่สุด

     

    “เอาแบบนี้แล้วกัน เธอให้ที่อยู่โดยละเอียดของเธอกับฉัน พรุ่งนี้ฉันจะไปที่บ้าน ตรวจสอบสมุนไพรของเธอ เสร็จแล้วเราค่อยคุยเรื่องเงินมัดจำกันอีกที”

     

    “ไม่มีปัญหาค่ะ”

     

    ทั้งสองคนตกลงร่วมกันอย่างรวดเร็ว ป้าหยางให้ต้าหลิวจัดการตามราคาที่เจียงหนานต้องการ กลายเป็นว่าตอนนี้หวงฉีได้ราคารับซื้อสูงกว่าตอนพ่อค้าเข้ามาเก็บในหมู่บ้านเสียอีก

     

    ผูกงอิงก็ขึ้นราคามาหนึ่งเหมา

     

    เจียงหนานให้ที่อยู่โดยละเอียดในหมู่บ้านจินสุ่ยแก่ป้าหยาง จากนั้นทั้งสองคนก็คุยกันอย่างถูกคอเป็นเวลานานราวกับว่าเสียดายที่รู้จักกันช้าไป

     

    พวกเธอบอกลากันอย่างไม่เต็มใจ

     

    ลู่ฮ่าวที่อยู่ด้านข้างเหมือนเป็นมนุษย์เครื่องจักรโดยสมบูรณ์

     


    *[1] ไคว่ หรือในภาษาเขียนเรียกว่า หยวน ซึ่ง 1 หยวน (ไคว่) เท่ากับเงินไทย 5 บาทโดยเฉลี่ย

    *[2] เหมา หรือในภาษาเขียนเรียกว่า เจี่ยว โดย 10 เจี่ยว (เหมา) เท่ากับ 1 หยวน (ไคว่)


    คล้ายกับเรื่อง[จบ] เกิดใหม่ชาตินี้มาเป็นภรรยาอ้วนยุค 90 ที่คุณอ่าน