ยุทธจักรเทพยุทธ์ (แปลจบแล้ว)

    เล่มที่ 5 ตอนที่ 131 ถูกจูบ

           ระหว่างที่ตู้เซ่าฝู่กำลังเจ็บปวดจี๊ดไปทั้งหน้าจู่ๆ พลังที่ซ่อนอยู่ในตัวของเขาก็ระเบิดออกมา ไม่รู้ว่าเขาฮึดเอาแรงมาจากไหนพลิกตัวจับชายหนุ่มร่างบางมากดคร่อมไว้ ทว่าชายหนุ่มร่างบางก็ยังกัดจมูกเขาไว้ไม่ยอมปล่อย

           “ข้าจะกัดบ้าง……”

           ตู้เซ่าฝู่เองก็ขยับตัวมากกว่านี้ไม่ไหวระหว่างที่ยังเจ็บปวดทรมาน มีเพียงหนทางเดียวแล้วคือใช้ปากกัดกลับไปบ้างเขาไม่รู้ควรจะกัดตรงนั้นแต่ก็แยกเขี้ยวใช้ฟันกัดลงไปที่ไหนก็ได้บนหน้าบ้าง

           “อ๊าก……”

           ทันใดนั้น ชายหนุ่มร่างบางก็ร้องโหยหวนออกมาเขาทนไม่ไหวจนอ้าปากปล่อยจมูกของตู้เซ่าฝู่ออกมาจากฟันที่กัดไว้

           ตู้เซ่าฝู่กำลังเจ็บปวดอยู่เมื่อจมูกหลุดออกมาจากฟันที่กัดไว้ได้ เขาก็รีบคลายฟันออกจากบริเวณบนใบหน้าของชายหนุ่มร่างบางที่กัดไว้เช่นกันเพื่อป้องกันไม่ให้ชายหนุ่มร่างบางกัดจมูกของเขาอีก เขาจึงปล่อยแขนสองข้างที่กอดชายหนุ่มร่างบางไว้จากนั้นใช้สองมือกดไปที่หน้าอกของชายหนุ่มร่างบาง

           ขณะนั้นเองตู้เซ่าฝู่กลับรู้สึกว่าหน้าอกของชายหนุ่มร่างบางคนนี้นุ่มพิลึกให้สัมผัสมือที่นุ่มนวลราวกับมีของนุ่มๆ เด้งดึ๋งได้หนุนอยู่ ริมฝีปากล่างของชายหนุ่มร่างบางถูกกัดเข้าแรงจนมีเลือดไหลออกมาเป็นสายสรุปแล้วคือเมื่อกี้เขากัดลงบนที่ริมฝีปากล่างของชายหนุ่มร่างบาง……

           “ข้ากัดริมฝีปากของผู้ชายจูบแรกของข้าเสียไปให้กับผู้ชายหรือเนี่ย” ตู้เซ่าฝู่ตะลึงจนตัวแข็งเขาแน่นิ่งราวกับถูกฟ้าผ่ารู้สึกสมองมึนตาลายเหมือนกับว่าอีกาบินว่อนอยู่เหนือศีรษะรู้สึกอ่อนเปลี้ยหมดแรงไปทั้งตัว

           ทันใดนั้นตู้เซ่าฝู่เหมือนว่าค้นพบอะไรบางอย่าง หลังจากตะลึงไปชั่วครู่ก็มองไปที่สองมือของตัวเองที่ดันหน้าอกของชายหนุ่มร่างบางเอาไว้ เขารู้สึกภายใต้มือมีอะไรนิ่มๆจากนั้นจึงลองบีบเล่นดู เอ๊ะนี่มันอะไร ทำไมนิ่งจัง เมื่อตระหนักได้เขาก็ตกใจตะลึงจนสีหน้าเปลี่ยน กล่าวว่า “เห้ยเจ้าเป็นผู้ชายทำไมมีหน้าอกล่ะเจ้าเป็นปีศาจแน่เลย……”

           ชายหนุ่มร่างบางเองก็ตะลึงจนสีหน้าซีดสมองขาวโพลน ชายหนุ่มชุดม่วงนั่งอยู่บนต้นขาของเขา เพิ่งจะกัดริมฝีปากของเขาและยังใช้สองมือบีบที่หน้าอกของเขาด้วย……

           “คุณหนูใหญ่นี่!”

           “คุณชายน้อยเซ่าฝู่นี่!”……

           หัวหน้ากองจาง หวงที่สามผู้ติดตามตู้เซ่าฝู่ทั้งหกคนพุ่งพรวดกันออกมาท่ามกลางฝูงชนที่มุงดูเหตุการณ์เมื่อเห็นภาพเหตุการณ์แสนจะสนิทสนมใกล้ชิดของทั้งสองคนที่นั่งคร่อมกันอยู่ทั้งหกคนต่างก็ตะลึงจนสีหน้าเปลี่ยน แทบจะเป็นลมจับ……

           “ไอ้สารเลวหลีกไปซะ……”

           เมื่อชายหนุ่มร่างบางได้สติกลับมาก็ระเบิดโมโหขึ้นมาในทันใดในที่สุดก็สามารถเคลื่อนไหว ใช้ทั้งสองมือผลักไปที่ตัวของตู้เซ่าฝู่อย่างแรง

           “ปึง!”

           ตู้เซ่าฝู่ที่กำลังตกตะลึงอยู่ไม่ทันตั้งตัวก็โดนผลักไปอย่างแรงลอยกระเด็นไปไกลเหมือนว่าวที่ลอยฉิวบนฟ้าได้และก็ตกกระแทกพื้นอย่างแรง

           “สวนโบราณของข้า……”

           ในที่สุดเมิ่งไหลไฉก็วิ่งมาถึงชั้นหนึ่งเมื่อเห็นสภาพสถานที่ในตอนนี้ก็แสดงสีหน้าเจ็บปวดอย่างมาก สวนโบราณในตอนนี้ถูกทั้งสองพังตั้งแต่ชั้นสามลามจนมาถึงชั้นหนึ่งแล้วเขาเจ็บปวดรวดร้าวราวกับหัวใจถูกกรีดจนเลือดไหล

           “ใครบังอาจมาก่อเรื่องในสวนโบราณ!”

           ทันใดนั้นเองชายร่างใหญ่สวมชุดนักสู้ที่ประจำการอยู่รอบๆ สวนโบราณต่างวิ่งกันเข้ามาหาทุกคนต่างมีลมปราณที่ไม่ธรรมดา เป็นกลุ่มชายร่างใหญ่สวมชุดนักสู้ที่มีพลังปราณเหนือกว่าที่พบที่ประตูและสัมผัสได้ว่าพวกคนที่เป็นหัวหน้ากลุ่มเป็นยอดฝีมืออย่างแท้จริง

           ชายร่างใหญ่สวมชุดนักสู้เมื่อเห็นว่าเถ้าแก่น้อยเมิ่งไหลไฉเองก็อยู่ก็รีบเข้าไปคุ้มกันอยู่ข้างกายเมิ่งไหลไฉ หากเมิ่งไหลไฉมีคำสั่งเพียงคำเดียวพวกเขาก็พร้อมที่จะกระโจนหาตู้เซ่าฝู่และชายหนุ่มร่างบางในทันที

           สวนโบราณสร้างมาอยู่ในเมืองหลังหลิงมานานแต่ก็ไม่เคยมีใครกล้าก่อเรื่อง เพราะใครๆ ก็รู้ว่า สวนโบราณมียอดฝีมือคุ้มกันอยู่ จึงไม่มีใครกล้าสร้างความวุ่นวายเลย

           ทว่าเมิ่งไหลไฉไม่ได้ให้ชายร่างใหญ่สวมชุดนักสู้เหล่านั้นลงมือกลับส่งสัญญาณมือบอกให้หยุด เพียงแต่แววตาของเขาเศร้าหมองมากเหมือนอยากจะร้องไห้

           หานซินและมู่หรงโยวรั่วสองคนที่ตามมาทีหลังขณะนี้ต่างจับจ้องไปที่ชายหนุ่มร่างบางและตู้เซ่าฝู่สองคนนั้น

           “ไอ้สารเลว ข้าจะฆ่าเจ้า……”

           ชายหนุ่มร่างบางมีเลือดไหลออกมาจากมุมปากริมฝีปากบางอันงดงามถูกตู้เซ่าฝู่กัดจนเลือดไหลเมื่อเขาคิดถึงภาพเหตุการณ์เมื่อกี้ก็โกรธแทบทนไม่ไหว ทันใดนั้นก็กระโจนเข้าใส่ตู้เซ่าฝู่อย่างเกรี้ยวกราด

           “เจ้าเป็นปีศาจ เจ้ามีหน้าอก เจ้ากัดจมูกของข้า เจ้าขโมยจูบแรกของข้าไป……” ตู้เซ่าฝู่ที่มีเลือดไหลเองก็ร้องตะโกนออกมาเช่นกัน เขาไม่ยอมแพ้ปล่อยพลังพลุ่งพล่านออกมาอย่างไม่รอช้า

           “คุณหนูใหญ่อย่าลงมือ”

           “คุณชายน้อยเซ่าฝู่ทุกคนเป็นครอบครัวเดียวกันนะ” ……

           หัวหน้ากองจางและหวงที่สามเมื่อได้สติกลับมาก็ตื่นเต้นกังวลจนเหงื่อไหล ทันใดนั้นก็กรูกันเข้าไปห้ามปรามทั้งสองยืนแทรกอยู่ระหว่างกลาง

           “ทำไมพวกเจ้ามาอยู่ที่นี่?”

           ชายหนุ่มร่างบางเมื่อเห็นหัวหน้ากองจางและคนอื่นๆก็ตะลึงไปชั่วครู่ รู้สึกแปลกประหลาดใจมาก แม้พวกเขาเป็นทหารอารักขาจวนแต่ล้วนก็เป็นทหารที่บิดามารดาของตนไว้ใจ เขาคิดว่าบิดามารดาของตนคงไม่ได้มาหรอกนะ? พอคิดถึงจุดนี้ ชายหนุ่มร่างบางก็สีหน้ากระวนกระวายขึ้นมาในทันใด

    “พวกเราได้รับคำสั่งให้ติดตามคุณชายน้อยเซ่าฝู่มาขอรับ”

           พวกเขาตอบชายหนุ่มร่างบางด้วยท่าทางเคารพนบนอบและเกรงใจมากไม่ได้เพียงแต่เพราะส่วนตัวเป็นบริวารของนายท่านและนายหญิงทว่าเพราะนายน้อยท่านนี้อายุเพียงเท่านี้แต่กลับมีพละกำลังความสามารถที่เหนือกว่าพวกเขาแค่นี้ก็คู่ควรแก่ความเคารพแล้ว

           “หวงที่สาม เมื่อกี้เจ้าว่าอย่างไรนะ เขาคือคุณหนูหรือ?”

           ตู้เซ่าฝู่เองก็ตะลึง เมื่อเห็นหวงที่สามและคนอื่นๆมายืนขวางตรงกลางระหว่างพวกเขา จึงเอ่ยถามด้วยความตกใจ

           “คุณชายน้อยเซ่าฝู่ท่านนี่คือคุณหนูใหญ่ขอรับ ทำไมพวกท่านมาต่อยตีกันได้” หวงที่สามสีหน้าซีดคุณหนูใหญ่กับคุณชายน้อยเซ่าฝู่ทะเลาะกัน มิใช่อะไรที่เขาสามารถไปขวางไว้ได้แถมยังมาทะเลาะกันในสวนโบราณ สถานที่เช่นนี้อีก

           “อะไรนะ คุณหนูใหญ่ คุณหนูใหญ่อะไร หรือว่านางคือโอวหยังส่วง นางคือผู้หญิงที่แต่งกายเป็นชายนางคือบุตรสาวของป้าซัน……” ตู้เซ่าฝู่ตกใจตะลึงมากจนอ้าปากหวอกลมเป็นวงกลมตอนกลางวันได้ยินมาจากป้าซันว่านางมีบุตรสาวคนหนึ่งที่ชื่อว่าโอวหยังส่วงทว่าคิดไม่ถึงว่าชายหนุ่มร่างบางที่ปรากฏอยู่ต่อหน้าในตอนนี้จะเป็นบุตรสาวของป้าซันโอวหยังส่วงได้

           “เจ้าบ้านี่มันคืออย่างไรกันแน่?” โอวหยังส่วงฟังแล้วก็แปลกใจ รีบเอ่ยถามด้วยความสงสัย

           “คุณหนูใหญ่ พวกเราได้รับคำสั่งให้มาดูแลคุณชายน้อยเซ่าฝู่”

           แม้ว่าตอบกลับไปเช่นนั้นทว่าเขาเองก็ไม่รู้ว่าคุณชายน้อยเซ่าฝู่มีที่มาที่ไปเป็นอย่างไรแต่อย่างไรนายหญิงพวกเขาก็ท่าทางเป็นห่วงมากจึงต้องตามมา ทว่าเมื่อกี้ก็ตะลึงสุดๆความสามารถของคุณหนูใหญ่เขารู้ดี หากสู้กันเขาไม่สามารถทำอะไรนางได้เลย ทว่าคุณชายน้อยเซ่าฝู่เองก็แข็งแกร่งมากพลังดุดันป่าเถื่อนเป็นที่สุด สามารถทำให้คุณหนูใหญ่เสียเปรียบได้ถือว่าเก่งกาจน่ากลัวมากแล้ว ไม่จำเป็นต้องได้รับการอารักขาคุ้มกันสักหน่อย

           “พวกเขาสองคน เป็นพรรคพวกกันหรือ?”

           มู่หรงโยวรั่วและคนที่อยู่ในสวนโบราณชั้นหนึ่งต่างมองตู้เซ่าฝู่กับโอวหยังส่วงด้วยความสงสัย

           “ตู้เซ่าฝู่เป็นคนของจวนผู้ปกครองมณฑลหลันหลิงด้วยหรือ?” หานซินและเมิ่งไหลไฉทั้งสองคนแสดงสีหน้าแย่ขึ้นมาในทันใด

           “เจ้าคือบุตรสาวของป้าซันหรือ?” ตู้เซ่าฝู่ก้าวไปข้างหน้าจ้องหน้าชายหนุ่มร่างบาง มิน่าล่ะท่าทางวัยรุ่นคนนี้ช่างเหมือนผู้หญิงเหลือเกินที่แท้เขาก็คือผู้หญิง

           “เจ้าเป็นใครกันแน่?” โอวหยังส่วงมองตู้เซ่าฝู่ด้วยความโมโหนางจะคาดคิดได้อย่างไรล่ะว่าชายหนุ่มนิสัยเสียคนนี้มีความสัมพันธ์กับครอบครัวของนางด้วย

           “ข้าชื่อตู้เซ่าฝู่ ส่วนเรื่องที่ว่าข้าคือใคร เจ้ากลับไปถามป้าซันก็รู้เอง”

           ตู้เซ่าฝู่มองหน้าโอวหยังส่วงอย่างเหนื่อยใจกล่าวว่า “ตามหลักข้าควรนับเจ้าว่าเป็นพี่สาวแต่เจ้าเป็นผู้หญิงที่แต่งเป็นชายก็น่าจะบอกข้าล่วงหน้าหากข้ารู้แต่แรกว่าเจ้าคือบุตรสาวของป้าซัน ข้าก็ไม่มีทางลงมือกับเจ้าหรอก”

           “เรื่องนี้ข้าไม่ปล่อยเจ้าไปหรอกนะ”

           โอวหยังส่วงจ้องตู้เซ่าฝู่ตาเขม็งก่อนหน้าที่ยังไม่เข้าใจเรื่องราวอย่างชัดเจน นางก็ไม่กล้าลงมือต่อแล้วจากนั้นนางก็โมโหเดินไปข้างกายมู่หรงโยวรั่ว กล่าวว่า “มู่หรงโยวรั่ว ดูท่าเจ้าหนูนี่ไม่ต้องให้ข้าออกหน้าให้หรอก ข้ากลับก่อนนะ”

           “อืม”

           มู่หรงโยวรั่วยิ้มเจื่อนๆ พยักหน้าให้นางคิดไม่ถึงว่าเรื่องราวจะกลายมาเป็นเช่นนี้ ตอนแรกนางวางแผนให้โอวหยังส่วงช่วยตู้เซ่าฝู่จัดการสะสางเรื่องกัวคุนและเฮ่อจวินให้นางคิดว่าทั้งเมืองหลันหลิงน่าจะมีนางเพียงคนเดียวที่สามารถสยบสี่คุณชายน้อยแห่งหลันหลิงได้

           “พวกเจ้าสองคนฟังให้ดี ฝากส่งคำเตือนจากข้าไปบอกเฮ่อจวินกับกัวคุนด้วยให้พวกมันเตรียมตัวไว้ให้ดี ไม่ช้าก็เร็วข้าจะไปคิดบัญชีกับพวกมัน” เมื่อพูดจบ โอวหยังส่วงก็ยกแขนเสื้อขึ้นมาเช็ดรอยเลือด จากนั้นถลึงตาตู้เซ่าฝู่ก่อนแล้วจึงพลิกตัวเดินออกจากสวนโบราณไป

           “งั้นข้าเองก็ไปก่อนนะ”

           ตู้เซ่าฝู่เดินมาหามู่หรงโยวรั่วดูท่านางมีคุณหนูคนนั้นปกป้องอยู่ มู่หรงโยวรั่วไม่น่าจะมีปัญหาอะไรเขาเองก็ไม่มีอะไรให้กังวลใจแล้ว

           “เซ่าฝู่ ข้าไม่รู้ว่าเหตุการณ์จะกลับกลายมาเป็นเช่นนี้ ตอนแรกข้า……”

           มู่หรงโยวรั่วคิ้วขมวด มองหน้าตู้เซ่าฝู่ด้วยแววตารู้สึกผิดมากตอนแรกนางอยากจะช่วยเหลือคิดไม่ถึงว่าคนนี้ที่เขาพยายามเรียกคนของจวนผู้ปกครองให้มาช่วยเหลือกลับกลายเป็นคนที่มาจากจวนผู้ปกครองเสียเองและดูท่ามีความสัมพันธ์กับจวนผู้ปกครองมณฑลหลันหลิงที่ดีมากด้วยถึงขนาดทางนั้นต้องส่งคนมาคุ้มครองด้วย

           “ไม่ใช่ความผิดเจ้า คุณหนูคนนั้นอารมณ์ร้อนมากไปเอง”

           ตู้เซ่าฝู่ยิ้มให้ เขารู้ว่ามู่หรงโยวรั่วมีประสงค์ดีอยากจะช่วยเหลือในใจเขาซาบซึ้งกับน้ำใจของนางแล้ว เพียงแต่สุดท้ายผลลัพธ์ที่ตามมาคาดไม่ถึงไปหน่อย

           “เมิ่งไหลไฉสหายเมิง ขอโทษนะ วันนี้ทำให้ที่นี่เละซะขนาดนี้ เจ้าว่าต้องชดใช้ค่าเสียหายเท่าไรข้าจะชดเชยให้?” ตู้เซ่าฝู่เดินเข้ามาหาหานซินและเมิ่งไหลไฉกล่าวขอโทษเมิ่งไหลไฉ

           เมิ่งไหลไฉหน้าเจื่อนเจ้าเด็กป่วนนี่กลับกลายเป็นคนที่มาจากจวนผู้ปกครอง เมื่อกี้ได้ยินที่คุยกันน่าจะมีศักดิ์เป็นถึงน้องชายของโอวหยังส่วงตัวแสบด้วย

           ขณะนี้เขายังทำอะไรได้ อย่างน้อยก็คงใช้แรงปราบไม่ได้แล้วยังดีที่เด็กหนุ่มคนนี้ยังมีมารยาทรู้จักชดใช้อย่างนั้นเห็นแก่ว่าเป็นคนจากจวนผู้ปกครอง เขาก็ต้องไว้หน้าหน่อยแล้ว

           เมื่อเห็นว่าตู้เซ่าฝู่รู้จักเกรงใจสีหน้าเซ็งของเมิ่งไหลไฉก็เริ่มผ่อนคลายลง เขาพยายามเค้นรอยยิ้มออกมายิ้มให้กับตู้เซ่าฝู่กล่าวว่า “สหายตู้เกรงใจไปแล้วในเมื่อสหายตู้เป็นคนของจวนผู้ปกครอง และยังเป็นน้องชายของคุณหนูใหญ่ก็ไม่ต้องเกรงใจหรอก สหายตู้ไม่ต้องชดใช้ก็ได้”

           ทว่าเมิ่งไหลไฉคาดไม่ถึงว่าคำพูดที่เขาเพิ่งพูดออกไปเป็นคำพูดที่ทำให้เขารู้สึกเสียใจติดตัวไปทั้งชีวิต

           เมื่อเมิ่งไหลไฉพูดจบตู้เซ่าฝู่ก็หัวเราะพอใจออกมาเสียงดัง ตบบ่าเมิ่งไหลไฉด้วยท่าทางที่เป็นมิตรอย่างมากกล่าวว่า “ข้ารู้อยู่แล้วว่าเจ้าใจกว้างงั้นข้าไม่ชดใช้นะ อย่างไรก็ตามแต่ข้าก็แค่พูดไปงั้นแหละ ต่อให้เจ้าบอกให้ข้าชดใช้ข้าก็ไม่ชดใช้หรอก”

           “……”

           เมิ่งไหลไฉได้ยืนก็ยืนเอ๋อตะลึงไปเลยแทบจะวูบหมดสติ รู้สึกเกร็งไปทั้งตัวราวกับว่ามีม้าจำนวนมากวิ่งอยู่ในใจเขาเป็นฝูง

    คล้ายกับเรื่องยุทธจักรเทพยุทธ์ (แปลจบแล้ว) ที่คุณอ่าน