บรรยากาศคุกรุ่นไปด้วยกลิ่นอายแห่งความตาย เดิมทีตลาดนี้ผู้คนพลุกพล่านเต็มสาย แต่มาบัดนี้เหลือแต่เพียงเหล่าโจรร้ายหน้ากากทมิฬ พวกมันกว่าห้าสิบคนยืนโอบล้อมกันเข้ามา ทุกคนต่างกระชับอาวุธในมือแน่น
อี้เหรินเฟิ่งยืนมองดูเงียบๆ หัวหน้าของพวกมันนั้นมองดูจากสายตาคงจะมีจะรับพลังขั้นหลอมจิตเท่านั้น เหล่าลูกหมาลูกแมวพวกนี้ ไม่ได้อยู่ในสายตาของเด็กชายเลยสักนิด
ชายสวมหน้ากากที่เป็นหัวหน้าเดินออกมาจากกลุ่ม มันมองมาทางอี้เหรินเฟิ่งแล้วกล่าวกับเขา
"เด็กน้อย เจ้าปกปิดพลังฝีมือได้มิดชิดนัก คงจะมีสมบัติวิเศษช่วยลบกลิ่นอายพลังสิท่า"
"แต่แล้วอย่างไร กล้ามากระตุกหนวดเสืออย่างพวกเรา เจ้าทำได้เพียงไปนอนคุยกับรากมะม่วงเท่านั้นแหละ"
"ทุกคน สับมันไห้เป็นชิ้นๆ สับแขนสับขามันออกมาแล้วนำตัวมันไปให้ท่านหัวหน้า"
เหล่าชายสวมหน้ากากได้ยินดังนั้นก็กรูกันเข้าไปจู่โจมอี้เหรินเฟิ่งในทันที อี้เหรินเฟิ่งไม่แม้แต่จะชักอาวุธออกมา สองหมัดของเขาแข็งแกร่งประดุจเหล็ก วิ่งตรงเข้าไปจู่โจมอย่างไม่เกรงกลัว
ด้วยท่าร่างของวิชาอาภรณ์โลหิตที่ไปมาเหมือนภูติพรายนั้น เหล่าสมุนทำได้เพียงยืนรับหมัดเท่านั้น รอบนี้อี้เหรินเฟิ่งไม่ออมมืออีกแล้ว หนึ่งหมัดต่อยออกไป กระทบที่ได้ผลออกมาคือแรงระเบิดมหาศาล เสียงดังตูมตามที่เกิดจากร่างกายระเบิดตามแรงหมด
ซากศพเกลื่อนกลาดเต็มถนน ชิงเข่ออี๋เห็นดังนั้นมันชักอาวุธวิเศษออกมาแล้ว อาวุธวิเศษของมันเป็นดาบฟันขาม้าเล่มหนึ่ง ใบดาบกว้างกว่าสองคืบ ยาวนับเมตร ด้ามดาบเป็นสีทองฝังพลอยโลหิตตรงปลายด้ามจับ
มันวิ่งตรงเข้าไปหาอี้เหรินเฟิ่งที่ยังมองระดับฝีมือไม่ออก
"ตายซะเจ้าเด็กบัดซบ"
ชิงเข่ออี๋ง้างดาบฟันออกไปในแนวขวาง แสงสีแดงสว่างวาบจากพลอยเม็ดนั้น คลื่นดาบแผ่ออกมาฟาดฟันเข้าใส่อี้เหรินเฟิ่งในทันที
เคร๊ง!!
อี้เหรินเฟิ่งชกหมัดสวนออกไปอย่างไม่เกรงกลัว หมัดกับดาบปะทะกันคมดาบสั่นสะท้าน โลหิตที่เจิ่งนองทั่วพื้นดินถูกเขาดูดซับเอามาคลุมไว้รอบหมัด หมัดสีแดงอันเกิดจากวิชาอาภรณ์โลหิตแข็งแกร่งประดุจเหล็ก แผ่กระจายกลิ่นอายแห่งความตายออกมาอย่างเข้มข้น
ชิงเข่ออี๋มองดูด้วยความสั่นสะท้าน นี่มันวิชาบ้าบออันไดกัน เกิดมายังไม่เคยพบเคยเจอมาก่อน หมัดเปล่าเท้าเปลือยของอีกฝ่ายบัดนี้เปรียบเสมือนอาวุธวิเศษไปเสียแล้ว
มันปลุกปลอบความกล้ากระโจนเข้าใส่อี้เหรินเฟิ่งอีกครั้ง ชิงเข่ออี๋เร่งเร้าพลังกัดลิ้นพ่นโลหิตใส่ใบดาบ แสงโลหิดสว่างวาบที่ใบดาบอีกครั้ง "ดาบสะท้านแดนเหนือ"
มันกระโจนขึ้นฟ้าสับดาบลงมาแนวทแยง แสงสีแดงเลือดลากยาวเป็นเส้นโค้ง เสียงดาบคำรามก้อง มันโจมตีสุดพลังแล้วตอนนี้
อี้เหรินเฟิ่งแหงนหน้ามองดู โคจรเคล็ดวิชาอาภรณ์โลหิตให้กลายเป็นใบดาบ ดาบยาวสีแดงเลือดปรากฏขึ้นในมือเด็กชาย อี้เหรินเฟิ่งโน้มตัวไปด้านหน้าเล็กน้อย เขาฟันดาบสวนขึ้นไปเป็นเส้นตรง ปราณดาบโลหิตสีแดงเข้มลากยาวจากพื้นดินจรดฟ้า
"สะบั้นวารี" ปราณดาบสีแดงลากขึ้นไปหาชิงเข่ออี๋ เมื่อปราณดาบกระทบกันปราณดาบสีแดงของอี้เหรินเฟิ่งนั้นได้ตัดผ่านดาบของชิงเข่ออี๋ไปอย่างง่ายดาย ปราณดาบลากยาวทะลุท้องฟ้า ชิ่งเข่ออี๋ร่างขาดสองท่อนร่วงหล่นลงมาอย่างมิอาจควบคุม
เหล่าสมุนที่เหลือรอดต่างมองเป็นตาเดียว ทุกคนเงียบกริบ เสียงกลืนน้ำลายดังแทรกขึ้นมา จากนั้นพวกมันก็พากันหนีอย่างสุดชีวิต ใครมันจะไปคิด พวกมันกว่าห้าสิบคนรวมทั้งรองหัวหน้าที่ฝีมือเลิศล้ำ กลับถูกจัดการโดยเด็กที่เหมือนไม่มีพลังฝึกปรือนี่
เหล่าหน้ากากทมิฬทุกคนต่างหนีกระเจิงไปคนละทิศละทาง อี้เหรินเฟิ่งมองตามคร้านที่จะสนใจ เขาตรงไปยังศพของรองหัวหน้าคนนั้น ริบสินสงครามที่ตัดตัวทั้งหมดมา
"ไอ้เจ้านี่ นึกว่าจะรวยกว่านี้ซะอีกนะเนี่ย" จากนั้นเขาก็หายลับไปในซอยเล็กๆ อี้เหรินเฟิ้งงกลับมายังที่พักชำระล้างร่างกายนอนพักผ่อนบนเก้าอี้ตัวโปรดอยู่ที่ลานหน้าบ้าน
กลับมายังรังโจรขอกลุ่มหน้ากากทมิฬ เมื่อเว่ยหลิงได้ยินเรื่องที่เกิดขึ้น มันก็โมโหเป็นอันมาก มันเรียกประชุมกลุ่มทั้งหมดในทันที มันต้องการล่าอี้เหรินเฟิ่ง
เว่ยหลิงได้ออกใบประกาศทมิฬ ตามล่าอี้เหรินเฟิ่ง 16 หัวเมืองใหญ่ทุกที่ๆมีกลุ่มหน้ากากทมิฬ พวกมันจะตามล่าอี้เหรินเฟิ่ง ไม่ว่าอี้เหรินเฟิ่งจะหนีไปทีได เขาก็จะถูกกลุ่มหน้ากากทมิฬตามล่าไปจนตายกันไปข้างหนึ่ง เรื่องนี้จะถูกส่งไปยังศูนย์กลางของกลุ่มหน้ากากทมิฬอีกด้วย
ต่อจากนี้จะไม่มีที่ยืนสำหรับอี้เหรินเฟิ่งอีกต่อไป เว่ยหลิงขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน มันเรียกรวมตัวสมาชิกขั้นสูงทั้งหมดภายในเมืองทันที คืนนี้มันจะออกตามล่าอี้เหรินเฟิ่งให้ย่อยยับ
"หวังว่าแกจะยังไม่หนีไปนะเจ้าหนู ข้าจะสับแขนขาเจ้าออกจากกัน แล้วเลี้ยงไว้ในไหเหล้าใบใหญ่คอยดูเถอะ"
อี้เหรินเฟิ่งนั้นนอนพักผ่อนจนถึงเย็น หลังจากทานข้าวเย็นเสร็จจึงออกเดินทางจากที่พัก มุ่งหน้าลงทางใต้ของเมือง เขาไม่ได้จะออกจากเมือง เขาจะไปหาเว่ยหลิง ถึงเวลาลบกลุ่มหน้ากากทมิฬออกจากเมืองแล้ว
ณ รังของเหล่าหน้ากากทมิฬ
"มากันครบแล้วใช่ไหม คืนนี้เราจะต้องจับตัวเจ้าเด็กนั่นมาให้ได้ ข้าจะทรมานมันให้สาสม ทำให้มันนึกเสียใจที่กล้ามาขัดขืนกลุ่มหน้ากากทมิฬเรา"
"มันยังอยู่ภายในเมืองใช่หรือไม่"
"อยู่ครับ มันเข้าไปยังที่พักของมันจนตอนนี้ยังไม่ออกมาครับหัวหน้า"
"ดี ไปจัดการมัน อย่าให้มันหนีรอดไปได้"
"จัดการใครอย่างนั้นหรือพวกโจรกระจอก พวกเจ้าคงไม่ได้หมายถึงข้าใช่หรือไม่"
สิ้นเสียงก็มีเด็กชายสวมอาภรณ์สีขาว คลุมด้วยผ้าคลุมยาวตัวสีแดงเดินออกมาจากความมืด พวกมันไม่สามารถสัมผัสได้ถึงการปรากฏตัวของอี้เหรินเฟิ่งเลย
เว่ยหลิงเห็นดังนั้นก็หรี่ตาสำรวจในทันใด เด็กคนนี้เขาไม่อาจสัมผัสถึงการมาของเขาได้เช่นกัน
"เจ้าหนู เจ้าเป็นใครมาจากไหน ถึงกล้าดีมาท้าทายกลุ่มหน้ากากทมิฬของพวกข้า"
"เจ้าพวกลูกวัวไม่กลัวเสือ"
"หึ ข้าอี้เหรินเฟิ่งแห่งป่าปีศาจทิศเหนือ เจ้าเคยได้ยินหรือไม่?"
"ดี อี้เหรินเฟิ่ง หลังจากข้าสับแขนสับขาของเจ้าออกแล้ว ข้าจะเลี้ยงเจ้าไว้ในให้อย่างดี ไม่ต้องห่วงข้าจะป้อนข้าวป้อนน้ำเจ้าด้วยตัวเอง ฮ่าฮ่าฮ่า"
"ใครจะสับใครก็ยังไม่แน่นักหรอก" สิ้นเสียงดาบยาวสีแดงก็อยู่ในมือของอี้เหรินเฟิ่ง "คมเขี้ยวราชา"
อี้เหรินเฟิ่งดึงดาบยาวออกจากฝัก เขาหายไปในความมืดท่ามกลางสายตาของคนนับร้อย เงียบราวกับคืนหน้าหนาว มีเพียงเสียงแมลงร้องในคืนหน้าร้อน
อ๊าา อ๊าา เสียงแรงที่ดังขึ้นเป็นเสียงร้องโหยหวนของลูกน้องกลุ่มหน้ากากทมิฬที่ไม่ได้ตายในทันที พวกมันโดนฟันไปตอนไหนก็ยังไม่รู้เลย
แขนขากระเด็นเกลื่อนไปทั่วลานบ้าน เพียงพริบตาเดียวชายสวมหน้ากากนับสิบก็สิ้นใจไปเสียแล้ว เหล่ารองหัวหน้าหน้าตาเคร่งเครียด ต่างก็เรียกอาวุธประจำกายออกมากระชับไว้ในมือ พวกมันมองไปในความมืดมิด สองมือมีเหงื่อชุ่มออกมา แผ่นหลังเริ่มเปียกชื้น
สักพักเสียงภายนอกห้องก็เงียบลง อี้เหรินเฟิ่งเดินเข้ามายังห้องโถงอันสว่างไสว
"เจ้าคือเว่ยเก้านิ้วสินะ หัวหน้าของเหล่าหน้ากากทมิฬในเมืองนี้"
"วันนี้ กลุ่มหน้ากากทมิฬในเมืองนี้จะต้องถูกลบออกไป"
"สามหาว ไอ้เด็กไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม" เว่ยหลิงตะโกนออกมาด้วยความโกรธ กรงเล็บเหล็กแหลมสีดำถูกเรียกออกมาสวมในทันใด พลังกดดันระดับแปลงเทพขั้นต้นระเบิดออกมาในทันใด ทั้งห้องสั่นสะเทือนไปด้วยไอพลัง
อี้เหรินเฟิ่งยิ้มจนตาหยีกระชับดาบในมือแน่น เขาตื่นเต้นยิ่งในตอนนี้