คุณชายเวินข้าพาเหลียงเฟย เฟยมาแล้วเ้าค่ะ”
เสียงโม่ลี่ฮวาดังขึ้นความคิดของนางก็หยุดลงแค่นั้น “ให้นางเข้ามาได้ ส่วนท่านลงไปรอข้างล่างก่อนนายหญิงโม่” โม่ลี่ฮวาเป็ห่วงเหลียงเฟยเฟยมากแต่นางก็ทำอะไรไม่ได้สิ่งเดียวที่นางทำได้คือเชื่อฟังคำสั่งของเวินฉงหลินเท่านั้น
เหลียงเฟยเฟยไม่รู้เลยว่าหลังจากที่นางก้าวขาผ่านประตูบานนี้เข้าไป ทุกสิ่งทุกอย่างกำลังจะเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
พอเข้ามาในห้อง สายตาของเหลียงเฟยเฟย ก็ปะทะเข้ากับแผ่นหลังของใครบางคน
แม้ว่าบุรุษผู้นั้นแค่ยืนเอามือไขว้หลัง นางก็ไม่อาจละสายตาจากแผ่นหลังนั้นได้
“คุณชายใหญ่” เหลียงเฟยเฟยคำความเคารพ
“แม่นางเหลียงข้ามีคำถามจะถามเ้านิดหน่อย เ้าแค่ตอบตามความจริงก็พอ” เซียวซ่งหลานพูด
หย่งซีเฉินหันกลับมามองเหลียงเฟยเฟย ใบหน้าอันหล่อเหลาที่อยู่ตรงหน้าทำให้นางคิดถึงครั้งแรกที่นางได้เจอคุณชายใหญ่เมื่อห้าปีก่อน
ครานั้นเป็เทศกาลลอยโคม
“นายหญิงข้าขอออกไปปล่อยโคมขอพรให้พี่หงส์อ๋อได้หรือไม่เ้าคะ”
“ได้สิ ข้าจะให้ผู้ดูแลหอพาเ้าไป”
“ไม่เป็ไรเ้าค่ะ วันนี้มีแขกเข้ามามากทุกคนล้วนยุ่งอยู่ ข้าไปเองได้เ้าค่ะ”
“เช่นนั้นเ้าก็ดูแลตัวเอง อย่ากลับดึกมาก” โม่ลี่ฮวาเป็ห่วง
“ข้าจะรีบไปรีบกลับเ้าค่ะ นายหญิงไม่ต้องเป็ห่วง”
หลังจากนางปล่อยโคมลอยเสร็จแล้วขณะที่นางเดินกลับ
“นายท่านนั่นมันแม่นางเหลียงเฟยนี่ขอรับ”
นักเลงคุมบ่อนบอกเศรษฐีเ้าของบ่อน ผู้มีอิทธิพลในเขตนั้น
“พวกเ้าตามข้ามา” บุรุษทั้งสามขึ้นรถม้าตามนางไปจนถึง่ถนนที่มืดพ้นสายตาผู้คน
“ไปฉุดนางมาให้ข้า”
ขณะที่นางถูกฉุดกระชากลากถูขึ้นรถม้าอยู่นั้น ก็มีรถม้าอีกคันเข้ามาจอดใกล้ๆ ชายชุดดำแต่งตัวคล้ายมือปราบลงมาจากรถม้ามุ่งตรงมาหาพวกนาง.
“ปล่อยนางซะ!”
“เ้าอย่าแส่หาเื่ดีกว่า เ้ารู้หรือไม่ว่านายท่านของข้าเป็ใคร”
นักเลงคุมบ่อนขู่พร้อมพุ่งตัวเข้าหาหมายจะทำร้ายชายผู้นั้น
แต่ก็ยังช้ากว่ากระบี่ในมือของชายชุดดำ ซึ่งตอนนี้มันพาดอยู่ที่คอของนักเลงคุมบ่อน มือหนึ่งถือกระบี่อีกมือหนึ่งก็ชูป้ายหยกขึ้น
“อย่าให้คนในรถม้าต้องหมดความอดทน เพราะพวกเ้าคงแบกรับผลที่ตามมาไม่ไหวแน่”
เศรษฐีเ้าของบ่อนมองไปที่รถม้าคันนั้น แม้ม่านหน้าต่างจะถูกปิดไว้แต่ชายทั้งสามก็ลนลานโค้งคำนับชายชุดดำแล้วรีบหนีไป
“ขอบคุณ คุณชายมากเ้าค่ะ”
เหลียงเฟยเฟยพูดกับชายชุดดำ
“เ้าไม่ต้องขอบคุณข้า คุณชายในรถม้าท่านนั้นต่างหากที่ช่วยเ้า”
ที่แท้ชายชุดดำผู้นั้นคือเวินฉงหลินคน สนิทของคุณชายใหญ่นี่เอง
เหลียงเฟยเฟยเดินไปข้างๆรถม้าคันนั้น เพื่อกล่าวขอบคุณผู้ที่อยู่ข้างในอย่างจริงใจ
“ขอบคุณมากเ้าค่ะ ที่คุณชายยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือข้าในวันนี้”
จบคำพูดของนาง ม่านหน้าต่างถูกเปิดออกเบาๆ นางแหงนหน้าขึ้นมองไปยังหน้าต่าง ลักษณะของคนผู้นั้นยังชัดเจนอยู่ในหัวใจของนางมาจนถึงทุกวันนี้
แสงจันทร์สาดส่องบวกกับโคมไฟนับพันบนท้องฟ้า ทำให้นางเห็นหน้าบุรุษที่นั่งอยู่ในรถม้าได้อย่างชัดเจน วงหน้ารูปไข่ยาวเล็กน้อย จมูกโด่งเป็สันงดงาม
คิ้วหนาดกดำงอโค้งดั่งพระจันทร์เสี้ยว ดวงตายาวเรียวฉายแววเด็ดเดี่ยวดุจั ริมฝีปากหยักบางเป็รูปกระจับ ผิวพรรณขาวผ่องกว่าบุรุษทั่วไป เสื้อคลุมขนจิ้งจอกสีดำที่สวมใส่ตัวนั้น ยิ่งทำให้เย่อหยิ่งองอาจไม่ต่างจากราชสีห์ บุรุษผู้นี้อายุประมาณยี่สิบเห็นจะได้ แม้ท่าทางเ็าจะขัดกับรูปลักษณ์ภายนอก แต่พอดวงตาคู่นั้นจ้องมองลงมา ใบหน้าของนางกลับเห่อร้อนแขนขามึนชาอย่างไร้สาเหตุ
ในตอนนั้นความรู้สึกของเหลียงเฟยเฟย ไม่ต่างอะไรกับลูกศรที่ถูกยิงออกไป
“แม่นางเหลียงเฟย นายหญิงโม่ให้ข้ามารับท่าน ดึกแล้วนางกลัวว่าท่านจะมีอันตราย”
เสียงผู้ดูแลหอทำให้เหลียงเฟยเฟยตื่นจากภวังค์
“คูณชายใหญ่ งานเลี้ยงจะสายแล้วนะขอรับ” เวินฉงหลินบอก
“ไปได้”เสียงนี้แม้จะพูดไม่ดังนักแต่กลับกึกก้องเข้าไปในหัวใจของเหลียงเฟยเฟย
รถม้าเคลื่อนตัวออกไปทิ้งให้นางมองตามจนสุดสายตา
“คุณชายใหญ่หรือ”